การเรียนแบบร่วมมือแบบกลุ่มร่วมเรียนรายบุคคล เพื่อพัฒนาการอ่าน และการเขียนภาษาไทย

รูปภาพของ saowaree

แนวความคิดประสบการณ์ด้านการเรียนรู้ที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ

1. ชื่อเรื่อง
 การเรียนแบบร่วมมือแบบกลุ่มร่วมเรียนรายบุคคล  เพื่อพัฒนาการอ่าน  และการเขียนภาษาไทย

      -   ความสำคัญ
  ภาษาไทยเป็นเครื่องมือในการติดต่อสื่อสาร  แสวงหาความรู้  และประสบการณ์  จากแหล่งข้อมูลสารสนเทศต่าง ๆ เพื่อพัฒนาความรู้  ความคิด  และผู้เรียนยังใช้ความรู้  โดยเฉพาะทักษะด้านการอ่าน  และการเขียน  ผู้เรียนจะต้องอ่านและเขียนได้คล่อง  จึงจะสามารถใช้ภาษาไทยได้อย่างมีประสิทธิภาพมีเจตคติที่ดีต่อวิชาภาษาไทย
  การจัดการเรียนการสอนภาษาไทย  ครูต้องใช้เทคนิควิธีสอนที่หลากหลาย  เพื่อพัฒนาผู้เรียนและสร้างเจตคติที่ดีในการสอน  ให้นักเรียนได้มีส่วนร่วมในกิจกรรมการเรียนการสอน  เสริมสร้างบรรยากาศที่ดีในการเรียน  ย่อมทำให้นักเรียนเกิดความสนใจ  เกิดการเรียนรู้  เกิดความรู้สึกที่ดี  ไม่เบื่อหน่ายกับการฝึกทักษะการอ่านและการเขียนภาษาไทย  ตลอดจนมีเจตคติที่ดีต่อวิชาภาษาไทย  การจัดการเรียนการสอนที่นำมาจัด  เพื่อสนองความแตกต่างระหว่างบุคคลอีกรูปแบบหนึ่ง  คือ  การเรียนรู้โดยกระบวนการทำงานร่วมกัน  ซึ่งเป็นการเรียนรู้แบบร่วมมือ (Coopenative  Learning)  ซึ่งเปิดโอกาสให้นักเรียนได้เรียนเป็นกลุ่มมากขึ้น  เป็นผู้สร้างความรู้ด้วยตัวเอง  และวิธีการเรียนแบบร่วมมือวิธีหนึ่งที่สามารถจะช่วยแก้ปัญหา  และส่งเสริมการเรียนการสอนได้  คือ  การเรียนแบบกลุ่มช่วยเพื่อนรายบุคคล (Team Assisted Individualization  หรือ TAI)  เป็นวิธีการเรียนที่ผสมผสานระหว่างผู้เรียนแบบร่วมมือ และช่วยเหลือกันภายในกลุ่มในขณะเดียวกันนักเรียนแต่ละคนจะต้องทำกิจกรรมการเรียนด้วยตนเอง  ตามความสามารถ  จากแบบฝึกทักษะ
      -  แนวทางในการพัฒนา
  1.  ศึกษาผู้เรียนและจัดทำข้อมูลผู้เรียนเป็นรายบุคคล  เพื่อใช้ในการวางแผนการจัดกิจกรรมการเรียนการสอน
  2.  จัดกลุ่มผู้เรียนโดยตรงความสามารถ  กลุ่มละ  5  คน  ประกอบด้วย  นักเรียนคนเก่ง  1  คน  ปานกลาง 3  คน อ่อน  1  คน
  3.  ครูเป็นผู้ตอบให้คำแนะนำ / ปรึกษา

2.  บทนำ
 ชื่อ-สกุล
  นางนงนาถ  สวนจันทร์  ตำแหน่ง  ครู  วิทยฐานะ  ครูชำนาญการ
 ประวัติการศึกษา
  ปริญญาตรี  วิทยาศาสตรบัณฑิต  สาขาจิตวิทยาการแนะแนว  จาก มหาวิทยาลัยรามคำแหง
 ความสำเร็จในอดีต
  -  ได้รับรางวัลเหรียญเงิน  งานวิจัยประเภทหน้าเดียว  ในการแข่งขันทักษะทางวิชาการ  จ. ภูเก็ต  ปีการศึกษา 2549
  -  ครูดีเด่น  กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น  ประจำปี 2549
  -  ปัญหาการเรียนการสอนที่พบ
  1.  นักเรียนบางคนขาดทักษะการอ่าน  และการเขียนภาษาไทย
  2.  นักเรียนขาดความกระตือรือร้น  ในการเรียนวิชาภาษาไทย
 -  ความต้องการที่จะแก้ไขปรับปรุง
  1.  พัฒนาทักษะการอ่านและการเขียนภาษาไทยของนักเรียน
  2.  สร้างเจตคติที่ดีต่อวิชาภาษาไทยให้กับนักเรียน
3.   ได้ทำอะไรเพื่อปรับปรุง / พัฒนา
 1.  จัดทำข้อมูลนักเรียนเป็นรายบุคคล
 2.  จัดทำแบบฝึกอ่าน  และเขียนคำภาษาไทย  โดยเลือกคำที่นักเรียนมักจะอ่านและเขียนผิดบ่อย ๆ มาจัดทำเป็นแบบฝึก  และใบความรู้  เช่น
  -  คำที่มีตัวสะกดไม่ตรงตามมาตรา
  -  คำที่มีอักษรนำ
  -  คำที่ประวิสรรชนีย์  และไม่ประวิสรรชนีย์
  -  คำที่มีตัวการันต์
3.  จัดกิจกรรมการเรียนรู้โดยการเรียนแบบร่วมมือ  แบบกลุ่มช่วยเรียนรายบุคคล  โดยแบ่งกลุ่มผู้เรียนรายละ 5  คน  โยคละความสามารถนักเรียน  1  คน  ปานกลาง  3  คน  อ่อน 1  คน  การปฏิบัติกิจกรรมนักเรียนแต่ละคน  จะเรียนรู้และปฏิบัติกิจกรรมด้วยตนเองก่อน  เมื่อไม่เข้าใจหรือทำไม่ถูกต้องสมาชิกในกลุ่มที่มีความรู้มากกว่าก็จะช่วยเพื่อนในกลุ่ม  โดยช่วยอธิบายให้คำแนะนำให้เพื่อนเข้าใจ  แล้วทำใบงานและแบบฝึก  จนถูกต้องผ่านตามเกณฑ์คะแนนที่ทุกคนได้รับจะแปลงเป็นคะแนนกลุ่ม  ทุกคนจึงช่วยเหลือกัน  ให้ความสนใจ  เพื่อที่จะได้ทำคะแนนให้กลุ่มตนเองประสบความสำเร็จ
 -  แนวความคิด / ทฤษฎีที่ใช้
  1.  ทฤษฎีความแตกต่างระหว่างบุคคล  การจัดการเรียนการสอนต้องคำนึงถึงความแตกต่างระหว่างบุคคล  ได้แก่  ความต้องการ  ความถนัด  ความสนใจของผู้เรียน  และความสามารถทางสติปัญญาของผู้เรียน
  2.  การเรียนแบบร่วมมือ  เป็นทฤษฎีที่มุ่งเน้นให้ครูและนักเรียนทั้งชั้นร่วมมือกันแลกเปลี่ยนทักษะ  ความคิดเป็นการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนที่เปิดโอกาสให้นักเรียนได้เรียนรู้ร่วมกันเป็นกลุ่มเล็ก ๆ แต่ละกลุ่มประกอบด้วยสมาชิกที่มีความรู้  ความสามารถแตกต่างกัน  ทำงานร่วมกัน  เพื่อเป้าหมายของกลุ่มช่วยลดความเห็นแก่ตัว  และการแข่งขันในหมู่นักเรียนเป็นอย่างดี  เป็นการปลูกฝังนิสัยการอยู่ร่วมกัน
 -  การวางแผนการทำงาน
  1.  การจัดทำข้อมูลและศึกษาผู้เรียนเป็นรายบุคคล
  2.  ศึกษาแนวคิด / ทฤษฎีที่เกี่ยวข้องกับการจัดกิจกรรมการเรียนการสอน  และสอดคล้องสนองความต้องการของผู้เรียน
 -  ผลที่เกิดขึ้น
  1.  ครูมีเทคนิค / รูปแบบการจัดการเรียนการสอนที่สอดคล้องและสนองความแตกต่างระหว่างบุคคล  ความต้องการ  ความสนใจ  และสติปัญยาของผู้เรียน
  2.  ผู้เรียนมีทักษะการอ่าน  การเขียนภาษาไทยดีขึ้น  มีทักษะในการทำงานกลุ่ม  การทำงานร่วมกับผู้อื่น  กล้าคิด  กล้าแสดงความคิดเห็น  นักเรียนที่มีความสามารถคือเด็กเก่ง  เกิดความภาคภูมิใจรู้จักสละเวลา  ส่วนเด็กที่เรียนอ่อน  เกิดความซาบซึ่งในเพื่อนสมาชิกด้วยกัน  มีกำลังใจในการเรียนรู้  มีการยอมรับความแตกต่างระหว่างเพื่อน  ซึ่งส่งผลให้ทุกคนมีความสุขในการเรียน  หรือการทำงานและเกิดเจตคติที่ดีต่อการเรียนวิชาภาษาไทย
 -  ประโยชน์ที่ได้รับ
  1.  ทำให้มีแนวความคิด  รูปแบบการเรียนการสอน  เทคนิควิธีการสอนที่สามารถพัฒนาผู้เรียนให้เกิดการเรียนรู้  และเรียนรู้อย่างมีความสุข
  2.  ทำให้ได้แนวทางในการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนในเนื้อหาหรือเรื่องอื่นๆ ของวิชาภาษาไทย
  3.  เป็นแนวทางให้ครูผู้สอน  และผู้ที่สนใจใช้เป็นแนวทางในการจัดกิจกรรมการเรียนการสอน  ในสาระการเรียนรู้ที่ตนเองสอนอยู่

มหาวิทยาลัยศรีปทุม ผู้ใหญ่ใจดี
 
 

 ช่วยด้วยครับ
นักเรียนที่สร้างบล็อก กรุณาอย่า
คัดลอกข้อมูลจากเว็บอื่นทั้งหมด
ควรนำมาจากหลายๆ เว็บ แล้ววิเคราะห์ สังเคราะห์ และเขียนขึ้นใหม่
หากคัดลอกทั้งหมด จะถูกดำเนินคดี
ตามกฎหมายจากเจ้าของลิขสิทธิ์
มีโทษทั้งจำคุกและปรับในอัตราสูง

ช่วยกันนะครับ 
ไทยกู๊ดวิวจะได้อยู่นานๆ 
ไม่ถูกปิดเสียก่อน

ขอขอบคุณในความร่วมมือครับ

อ่านรายละเอียด

ด่วน...... ขณะนี้
พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2558 
มีผลบังคับใช้แล้ว 
ขอให้นักเรียนและคุณครูที่ใช้งาน
เว็บ thaigoodview ในการส่งการบ้าน
ระมัดระวังการละเมิดลิขสิทธิ์ด้วย
อ่านรายละเอียดที่นี่ครับ

 

สมาชิกที่ออนไลน์

ขณะนี้มี สมาชิก 0 คน และ ผู้เยี่ยมชม 11 คน กำลังออนไลน์