การตอบสนองต่อสิ่งเร้าของสัตว์

รูปภาพของ acskumthorn

Smileการตอบสนองต่อสิ่งเร้าของสัตว์ในลักษณะต่างๆ 

   1. การตอบสนองเมื่อได้รับแสงเป็นสิ่งเร้า

      สัตว์บางชนิดสามารถตอบสนองได้อย่างรวดเร็วเมื่อได้รับแสง เช่น

       -  การหรี่ตาเมื่อได้รับแสงสว่างมากเกินไป
       -  การที่แมลงต่างๆ บินเข้าหาแสงสว่าง
       -  เมื่อเกิดสุริยุปราคา นกจะบินกลับรัง เนื่องจากมีสภาพคล้ายเวลาพลบค่ำ
       -  การหนีแสงของไส้เดือนดิน แมลงสาบ
       -  การให้แสงสว่างในการเลี้ยงไก่ เพื่อให้ไก่กินอาหารเป็นเวลานาน ทำให้เจริญเติบโตเร็วในระยะเวลาสั้นกว่าปกติ
       -  สัตว์บางชนิดออกหาอาหารในเวลาที่เริ่มมีแสงสว่าง เช่น การที่นกบินออกจากรังในตอนเช้า และบินกลับในเวลาเย็น
       -  ไก่ขันบอกเวลาในตอนเช้า แต่ก็มีสัตว์บางชนิดจะออกหาอาหารในเวลาที่ไม่มีแสงสว่าง เช่น นกฮูก ค้างคาว นกเค้าแมว  
หนู ชะมด อีเห็น เริ่มออกหาอาหารในเวลากลางคืน

   2.  การตอบสนองเมื่อได้รับอุณหภูมิเป็นสิ่งเร้า

      สัตว์จะดำรงชีวิตในสภาวะที่มีอุณหภูมิที่เหมาะสม ถ้าอุณหภูมิเปลี่ยนไปสิ่งมีชีวิตจะมีพฤติกรรมที่ตอบสนองต่อการเปลี่ยนแปลงอุณหภูมิเพื่อความปลอดภัย และการดำรงชีวิตได้อย่างเหมาะสม

การตอบสนองเมื่ออากาศร้อนหรือมีอุณหภูมิสูง 

      - สุนัข วัว ควาย แกะ จะระบายความร้อนโดยการหอบเพื่อให้น้ำระเหยออกทางปาก
      - แมว กระต่าย จิงโจ้ จะระบายความร้อนโดยการเลียอุ้งเท้า และการระเหยของน้ำลายจะพาความร้อนออกไป
      - ควายจะหนีร้อนด้วยการแช่ในแอ่งน้ำ
      - สัตว์เลื้อยคลาน เช่น จิ้งเหลน กิ้งก่า งู จะหลบร้อนอยู่ตามโพรงไม้ หรือในที่ร่ม 

การตอบสนองเมื่ออากาศเย็นหรืออุณหภูมิต่ำ

      - นกบางชนิด เช่น นกนางแอ่นบ้าน และนกปากห่าง ที่อาศัยอยู่แถบไซบีเรียจะอพยพย้ายถิ่นมายังไทย
      - สัตว์บางชนิด เช่น กระรอกลาย หมี สกังค์ ดอร์เม้าส์จะหนีอากาศหนาวด้วยการจำศีล
      - สัตว์เลื้อยคลาน เช่น จิ้งเหลน กิ้งก่า งู จะนอนผึ่งแดด
  

   3.  การตอบสนองเมื่อได้รับน้ำเป็นสิ่งเร้า       

     เมื่อสภาพแวดล้อมมีปริมาณน้ำไม่เหมาะสม สัตว์บางชนิดจะปรับตัวให้เหมาะสม ดัง    ตัวอย่างต่อไปนี้                  ไส้เดือนจะเคลื่อนที่เข้าหาความชื้น เพื่อให้ผิวหนังชุ่มชื้น เนื่องจากไส้เดือนหายใจโดยใช้ผิวหนังจึงจำเป็นที่ผิวหนังจะต้องชุ่มชื้นตลอดเวลา     

      - น้ำทำให้สัตว์ครึ่งบกครึ่งน้ำ เช่น กบ คางคก ออกหากินในเวลากลางคืน เพื่อให้มีความชื้นพอเหมาะ     

      สัตว์ทะเลทรายจะออกหากินในเวลากลางคืนเพื่อลดการสูญเสียน้ำ

   4.  การตอบสนองสิ่งเร้าเมื่อได้รับการสัมผัสเป็นสิ่งเร้า

      สัตว์จะมีประสาทสัมผัสอยู่ที่บริเวณผิวหนัง ดังนั้นเมื่อได้รับการสัมผัสระบบประสาทกับระบบกล้ามเนื้อจะทำงานประสานกัน และแสดงอาการตอบสนองสิ่งเร้าได้ ดังตัวอย่างต่อไปนี้

      อึ่งอ่างเมื่อได้รับการสัมผัสจะพองตัว                  กิ้งกือจะขดหัวเข้าด้านในเมื่อถูกสัมผัส                  หอยชนิดต่างๆ จะหุบฝาหรือหดตัวเข้าในเปลือก      5.  การตอบสนองสิ่งเร้าเมื่อได้รับเสียงเป็นสิ่งเร้า

      สัตว์จะมีประสาทที่สำหรับรับเสียงซึ่งเป็นสิ่งเร้าที่สำคัญ เช่น

      - แม่ไก่จะส่งเสียงร้องเรียกให้ลูกหลบมาซุกใต้ปีกเมื่อศัตรูเข้ามาใกล้                   - โลมา และค้างคาวสามารถส่งเสียงไปกระทบวัตถุแล้วรับเสียงสะท้อนกลับ เป็นการกำหนดสถานที่ของวัตถุ หรือแหล่งอาหาร เป็นต้น      6.  การตอบสนองสิ่งเร้าเมื่อได้รับกลิ่นเป็นสิ่งเร้า

     สัตว์หลายชนิดใช้กลิ่นเป็นเครื่องมือในการหาอาหาร หาคู่ผสมพันธุ์ เตือนภัยหรือกำหนดอาณาเขต เช่น

     - ปัสสาวะของหนูเพศผู้ที่อาศัยอยู่ตามบ้านเรือนทั่วไปจะสามารถกระตุ้นให้หนูเพศเมียพร้อมที่จะรับการผสมพันธุ์                - สุนัขปัสสาวะทิ้งไว้ตามจุดต่างๆ เป็นระยะๆ เพื่อแสดงอาณาเขตหรือทางเดิน         

     - กระต่ายปัสสาวะรดสมาชิกทุกตัวในครอบครัวเพื่อจะได้จดจำกันไว้

     - การจำกลิ่นของพวกเดียวกันพวกผึ้ง                - การเดินตามรอยกลิ่นของพวกมด เป็นต้น      7.  การตอบสนองสิ่งเร้าเมื่อได้รับความเครียดเป็นสิ่งเร้า

       ถ้าสัตว์อยู่ในสภาพแวดล้อมต่าง ๆ เช่น สภาพภูมิอากาศที่เลวร้ายภาวะทุพโภชนาการหรือฝูงสัตว์ที่มีขนาดใหญ่เกินไปสามารถทำให้สัตว์เกิดความเครียดได้ ทำให้สัตว์มีพฤติกรรมเปลี่ยนแปลงไป เช่น พฤติกรรมการต่อสู้หรือพฤติกรรมการอพยพย้ายถิ่น เป็นต้น

พฤติกรรมของสัตว์                     พฤติกรรมของสัตว์เป็นกิริยาที่สิ่งมีชีวิตแสดงออกมา เป็นการตอบสนองต่อสิ่งเร้าที่กระตุ้นซึ่งมีทั้งสิ่งเร้าภายใน และสิ่งเร้าภายนอกร่างกายอันเป็นไปอย่างเหมาะสม เพื่อการอยู่รอดของสิ่งมีชีวิตสัตว์แต่ละชนิดจะมีความสามารถในการรับสิ่งกระตุ้นหรือสิ่งเร้าไม่เหมือนกัน การตอบสนองที่แสดงออกเป็นพฤติกรรมจึงแตกต่างกันออกไปด้วยสิ่งเร้าทำให้เกิดพฤติกรรมซึ่งแบ่งออกเป็น 2 กลุ่ม คือ สิ่งเร้าภายนอก ได้แก่ ความร้อน แสง เสียง น้ำ อาหาร แรงดึงดูดของโลก เป็นต้น และสิ่งเร้าภายในที่อยู่ภายในร่างกายของสัตว์ เช่น ความหิว ความกระหาย และความต้องการทางเพศ เป็นต้น สิ่งเร้าภายในนี้มีผลมาจากการทำงานของระบบประสาท และระบบต่อมไร้ท่อ               

ตัวอย่างพฤติกรรมของสัตว์ เช่น               

ม้าน้ำ

       ม้าน้ำตัวผู้จะฟักไข่ ส่วนม้าน้ำตัวเมียจะอยู่ใกล้ๆ ม้าน้ำตัวผู้กับม้าน้ำตัวเมียจะไม่ไปคู่ใหม่จนกว่าตัวใดตัวหนึ่งจะตายจากไปจึงจะหาคู่ใหม่อีกครั้งหนึ่ง               

เต่า

       เต่าทะเลตัวเมียจะขึ้นมาขุดทรายที่ริมหาดในช่วงกลางคืนเพื่อวางไข่ แล้วกลบทรายปิดไข่มิดชิด ลูกเต่าตัวเล็กๆ ออกจากไข่ได้เอง และวางไข่ได้เอง และเดินตามพื้นทรายลงสู่ทะเล ใช้ชีวิตอยู่ในน้ำจนกว่าจะโตเต็มที่ และจะกลับมาสู่ฝั่งสร้างรัง และวางไข่ เช่น เดียวกับที่รุ่นแม่เคยทำ                

ค้างคาว

       ค้างคาวจะอาศัยอยู่รวมกันจำนวนมากๆ ในถ้ำ ในเวลากลางวันจะนอนโดยห้อยหัวนิ่งๆ หุบปีก เมื่อถึงเวลาค่ำจะพากันบินออกจากถ้ำพร้อมๆ กันเป็นหมื่นๆ ตัว                

แมงมุม

       แมงมุมจะมีพฤติกรรมการหาคู่ โดยแมงมุมเพศผู้จะเดินไปบนใยแมงมุมของเพศเมีย และกระตุกสายใยเบาๆ เพื่อบอกให้เพศเมียได้รับรู้               

หิ่งห้อย

       หิ่งห้อยเพศผู้ และเพศเมียจะเปล่งแสงที่เป็นประกายเพื่อหาคู่               

จิ้งหรีด

       จิ้งหรีดเพศผู้จะส่งเสียงร้องเมื่อต้องการผสมพันธุ์ เพศเมียที่ได้ยินเสียงร้องจะตอบโต้ด้วยการเข้าไปหา               

นก

       นกเพศผู้จะส่งเสียงร้องเพื่อเรียกร้องความสนใจจากเพศเมีย               

ปลากัด

       ปลากัดตัวผู้จะมีครีบที่สวยงามกว่าตัวเมีย เมื่อนำปลากัดตัวผู้ และตัวเมียมาใส่ในขวดแล้วปล่อยให้ปลาทั้งคู่พบกัน ทำให้ปลาตัวเมียมีไข่ เมื่อนำปลากัดคู่นี้มาใส่ในตู้เลี้ยงปลาด้วยกัน ปลาตัวผู้จะสร้างหวอดเป็นจำนวนมากที่ข้างตู้ จากนั้นตัวผู้จะแสดงพฤติกรรมรัดตัวเมียให้ไข่ออกมา แล้วรีบอมไข่ที่ผสมแล้วไว้ในปากพ่นใส่ในหวอด นอกจากนี้ปลากัดยังแสดงพฤติกรรมการต่อสู้ระหว่างปลากัดตัวผู้ด้วยกันอีกด้วย  

สุนัข

       สุนัขมีพฤติกรรมที่สังเกตได้คือการดมกลิ่น เพราะสุนัขมีประสาทสัมผัสในการรับกลิ่นดี จึงมีการนำสุนัขมาฝึกดมกลิ่นยาเสพติดหรือสิ่งของบางอย่าง

Smileพฤติกรรมการป้องกันตัวของสัตว์

        สัตว์บางชนิดป้องกันตัวเองไม่ให้สัตว์อื่นทำอันตรายจึงต้องมีสิ่งป้องกันตัว เช่น แมงป่องมีเข็มพิษสำหรับแทงศัตรูที่มาทำร้าย ปลิงทะเลจะปล่อยสารเคมีสีขาวเพื่อขัดขวางผู้ที่มาจับตัวมัน แมลงบางชนิด เช่น จักจั่นเขา ตั๊กแตนใบไม้ จะมีรูปร่างคล้ายกับกิ่งไม้หรือใบไม้ เพื่อเลียนแบบธรรมชาติ และมีความกลมกลืนกับพืชที่อาศัยอยู่

Smileประโยชน์ของการศึกษาพฤติกรรมของสัตว์

        จากการศึกษาพฤติกรรมการตอบสนองของสัตว์ต่อสิ่งเร้า สามารถนำความรู้เกี่ยวกับพฤติกรรมของสัตว์ไปใช้ประโยชน์ในการจัดสภาพแวดล้อมให้เหมาะสมกับการดำรงชีวิตของสัตว์ และเพื่อพัฒนาอุตสาหกรรมเกษตร

ให้ความรู้กับหนูมากเลยคะ    Wink       คัมภิรดา ป.4/6 เลขที่7

 ช่วยด้วยครับ
นักเรียนที่สร้างบล็อก กรุณาอย่า
คัดลอกข้อมูลจากเว็บอื่นทั้งหมด
ควรนำมาจากหลายๆ เว็บ แล้ววิเคราะห์ สังเคราะห์ และเขียนขึ้นใหม่
หากคัดลอกทั้งหมด จะถูกดำเนินคดี
ตามกฎหมายจากเจ้าของลิขสิทธิ์
มีโทษทั้งจำคุกและปรับในอัตราสูง

ช่วยกันนะครับ 
ไทยกู๊ดวิวจะได้อยู่นานๆ 
ไม่ถูกปิดเสียก่อน

ขอขอบคุณในความร่วมมือครับ

อ่านรายละเอียด

สมาชิกที่ออนไลน์

ขณะนี้มี สมาชิก 12 คน และ ผู้เยี่ยมชม 260 คน กำลังออนไลน์

รายชื่อสมาชิกที่ออนไลน์

  • ssspoonsak
  • sss29315
  • sss29439
  • sss29332
  • sss29346