คำราชาศัพท์

ประวัติของคำราชาศัพท์

คำราชาศัพท์ คือศัพท์สำหรับพระราชาซึ่งสันนิษฐานว่าสมัยโบราณนั้นคงใช้สำหรับองค์พระมหากษัตริย์โดยเฉพาะและก็ยังมีตำราภาษาไทยของ พระยาศรีสุนทรโวหาร ( น้อย อาจารยางกูร  ) ซึ่งได้อธิบายไว้ในทำนองเดียวกันว่า ราชาศัพท์เป็ฯภาษาที่ใช้สำหรับราชตระกูล สำหรับผู้ที่จะทำราชการใช้กราบทูลพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวซึ่งเป็นแบบแผนที่มีมาแต่ก่อน ข้าราชการทั้งหลายจะต้องเรียนรู้ สังเกตและจดจำไว้ใช้ให้ได้อย่างถูกต้องแม่นยำ เมื่อเวลาจะกราบทูลพระกรุณาหรือจะแต่งคำประพันธ์ประเภทร้อยกรองต่าง ๆ จะได้ใช้คำให้ถูกต้องเหมาะสม

และเหตุผลที่ทำให้ต้องมีการใช้คำราชาศัพท์นั้นยังไม่เป็นที่ประจักษ์ชัดเจนว่าใครเป็นผู้ให้กำเนิดหรือวางแบบแผน แต่ก็เหตุผลส่วนใหญ่จะมาจากผู้รู้เช่น พระวรเวทย์พิสิฐ มีใจความว่า เมื่อชาติไทยเรานี้มีความเข้มแข็งขึ้นและตั้งดินแดนสยามนี้นั้น เราก็เลือกผู้ที่มีความสามารถมีความเป็นชั้นอัฉริยบุคคลในคณะ แล้วก็ยกขึ้นเป็นประมุข โดยให้มีตำแหน่งสูงกว่าคนอื่น ๆ ในชาติ รวมถึงทางภาษา ก็ต้องใช้คำให้คู่ควรเป็นเครื่องส่งพระเกียรติให้สูง และจากม.ล. ปีย์ มาลากุล ซึ่งมีใจความว่า เราใช้คำราชาศัพท์กับผู้ที่เคารพสูงสุดเท่านั้น และก็เป็นขนบธรรมเนียมของไทยเราที่จะเคารพ และให้ความสำคัญกับระดับความอาวุโส และ ม.ร.ว. แสงสูรย์ ก็ทรงให้เหตุผลว่า หากจะให้สามัญชนทั่วไปสนทนากับพระมหากษัตริย์ไทยรวมถึงเชื้อพระวงศ์ต่าง ๆ ซึ่งเป็นที่เคารพนับถือของประชาชนไทยเป็นอย่างมาก ก็สมควรที่จะคิดค้นคำบางคำที่เห็นว่าสุภาพและเป็นคำสูงคู่ควรแก่พระเกียรติมาใช้เป็นคำกราบบังคมทูล

การจัดลำดับชั้นบุคคล

การจัดลำดับชั้นบุคคลของ พระยาอุปกิตศิลปสาร

พระราชา  เจ้านาย  พระสงฆ์  ขุนนาง  คนสุภาพ

การจัดลำดับชั้นบุคคลของม.ล. ปีย์ มาลากุล

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระบรมราชินีนาถ  พระราชวงศ์หรือพระบรมวงศานุวงศ์  พระภิกษุ  ข้าราชการ  บุคคลสามัญทั่วไป

การจัดลำดับชั้นบุคคลของกระทรวงศึกษาธิการ

พระมหากษัตริย์  พระบรมวงศานุวงศ์  พระสงฆ์ในพระพุทธศาสนา  ขุนนางข้าราชการ  คนสุภาพ

ลักษณะสำคัญของคำราชาศัพท์

เนื่องจากคำที่ใช้เป็นคำราชาศัพท์นั้นบางส่วนก็มาจากคำไทยแท้และบางส่วนก็มาจากคำภาษาต่างประเทศด้วยเพราะคำภาษาไทยบางคำก็มีน้ำเสียงที่ไม่ไพเราะนุ่มนวลจึงมีการเอาคำจากภาษาต่างประเทศมาใช้ปะปนกับคำไทยโดยที่บางคำก็คงรูปเดิมไว้ บางคำก็เปลี่ยนแปลงไปจากเดิมเพื่อให้เหมาะสมกับการออกเสียงของคนไทยเช่น ภาษาบาลี สันสกฤต เขมร เปอร์เซีย ฯลฯ เป็นต้น คำราชาศัพท์ที่ใช้เป็นคำนาม มี 2 ลักษณะ คือ
            1.1 คำนามที่ไม่ใช้คำใดๆ ประกอบ ได้แก่คำนามประเภทสมุหนาม เช่น คณะ สมาคม มูลนิธิ เป็นต้น อีกพวกหนึ่ง       ได้แก่ คำนามที่เป็นราชาศัพท์แล้วในตัว เช่น ตำหนัก วัง เป็นต้น พวกหลังนี้เมื่อใช้ในระดับสูงขึ้นไปต้องใช้คำอื่นประกอบ
เช่น ตำหนัก (เรือนเจ้านาย) พระตำหนัก(เรือนของพระมหากษัตริย์)
            1.2 คำนามที่ใช้คำอื่นประกอบเพื่อเป็นราชาศัพท์
             ก. สำหรับพระมหากษัตริย์
    คำนามที่เป็นชื่อสิ่งของสำคัญที่ควรยกย่อง มีคำเติมหน้า ได้แก่ พระบรมมหาราช พระบรมมหา พระบรมราช พระบรม พระอัคราช พระอัคร และพระมหา เช่น พระบรมมหาราชวัง พระบรมมหาชนกพระบรมราชชนนี พระบรมราชวงศ์ พระบรมอัฐิ พระบรมโอรสาธิราช พระอัครชายา พระมหาปราสาท พระมหาเศวตฉัตร เป็นต้น
    คำนามเป็นชื่อสิ่งสำคัญรองลงมา นำหน้าด้วยคำ“พระราช” เช่น พระราชวังพระราชวงศ์ พระราชทรัพย์ พระราชลัญจกร เป็นต้น

   คำนามเป็นชื่อของสิ่งสามัญทั่วไปที่ไม่ถือว่าสำคัญส่วนใหญ่เป็นคำบาลีสันสกฤต เขมร และคำไทยเก่า แต่บางคำก็เป็นคำไทยธรรมดานำหน้าด้วยคำ “พระ” เช่น พระกร พระบาทพระโรค พระฉาย พระแท่น พระเคราะห์ เป็นต้น คำนามใดที่เป็นคำประสม มีคำ “พระ” ประกอบอยู่แล้ว ห้ามใช้คำ “พระ” นำหน้าซ้อนอีก เช่น พานพระศรี (พานหมาก)   ขันพระสาคร (ขันน้ำ) เป็นต้น

   คำนามที่เป็นชื่อสิ่งไม่สำคัญและคำนั้นมักเป็นคำไทย นำหน้าด้วยคำว่า “ต้น” เช่น ม้าต้น ช้างต้น เรือนต้น และนำหน้าด้วย “หลวง” เช่น ลูกหลวง หลานหลวง รถหลวง เรือหลวง สวนหลวง ส่วน “หลวง” ที่แปลว่าใหญ่ ไม่จัดว่าเป็นราชาศัพท์ เช่นภรรยาหลวง เขาหลวง ทะเลหลวง เป็นต้น นอกจากคำว่า “ต้น” และ “หลวง” ประกอบท้ายคำแล้ว    บางคำยังประกอบคำอื่นๆ อีก เช่น รถพระที่นั่ง เรือพระที่นั่ง รถทรง เรือทรง ม้าทรง ช้างทรง น้ำสรง ห้องสรง ของเสวยโต๊ะเสวย ห้องบรรทม เป็นต้น

              ข. สำหรับเจ้านายหรือพระบรมวงศานุวงศ์ คือตั้งแต่สมเด็จพระบรมราชินีลงไปถึงหม่อมเจ้า ใช้พระราชนำหน้า เช่น พระราชเสาวนีย์ พระราช ประวัติ พระราชดำรัส พระราชกุศล พระราโชวาท พระราโชบาย เป็นต้น
      ใช้พระนำหน้า เช่น พระเศียร พระองค์ พระหัตถ์ พระทัย พระบาท เว้นแต่หม่อมเจ้าไม่ใช้ “พระ” นำหน้า ใช้ว่า เศียร องค์ หัตถ์ หทัย บาท เป็นต้น
      คำนามราชาศัพท์สำหรับเจ้านายอยู่ในตัว ไม่ต้องใช้คำนำหน้าหรือคำต่อท้าย เช่น วัง ตำหนัก ดังที่กล่าวมาแล้วข้างต้น

ประมวลคำราชาศัพท์หมวดต่าง ๆ ที่ใช้สำหรับพระบรมวงศานุวงศ์

 หมวดเครือญาติ

 

คำสามัญ

ราชาศัพท์

 ปู่.ตา

 พระอัยกา

 ย่า.ยาย

 พระอัยยิกา พระอัยกี

 พ่อ

 พระชนก, พระราชบิดา

 แม่

 พระชนนี,พระราชมารดา

 ลุง(พี่พ่อ),อาชาย

 พระปิตุลา

 ป้า(พี่พ่อ),อาหญิง

 พระปิตุจฉา

 น้าชาย,น้าหญิง

 พระมาตุล,พระมาตุจฉา

 พี่ชาย

 พระเชษฐา

 พี่สาว

 พระเชษฐภคิดี

 น้องชาย

 พระอนุชา

 น้องสาว

 พระขนิษฐา

 ลูกชาย

 พระโอรส,พระเจ้าลูกยาเธอ

 ลูกสาว

 พระธิดา,พระเจ้าลูกเธอ

 ภรรยา

 พระมเหสี,พระชายา

 สามี

 พระสวามี,พระภัสดา

 ลูกเขย

 พระชามาดา

 ลูกสะใภ้

 พระสุณิสา

 พ่อตา,พ่อสามี

 พระสัสสุระ

 แม่ยาย,แม่สามี

 พระสัสสุรี

 หลาน

 พระนัดดา

หมวดร่างกาย

 

คำสามัญ

ราชาศัพท์

ร่างกาย

พระวรกาย

ศีรษะ

พระเศียร , พระเจ้า

ผม

เส้นพระเจ้า,พระเกศา

หน้า

พระพักตร์

หน้าผาก

พระนลาฏ

คิ้ว

พระขนง

ดวงตา

พระเนตร,พระจักษุ

จมูก

พระนาสิก

แก้ม

พระปราง

ปาก

พระโอษฐ์

ฟัน

พระทนต์

ลิ้น

พระชิวหา

หนวด

พระมัสสุ

เหงือก

พระมุทธา

คอ

พระศอ,พระกัณฐ์

เขี้ยว

พระทาฐะ

คาง

พระหนุ

เครา

พระทาฐิกะ

ปอด

พระปัปผาสะ

เหงื่อ

พระเสโท

หู

พระกรรณ

บ่า,ไหล่

พระอังสา

หมวดเครื่องอุปโภคบริโภค

 

คำสามัญ

ราชาศัพท์

น้ำดื่ม

พระสุธารส

น้ำชา

พระสุธารสชา

อาหาร

พระกระยาหาร

ข้าว

พระกระยาเสวย

ยารักษาโรค

พระโอสถ

เสื้อ

ฉลองพระองค์

กางเกง

พระสนับเพลา

เข็มขัด

รัดพระองค์

รองเท้า

ฉลองพระบาท

ฟูก

พระยี่ภู่

ที่นั่ง

พระราชอาสน์

เตียงนอน

พระแท่นบรรทม

แก้วน้ำ

แก้วน้ำเสวย

ไม้เกาหลัง

ฉลองได

ไม้ตะบอง

พระคทา

ยาถ่าย

พระโอสถประจุ

นาฬิกาข้อมือ

นาฬิกาข้อพระหัตถ์

แว่นตา

ฉลองพระเนตร

หวี

พระสาง

ร่ม

พระกลด

หมอน

พระเขนย

เปล

พระอู่

ต่างหู

พระกุณฑล

 

น้ำหอม

พระสุคนธ์

มุ้ง,ม่าน

พระวิสูตร

ไม้เท้า

ธารพระกร

เครื่องแต่งตัว

เครื่องทรง

หน้าต่าง

พระบัญชร

ประตู

พระทวาร

หมาก

พระศรี

โต๊ะเขียนหนังสือ

โต๊ะทรงพระอักษร

จดหมาย

พระราชหัตถเลขา

โทรเลข

พระราชโทรเลข

หมวดอาการต่าง ๆ

 

คำสามัญ

ราชาศัพท์

พูด

ตรัส

คำสั่ง

พระราชโองการ

คำสั่งสอน

พระราโชวาท

ทักทาย

พระราชปฏิสันถาร

แต่งหนังสือ

ทรงพระราชนิพนธ์

ลงลายมือชื่อ

ทรงพระปรมาภิไธย

หัวเราะ

ทรงพระสรวล

รู้

ทราบใต้ฝ่าละอองธุลีพระบาท

ไอ

ทรงพระกาสะ

จาม

ทรงพระปินาสะ

สบาย

ทรงพระสำราญ

ป่วย

ประชวร

ให้สิ่งของ (เล็ก)

ทูลเกล้าถวาย

ให้สิ่งของ(ใหญ่)

น้อมเกล้าถวาย

กิน

เสวย

นั่ง

ประทับ

ให้

พระราชทาน

ดู

ทอดพระเนตร

อยากได้

มีพระราชประสงค์

ชอบ

โปรด

จับมือ

ทรงสัมผัสมือ

มีครรภ์

ทรงพระครรภ์

ล้างหน้า

สรงพระพักตร์

ล้างมือ

ชำระพระหัตถ์

เดิน

เสด็จพระราชดำเนิน

หมวดบุคคลลำดับชั้นชายาพระเจ้าแผ่นดินและชายาเจ้านาย

 1. พระบรมราชินีนาถ คือ ภรรยาของพระเจ้าแผ่นดิน ที่ทรงยกย่องแต่งตั้งให้เป็นใหญ่กว่าภริยาอื่น หรอภริยาที่เคยทรงเป็นผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์มาแล้ว ใช้คำว่า " สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ"

 2. พระบรมราชินี คือ ภริยาพระเจ้าแผ่นดินที่เป็นใหญ่กว่าภริยาอื่นแต่มิได้โปรดเกล้าให้เป็น " พระบรมราชินีนาถ "

 3. มเหสี คือ ภริยาพระเจ้าแผ่นดิน ซึ่งเป็นพระราชธิดาของพระเจ้าแผ่นดินพระองค์ก่อน แต่เป็นภริยาองค์รองลงมาจาอัครมเหสี

 4. พระอัครชายา คือ ภริยาพระเจ้าแผ่นดินที่เป็นหม่อมเจ้ามาก่อนและเมื่อเป็นภริยาได้สถาปนาขึ้นเป็นพระองค์เจ้าเป็นภริยาตำแหน่งรองจากมเหสี

 5. เจ้าจอมมารดา คือ หญิงตั้งแต่ ม.ร.ว. ลงมาถึงคนธรรมดาสามัญแต่ได้ตำแหน่งเป็นภริยาพระเจ้าแผ่นดิน และมีลูกกับพระเจ้าแผ่นดินจัดเป็นสนมชั้นสูง

 6. เจ้าจอม คือ หญิงตั้งแต่ ม.ร.ว. ลงมาถึงคนธรรมดาสามัญได้ตำแหน่งเป็นภริยาพระเจ้าแผ่นดิน ( พระสนม ) แต่ไม่มีลูกกับพระเจ้าแผ่นดิน

 7. พระชายา คือ พระองค์เจ้าหญิงที่เป็นภริยาเจ้าฟ้าชาย, พระองค์เจ้าชาย หรือหม่อมชาย

 8. หม่อม คือ หญิงธรรมดาสามัญ ที่ได้เป็นภริยาเจ้าฟ้า, พระองค์เจ้าหรือหม่อมเจ้า

 9. ชายา คือ หม่อมเจ้าหญิงที่เป็นภริยาเจ้าฟ้าชาย พระองค์เจ้าชายหรือหม่อมเจ้าชาย

ข้อบกพร่องในการใช้คำราชาศัพท์

 1.  “ถวายการต้อนรับ”  คำนี้ผิด  ภาษาไทยมีคำใช้อยู่แล้ว  คือ  “เฝ้าฯ รับเสด็จ”  หรือ  “รับเสด็จ”

 2.  “ถวายความจงรักภักดี”  ความจงรักภักดีเป็นของที่หยิบยื่นให้กันไม่ได้  เป็นสิ่งที่มีประจำตน  แสดงปรากฏให้ทราบได้  ฉะนั้นใช้  “ถวาย”  ไม่ได้  จึงควรใช้  “มีความจงรักภักดี”

 3.  “อาคันตุกะ”  และ  ”ราชอาคันตุกะ”  ใช้ต่างกันดังนี้

        “อาคันตุกะ”  ใช้เมื่อ

        ก.  พระมหากษัตริย์เสด็จฯ  ไปทรงเป็นแขกของบุคคลสำคัญ

        ข.  บุคคลสามัญไปเป็นแขกของบุคคลสามัญ

        “ราชอาคันตุกะ”  ใช้เมื่อ

        ก.  พระมหากษัตริย์เสด็จฯ  ไปเป็นแขกของพระมหากษัตริย์ 

        ข.  บุคคลสามัญไปเป็นแขกของพระมหากษัตริย์

        สรุป  คือให้ดูเจ้าของบ้านเป็นหลัก  ถ้าเจ้าของบ้านเป็นพระมหากษัตริย์บุคคลทั่วไปที่เป็นแขกไม่ว่าจะเป็นพระมหากษัตริย์หรือบุคคลสามัญเป็น  “ราชอาคันตุกะ”  ทั้งสิ้น  ในทำนองเดียวกัน  ถ้าเจ้าของบ้านเป็นบุคคลสามัญ  บุคคลที่ไปเป็นแขกไม่ว่าจะเป็นพระมหากษัตริย์หรือบุคคลสามัญเป็น  “อาคันตุกะทั้งสิ้น”

 4.  การใช้คำ  “ถวาย”  มีใช้อยู่สองคำ  คือ  “ทูลเกล้าฯ  ถวาย”  และ  “น้อมเกล้าฯ ถวาย”  ใช้ต่างกันดังนี้       

        ก.  ถ้าสิ่งของนั้นเป้นของเล็กใช้  “ทูลเกล้าฯ”

        ข.  ถ้าสิ่งของนั้นเป็นของใหญ่ใช้  “น้อมเกล้าฯ  ถวาย”  หรือ  “ถวาย”  เฉยๆ

 5.  คำว่า  “ขอบใจ”  ถ้าจะกล่าวว่า  พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงขอบใจ  ก็ใช้ว่า  “ทรงขอบใจ”  หรือ “พระราชทานกระแสขอบใจ”  ไม่ใช้  “ขอบพระทัย”  เว้นแต่ผู้ที่ทรงขอบใจนั้นเป็นพระราชวงศ์จึงใช้“ขอบพระทัย”ได้๖.  เมื่อกล่าวถึงการแสดงใด ๆ  ถวายทอดพระเนตร  มักจะใช้ว่า  “แสดงหน้าพระพักตร์”  หรือ  “แสดงหน้าพระที่นั่ง”  ซึ่งผิด  ต้องใช้ว่า  “แสดงเฉพาะพระพักตร์”  หรือ  “แสดงหน้าที่นั่ง”

 6.  ถ้ามีผู้ถวายสิ่งของ  เช่น  หมวก  ผ้าเช็ดหน้า  ฯลฯ  ขณะที่ถวายนั้นต้องใช้คำสามัญจะใช้คำราชาศัพท์มิได้  เพราะสิ่งของนั้นยังมิได้เป็นของพระองค์ท่าน  เช่น  

       -  เจ้าของร้านทูลเกล้าฯ ถวายหมวกแด่สมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินี

       -  ผู้แทนนักศึกษาทูลเกล้าฯ ถวายผ้าเช็ดหน้าแด่สมเด็จพระเทพฯ

 7.  หมายกำหนดการ  หมายถึง  หมายรับคำสั่งที่ทางสำนักพระราชวังแจ้งกำหนดการเสด็จพระราชดำเนินไปยังหน่วยราชการ  หรือหน่วยงานที่รับผิดชอบ  ใช้เฉพาะกับงานพระราชพิธีเท่านั้น  ถ้าเป็นกิจการทั่วๆไปของสามัญชนใช้ว่า  กำหนดการ  เช่น  กำหนดการเดินทาง  กำหนดการสัมมนา เป็นต้น

 8.  สมเด็จพระนางเจ้าฯ  พระบรมราชินีนาถ คำที่เรียกพระมเหสีของพระเจ้าแผ่นดินมีหลายคำ  ปัจจุบันใช่  สมเด็จพระนางเจ้าฯ  พระบรมราชินี  ถ้าได้สำเร็จราชการแผ่นดินก็เป็นสมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินีนาถ  ที่ใส่  “ ฯ ”  ไว้ท้ายคำ  “สมเด็จพระนางเจ้า”  นั้นเพื่อให้ทราบว่าละพระนามไว้  ถ้าออกพระนามเต็มก็วางไว้แทนที่  “ ฯ ”  เช่น  สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์พระบรมราชินีนาถ  ถ้าเป็นสมเด็จพระอัครมเหสีของพระมหากษัตริย์ประเทศอื่นให้เรียก  สมเด็จพระราชินี ถ้าประเทศใดมีสตรีเป็นกษัตริย์ให้ใช้ว่า  “สมเด็จพระราชินีนาถ”

 9.  พระบรมสาทิสลักษณ์  หรือ  พระบรมฉายาทิสลักษณ์  คือ  ภาพเหมือนของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและพระบรมราชวงศ์ชั้นสูง  เป็นภาพวาดมิใช่ภาพถ่าย  ถ้าภาพถ่ายใช้  พระบรมฉายาลักษณ์

บรรณานุกรม

บรรณานุกรมจากสื่อสิ่งพิมพ์

วรนันท์ อักษรพงศ์.การใช้ราชาศัพท์ไทย.พิมพ์ครั้งที่ 1.กรุงเทพฯ : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย,2528.361 หน้า.

วิเชียร เกษประทุม.ราชาศัพท์ฉบับสมบูรณ์และพระราชประวัติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดชพร้อม

           พระราชาวงศ์โดยสังเขป.ไม่ปรากฏครั้งที่พิมพ์.กรุงเทพฯ : มิตรสัมพันธ์กราฟฟิคอาร์ต,ไม่ปรากฏปีที่พิมพ์.168  

           หน้า.

บรรณานุกรมจากสื่ออีเลคโทรนิกส์

ไม่ปรากฏชื่อผู้แต่ง.ข้อควรจำเกี่ยวกับคำราชาศัพท์ที่มักใช้ผิดกันเสมอ.ไม่ปรากฏชื่อเว็บไซต์.pigky111.คัดลอก  

                          เมื่อวันที่ 23 พฤศจิกายน 2553 .<http://www.phutti.net/elearning/ann/Index.htm>

 

 

 

 

 ช่วยด้วยครับ
นักเรียนที่สร้างบล็อก กรุณาอย่า
คัดลอกข้อมูลจากเว็บอื่นทั้งหมด
ควรนำมาจากหลายๆ เว็บ แล้ววิเคราะห์ สังเคราะห์ และเขียนขึ้นใหม่
หากคัดลอกทั้งหมด จะถูกดำเนินคดี
ตามกฎหมายจากเจ้าของลิขสิทธิ์
มีโทษทั้งจำคุกและปรับในอัตราสูง

ช่วยกันนะครับ 
ไทยกู๊ดวิวจะได้อยู่นานๆ 
ไม่ถูกปิดเสียก่อน

ขอขอบคุณในความร่วมมือครับ

อ่านรายละเอียด

สมาชิกที่ออนไลน์

ขณะนี้มี สมาชิก 0 คน และ ผู้เยี่ยมชม 303 คน กำลังออนไลน์