การค้นพบใหม่เกี่ยวกับเหตุผล “ปัญญาพลวัตร”

การค้นพบใหม่เกี่ยวกับเหตุผล
โดย ASTVผู้จัดการรายวัน     10 กันยายน 2553 19:46 น.
“ปัญญาพลวัตร”
โดย...พิชาย รัตนดิลก ณ ภูเก็ต

ปัจจุบันในแวดวงวิชาการมีสาขาวิชาหนึ่งซึ่งยังไม่เป็นที่รู้จักกัน อย่างแพร่หลายเท่าไรนักในสังคมไทย แต่สำหรับในต่างประเทศสาขาวิชานี้กำลังเป็นสาขาที่มาแรงในการทำความเข้าใจ กับจิตและปัญญาของมนุษย์ สาขาวิชาดังกล่าวคือ วิทยาศาสตร์เชิงปัญญา (cognitive science)

วิทยาศาสตร์เชิงปัญญาได้ค้นพบเรื่องสำคัญ 3 เรื่อง คือ 1) จิตผนึกรวมกับกายอย่างไม่สามารถแยกออกจากกันได้ 2) ความคิดเกือบทั้งหมดเป็นเรื่องของจิตไร้สำนึก และ 3) แนวคิดเชิงนามธรรมส่วนใหญ่เป็นการอุปมาอุปไมย การค้นพบเหล่านี้ทำให้ความคิดเกี่ยวกับเหตุผลแบบเดิมของปรัชญาตะวันตกต้อง เผชิญกับการท้าทายอย่างถึงรากถึงโคน

แต่เดิมนั้นนักปรัชญาและนักวิทยาศาสตร์ตะวันตกให้ความเชื่อมั่นว่า เหตุผลเป็นสิ่งที่สะท้อนภาวะความเป็นมนุษย์และเป็นสิ่งสูงส่งที่มนุษย์จัก ต้องทำความเข้าใจ นักปรัชญาบางคนถึงกับเชื่อว่า “เหตุผลคือพระเจ้า” และ “เหตุผลนำแสงสว่างมาสู่มนุษยชาติ” ความเป็นมนุษย์กับเหตุผลจึงเป็นสิ่งที่แยกกันไม่ออก คนที่ไร้เหตุผลมักถูกประนามว่ามีการกระทำเยี่ยงสัตว์

เหตุผลหาได้เป็นเพียงการอนุมานเชิงตรรกะเท่านั้น แต่ยังรวมถึงความสามารถของมนุษย์ในการศึกษา การสืบสวน การวิเคราะห์ การแก้ปัญหา การประเมินผล การวิพากษ์วิจารณ์ และการพิเคราะห์วินิจฉัยตัดสินใจว่า เราควรทำอะไร ไม่ควรทำอะไร ควรทำอย่างไร และเราจะเข้าใจตนเอง ผู้อื่น และสรรพสิ่งในโลกได้อย่างไร

ดังนั้นการเปลี่ยนแปลงอย่างถึงรากถึงโคนเกี่ยวกับความเข้าใจเรื่อง เหตุผล จึงเป็นการเปลี่ยนแปลงที่ใหญ่หลวงเกี่ยวกับความเข้าใจของเราเกี่ยวกับตัวเรา เอง

การเปลี่ยนแปลงความเข้าใจเกี่ยวกับเหตุผลที่สำคัญมี 6 ประการคือ

ประการแรก เหตุผลมิได้แยกออกจากร่างกายของมนุษย์ดังที่นักปรัชญาดั้งเดิมส่วนใหญ่ยึด ถือ เหตุผลเกิดขึ้นจากปฏิสัมพันธ์ของสามส่วนคือ ธรรมชาติของสมอง ร่างกาย และประสบการณ์เชิงกายภาพ ดังนั้นการสร้างเหตุผลหรือให้เหตุผลของมนุษย์จึงบังเกิดจากองค์รวมของทุกอณู ในร่างกายของเราเองที่ปะทะประสานกับสิ่งแวดล้อมซึ่งซึมซับผ่านกระบวนการรับ รู้และเคลื่อนไหวของปัญญาและระบบประสาทภายในกายเรา จากนั้นจึงกำเนิดเป็นระบบความคิดและวิถีของเหตุผล และเพื่อให้เข้าใจเหตุผลเราต้องเข้าใจรายละเอียดของระบบการมองเห็น ระบบประสาท และกลไกทั่วไปของการเชื่อมโยงของประสาท ซึ่งเป็นระบบที่เชื่อมโยงมนุษย์กับสิ่งแวดล้อมภายนอก และกระบวนการวิเคราะห์และสังเคราะห์ข้อมูลที่รับเข้ามา ซึ่งเป็นวัตถุดิบในการผลิตเหตุผล

กล่าวโดยสรุปเหตุผลมิใช่รูปลักษณ์ที่อยู่เหนือธรรมชาติของ จักรวาล หรือ เป็นสิ่งที่แยกออกจากร่างกายของมนุษย์ แต่เป็นสิ่งที่ผนึกรวมในร่างกายของมนุษย์ เป็นโครงสร้างที่ซับซ้อนของระบบประสาท และเป็นการปฏิสัมพันธ์ที่เฉพาะของเรากับสิ่งแวดล้อมและสังคมในวิถีชีวิต ประจำวัน

ประการที่สอง เหตุผลเป็นเรื่องของการวิวัฒนาการ เพราะว่าเหตุผลเชิงนามธรรมก่อตัวและใช้รูปแบบของการรับรู้และระบบประสาทเป็น รากฐาน ซึ่งสิ่งเหล่านี้มีอยู่ในสัตว์ทั่วไปด้วย โดยผ่านกระบวนการวิวัฒนาการทำให้มนุษย์มีระบบประสาทที่ซับซ้อนซึ่งสามารถ สร้างเหตุผลที่เป็นนามธรรมระดับสูงได้มากกว่าสัตว์อื่นโดยทั่วไป การค้นพบว่าเหตุผลเป็นเรื่องของการวิวัฒนาการทำให้เราเปลี่ยนความคิดว่าสิ่ง พิเศษที่แยกมนุษย์ออกจากสัตว์อื่นคือเหตุผลนั้น กลายเป็นเรื่องที่ไม่จริง กล่าวอีกนัยหนึ่ง เหตุผลมิได้เป็นแก่นแท้ในการแยกมนุษย์ออกจากสัตว์ แต่ทว่ามนุษย์เป็นเผ่าพันธุ์ที่ต่อเนื่องเชื่อมโยงจากสรรพสัตว์ทั้งหลาย อย่างไม่สามารถแยกออกจากกันได้

ประการที่สาม เหตุผลมิใช่เรื่องที่เป็น “สัจธรรมทั่วไป” ในความหมายที่อยู่เหนือธรรมชาติ กล่าวคือมันมิใช่เป็นส่วนหนึ่งของจักรวาลหรือพระผู้เป็นเจ้า เพราะฉะนั้นคำกล่าวที่ว่าจักรวาลมีเหตุผลของมันเองจึงเป็นคำกล่าวที่เกิดจาก จินตนาการ โดยปราศจากข้อเท็จจริงรองรับ อย่างไรก็ตามสิ่งที่เป็นสามัญกาลหรือมีความเป็นสากล คือ สมรรถภาพหรือความสามารถในการแบ่งปันความเข้าใจร่วมอย่างเป็นสากล โดยมนุษยชาติ สิ่งที่ทำให้มนุษย์แบ่งปันความหมายหรือเหตุผลแก่กันและกันคือ “ความเหมือน” ซึ่งดำรงอยู่ในวิถีของจิตที่ถูกผนึกรวมเป็นหนึ่งเดียวกับกายของมนุษย์นั่น เอง

ประการที่สี่ มนุษย์ให้เหตุผล โดยการรู้ตัวหรือการคิดอย่างมีจิตสำนึกเพียงบางส่วนเท่านั้น แต่เกือบทั้งหมดของการให้เหตุผลหรือการแสดงเหตุผลเป็นเรื่องของ “จิตไร้สำนึก” ดังที่เรามักประหลาดใจกับการตัดสินใจกระทำของเราหลายอย่าง ซึ่งในหลายครั้งจิตสำนึกเรามิอาจหาเหตุผลที่เป็นฐานในการรองรับการกระทำดัง กล่าวได้เพราะการกระทำเหล่านั้นถูกผลักดันจากจิตไร้สำนึกซึ่งผนึกแน่นอยู่ใน ตัวเรา

ประการที่ห้า เหตุผลมิใช่สิ่งเป็นภาษาหนังสือหรือเป็นภาษาที่เห็นทางการที่แสดงถึงวัตถุ ประสงค์หรือเป้าหมาย เช่น เหตุผลที่ทำโครงการใดโครงการหนึ่งคือเพื่อสร้างหรือพัฒนาคุณภาพชีวิตของ ประชาชน แต่เหตุผลยังเป็นเรื่องอุปมาอุปไมยและจินตนาการอีกด้วย เช่น ปลาเน่าหนึ่งตัวเหม็นไปทั้งข้อง ซึ่งมีนัยว่า เหตุผลที่ทำให้คนทั้งกลุ่มเสียชื่อเสียงเกิดจากคนไม่ดีเพียงคนเดียว

ประการที่หก เหตุผลมิใช่เป็นเรื่องที่มีความเป็นกลางและปราศจากอคติดังที่เคยเข้าใจกัน แต่เหตุผลเป็นเรื่องที่มีอารมณ์ความรู้สึกเข้าไปเกี่ยวข้องอย่างใกล้ชิด ดังที่การกระทำใดการกระทำหนึ่ง ทั้งที่เป็นเรื่องเดียวกัน แต่การให้เหตุผลที่อธิบายการกระทำนั้นกลับแตกต่างกัน ตามอารมณ์และจุดยืนของผู้อธิบาย

จากความจริงที่ว่า เหตุผลเกิดขึ้นและเปลี่ยนแปลงโดยองค์รวมของร่างกาย ระบบประสาท และประสบการณ์ อย่างไรก็ตามปฏิสัมพันธ์ขององค์ประกอบทั้งสามนี้ทำให้มนุษย์มีระบบคิดและรูป แบบการให้เหตุผลที่จำกัด จึงทำให้มนุษย์ไม่มีอิสระในการคิดและไม่มีอิสระภาพที่สัมบูรณ์ดังที่นัก ปรัชญาบางคนเข้าใจ มนุษย์คิดและให้เหตุผลตามสภาพเงื่อนไขที่พวกเขาเผชิญอยู่

เงื่อนไขที่มนุษย์เผชิญหน้าในชีวิตประจำวัน หาใช่เงื่อนไขเชิงเศรษฐกิจเพียงประการเดียว แต่มนุษย์เผชิญกับเงื่อนไขที่หลากหลาย ดังนั้นการคิดว่ามนุษย์กระทำภายใต้เหตุผลเชิงเศรษฐกิจเพียงอย่างเดียว จึงเป็นความเข้าใจที่คลาดเคลื่อน

เหตุผลที่มนุษย์ใช้เป็นฐานในการตัดสินเพื่อกระทำหรือไม่กระทำเรื่อง ใด จึงอยู่บนรากฐานของกรอบคิด ความคาดหวัง ความเชื่อ อารมณ์ การจินตนาการ และการอุปมาอุปไมย ที่หลากหลาย บ้างก็เป็นเหตุผลที่มีสติรู้ตัว แต่ส่วนมากเป็นเหตุผลที่ผุดมาจากจิตไร้สำนึก

การฝึกฝนเพื่อยกระดับจิตไร้สำนึกมาสู่จิตสำนึกจึงเป็นวิถี ที่ทำให้มนุษย์เข้าใจตนเอง เข้าใจผู้อื่น และเข้าใจโลกได้มากขึ้น และนั่นอาจเป็นหนทางที่จะหยุดยั้งความหายนะของมนุษยชาติอันเนื่องมาจากการ ใช้เหตุผลที่ผุดขึ้นมาจิตไร้สำนึกเป็นรากฐานผลักดันให้เกิดการกระทำที่ทำลาย ล้างอย่างรุนแรง

สร้างโดย: 
pongpetcha
แหล่งที่มา: 
http://www.manager.co.th/

มหาวิทยาลัยศรีปทุม ผู้ใหญ่ใจดี
 
 

 ช่วยด้วยครับ
นักเรียนที่สร้างบล็อก กรุณาอย่า
คัดลอกข้อมูลจากเว็บอื่นทั้งหมด
ควรนำมาจากหลายๆ เว็บ แล้ววิเคราะห์ สังเคราะห์ และเขียนขึ้นใหม่
หากคัดลอกทั้งหมด จะถูกดำเนินคดี
ตามกฎหมายจากเจ้าของลิขสิทธิ์
มีโทษทั้งจำคุกและปรับในอัตราสูง

ช่วยกันนะครับ 
ไทยกู๊ดวิวจะได้อยู่นานๆ 
ไม่ถูกปิดเสียก่อน

ขอขอบคุณในความร่วมมือครับ

อ่านรายละเอียด

ด่วน...... ขณะนี้
พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2558 
มีผลบังคับใช้แล้ว 
ขอให้นักเรียนและคุณครูที่ใช้งาน
เว็บ thaigoodview ในการส่งการบ้าน
ระมัดระวังการละเมิดลิขสิทธิ์ด้วย
อ่านรายละเอียดที่นี่ครับ

 

สมาชิกที่ออนไลน์

ขณะนี้มี สมาชิก 0 คน และ ผู้เยี่ยมชม 13 คน กำลังออนไลน์