อารยธรรมอินเดียโบราณ: ศาสนา

รูปภาพของ lenneyuna

 

อารยธรรมอินเดียโบราณ

Ancient India Civilization

 

 

ขอขอบคุณ ภาพสวยๆ จาก  http://images.north40commerce.com/TheAncientWeb/pop/9788854401679.jpg 


 

 

 
วรรณะ พราหมณ์

 

 

       คำว่าพราหมณ์ หมายถึง ผู้ที่มีความรู้เกี่ยวกับพระพรหม พระเวท และอาตมา ในคัมภีร์ธรรมศาสตร์ บอกไว้ว่า ผู้ใดผู้หนึ่งมีลักษณะ 11 ประการดังต่อไปนี้ ผู้นั้นย่อมเป็นพราหมณ์บางทีก็บ่งว่า ผู้เป็นพราหมณ์ย่อมมีลักษณะ 11 ประการตามธรรมชาติ คือ ศม (ะ) ทม (ะ) ตป (ะ) เศาจ (ะ)
สนโตษ (ะ) กษมา สรลตา ชญาน (ะ) ทยา อสติกตา และ สตย (ะ) ซึ่งแต่ละข้อมีความหมายดังต่อไปนี้
       1. ศม (ะ) หมายถึง สภาพที่ภายในจิตใจไม่มีความยุ่งยาก หรือปั่นป่วนด้วย กาม โกรธ โลภ หรือหลง (โมหะ) แม้แต่ประการใด เป็นธรรมชาติของเขาเช่นนั้นแม้ตั้งแต่วัยเด็กมา ความวิกลวิการยุ่งยากปั่นป่วนภายในจิตใจของบุคคลเช่นนี้ก็ไม่เกิดง่าย
       2. ทม (ะ) หมายถึง สภาพที่จิตใจได้รับการระงับไว้แล้ว กล่าวคือรู้จักข่มจิตใจของตนด้วยความสำนึกในเมตตาและมีสติอยู่เสมอ รู้จักมีจิตใจอดกลั้นไม่ปล่อยให้หวั่นไหวไปตามอารมณ์ได้ง่ายๆ
       3. ตป (ะ) แปลตามศัพท์แปลว่า ความร้อน หรือ การร้อน แต่ในที่นี้มีความหมายว่าฝักใฝ่แต่ในความประพฤติในอันที่จะหาความรู้ หาความจริงและพยายยามแต่จะให้ประสบผลสำเร็จในการหาความรู้และความจริงนั้น ไม่ว่าจะต้องผจญกับความยากลำบากสักเพียงไร ก็พยายามพากเพียรจนสำเร็จผลลงให้จงได้
       4. เศาจ (ะ) แปลตามศัพท์ว่า ความบริสุทธิ์ หมายถึง การทำตนเองให้เป็นผู้มีความบริสุทธิ์ทั้งจิตใจและร่างกายนั่นเอง
       5. สนโตษ (ะ) หมายถึง สภาพที่พอใจ หรือมีความสุขอยู่แล้วในทางสันติ
       6. กษมา หมายถึง ความอดกลั้น หรือความอดโทษ กล่าวโดยย่อก็คือ (สงบ) มีความพากเพียรพยายามและอดทน โดยถือเอาความเมตตากรุณาเป็นที่ตั้งนั่นเอง
       7. สรลตา แปลว่า ความซื่อหรือความตรงโดยนิสัย คือทั้งพูดตรงและทำตรง
       8. ชญาน (ะ) แปลว่า ความรู้ ความเห็น ความชอบ ความถูกต้อง หรือความวิเวก ในที่นี้หมายถึงความชอบทางการศึกษาหาความรู้นั่นเอง
       9. ทยา หมายถึง ความมีเมตตากรุณาต่อชีว (ะ) ทั้งหลาย
       10. อสติกตา ได้แก่ การมีความเชื่อถือ ไว้วางใจ และมอบความจงรักภักดีไว้ต่อพระพรหมนั่นเอง
       11. สตย (ะ) แปลตามศัพท์ว่า จริงหรือความจริง หรือศุทธมติ (ความเห็นอันบริสุทธิ์ใจ) หรือความเห็นอันสุจริต กล่าวคือควรแสดงความซื่อสัตย์ต่อกันและกัน จนถึงทำให้เป็นที่ไว้วางใจกันและเชื่อใจกันได้โดยไม่คิดคดทรยศต่อกันอีกต่อไป
       เหล่านั้นคือ ข้อที่ควรประพฤติปฏิบัติหรือลักษณะความประพฤติของชนวรรณะพราหมณ์กล่าวได้อีกอย่างหนึ่งก็คือ ธรรมะของพราหมณ์ นั่นเอง นอกจากนี้ในหินทูธรรมศาสตร์ ได้มีการกำหนดการกระทำของชนในแต่ละวรรณะไว้ด้วยว่า วรรณะใดมีการกระทำชนิดไหนบ้าง ที่ชนในวรรณะนั้นจะพึงกระทำได้ โดยไม่เสื่อมเสีย และโดยสมควร ทั้งนี้บัญญัติไว้เพื่อความสะดวกในการครองชีพของชนแต่ละวรรณะ เช่น ชนวรรณะพราหมณ์นี้มีสิทธิหรือมีหน้าที่ ที่จะกระทำได้ถึง 6ประการ คือ      
       1. ปฐนํ ได้แก่การรับการศึกษาชั้นสูง และการพยายามแสวงหาความจริง
       2. ปาฐนํ ได้แก่การให้การศึกษาแก่ผู้อื่น เช่น เป็นครู เป็นอาจารย์ เป็นต้น
       3. ยชนํ ได้แก่การทำพิธีบูชาต่าง ๆ เช่น พิธียัชญ์ (หรือยัญญกรรม) และจัดพิธีการกุศลต่าง ๆ ด้วยตนเอง
       4. ยาชนํ ได้แก่การทำพิธีบูชาต่าง ๆ เช่นพิธียัญญกรรม และพิธีการกุศลอื่น ๆ ตามความประสงค์ของผู้ใดผู้หนึ่ง ที่มีจิตศรัทธาใคร่จะให้ประกอบพิธีกรรมใด ๆ ให้
       5. ทานํ ได้แก่การทำบุญให้ทานแก่ผู้อื่นตามกำลังเท่าที่จะสามารถทำได้
       6. ประติครห (ะ) ได้แก่การรับทำบุญจากผู้มีจิตศรัทธานอกจากสิทธิและหน้าที่ 
 แหล่งอ้างอิง  http://www.human.cmu.ac.th/courseonline/course/004233/pdf/doc06.pdf

 

สร้างโดย: 
น.ส.นภัสสชนก เคหะธูป และ นางพีรทิพย์ สุคันธเมศวร์

มหาวิทยาลัยศรีปทุม ผู้ใหญ่ใจดี
 

 ช่วยด้วยครับ
นักเรียนที่สร้างบล็อก กรุณาอย่า
คัดลอกข้อมูลจากเว็บอื่นทั้งหมด
ควรนำมาจากหลายๆ เว็บ แล้ววิเคราะห์ สังเคราะห์ และเขียนขึ้นใหม่
หากคัดลอกทั้งหมด จะถูกดำเนินคดี
ตามกฎหมายจากเจ้าของลิขสิทธิ์
มีโทษทั้งจำคุกและปรับในอัตราสูง

ช่วยกันนะครับ 
ไทยกู๊ดวิวจะได้อยู่นานๆ 
ไม่ถูกปิดเสียก่อน

ขอขอบคุณในความร่วมมือครับ

อ่านรายละเอียด

ด่วน...... ขณะนี้
พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2558 
มีผลบังคับใช้แล้ว 
ขอให้นักเรียนและคุณครูที่ใช้งาน
เว็บ thaigoodview ในการส่งการบ้าน
ระมัดระวังการละเมิดลิขสิทธิ์ด้วย
อ่านรายละเอียดที่นี่ครับ

 

สมาชิกที่ออนไลน์

ขณะนี้มี สมาชิก 0 คน และ ผู้เยี่ยมชม 19 คน กำลังออนไลน์