บทความวิจัย

บทความการวิจัยผลของการฝึกพฤติกรรมกล้าแสดงออกอย่างเหมาะสมที่มีต่อพฤติกรรมกล้าแสดงออกอย่างเหมาะสมและความรู้สึกเห็นคุณค่าในตนเองของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 โรงเรียนบางบัว(เพ่งตั้งตรงจิตรวิทยาคาร)  กรุงเทพมหานคร โดย
นางมะลิวรรณ  โพธิ     
 5224441839        รายงานนี้เป็นส่วนหนึ่งการเรียนวิชา TL 749

การพัฒนาแหล่งเรียนรู้
ในหลักสูตรปริญญาโทคณะศึกษาศาสตรมหาบัณฑิต
 สาขานวัตกรรมหลักสูตรและการจัดการเรียนรู้
ภาคการศึกษาที่ 
2 ปีการศึกษา 2553
รามคำแหงสาขาวิทยบริการขอนแก่น

ชื่อบทความ  ผลของการฝึกพฤติกรรมกล้าแสดงออกอย่างเหมาะสมที่มีต่อพฤติกรรม                              กล้าแสดงออกอย่างเหมาะสมและความรู้สึกเห็นคุณค่าในตนเอง                                    ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 โรงเรียนบางบัว                                            (เพ่งตั้งตรงจิตรวิทยาคาร)  กรุงเทพมหานคร      THE  EFFECTS  OF  ASSERTIVE  TRAINING  ON  ASSERTIVE   BEHAVIOR                AND  SELF- ESTEEM  OF  PRATOMSUKSA  6  STUDENTS  IN                      BANGBUA  (PENGTANGTRONGJITWITAYAKAN)  SCHOOL,                                                                               BANGKOK  METROPOLIS. ชื่อผู้เขียน                  นางสาวปัทมา  เรณุมารภาควิชาและคณะ       ภาควิชาจิตวิทยา  คณะศึกษาศาสตร์คณะกรรมการที่ปรึกษาวิทยานิพนธ์  ผู้ช่วยศาสตราจารย์  วงพักตร์  ภู่พันธ์ศรี                                                           รองศาสตราจารย์  ดร.  พรรณราย  ทรัพยะประภา                                                            อาจารย์  ดร.  สุวิมล  อังควานิช ...........................................................................................................................................                                  บทคัดย่อ ชื่อเรื่องวิทยานิพนธ์     :  ผลของการฝึกพฤติกรรมกล้าแสดงออกอย่างเหมาะสมที่มีต่อ                                               พฤติกรรมกล้าแสดงออกอย่างเหมาะสมและความรู้สึกเห็นคุณค่าใน                                                ในตนเอง  ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 โรงเรียนบางบัว  (เพ่ง-                                                          ตั้ง ตรงจิตรวิทยาคาร)  กรุงเทพมหานครโดย                              :  นางสาวปัทมา  เรณุมารชื่อปริญญา                   :  วิทยาศาสตรมหาบัณฑิต  สาขาวิชา                      :  จิตวิทยาการให้คำปรึกษา                                            ปีที่เสนอ  2549                 การวิจัยครั้งนี้มีจุดประสงค์เพื่อมีจุดประสงค์เพื่อศึกษาผลของการฝึกพฤติกรรม-กล้าแสดงออกอย่างเหมาะสมที่มีต่อพฤติกรรมกล้าแสดงออกอย่างเหมาะสมและความรู้สึกเห็น-คุณค่าในตนเอง  ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6  โดยกลุ่มประชากรที่ใช้ในการวิจัย  คือนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6  ภาคเรียนที่ 1  ปีการศึกษา  2539  โรงเรียนบางบัว  (เพ่งตั้งตรงจิตร-วิทยาคาร) กรุงเทพมหานคร  จำนวน 347 คน  กลุ่มตัวอย่างประกอบไปด้วยนักเรียนอาสาสมัครซึ่งได้ผ่านการคัดเลือกจากคะแนนพฤติกรรมกล้าแสดงออกอย่างเหมาะสมและความรู้สึกเห็นคุณค่าในตนเองต่ำกว่าเกณฑ์ที่กำหนด   (ต่ำกว่าศูนย์และต่ำกว่า  25.23  คะแนนตามลำดับ)  แบ่งเป็นกลุ่มทดลองและกลุ่มควบคุม  กลุ่มละ 8 คน  โดยกลุ่มทดลองได้รับการฝึกพฤติกรรมกล้าแสดงออกอย่างเหมาะสม  ครั้งละ 1 ชั่วโมง  30 นาที  จำนวน 2 ครั้งตอสัปดาห์   ทั้งหมด 10 ครั้ง  ส่วนกลุ่มควบคุมไม่ได้รับการฝึก  เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย  ได้แก่  แบบประเมินพฤติกรรมกล้าแสดงออกอย่างเหมาะสมของ  แลรี่  ไมเคิลสันและแรนดี  วูด  ซึ่งแปลโดยวัลนา  ศรีน้อย  และแบบประเมินความรู้สึกเห็นคุณค่าในตนเองของคูเปอร์สมิธฉบับนักเรียน  ซึ่งแปลโดย  ศศิกานต์  ธนะโสธร  โดยมีสมมติฐานว่า  นักเรียนที่ได้รับการฝึกพฤติกรรมกล้าแสดงออกอย่างเหมาะสมจะมีพฤติกรรมกล้าแสดงออกอย่างเหมาะสมและความรู้สึกเห็นคุณค่าในตนเองสูงขึ้นและสูงกว่านักเรียนที่ไม่ได้รับการฝึก  สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูลคือ t-test   และทดสอบความมีนัยสำคัญที่ระดับ  .01  ผล-ของการวิจัยสนับสนุนสมมติฐานทั้ง 2 ประการดังกล่าว   ABSTRACT Thesis  Title             :  The  Effects  of  Assertive  Training  on  Assertive  Behavior  and                                      Self-  Esteem  of  Pratomsuksa   6  Students  in  Bangbua                                     (Pengtangtrongjitwitayakan)   School,  Bangkok  Metropolis.Student’s  Name      :  Miss  Patama  RanumamDegree  Sought        :  Master  of  ScienceMajor                       :  Counseling  Psychology                           Academic  Year  1996Advisor  Committee :                   1.  Asst.  Prof.  Vongphak  Poopunsri                                           Chairperson                  2.  Assoc.  Prof.  Dr.  Parnarai  Sapayaprapa                  3.  Dr.  Suwimol  Angkavanich                  The  purpose  of  this  research  was  to  study  the  effects  of  an  Assertive  Training  on  assertive  behavior  and  self – esteem  of  Pratomsuksa  6  students  in  Bangbua  (Pengtangtrongjitwitayakan)  School,  Bangkok  Metropolis.  The  sample  of  16  volunteer  students  were  selected  from  the  population  group  of  347  students  in  Pratomsuka  6  in  the  first  semester  of  academic  year  1996,  and  then  were  randomly  assigned  to  an  experimental  and  control  group,  comprised  of  8  students  each.  The experimental  group  participated  in  an  Assertive  Training  activities,  led  by  the  researcher  twice  a  week  with  one  and  a  half  hour  each  and  for  the  total  of  ten  sessions.  The  instrument  used  for  measuring  assertive  behavior  was  The  Children’s  Assertive  Behavior  Scale  (CABS)  by  Larry  Michelson  &  Randy  Wood,  Thai  edition  by  Walana  Srinoy  ;  and  self – esteem  was  The  Coopersmith  Self  -  Esteem  Inventory  School  Form,  Thai  edition  by  Sasikan  Thanasothorn.  The  pretest – posttest  control  group  design  was  used.  It  was  hypothesized  that  the  students  who  participated  in  Assertive  Training  would  increase  their  assertive  behavior  as  well  as  their  self – esteem  with  higher  scores  than  those  who  did  not.  T – test  was  utilized  for  data   analysis  at  the  .01  level  of  significance.  The  results  supported  the  hypotheses  stated  above.   บทนำ                                    จากการวิจัย  อุปนิสัยคนไทยส่วนใหญ่มีความเกรงใจสูง  ยึดการเคารพระบบอาวุโสมากและไม่กล้าแสดงความคิดเห็นโต้แย้งทั้งที่เห็นสมควร  ทำให้เป็นอุปสรรคต่อความก้าวหน้าในการทำงาน  เป็นปัญหาความบกพร่องในพฤติกรรมกล้าแสดงออกปัญหาหนึ่งของคนไทย  (วีรยุทธ  วิเชียรโชติ  2515)                   จากการวิจัยเกี่ยวกับเยาวชนไทยพบว่า  ปัญหาเรื่องการไม่กล้าแสดงออกซึ่งเป็นเหตุเนื่องมาจากการอบรมสั่งสอนของพ่อแม่และครูของคนไทย  มักใช้อำนาจให้เด็กเชื่อฟังและกระทำตามโดยมิได้แสดงเหตุผล  ส่งผลให้เด็กเกิดความคิดริเริ่มสร้างสรรค์  ไม่กล้าตัดสินใจ  ขาดความเชื่อมั่นในตนเอง  ตลอดจนยังเกิดความรู้สึกไม่ภาคภูมิใจในตนเองด้วย  (สุมน  อมรวิวัฒน์ และคณะ  2532 ; เรืองรัตน์  ปัญญายง  2525 ; สงวน  สุทธิเลิศอรุณ  2532)                       วัฒนธรรม  ลักษณะนิสัยและการอบรมสั่งสอนของครูและผู้ปกครองของคนไทยที่-กล่าวมาข้างต้น  คนไทยได้รับประสบการณ์ที่ให้บุคคลยอมกระทำตามอำนาจ  ของผู้อื่นอยู่เสมอ  ไม่กล้าแสดงความรู้สึก  ไม่กล้าแสดงความคิดเห็นที่แท้จริงของตนเอง  ไม่รู้ความต้องการของตนเอง  ในที่สุดก็กลายเป็นคนที่ไม่มีความภาคภูมิใจในตนเอง  รู้สึกว่าเกิดมาเพื่ออยู่บนความคาดหวังของคนอื่น  มิใช่อยู่บนความคาดหวังของตนเอง  รู้สึกว่าเกิดมาเพื่ออยู่บนความคาดหวังของคนอื่น  มิใช่อยู่บนความคาดหวังของตนเอง  และยอมรับตนเป็นบุคคลที่ไม่กล้าแสดงออก                     โปรแกรม  การฝึกพฤติกรรมกล้าแสดงออกอย่างเหมาะสมให้แก่เยาวชนที่ประสบ-ปัญหาไม่กล้าแสดงออก  สามารถแก้ไขข้อบกพร่องนี้ได้ดังผลการวิจัยของ  วงพักตร์ ภู่พันธ์ศรี  (2523)   เอี่ยมจิต  ดีศรีแก้ว  (2524)  วิชิต  บุญซื่อ  (2525)  จันทร์ฉาย  พิทักษ์ศิริกุล  (2531)   วัลนา  ศรีน้อย  (2534)  อารีย์  ลิลา  (2535)   ที่ให้ผลตรงกันว่าทำให้ผู้ได้รับการฝึกมีการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมไปในทางที่เหมาะสมมากยิ่งขึ้น                         คนที่มีความรู้สึกเห็นคุณค่าในตนเองสูงจะสามารถเผชิญอุปสรรคต่างๆที่ผ่านมาใน-ชีวิต  ยอมรับสถานการณ์ที่ทำให้ตนเองรู้สึกผิดหวังและท้อแท้ใจด้วยความเชื่อมั่น  ด้วยความหวังและความกล้าหาญ  จึงเป็นบุคคลที่ประสบความสำเร็จ  มีความสุขและสามารถดำรงชีวิตตามที่ตนปรารถนาได้เป็นอย่างดี  (Briggs  1970  quoted  in  Walz  1992,  419)  เด็กเริ่มจะผสมผสานความรู้สึกมีค่าในตนเองในช่วงระยะเวลาแรก  (1-8ปี)   (Coopersmith  1967  quoted  in  Walz  1992,  419)  จึงเป็นสิ่งสำคัญยิ่งที่ระดับประถมศึกษา(7-12)  จะต้องส่งเสริมกระบวนการนี้ต่อไป                             จากการวิจัยที่ผ่านมายังไม่มีใครศึกษาถึงโปรแกรมการฝึกพฤติกรรมกล้าแสดงออกอย่างเหมาะสมที่มีความรู้สึกเห็นคุณค่าในตนเองในระดับประถมศึกษาเลย  ผู้วิจัยจึงสนใจที่จะทดลองใช้วิธีการฝึกพฤติกรรมกล้าแสดงออกอย่างเหมาะสมให้แก่นักเรียนชั้น-ประถมศึกษาปีที่ 6  ซึ่งอายุเฉลี่ย  12 ปี  เพราะเป็นระยะที่เด็กเข้าใจกฎเกณฑ์ของสังคมได้ดี  เริ่มมีความสามารถในการใช้เหตุผลและการตัดสินปัญหา  การพัฒนาความคิดและการตีความหมายจะ-เป็นไปได้อย่างรวดเร็ว  ซึ่งจะช่วยให้นักเรียนมีความพร้อมที่จะปรับตัวเข้าสังคมเพื่อนและสังคมที่เปลี่ยนไปเมื่อเรียนจบประถมศึกษาปีที่ 6 แล้ว                                   วัตถุประสงค์ของการวิจัย                                           ผู้วิจัยมีวัตถุประสงค์เพื่อจะศึกษาว่า  หลังจากนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ได้รับการฝึกพฤติกรรมกล้าแสดงออกอย่างเหมาะสมแล้ว  จะทำให้                                         1.  นักเรียนที่ได้รับการฝึก  มีพฤติกรรมกล้าแสดงออกอย่างเหมาะสมสูงขึ้นหรือไม่เพียงใด                                         2.  นักเรียนที่ได้รับการฝึก  มีความรู้สึกเห็นคุณค่าในตนเองสูงขึ้นหรือไม่เพียงใด ประโยชน์ของการวิจัย                                     1.  นักเรียนที่ผ่านการฝึกพฤติกรรมกล้าแสดงออกอย่างเหมาะสมสามารถนำการแสดงออกที่ฝึกไปใช้ในชีวิตประจำวันได้                                           2.  สามารถนำผลที่ได้รับหลังจากการฝึก  มาใช้เป็นแนวทางในการ-ปรับปรุงแก้ไข  โปรแกรมการฝึกพฤติกรรมกล้าแสดงออกอย่างเหมาะสม  ที่จะนำไปใช้สำหรับนักเรียนในระดับประถมศึกษาต่อไป                                             3.  เป็นแนวทาวสำหรับโรงเรียนประถมศึกษาที่จะนำรูปแบบการจัดโปรแกรมการฝึกพฤติกรรมกล้าแสดงออกอย่างเหมาะสม  ไปใช้ในการพัฒนาบุคลิกภาพให้กับนักเรียนในด้านอื่นๆต่อไป                                              4.  สามารถนำผลที่ได้ไปประยุกต์ใช้กับการแก้ปัญหานักเรียนที่มีพฤติกรรมไม่กล้าแสดงออกในชั่วโมงของครูแนะแนว สมมุติฐานของการวิจัย                                         1.  นักเรียนที่ได้รับการฝึกพฤติกรรมกล้าแสดงออกอย่างเหมาะสม   จะมีพฤติกรรมกล้าแสดงออกอย่างเหมาะสมสูงขึ้นกว่านักเรียนที่ไม่ได้รับการฝึก                                               2.  นักเรียนที่ได้รับการฝึกพฤติกรรมกล้าแสดงออกอย่างเหมาะสม  จะมีความรู้สึกเห็นคุณค่าในตนเองสูงขึ้นและสูงกว่านักเรียนที่ได้รับการฝึก ขอบเขตของการวิจัย                                               กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัยเป็นนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6  โรงเรียนบางบัว  (เพ่งตั้งตรงจิตรวิทยาคาร)  ภาคเรียนที่ 1  ปีการศึกษา  2539  โดยเลือกเป็นกลุ่มตัวอย่างในการวิจัย  จำนวน 16 คน   เป็นนักเรียนชาย  8 คน   นักเรียนหญิง 8 คน  ซึ่งเลือกมาจากนักเรียนอาสาสมัครจำนวน  58 คน  ที่มีคะแนนพฤติกรรมกล้าแสดงออกอย่างเหมาะสมและความรู้สึกเห็นคุณค่าในตนเองต่ำกว่าเกณฑ์ที่กำหนด  (ต่ำกว่า 0 และต่ำกว่า 25.23 คะแนนตามลำดับ)   ด้วยวิธีสุ่มอย่างง่าย  หลังจากนั้นแบ่งกลุ่มผู้ที่ได้รับการคัดเลือกออกเป็น 2 กลุ่ม  คือกลุ่มทดลองและกลุ่มควบคุม  กลุ่มละ 8 คน  (เป็นชาย 4 คน หญิง 4 คน)   ด้วยวิธีการสุ่มอย่างง่ายเช่นเดียวกัน วิธีดำเนินการวิจัย                                     1.  ดำเนินตรวจสอบค่าความเชื่อมั่นของแบบประเมินพฤติกรรมกล้าแสดงออกอย่างเหมาะสมและแบบประเมินความรู้สึกเห็นคุณค่าในตนเอง                                            2.  เตรียมสถานที่และอุปกรณ์ที่ใช้ในการฝึก                                            3.  ทดลองการฝึกพฤติกรรมกล้าแสดงออกอย่างเหมาะสม  (pilot  study)  เพื่อฝึกให้มีทักษะในการดำเนินการฝึกเพื่อการวิจัยต่อไป                                             4.  ดำเนินการวิจัย  โดยมีขั้นตอนดังนี้                                                   4.1  คัดเลือกกลุ่มตัวอย่างจากแบบประเมินพฤติกรรมกล้าแสดงออกอย่างเหมาะสมและแบบประเมินความรู้สึก เห็นคุณค่าในตนเอง  โดยพิจารณาจากเกณฑ์ที่ตั้งไว้  (ต่ำกว่า 0 และต่ำกว่า 25.23  คะแนนตามลำดับ)  ได้มา  16 คน  แบ่งเป็น 2 กลุ่ม  คือ  กลุ่มทดลองและกลุ่มควบคุม  กลุ่มละ 8 คน  (ชาย 4 คน  หญิง 4 คน)  และนำคะแนนของแบบประเมินทั้ง 2 ชนิดนับเป็นครั้งที่ 1                                                   4.2  ให้กลุ่มทดลองได้รับการฝึกพฤติกรรมกล้าแสดงออกอย่างเหมาะสมสัปดาห์ละ  2  ครั้ง  ทุกวันอังคารและวันพฤหัสบดี  ครั้งละ  1  ชั่วโมง  30  นาที  อย่างต่อเนื่องกัน  โดยดัดแปลงขั้นตอนมาจากแบบของ  เคลลี  (Kelly  1976)   และไวน์โฮลด์กับฮิลเฟอร์ตี  (Weinhold  &  Hilferti  1983)  ส่วนกลุ่มควบคุมไม่ได้รับการฝึกใดๆทั้งสิ้น                                                     4.3  หลังจากเสร็จสิ้นการฝึก  กลุ่มตัวอย่างทั้ง 2  กลุ่มตอบแบบประเมินทั้ง 2 ชนิดเป็นครั้งที่ 2  นอกจากนี้กลุ่มทดลองตอบแบบสอบถามความคิดเห็นที่มีต่อการฝึกพฤติกรรมกล้าแสดงออกอย่างเหมาะสม                                                      4.4  นำคะแนนที่ได้จากการตอบแบบประเมินทั้ง 2 ชนิดทั้ง 2 ครั้ง  มาวิเคราะห์ สรุปและวิเคราะห์ผลการวิจัย                                           ในการวิจัยครั้งนี้  สามารถสรุปผลการวิจัยได้ดังนี้                                                  1.  นักเรียนที่ได้รับการฝึกพฤติกรรมกล้าแสดงออกอย่างเหมาะสม  มีพฤติกรรมกล้าแสดงออกอย่างเหมาะสมสูงขึ้นและสูงกว่านักเรียนที่ไม่ได้รับการฝึก  อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ  .01                                                 2.  นักเรียนที่ได้รับการฝึกพฤติกรรมกล้าแสดงออกอย่างเหมาะสม  มีความรู้สึกเห็นคุณค่าในตนเองสูงขึ้นและสูงกว่านักเรียนที่ไม่ได้รับการฝึก  อย่างมีนัยสำคัญทางสิติที่ระดับ .01                                           ซึ่งนับได้ว่า  เป็นการสนับสนุนสมมติฐานที่ได้ตั้งไว้ทุกประการ ข้อเสนอแนะการวิจัย                               1.  ข้อเสนอแนะเพื่อการวิจัย                                     1.1  เนื่องจากนักเรียนอาจจะแสดงออกอย่างเหมาะสมชัดเจนได้อีก  เมื่อไม่ประสบความสำเร็จในการมีพฤติกรรมกล้าแสดงออกอย่างเหมาะสมกับคนใกล้ชิดบ่อยๆ  ดังนั้นควรมีการติดตามผลของการฝึกพฤติกรรมกล้าแสดงออกอย่างเหมาะสม   เพื่อเพิ่มความรู้สึกเห็นคุณค่าในตนเองและคงไว้ซึ่งพฤติกรรมกล้าแสดงออกอย่างเหมาะสมเป็นระยะๆ เช่น 1 เดือน 3 เดือน และ 6 เดือน เป็นต้น                                    1.2  ควรมีการศึกษาอิทธิพลของตัวแปรอื่นที่สัมพันธ์กับพฤติกรรมไม่กล้าแสดงออกและความรู้สึกเห็นคุณค่าในตนเองของนักเรียน  เช่น  สถานภาพของครอบครัว  การอบรมเลี้ยงดู  สถานภาพในโรงเรียน  ความสามารถเป็นต้น                                   1.3  ควรจะศึกษาเปรียบเทียบระหว่างการฝึกพฤติกรรมกล้าแสดงออกอย่างเหมาะสมโดยการใช้เทปบันทึกภาพ  และการไม่ใช่เทปบันทึกภาพเพียงแต่ได้รับข้อมูลป้อนกลับจากกลุ่ม                                                   1.4  ควรจะศึกษาผลของการฝึกพฤติกรรมกล้าแสดงออกอย่างเหมาะสมที่มีผลต่อผู้รับการฝึกในด้านอื่นๆ  เช่น ความมีวินัย  ความเชื่อมั่นในตนเอง  ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน  ความสัมพันธ์ระหว่างเพื่อนและความเป็นผู้นำ                                   1.5  ควรมีการศึกษาพัฒนาโปรแกรมโดยใช้กับนักเรียนในระดับสูงกว่าชั้นประถมศึกษาปีที่ 6  เช่น  มัธยมศึกษาหรืออุดมศึกษา  เพื่อดูความสามารถใช้เพิ่มพฤติกรรมกล้าแสดงออกอย่างเหมาะสมและเพิ่มความรู้สึกเห็นคุณค่าในตนเองได้หรือไม่  เพียงใด                                   1.6  ถ้ามีผู้รับการฝึกมากกว่า 8 คนควรมีผู้ช่วยฝึกเพิ่มขึ้น                              2.  ข้อเสนอแนะเพื่อการนำไปใช้                                     2.1  เนื่องจากปัญหาพฤติกรรมไม่กล้าแสดงออก  จัดเป็นอุปสรรคสำคัญในการพัฒนาคน  ให้กล้าคิด  กล้าพูด  กล้าแสดงออก  มีความภาคภูมิใจในตนเองและสมารถปรับตัวเข้ากับสภาพแวดล้อมที่เปลี่ยนแปลงไปได้เป็นอย่างดีและมีประสิทธิภาพ  ผู้วิจัยจึงขอเสนอว่าควรจะจัดโปรแกรมพฤติกรรมกล้าแสดงออกอย่างเหมาะสมในชั่วโมงแนะแนวในระดับประถมศึกษา                                     2.2  ควรจะมีการสร้างโปรแกรมการฝึกพฤติกรรมกล้าแสดงออกอย่างเหมาะสมแบบบทเรียนสำเร็จรูป  โดยมีครูแนะแนวคอยชี้แนะและติดตามผล   ซึ่งอาจจะซักซ้อมพฤติกรรมในชั่วโมงแนะแนวหรือชั่วโมงซ่อมเสริมก็ได้คำสำคัญ                                  คำและข้อความต่างๆที่ใช้เฉพาะในกาวิจัยครั้งนี้ไว้ดังต่อไปนี้                                 1.  พฤติกรรมกล้าแสดงอกกอย่างเหมาะสม  (Assertive  behavior)  หมายถึงความสามารถของนักเรียนในการแสดงออกถึงความแสดงออกถึงความรู้สึกนึกคิดและอารมณ์ที่เหมาะสมทั้งด้านภาษาท่าทางและภาษาท่าทางและภาษาพูด  ตามสิทธิส่วนบุคคล  อันเป็นที่ยอมรับของสังคมอย่างเหมาะสมตามสถานการณ์  โดยไม่ระเมิดสิทธิผู้อื่นและเมื่อแสดงพฤติกรรมไปแล้วก็ไม่รู้สึกกังวล  ในที่นี้หมายถึง  คะแนนที่ได้จากแบบประพฤติกรรมกล้าแสดงออกอย่างเหมาะสม  (ต่ำกว่า 0)                                 2.  การฝึกพฤติกรรมกล้าแสดงออกอย่างเหมาะสม  (Assertive  training)  หมายถึงวิธีการฝึกพฤติกรรมกล้าแสดงออกอย่างเหมาะสมทั้งภาษาพูดและภาษาท่าทาง  ด้วยลักษณะตรงไปตรงมา  เปิดเผย  จริงใจ  และถูกกาลเทศะ  ซึ่งประกอบด้วยเทคนิคต่างๆได้แก่  การให้คำแนะนำ  (instructional  coaching)  การแสดงตัวอย่าง  (modeling)  การแสดงบทบาทสมมติ (role  play)  การซ้อมบทบาทของพฤติกรรม  (behavior  rehearsal)  การเขียนบทพูด  (DESC  script)  การให้สิ่งเสริมแรงในทางบวก  (reinforcement )  และการให้การบ้าน  (assigning  homework)                              3.  ความรู้สึกเห็นคุณค่าในตนเอง  (Self - esteem)  หมายถึง  การที่นักเรียนมีความรู้สึกที่ดีต่อตนเอง ในเรื่องของการยอมรับตนเอง  ความเชื่อมั่นในตนเองที่จะประสบความสำเร็จ  และการมีความสามารถเพียงพอในการกระทำสิ่งต่างๆอันมีคุณค่าในตนเองและสังคม   ในที่นี้หมายถึง  คะแนนที่ได้จากแบบประเมินความรู้สึกเห็นคุณค่าในตนเอง  (ต่ำกว่า  25.23)                                4.  นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6  หมายถึง  นักเรียนชายและหญิงที่กำลังศึกษาอยู่ในระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 6  ภาคเรียนที่ 1  ปีการศึกษา  2539 ของโรงเรียนบางบัว  (เพ่งตั้ง -ตรงจิตรวิทยาคาร)  กรุงเทพมหานคร                                                                                           อ้างอิง วัลนา  ศรีน้อย.  2534.  ผลการใช้โปรแกรมการฝึกพฤติกรรมกล้าแสดงออกที่เหมาะสมในการแสดง                     ออกที่มีต่อพฤติกรรมที่เหมาะสมในการแสดงออกและความเชื่อมั่นในตนเองของนัก-                     เรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6.  วิทยานิพนธ์ครุศาสตรบัณฑิต,  จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.  

 ช่วยด้วยครับ
นักเรียนที่สร้างบล็อก กรุณาอย่า
คัดลอกข้อมูลจากเว็บอื่นทั้งหมด
ควรนำมาจากหลายๆ เว็บ แล้ววิเคราะห์ สังเคราะห์ และเขียนขึ้นใหม่
หากคัดลอกทั้งหมด จะถูกดำเนินคดี
ตามกฎหมายจากเจ้าของลิขสิทธิ์
มีโทษทั้งจำคุกและปรับในอัตราสูง

ช่วยกันนะครับ 
ไทยกู๊ดวิวจะได้อยู่นานๆ 
ไม่ถูกปิดเสียก่อน

ขอขอบคุณในความร่วมมือครับ

อ่านรายละเอียด

สมาชิกที่ออนไลน์

ขณะนี้มี สมาชิก 0 คน และ ผู้เยี่ยมชม 461 คน กำลังออนไลน์