อบรมการติดตั้งและใช้งานระบบสารสนเทศเพื่อการศึกษาสำเร็จรูป ครั้งที่ 2 ฟรี


รูปภาพของ poonsak

 โครงการสัมมนาเชิงปฏิบัติการ เรื่อง การติดตั้งและใช้งานระบบสารสนเทศเพื่อการศึกษาสำเร็จรูป

1. หลักการและเหตุผล
     ปัจจุบันมีการนำคอมพิวเตอร์มาใช้งานเพื่อพัฒนาระบบสารสนเทศของโรงเรียน และสนับสนุนการเรียนการสอนในโรงเรียน เป็นที่นิยมอย่างแพร่หลาย นอกจากการใช้งานเพื่อเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารของทางโรงเรียนแล้ว ยังช่วยเป็นเครื่องสร้างนวัตกรรมการเรียนรู้ใหม่ ๆ หรือประยุกต์ใช้งานด้าน ICT เพื่อสนับสนุนการเรียนการสอนได้อย่างดียิ่ง จากนโยบายการศึกษาของรัฐบาลที่ต้องการมุ่งเน้นให้โรงเรียนนำระบบ ICT มาประยุกต์ใช้ โดยการเพิ่มทักษะครู-อาจารย์ ให้มีความรู้ความชำนาญ ในการเข้าถึงเทคโนโลยีสารสนเทศ ทั้งการใช้งาน การดูแลบริหารจัดการ ตลอดจนการผลิตสื่อการสอนที่มีประสิทธิภาพจากเทคโนโลยีสารสนเทศ แต่ครู-อาจารย์บางส่วนยังขาดแนวทางและวิธีที่เหมาะสมกับสภาพความพร้อมของทางโรงเรียน ที่ช่วยให้การนำเทคโนโลยีมาใช้พัฒนาระบบสารสนเทศของโรงเรียน ทำได้สะดวกง่ายและใช้งานได้จริง โดยไม่เป็นภาระงานหนักจนทำให้สอนประจำที่ยังต้องหน้าที่หลักต้องได้รับผลกระทบ
โดยทั่วไปเมื่อจะเผยแพร่ข้อมูลสารสนเทศของโรงเรียนผ่านทางเว็บ และใช้ร่วมกับระบบเครือข่ายคอมพิวเตอร์ของโรงเรียน ต้องมีเครื่องแม่ข่ายหลักที่มีประสิทธิภาพสูง พร้อมระบบบริหารจัดการเนื้อหาหน้าเว็บ (CMS) และระบบการจัดการการเรียนการสอน (LMS) ตลอดจนผู้ควบคุมระบบที่มีความเชี่ยวชาญคอยดูแล ควบคุมระบบในฐานะ Webmaster ซึ่งนับเป็นเรื่องที่ลำบากใจสำหรับผู้ทำหน้าที่ ที่ต้องแบ่งเวลาจากหน้าที่การสอนประจำมาคอยบริหารจัดการระบบ  ในการจัดอบรมเชิงปฏิบัติการ เรื่อง “การติดตั้งและใช้งานระบบสารสนเทศเพื่อการศึกษาสำเร็จรูป”  ครั้งนี้จึงได้เสนอวิธีการอีกแนวทางหนึ่ง สำหรับการติดตั้งและใช้งานสารสนเทศในสถานศึกษาที่สำเร็จรูป โดยการใช้อุปกรณ์เก็บบันทึกข้อมูลฮาร์ดดิสแบบภายนอก นำมาทำหน้าที่เป็นแม่ข่ายหลักแบบ web  server แทนการทำงานของเครื่องคอมพิวเตอร์แม่ข่ายหลักแบบทั่วไป สามารถลดค่าใช้จ่ายการจัดหาเครื่องแม่ข่ายหลักลงได้กว่าร้อยละ 50 และลดปัญหาความยุ่งในการติดตั้งและการป้องกันไวรัส อีกทั้งง่ายต่อการควบคุมดูแล ดังนั้นการจัดโครงการอบรมครั้งนี้ภาควิชาได้จัดให้บริการแก่ชุมชน เพื่อแนะนำเทคนิควิธีการ เสนอแนะแก่ครู-อาจารย์ที่สนใจ อันจะช่วยให้การประยุกต์ใช้ ICT เพื่อการเรียนการสอนของโรงเรียนในเขตกรุงเทพฯ และปริมลฑล ให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น คณะผู้วิจัยได้ทดลองแนวทางดังกล่าวแล้ว เล็งเห็นว่ามีประโยชน์ควรเผยแพร่ผลงานวิจัยให้เป็นที่รู้จักแพร่หลาย จึงจัดอบรมสัมมนาเชิงปฏิบัติการเพื่อเผยแพร่องค์ความรู้ดังกล่าว ตามวัตถุประสงค์ของงานวิจัย


2. วัตถุประสงค์
  2.1  ผู้เข้าร่วมสัมมนาสามารถการติดตั้งระบบสารสนเทศเพื่อการศึกษาสำเร็จรูปได้
  2.2  ผู้เข้าร่วมสัมมนาสามารถกำหนดค่าเครือข่ายภายในของระบบสารสนเทศเพื่อการศึกษาสำเร็จรูปได้
  2.3  ผู้เข้าร่วมสัมมนาสามารถประยุกต์ แนวทางการใช้งานระบบสารสนเทศเพื่อการศึกษาสำเร็จรูปกับโรงเรียนได้


3. สถานที่จัดโครงการ
     ห้อง Panorama 2 โรงแรม ดิ เอ็มเมอรัล ถนนรัชดาภิเษก ดินแดง กรุงเทพฯ

4. วัน เวลา
     วันอาทิตย์ที่ 24 สิงหาคม พ.ศ. 2551


5. ผู้เข้าร่วมโครงการ
     คณาจารย์จากโรงเรียนในพื้นที่เขตกรุงเทพฯ และปริมลฑล จำนวน 45 คน
     วิทยากรและผู้ช่วยวิทยากร จำนวน 5  คน


กำหนดการ
โครงการสัมมนาเชิงปฏิบัติการ
เรื่อง การติดตั้งและใช้งานระบบสารสนเทศเพื่อการศึกษาสำเร็จรูป

วันอาทิตย์ที่ 24 สิงหาคม พ.ศ. 2551 ณ ห้อง Panorama 2
โรงแรม ดิ เอ็มเมอรัล ถนนรัชดาภิเษก ดินแดง กรุงเทพฯ


09.00 น.-09.30 น.  หัวหน้าโครงการวิจัยกล่าวต้อนรับ
                           คณบดีกล่าวเปิดการสัมมนา
09.30 น.-10.30 น.  “เทคโนโลยีการเรียนรู้ กับเทคโนโลยีสารสนเทศยุคใหม่”
                           ดร.สมชาย  หมื่นสายญาติ
10.30 น.-10.45 น.   พัก
10.45 น.-12.00 น.  WebServer : Apache, PHP และ MySQL กับ CMS 
                           อาจารย์สุรชัย  พิมพ์สาลี
12.00 น.-13.00 น.  พักรับประทานอาหารกลางวัน
13.00 น.-14.00 น.  ปฏิบัติการ CMS และ LMS กับการติดตั้ง บน USB Thume Drive” 
                          รศ.ดร.สุรสิทธิ์  ราตรี และคณะ
14.00 น.-14.30 น.  External Hard disk Network การทำ Webserver สำเร็จรูป
                          รศ.ดร.สุรสิทธิ์  ราตรี และคณะ
14.30 น.-14.45 น.  พัก
14.45 น.-16.00 น.  ปฏิบัติการติดตั้ง CMS และ LMS บน External Hard disk Network
                          รศ.ดร.สุรสิทธิ์  ราตรี และคณะ
16.00 น.-16.30 น. ประเมินผล  และปิดการอบรมสัมมนา

 

ลงชื่อสมัครได้ที่นี่เลยครับ พร้อมที่อยู่เพื่อส่งจดหมายเชิญ(อีก 10 คนเท่านั้น) ฟรีทุกคน

ความคิดเห็น



อยากให้อาจารย์มาเปิดอบรมที่ต่างจังหวัดบ้าง หรือเปิดโอกาสให้ครูต่างจังหวัดได้มีโอกาสเข้าร่วมอบรมด้วย