การจัดการเรียนรู้แบบจิ๊กซอว์ (Jigsaw) ร่วมกับการใช้หนังสือส่งเสริมการอ่านสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ ชั้นประถมศึกษาปีที่ 2

โครงการวิจัยและพัฒนาเพื่อปฏิรูปการศึกษา   3  จังหวัดชายแดนใต้
โรงเรียนเทศบาล 3 (วิมุกตายนวิทยา)  อำเภอสุไหงโก-ลก  จังหวัดนราธิวาส

    ชื่อ     นางสาวพิมพ์พิชชา   ดำโข               เบอร์โทรศัพท์        089 - 8765340 

1. ชื่อเรื่อง   การพัฒนาการเรียนการสอนโดยใช้การจัดการเรียนรู้ แบบจิ๊กซอว์ (Jigsaw) ร่วมกับการใช้หนังสือส่งเสริมการอ่าน สาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ ชั้นประถมศึกษาปีที่ 2


    - ระบุความสำคัญของเรื่อง
      จากความสำคัญของวิชาวิทยาศาสตร์และเป้าหมายของกลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ข้าพเจ้าเห็นว่าควรปรับปรุงการสอนวิทยาศาสตร์            ให้ผู้เรียน   มีผลสัมฤทธิ์สูงขึ้น  เนื่องจากปัจจุบันการจัดการศึกษาด้านวิทยาศาสตร์ยังไม่ประสบผลสำเร็จเท่าที่ควร ดังผลการสรุปการเรียนรู้             กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 2 โรงเรียนเทศบาล 3  (วิมุกตายนวิทยา)  อำเภอสุไหงโก – ลก จังหวัดนราธิวาส ระหว่างปีการศึกษา 2549 – 2550 พบว่ามีคะแนนเฉลี่ยรวม 59.51 อยู่ในระดับพอใช้ ซึ่งถือว่าคะแนนยังไม่สูงมากพอที่จะถือว่าประสบความสำเร็จ       ในด้านการจัดการเรียนการสอนกลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์
       วิธีการที่จะปรับปรุงให้การจัดการเรียนการสอนของครูให้มีประสิทธิภาพสูงขึ้นมีหลายวิธี เช่น  การนำเอาเทคโนโลยีทางการศึกษามาใช้นั้นได้เป็น    ที่สนใจกันมากในปัจจุบันนี้  แต่เนื่องจากประเทศไทยยังอยู่ในระยะที่กำลังพัฒนาความเจริญระหว่างตัวเมืองกับชนบทยังแตกต่างกันอยู่มากรวมถึง    ฐานะทางเศรษฐกิจของประชาชนโดยรวมยังอยู่ในระดับต่ำ  อีกทั้งภาษาที่ใช้ในการสื่อสารระหว่างผู้สอนกับผู้เรียนก็เป็นปัญหาโดยเฉพาะโรงเรียนใน     3  จังหวัดชายแดนภาคใต้   การจัดการเรียนการสอนยังต้องใช้ภาษาถิ่นในการสื่อสารหรือในขณะที่จัดกิจกรรมการเรียนรู้ก็ต้องพูดคุยเล่นหรือออกนอกเนื้อหาในบทเรียนบ่อย ๆ เพราะผู้เรียนมีสมาธิในการเรียนน้อยซึ่งทำให้การเรียนเนื้อหาในแต่ละชั่วโมงจัดกิจกรรมการเรียนรู้ได้น้อยและผลสัมฤทธิ์        ทางการเรียนก็จะน้อยกว่าการเรียนการสอนของโรงเรียนในเขตเมือง


     -  แนวทางในการพัฒนา
     เนื่องจากผู้เรียนเป็นเป็นนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 2 ยังมีสมาธิในการเรียนรู้น้อยซึ่งทำ
ให้การเรียนเนื้อหาในแต่ละชั่วโมงรวมถึงการจัดกิจกรรมการเรียนการรู้ได้น้อย ข้าพเจ้าจึงได้ศึกษาวิธีการจัดการเรียนรู้แบบ จิ๊กซอว์ (Jigsaw) และการทำหนังสือส่งเสริมการอ่านซึ่งคิดว่าถ้าได้นำมาใช้กับผู้เรียนแล้วน่าจะเกิดผลประโยชน์ได้มาก เพราะว่าการจัดการเรียนรู้ แบบจิ๊กซอว์  ผู้เรียนจะได้ศึกษาเรียนรู้ด้วยตนเองแล้วนำความรู้ที่ได้มาบอกหรืออธิบายให้เพื่อน ๆ ยังเป็นการพัฒนาการทำงานกลุ่ม ความรับผิดชอบและความกล้าแสดงออกของผู้เรียน รวมถึงการใช้หนังสือส่งเสริมการอ่านที่มีเนื้อหาไม่มาก อ่านแล้วเข้าใจง่าย ตัวละครอยู่ในวัยเดียวกับผู้เรียนทำให้ผู้เรียนเกิดความสนุกสนานและจะจดจำเนื้อหาได้ง่ายขึ้น

2. บทนำ


    ประวัติส่วนตัว
    ชื่อ นางสาวพิมพ์พิชชา   ดำโข  ตำแหน่ง ครูวิทยฐานะชำนาญการ 
    เกิด  8  กรกฎาคม  2508  อำเภอระแงะ  จังหวัดนราธิวาส 
    การศึกษา     -จบชั้นประถมศึกษาที่โรงเรียนระแงะ  อำเภอระแงะ  จังหวัดนราธิวาส
                     -จบชั้นมัธยมศึกษาตอนต้นที่โรงเรียนตันหยงมัส  อำเภอระแงะ  จังหวัดนราธิวาส
                     -จบชั้นมัธยมศึกษาตอนปลายที่โรงเรียนนราธิวาส  อำเภอเมือง   จังหวัดนราธิวาส
                     -จบปริญญาตรีที่วิทยาลัยครูยะลา  อำเภอเมือง  จังหวัดยะลา
    ได้รับการบรรจุเป็นพนักงานครูเทศบาล เมื่อ วันที่  1  พฤษภาคม  2537 ที่เทศบาลตำบลตะลุบัน  อำเภอสายบุรี  จังหวัดปัตตานี และได้โอนย้ายมาสังกัดเทศบาลเมืองสุไหงโก - ลก  อำเภอสุไหงโก – ลก จังหวัดนราธิวาส เมื่อวันที่ 1 พฤศจิกายน 2545


    ข้อมูลโรงเรียน
    โรงเรียนเทศบาล 3   เดิมเป็นโรงเรียนราษฎร์   ชื่อ  โรงเรียนวิมุกตายนวิทยา   มีนายสมบูรณ์ วิมุกตายน เป็นเจ้าของ เปิดสอนเมื่อ วันที่  17  พฤษภาคม  2504 โดยมี นายราชัน  ศาสตร์แทน เป็นครูใหญ่ ตั้งชื่อ “โรงเรียนวิมุกตายนวิทยา” เลขที่  225/60  ถนนสุไหงโก – ลก – นราธิวาส        หมู่ 2 ตำบลสุไหงโก – ลก  จังหวัดนราธิวาส ได้รับอนุญาตให้เปิดสอนชั้นอนุบาลปีที่ 1 ถึงชั้นประถมศึกษาปีที่ 7 ต่อมา ปี พ.ศ. 2510                  เทศบาลตำบลสุไหงโก – ลก ได้ซื้อกิจการโรงเรียนเพื่อจัดการศึกษาของเทศบาลและเทศบาลได้เปิดทำการสอนเมื่อ  วันที่ 1 มกราคม  2511 ปัจจุบันมีอาคารเรียน 5 หลัง  อาคารชั่วคราว 1 หลัง  อาคารอเนกประสงค์ 1 หลัง  อาคารศิลปะ 1  หลัง  อาคารโรงอาหาร  1  หลัง  เปิดสอนตั้งแต่ชั้นอนุบาล 1 ถึงมัธยมศึกษาปีที่ 3  มีนักเรียนทั้งหมด  1,748  คน

      ปัญหาการเรียนการสอนที่พบ
      ในการจัดการเรียนการสอนในแต่ละคาบ ผู้เรียนได้ทำกิจกรรมไม่ทันตามเวลาที่กำหนด จะมีนักเรียนส่วนน้อยที่ทำได้ทันเนื่องจากผู้เรียนมี          ความแตกต่างกันทั้งในด้านภาษา  ความพร้อมในการเรียนรู้ เพราะว่าผู้เรียนส่วนใหญ่นับถือศาสนาอิสลามถึงร้อยละ 70 การสื่อสารระหว่างครูผู้สอนกับ      ผู้เรียนยังต้องใช้เป็นภาษาถิ่นหรือเป็นคำพูดที่พูดง่ายๆ ฟังแล้วเข้าใจได้ง่ายขึ้น จึงทำให้การจัดการเรียนรู้ล่าช้าไม่ทันตามกำหนดที่หลักสูตรได้กำหนดไว้


      ความต้องการที่จะแก้ไขปรับปรุง                                                                                                                                    จากปัญหาที่กล่าวมาข้างต้นข้าพเจ้าคิดว่าถ้าหากผู้เรียนได้ทำกิจกรรมและเรียนรู้ด้วยตนเองแล้วสามารถนำความรู้ที่ได้นั้นไปบอกหรืออธิบายให้กับเพื่อน ๆ ฟัง ซึ่งผู้เรียนสามารถใช้ภาษาหรือวิธีการตามแบบถนัดของตนเองจะทำให้ผู้เรียนได้เกิดการเรียนรู้มากขึ้นและจะทำให้ผู้เรียนเกิดความสนุกสนานในการทำกิจกรรมดังกล่าว

3. เนื้อเรื่อง


      -ได้ทำอะไรเพื่อปรับปรุง / พัฒนา
      ข้าพเจ้าได้ศึกษาการจัดการเรียนรู้แบบ จิ๊กซอว์ และวิธีการจัดทำหนังสือส่งเสริมการอ่านและได้จัดทำหนังสือส่งเสริมการอ่านเรื่อง พืช                ชั้นประถมศึกษาปีที่ 2 จำนวน 4  เล่มและได้ทำแผนการจัดการเรียนรู้แบบ จิ๊กซอว์ ร่วมกับการใช้หนังสือส่งเสริมการอ่าน เพื่อใช้ในการพัฒนา
       -แนวคิดหรือทฤษฎีที่ใช้
        ครูนิดา  สะเพียรชัย ได้กล่าวว่าการจัดการเรียนการสอนวิชาวิทยาศาสตร์ในปัจจุบันเท่าที่ได้พบเห็น โดยทั่วไปมักจะเป็นการบรรยายความรู้มากกว่าที่จะปลูกฝังวิธีการทางวิทยาศาสตร์ โดยผู้เรียนเป็นผู้รับฟังและจดจำความรู้ต่าง ๆ เอาไว้  บุญเพิ่ม  จอมใจหาญ (2551 : Online) ให้ความหมายของ  การจัดการเรียนแบบร่วมมือเทคนิค  Jigsaw ว่าหมายถึง กิจกรรมการจัดการเรียนรู้เป็นกลุ่มซึ่งประกอบด้วยนักเรียนที่เรียนเก่ง  นักเรียนที่เรียนปานกลาง  นักเรียนที่เรียนอ่อน โดยแต่ละคนมีบทบาทและหน้าที่ต้องช่วยเหลือซึ่งกันและกันในการเรียนรู้ตามกิจกรรมต่าง ๆ เพื่อความสำเร็จของกลุ่มโดยสมาชิกแต่ละคนในกลุ่มจะได้รับใบความรู้หรือเนื้อหาหรือกิจกรรมแตกต่างกัน การรวมกลุ่มครั้งนี้เรียกว่า  กลุ่มเดิม (Home Groups) จากนั้นสมาชิกที่ได้รับใบความรู้หรือเนื้อหาหรือกิจกรรมเดียวกันต้องมารวมกลุ่มกันใหม่อีกครั้งเรียกว่า กลุ่มผู้เชี่ยวชาญ (Expert Groups) โดยทำการศึกษาหรือทำกิจกรรมที่ได้รับมอบหมายตามเวลาที่กำหนด และให้สมาชิกแต่ละคนกลับไปยังกลุ่มเดิม เพื่อผลัดเปลี่ยนกันอธิบายความรู้หรือกิจกรรมให้สมาชิกคนอื่น ๆในกลุ่ม จากนั้นนักเรียนแต่ละคนทำแบบทดสอบย่อย โดยห้ามปรึกษาซึ่งกันและกันคะแนนสอบของนักเรียนแต่ละคนจะนำมารวมเป็นคะแนนเฉลี่ยของกลุ่ม โดยกลุ่มที่ได้คะแนนสูงสุดตามลำดับที่กำหนดจะได้คะแนนพิเศษ พร้อมมีการประกาศยกย่องชมเชยในชั้นเรียน
        ถวัลย์  มาศจรัส (2540 : 11) ให้ความหมายของ หนังสือส่งเสริมการอ่านไว้ว่า  หนังสือส่งเสริมการอ่านคือ  หนังสือที่มุ่งเน้นให้เด็กมีนิสัย          รักการอ่าน  ซึ่งเป็นการเพิ่มทักษะการอ่านไปในตัว  โดยมีเนื้อหาสาระที่ไม่ขัดต่อประเพณี  วัฒนธรรม  และศีลธรรมอันดีงามของสังคมเป็นหนังสือที่ให้ประโยชน์ในแง่ความรู้  ความคิด  ปรัชญาและการบันเทิง  ซึ่งอาจจะเป็นหนังสือสารคดี     เรื่องสั้น นวนิยาย  วรรณกรรมเยาวชน  เป็นต้น
        กระทรวงศึกษาธิการ (อ้างในสมพร  จารุนัฏ. 2540 : 3) ให้ความหมายของหนังสืออ่านเพิ่มเติมไว้ว่าเป็นหนังสือที่มีสาระอิงหลักสูตร เนื้อหาเจาะลึกในความรู้เฉพาะวิชาเพิ่มเติมให้กว้างขวางและลึกซึ้งมากขึ้น ใช้ประกอบการเรียนการสอนให้นักเรียนอ่านเพื่อศึกษา หาความรู้ด้วยตนเอง
        -การวางแผนการทำงาน
        1. ศึกษาการจัดการเรียนรู้ แบบจิ๊กซอว์
        2. ศึกษาการทำหนังสือส่งเสริมการอ่าน
        3. กำหนดเนื้อหาที่จะทำหนังสือส่งเสริมการอ่าน
        4. จัดทำหนังสือส่งเสริมการอ่าน
        5. จัดทำแผนการจัดการเรียนรู้แบบจิ๊กซอว์ร่วมกับการใช้หนังสือส่งเสริมการอ่าน
        6. เลือกห้องเรียนที่จะพัฒนา
        7. ทำการจัดการเรียนการสอนกับห้องที่ได้เลือกไว้
        8. ประเมินผล
        -กระบวนการดำเนินงาน
       1. ศึกษาแนวคิดเกี่ยวกับการจัดการเรียนรู้แบบจิ๊กซอว์ จากหลาย ๆ ทฤษฎีแล้วนำมาสรุปเป็นความเข้าใจของตนเอง
       2. ศึกษาการทำหนังสือส่งเสริมการอ่าน
       3. เลือกเนื้อหาเรื่อง พืช ของชั้นประถมศึกษาปีที่ 2 นำมาเขียนร่างแล้วได้นำไปปรึกษากับอาจารย์ที่มีความรู้ทางเทคโนโลยีทางการศึกษา
       4. ปรับปรุงหนังสือตามคำแนะนำของอาจารย์แล้วจัดทำหนังสือส่งเสริมการอ่านเรื่อง พืช ของชั้นประถมศึกษาปีที่ 2  จำนวน 4 เล่ม โดยมีเนื้อหาสอดคล้องกับจุดประสงค์ของหลักสูตร
       5. จัดทำแผนการจัดการเรียนรู้แบบจิ๊กซอว์ร่วมกับการใช้หนังสือส่งเสริมการอ่านเรื่อง พืช ชั้นประถมศึกษาปีที่ 2
       6. ทำการสอนกับผู้เรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 2/1 ปีการศึกษา 2551โดยใช้ขั้นตอนการจัดการเรียนรู้แบบ จิ๊กซอว์ ตามตัวอย่างดังนี้
           6.1 ครูแบ่งผู้เรียนออกเป็นกลุ่ม ๆ ละ 6  คน  จากผู้เรียนทั้งหมด  36  คน  แบ่งโดยใช้คะแนนเฉลี่ยของคะแนนสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์  ชั้นประถมศึกษาปีที่  1  ภาคเรียนที่  1  ปีการศึกษา  2550 โดยจัดให้ผู้เรียน คละเพศและความสามารถดังนี้
                 - เก่ง หมายถึง  ผู้เรียนที่ได้คะแนน  80% ขึ้นไป  จำนวน  1  คน
                 - ปานกลาง  หมายถึง  ผู้เรียนที่ได้คะแนน  60 – 79% จำนวน 3 คน
                 - อ่อน  หมายถึง  ผู้เรียนที่ได้คะแนนต่ำกว่า  60%  จำนวน  2  คน
           6.2 ครูอธิบายบทบาทในการเรียนรู้แบบร่วมมือ (Cooperative  Learning) รูปแบบ จิกซอว์ (Jigsaw) ให้ผู้เรียนเข้าใจดังนี้
           6.3 ผู้เรียนเข้ากลุ่มคละความสามารถ (ครูจัดให้) แต่ละกลุ่มเรียกว่า กลุ่มบ้านของเรา (Home Group) เพื่อให้จำง่าย กลุ่มบ้านของเราแต่ละกลุ่มจะมีชื่อเรียกว่า กลุ่มบ้านของเรา 1- กลุ่มบ้านของเรา 6
           6.4 ครูทบทวนให้ผู้เรียนฟังว่าพืชมีส่วนประกอบที่สำคัญคือ ราก  ลำต้น  ใบ  ดอก  ผลและเมล็ด  ซึ่งส่วนประกอบของพืชแต่ละชนิดมีรูปร่างลักษณะแตกต่างกันไป
           6.5 ครูให้ผู้เรียนศึกษาเนื้อหาจากหนังสือส่งเสริมการอ่านเรื่อง พืช เล่ม1 รู้จักพืชแล้วครูแจกแบบฝึกกิจกรรมที่  1  ของชุดฝึกกิจกรรมที่  1ให้กับกลุ่มบ้านของเรา(Home Group) ทั้ง  6  กลุ่ม ซึ่งสมาชิกแต่ละคนจะได้รับแบบฝึกกิจกรรมที่แตกต่างกัน  คือ
                ผู้เรียน  a ได้รับแบบฝึกกิจกรรมที่  1.1 สังเกตส่วนประกอบของราก
                ผู้เรียน  b ได้รับแบบฝึกกิจกรรมที่  1.2 สังเกตส่วนประกอบของลำต้น
                ผู้เรียน  c ได้รับแบบฝึกกิจกรรมที่  1.3 สังเกตส่วนประกอบของใบ
                ผู้เรียน  d ได้รับแบบฝึกกิจกรรมที่  1.4 สังเกตส่วนประกอบของดอก
                ผู้เรียน  e ได้รับแบบฝึกกิจกรรมที่  1.5 สังเกตส่วนประกอบของผล
                ผู้เรียน  f  ได้รับแบบฝึกกิจกรรมที่  1.6 สังเกตส่วนประกอบของเมล็ด
          6.6 เมื่อสมาชิกภายในกลุ่มได้รับแบบฝึกกิจกรรมเรียบร้อยแล้วครูให้ผู้เรียนในกลุ่มบ้านของเรา (Home Group) แยกย้ายกันเข้ากลุ่มใหม่ที่ได้รับแบบฝึกกิจกรรมที่เหมือนกันเรียกว่า กลุ่มผู้เชี่ยวชาญ (Expert  Group) ดังนี้
               กลุ่มที่  1 ศึกษาสังเกตส่วนประกอบของราก
               กลุ่มที่  2 ศึกษาสังเกตส่วนประกอบของลำต้น
               กลุ่มที่  3 ศึกษาสังเกตส่วนประกอบของใบ
               กลุ่มที่  4 ศึกษาสังเกตส่วนประกอบของดอก
               กลุ่มที่  5 ศึกษาสังเกตส่วนประกอบของผล
               กลุ่มที่  6 ศึกษาสังเกตส่วนประกอบของเมล็ด
          6.7 เมื่อสมาชิกทุกคนได้ศึกษาตามแบบฝึกกิจกรรมที่ได้รับเรียบร้อยแล้ว  ก็ให้สมาชิกทุกคนแยกย้ายกับเข้ากลุ่มบ้านของเรา (Home Group) ทั้ง 6 กลุ่ม โดยสมาชิกทุกคนช่วยกันอธิบายถึงลักษณะรูปร่างของส่วนประกอบของพืชตามที่ตนได้ศึกษามาให้เพื่อน ๆ ในกลุ่มเข้าใจทุกคน (ภายในกลุ่มบ้านของเราจะมีสมาชิกที่ได้ไปศึกษาส่วนประกอบของพืชครบทุกส่วน)
         6.8 ครูและผู้เรียนช่วยกันสรุปว่า  พืชแต่ละชนิดมีรูปร่างลักษณะแตกต่างกัน แต่พืชทุกชนิดมีส่วนประกอบที่สำคัญคือ  ราก  ลำต้น  ใบ  ดอก  ผลและเมล็ด ซึ่งส่วนประกอบเหล่านี้จะทำหน้าที่แตกต่างกันและทำให้พืชดำรงชีวิตอยู่ได้
     7. ทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน
     8. สรุปผล

4. บทสรุป


    4.1 ผลที่เกิดขึ้น
          -ความสำเร็จของตนเอง (ครูหรือผู้บริหาร)
          1. สามารถจัดทำหนังสือส่งเสริมการอ่านเรื่องพืช ชั้นประถมศึกษาปีที่ 2 ซึ่งสามารถใช้เป็นสื่อการเรียนการสอนในห้องอื่น ๆ และในปีการศึกษา   ปีต่อไปได้
          2. สถานศึกษาได้มีสื่อการเรียนการสอนเพิ่มขึ้น
          -ความสำเร็จของผู้เรียน
       1. ผู้เรียนเกิดการเรียนรู้  สนุกสนาน มีความสุขและกระตือรือร้นที่จะทำกิจกรรม
       2. ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนสูงขึ้น
   4.2 สรุปบทเรียนที่ได้
        -ความรู้ใหม่ที่เกิดขึ้น
         1. ได้รับความรู้เรื่องเทคนิควิธีการจัดการเรียนรู้แบบจิ๊กซอว์
         2. ได้รับความรู้เรื่องการจัดทำหนังสือส่งเสริมการอ่าน
         3. ได้รู้จักวิธีการศึกษาค้นคว้าข้อมูลใน Internet เพิ่มมากขึ้น
         -ได้แรงบันดาลใจเพื่อการทำงาน
        จากการประเมินผลสัมฤทธิ์ทางการศึกษาแห่งชาติ พบว่าการศึกษาของเด็กไทยยังต่ำกว่าประเทศอื่น ๆอยู่มาก โดยเฉพาะในพื้นที่เขตการศึกษา 2 ผลสัมฤทธิ์ทางการศึกษาจะต่ำกว่าภาคอื่น ๆ ข้าพเจ้าจึงคิดว่าถ้าตนเองได้มีส่วนช่วยเหลือให้เด็กในความรับผิดชอบของตนเองได้เกิดการเรียนรู้ด้วยตนเอง  มีการฝึกทักษะที่ดี มีความสุขกับการได้มาโรงเรียน ถึงแม้ว่าจะเป็นส่วนประกอบเพียงน้อยนิดแต่ถ้าทำให้เด็ก ๆ มีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนที่ดีขึ้น มีคุณภาพชีวิตที่ดีก็ทำให้เกิดความภาคภูมิใจเพราะเด็กเหล่านี้จะได้นำความรู้ที่ได้รับไปเป็นพื้นฐานในการดำรงชีวิตได้อย่างมีความสุขในสังคมต่อไป
    4.3 ประโยชน์ที่ได้รับ
          -ที่เกิดกับตนเอง
          1. มีความภาคภูมิใจที่ตนเอง ได้จัดทำสื่อการเรียนการสอนขึ้นมาเพื่อเป็นการพัฒนาการจัดการเรียนรู้ ซึ่งทำให้เกิดประโยชน์ต่อผู้เรียน  ต่อโรงเรียนและต่อชุมชน
          2. เป็นแนวทางในการพัฒนาทำผลงานทางวิชาการ
          -แนวการพัฒนาผู้เรียน
           จากการสอนด้วยกระบวนการจัดการเรียนรู้แบบจิ๊กซอว์ร่วมกับการใช้หนังสือส่งเสริมการอ่านเรื่อง พืช ชั้นประถมศึกษาปีที่ 2 กับผู้เรียน           ชั้นประถมศึกษาปีที่ 2/1  ปีการศึกษา 2551 ผลที่ได้ผู้เรียนมีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนสูงขึ้น จึงมีแนวคิดที่จะนำไปใช้กับผู้เรียนในปีการศึกษาต่อไปและทำการพัฒนาการจัดทำแผนการจัดการเรียนรู้แบบจิ๊กซอว์ร่วมกับการใช้หนังสือส่งเสริมการอ่านให้ครบทุกเนื้อหา
          -การเผยแพร่กับบุคคลอื่นต่อไป
          หนังสือส่งเสริมการอ่านเรื่อง พืช ชั้นประถมศึกษาปีที่ 2  ทั้ง 4 เล่ม ที่ได้จัดทำขึ้นมานั้นขณะนี้กำลังจัดพิมพ์เพิ่มเติมเพื่อให้พอสำหรับใช้ในการจัดการเรียนรู้ในโรงเรียนและยังจัดพิมพ์เพื่อเก็บไว้ในกลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์เมื่อได้จัดพิมพ์เรียบร้อยแล้วจะประชาสัมพันธ์ทางสถานีโทรทัศน์เคเบิ้ลท้องถิ่นอำเภอสุไหงโก – ลก จังหวัดนราธิวาส และลงในเว็บไซด์ของโรงเรียนหากโรงเรียนใดสนใจก็ให้ติดต่อกับทางโรงเรียน

 ช่วยด้วยครับ
นักเรียนที่สร้างบล็อก กรุณาอย่า
คัดลอกข้อมูลจากเว็บอื่นทั้งหมด
ควรนำมาจากหลายๆ เว็บ แล้ววิเคราะห์ สังเคราะห์ และเขียนขึ้นใหม่
หากคัดลอกทั้งหมด จะถูกดำเนินคดี
ตามกฎหมายจากเจ้าของลิขสิทธิ์
มีโทษทั้งจำคุกและปรับในอัตราสูง

ช่วยกันนะครับ 
ไทยกู๊ดวิวจะได้อยู่นานๆ 
ไม่ถูกปิดเสียก่อน

ขอขอบคุณในความร่วมมือครับ

อ่านรายละเอียด

สมาชิกที่ออนไลน์

ขณะนี้มี สมาชิก 0 คน และ ผู้เยี่ยมชม 206 คน กำลังออนไลน์