ศิลปะสมัยศรีวิชัย

 

    

 

  

 

 

         

 

 

 

3) สถูปวัดแก้วหรือวัดรัตนาราม ตำบลเลม็ด อำเภอไชยา จังหวัดสุราษฎร์ธานี เป็นสถูปที่อยู่ในสภาพชำรุดและได้รับการบูรณะแล้ว สถูปแห่งนี้สร้างด้วยอิฐ มีแผนผังเป็นรูปกากบาท ประกอบด้วยห้องโถงกลางและมีมุขอีก 4 ด้าน มุขด้านทิศตะวันออกเป็นทางนำไปสู่ห้องโถงกลาง เป็นสถูปที่ตั้งอยู่บนฐานรูปสี่เหลี่ยม มีบันไดทางขึ้นทางด้านทิศตะวันออกและทิศตะวันตก ผนังด้านนอกทำเป็นเสาติดกับผนัง และมีร่องตลอดความยาวของเสา ซุ้มประตูทางด้านทิศใต้ยังคงอยู่ในสภาพดี และยังคงมีซุ้มจำลอง มียอดเป็นวงโค้งเล็ก ๆ ประดับอยู่ สันนิษฐานว่าคงจะมีทั้งสี่ด้าน สถูปองค์นี้มีความคล้ายคลึงกันกับสถาปัตยกรรมในต่างแดนหลายแห่ง โดยลักษณะที่สำคัญของสถูปแห่งนี้ คือ แผนผังเป็นรูปกากบาท ประกอบด้วยห้องโถงกลางและมุขทั้งสี่ด้าน มีลักษณะเหมือนกันกับจันทิกาละสัน ในชวาภาคกลาง ที่มีอายุอยู่ในระหว่างราว พ.ศ. 1333-1343 แต่ลักษณะของการตกแต่งภายนอกมีความคล้ายคลึงกันกับศิลปะจามอย่างชัดเจน รูปแบบของเสาที่มุขทางด้านทิศใต้และลักษณะของลวดบัวเปรียบเทียบกันได้กับ ปราสาทองค์กลางที่โพไฮ (Pho Hai) ในประเทศเวียดนาม ที่มีอายุอยู่ในราวปลายพุทธศตวรรษที่ 14 สำหรับที่ตั้งของซุ้มขนาดเล็กที่ต่อจากเสาที่มุขทางด้านทิศใต้และการตกแต่ง ผนังด้านนอกด้วยเสาจำลองนี้ มีลักษณะคล้ายกันกับปราสาทองค์รององค์หนึ่งที่มิเซิน เอ 1 ที่มีอายุอยู่ในราวกลางพุทธศตวรรษที่ 15 ด้วยเหตุนี้ ถึงแม้ว่าแผนผังของสถูปแห่งนี้จะมีลักษณะเหมือนกันกับสถาปัตยกรรมที่มีอายุ อยู่ในช่วงครึ่งแรกของพุทธศตวรรษที่ 14 ในชวาภาคกลาง แต่ด้านนอกของสถาปัตยกรรมก็คล้ายคลึงกันกับศิลปะจามในราวกลางพุทธศตวรรษที่ 15

 
4) สถูปวัดหลง (ร้าง) ตำบลตลาด อำเภอไชยา จังหวัดสุราษฎร์ธานี เป็นสถูปที่อยู่ในสภาพชำรุดและได้รับการบูรณะแล้ว สถูปแห่งนี้สร้างด้วยอิฐ ส่วนฐานมีรูปแบบทางศิลปะเช่นเดียวกันกับสถูปวัดแก้วที่ได้กล่าวมา แต่ได้รับการบูรณะซ่อมแซมมาแล้วอย่างน้อย 2 ครั้งในราวพุทธศตวรรษที่ 17-18 สถูปองค์นี้สร้างโดยการก่ออิฐไม่สอปูน ขัดผิวหน้าจนเรียบ แผนผังส่วนฐานเป็นรูปกากบาท มีซุ้มยื่นออกมาตามแนวทิศทั้งสี่ทิศละซุ้ม มุมฐานระหว่างซุ้มเป็นฐานย่อไม้สิบสอง ทางทิศตะวันออกเป็นซุ้มใหญ่ มีบันไดทางขึ้นสู่ห้องกลาง ส่วนซุ้มอื่น ๆ ไม่มีทางเข้า
 
 
 
 
 
 

-สถูปแบบที่สอง เป็นสถูปที่ได้รับอิทธิพลจากสถูปแบบแรก ส่วนใหญ่เป็นสถูปที่ได้รับการซ่อมแซมมาหลายครั้งแล้วเช่นเดียวกัน ทำให้ทรวดทรงของสถูปเปลี่ยนแปลงไป และเป็นสถูปที่สะท้อนให้เห็นฝีมือช่างในท้องถิ่นได้เป็นอย่างดี สถูปในรูปแบบนี้ยังคงปรากฏอยู่หลายแห่งเช่นเดียวกัน อาทิ
1) สถูปวัดถ้ำสิงขร บ้านนอกหรือบ้านถ้ำ หมู่ที่ 3 ตำบลถ้ำสิงขร อำเภอคีรีรัฐนิคม จังหวัดสุราษฎร์ธานี เป็นสถูปที่มีส่วนฐานและส่วนมณฑปเตี้ย เมื่อเทียบกับส่วนยอดซึ่งสูงมาก ส่วนมณฑปสร้างเป็นมุขยื่นออกมาทั้งสี่ด้าน เหนือมณฑปขึ้นไปเป็นส่วนยอดที่สร้างแบบจำลองมณฑปซ้อนกันขึ้นไปเป็นชั้น ๆ แต่ละชั้นประดับด้วยสถูปทรงกลมที่ตั้งเรียงรายปะปนกันอยู่กับสถูปทรงเหลี่ยม ที่พัฒนาขึ้นในท้องถิ่น สถูปองค์นี้คงจะได้รับการสร้างสรรค์ขึ้นในราวพุทธศตวรรษที่ 19

 

 

 

 
 

2) สถูปวัดใน (ร้าง) ซึ่งตั้งอยู่ในบริเวณวัดราษฎร์บูรณารามหรือวัดนอก ตำบลท่ามะพลา อำเภอ  หลังสวน จังหวัดชุมพร เป็นสถูปที่อยู่ในสภาพชำรุด มีรูปแบบทางศิลปะที่ได้รับอิทธิพลจากสถูปแบบแรกที่ได้กล่าวมา และคงจะเป็นสถูปที่ได้รับการสร้างสรรค์ขึ้นในราวพุทธศตวรรษที่ 19
3) สถูปวัดนางตรา หมู่ที่ 3 ตำบลท่าศาลา อำเภอท่าศาลา จังหวัดนครศรีธรรมราช เป็นสถูปองค์หนึ่งในบรรดาสถูปหลายองค์ที่ยังคงปรากฏอยู่ในสภาพชำรุดทรุดโทรม ภายในวัดนี้ เป็นสถูปที่สร้างด้วยอิฐ มีขนาดใหญ่ ตั้งอยู่ทางด้านทิศเหนือของอุโบสถ มีฐานเป็นรูปสี่เหลี่ยมจัตุรัส ส่วนฐานมีขนาด 8 x 8 เมตร สูงประมาณ 16 เมตร ส่วนยอดได้พังทลายไป คงเหลือแต่เฉพาะส่วนฐานและส่วนมณฑปคงจะได้รับการสร้างสรรค์ขึ้นในราวพุทธ ศตวรรษที่ 19
4) สถูปวัดเขาหลัก บ้านเขาหลัก ตำบลทุ่งสัง อำเภอทุ่งใหญ่ จังหวัดนครศรีธรรมราช เป็นสถูปที่ได้มีการซ่อมแซมจนรูปแบบกลายเป็นศิลปะแบบพื้นเมืองไปมาก กล่าวคือ เป็นสถูปที่มีแผนผังเป็นรูปกากบาท ตรงกึ่งกลางของฐานทุกด้านได้มีการสร้างสถูปองค์หนึ่งยื่นออกมา เป็นสถูปที่มีซุ้มยื่นออกไปทั้ง 4 ด้าน ส่วนองค์ระฆังเป็นรูปสี่เหลี่ยม ถัดขึ้นไปเป็นคอระฆัง บัลลังก์รูปสี่เหลี่ยม และส่วนยอดเป็นเหลี่ยมที่มีปลายแหลมสอบเข้าหากัน ถัดเข้าไปเป็นลานประทักษิณที่ตั้งอยู่บนฐานสูง ที่มุมทั้งสี่มีสถูปในรูปแบบคล้ายคลึงกันกับที่กล่าวมาทุกมุม ตรงกลางมีสถูปองค์ใหญ่ตั้งอยู่ มีมุขยื่นออกมาตรงกลางทุกด้านของมณฑป ถัดขึ้นไปเป็นสถูปที่ทำเป็นทรงเหลี่ยมเช่นเดียวกัน มีซุ้มยื่นออกมาตรงกลางของทุกด้าน และที่มุมทั้งสี่ทำเป็นสถูปจำลองมุมละองค์ ถัดจากคอระฆังเป็นบัลลังก์และส่วนยอดแหลมที่ทำเป็นเหลี่ยม ส่วนยอดสอบเข้าหากัน สันนิษฐานว่าเป็นสถูปที่ได้รับการสร้างสรรค์ขึ้นในราวพุทธศตวรรษที่ 19
5) สถูปวัดสีหยัง หมู่ที่ 3 ตำบลบ่อตรุ อำเภอระโนด จังหวัดสงขลา เป็นสถูปที่ก่อด้วยอิฐและปะการัง ไม่สอปูน แต่ใช้ยางไม้เป็นตัวประสาน เรียงอิฐแบบไม่มีระบบ อันเป็นเทคนิควิธีปฏิบัติในศิลปะแบบศรีวิชัย สภาพของสถูปชำรุดมาก คงเหลือเพียงส่วนฐานรูปสี่เหลี่ยมจัตุรัส จากการขุดแต่งบูรณะโบราณสถานแห่งนี้ ได้มีการค้นพบว่าส่วนต่อระหว่างฐานรากและองค์สถูปเป็นส่วนที่ก่อสร้างด้วย อิฐขนาดใหญ่เป็นแผ่นบาง ๆ และเป็นส่วนที่ต้องรองรับองค์สถูปที่ต่อขึ้นไป สถูปองค์นี้คงจะได้รับการสร้างขึ้นในราวพุทธศตวรรษที่ 19
เจติยสถาน
ในสมัยมหายานของคาบสมุทรภาคใต้ของประเทศไทยในระหว่างราวพุทธศตวรรษที่ 13-19 วัฒนธรรมการใช้ถ้ำที่เกิดเองตามธรรมชาติในภูเขาหินปูนของคาบสมุทรภาคใต้ของ ประเทศไทยเป็นศาสนสถานที่เนื่องในพุทธศาสนาที่ได้ปรากฏขึ้นและมีการรักษาไว้ อย่างสืบเนื่องมาในระยะก่อนหน้านี้ ยังคงเป็นวัฒนธรรมที่ได้รับการสืบทอดและรักษาไว้สืบเนื่องต่อไป รวมทั้งยังปรากฏว่าเป็นวัฒนธรรมที่ได้แพร่กระจายออกไปอย่างกว้างขวางยิ่ง กว่าในระยะที่ผ่านมาอีกด้วย
จากร่องรอยทางโบราณคดีที่ยังคงเหลืออยู่ในขณะนี้ได้แสดงให้เห็นว่า เจติยสถานเหล่านั้นได้รับการปรับแต่งให้มีความเหมาะสมสำหรับการเป็นศาสนสถาน ที่เนื่องในพุทธศาสนา โดยหากเจติยสถานแห่งใดมีเพียงคูหาเดียวก็มีการแบ่งสัดส่วนของเจติยสถานแห่ง นั้นออกเป็นบริเวณที่ชัดเจน โดยมีบริเวณที่สำคัญ 3 บริเวณ คือ บริเวณแรก เป็นบริเวณสำหรับการประดิษฐานรูปเคารพ บริเวณนี้มักจะจัดไว้ให้ใกล้ชิดกับผนังถ้ำ ตั้งแต่ผนังด้านในสุดออกมาจนถึงผนังของปากถ้า โดยที่ผนังส่วนปลายสุดของถ้ำมักจะเป็นที่ประดิษฐานพระพุทธไสยาสน์ขนาดใหญ่ ถัดออกมามักจะเป็นพระพุทธรูปปางอื่น ๆ และรูปเคารพอื่น ๆ ในพุทธศาสนา รูปเคารพเหล่านี้ส่วนใหญ่ทำด้วยดินดิบ ไม้ และปูนปั้น บริเวณที่สอง เป็นบริเวณสำหรับการประดิษฐานพระพิมพ์และสถูปจำลองขนาดเล็ก ซึ่งล้วนแล้วแต่เป็นโบราณวัตถุที่ทำด้วยดินดิบ ซึ่งส่วนใหญ่ค้นพบในบริเวณซอกหลืบที่อยู่ริมผนังหรือด้านหลังหรือใกล้ ๆ กันกับรูปเคารพที่กล่าวมาหรือบริเวณโดยรอบรูปเคารพเหล่านั้น และบริเวณที่สาม เป็นบริเวณที่โล่งที่ตั้งอยู่ในบริเวณตรงกลางของเจติยสถาน บริเวณนี้คงจะเป็นห้องโถงสำหรับพระสงฆ์และพุทธศาสนิกชนใช้สำหรับการประกอบ พิธีกรรมทั้งมวล ส่วนในกรณีที่เจติยสถานแห่งใดประกอบด้วยคูหาที่ต่อเนื่องกันหลายคูหา อาจจะมีการแบ่งคูหาเหล่านั้นออกตามประโยชน์ใช้สอยอย่างจำเพาะเจาะจงยิ่งขึ้น ก็เป็นได้ เช่น ใช้คูหาที่มีขนาดใหญ่ที่สุดเป็นที่ประดิษฐานรูปเคารพที่มีความศักดิ์สิทธิ์ รองลงมา บางคูหาอาจจะใช้ประดิษฐานพระพิมพ์ดินดิบและสถูปจำลองดินดิบ และบางคูหาอาจจะใช้เป็นกุฏิของพระสงฆ์ เป็นต้น นอกจากนี้ยังปรากฏว่าบางคูหาได้มีการประดับตกแต่งผนังถ้ำด้วยจิตรกรรมฝาผนัง อีกด้วย (15)
จากการสำรวจทางโบราณคดีในขณะนี้ ได้มีการค้นพบเจติยสถานในคาบสมุทรแห่งนี้เป็นจำนวนมาก เจติยสถานเหล่านี้ชาวบ้านโดยทั่วไปมักจะเรียกว่า "ถ้ำ" หรือ "วัดถ้ำ" นำหน้าแล้วตามด้วยชื่อของถ้ำ เจติยสถานเหล่านี้ตั้งกระจายอยู่ทั่วทั้งคาบสมุทรภาคใต้ของประเทศไทย อาทิ
1) ถ้ำเขาขนาบน้ำ ตำบลปากน้ำ อำเภอเมือง จังหวัดกระบี่
2) วัดถ้ำสิงขร บ้านนอกหรือบ้านถ้ำ หมู่ที่ 3 ตำบลถ้ำสิงขร อำเภอคีรีรัฐนิคม จังหวัดสุราษฎร์ธานี
3) ถ้ำศิลป์ บ้านบันนังลูวา หมู่ที่ 2 ตำบลหน้าถ้ำ อำเภอเมือง จังหวัดยะลา
4) ถ้ำพระ ตำบลคูหาสวรรค์ อำเภอเมือง จังหวัดพัทลุง
5) ถ้ำเขาสาย ตำบลบางดี อำเภอห้วยยอด จังหวัดตรัง
6) ถ้ำวัดหานหรือถ้ำวัดคีรีวิหาร หมู่ที่ 2 ตำบลเขากอบ อำเภอห้วยยอด จังหวัดตรัง
7) ถ้ำเขาขาว ตำบลเขาขาว อำเภอห้วยยอด จังหวัดตรัง
8) ถ้ำเขาชุมทอง ตำบลควนเกย อำเภอร่อนพิบูลย์ จังหวัดนครศรีธรรมราช
9) ถ้ำเขาอกทะลุหรือถ้ำพิมพ์ ตำบลคูหาสวรรค์ อำเภอเมือง จังหวัดพัทลุง
10) ถ้ำวัดคูหาภิมุข บ้านหน้าถ้ำ หมู่ที่ 1 ตำบลหน้าถ้ำ อำเภอเมือง จังหวัดยะลา
11) ถ้ำเขาขรมหรือถ้ำขรมหรือถ้ำพระ บ้านหนองปลิง หมู่ที่ 1 ตำบลพรุพี อำเภอบ้านนาสาร จังหวัด      สุราษฎร์ธานี
12) ถ้ำเขาแดง อำเภอร่อนพิบูลย์ จังหวัดนครศรีธรรมราช

 
 

สร้างโดย: 
นางสาวธิติยา สุเมธเมธาชัย อ.สุทัศน์ ตั้งฮั่น

มหาวิทยาลัยศรีปทุม ผู้ใหญ่ใจดี
 

 ช่วยด้วยครับ
นักเรียนที่สร้างบล็อก กรุณาอย่า
คัดลอกข้อมูลจากเว็บอื่นทั้งหมด
ควรนำมาจากหลายๆ เว็บ แล้ววิเคราะห์ สังเคราะห์ และเขียนขึ้นใหม่
หากคัดลอกทั้งหมด จะถูกดำเนินคดี
ตามกฎหมายจากเจ้าของลิขสิทธิ์
มีโทษทั้งจำคุกและปรับในอัตราสูง

ช่วยกันนะครับ 
ไทยกู๊ดวิวจะได้อยู่นานๆ 
ไม่ถูกปิดเสียก่อน

ขอขอบคุณในความร่วมมือครับ

อ่านรายละเอียด

ด่วน...... ขณะนี้
พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2558 
มีผลบังคับใช้แล้ว 
ขอให้นักเรียนและคุณครูที่ใช้งาน
เว็บ thaigoodview ในการส่งการบ้าน
ระมัดระวังการละเมิดลิขสิทธิ์ด้วย
อ่านรายละเอียดที่นี่ครับ

 

สมาชิกที่ออนไลน์

ขณะนี้มี สมาชิก 0 คน และ ผู้เยี่ยมชม 29 คน กำลังออนไลน์