เด็กไทยไม่ใช่ “ก้านธูป” ทั้งหมด

หากใครติดตามข่าวสารอยู่เป็นประจำ ก็คงพอจะรู้จัก “น้องก้านธูป” ที่ได้โพสต์ข้อความจาบจ้วงดูหมิ่นสถาบันกษัตริย์ผ่านทาง Facebook และเว็บไชต์ใต้ดิน มีผลทำให้ถูกไล่ออกจากโรงเรียน และถูกตัดสิทธิ์เข้าศึกษาต่อในมหาวิทยาลัยชื่อดัง

จากกรณีดังกล่าวทำให้เด็กไทยถูกมองในแง่ลบด้วยการใช้ไอซีทีผิดทิศทาง ยังไม่นับรวมปัญหาเด็กติดเกม ที่เป็นข่าวอยู่ตลอดเวลา ยิ่งตอกย้ำให้เด็กไทยถูกมองในแง่ลบ แต่นั่นไม่อาจสรุปได้ว่า “เด็กไทยทั้งหมดใช้ไอซีทีผิดทาง ไม่สร้างสรรค์” วันนี้จึงขอนำเสนอตัวอย่างเด็กดีๆ จาก 3 ภูมิภาคที่พยายามเรียนรู้และเข้าใจคุณค่าที่แท้จริงของไอซีที พร้อมกับนำความรู้ด้านไอซีทีมาใช้ให้เกิดประโยชน์ต่อตนเองและผู้อื่น ที่ไม่ใช่เฉพาะด้านความบันเทิงเท่านั้น หากแต่เป็นการพัฒนาด้านการเรียน การศึกษา และการพัฒนาสังคม

จากผลงานการศึกษาในหัวข้อ เด็กหัวใส....ฉลาดใช้ไอซีที (ICTYouth Connet) โดยสถาบันแห่งชาติเพื่อการพัฒนาเด็กและครอบครัว มหาวิทยาลัยมหิดล ซึ่งได้รับการสนับสนุนงบประมาณการวิจัยจาก มูลนิธิสยามกัมมาจล ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) พบตัวอย่างของเยาวชนไทยที่ใช้ไอซีทีสร้างสรรค์สังคมที่น่าสนใจหลายกลุ่ม

เริ่มจากเยาวชนจากทางภาคเหนือ กลุ่ม เด็กดอยสร้างเว็บเพื่อสิทธิเด็ก ที่เกิดจากความคิดที่ว่า "อยากมีเว็บไชต์ที่ช่วยผลักดันให้เด็กทุกคนในประเทศไทยและบนโลกนี้มีแต่รอยยิ้ม ได้เรียนหนังสือ ได้มีอิสระ มีความคิดสร้างสรรค์ และไม่มีความแตกแยก ในเรื่องสัญชาติ เชื้อชาติ และวัฒนธรรม" จึงเกิดการรวมตัวของเด็ก นักเรียนไร้สัญชาติ 18 คน จาก 6 โรงเรียนครอบคลุม 3 พื้นที่ ได้แก่ อ.แม่สาย อ.แม่ฟ้าหลวง และ อ.แม่จัน จังหวัดเชียงราย ซึ่งหลายคนได้รับผลกระทบจากการเป็นคนไร้สัญชาติ ส่งผลให้ไม่สามารถเดินทางออกนอกพื้นที่เพื่อรับการศึกษาอย่างเท่าเทียมในสังคมได้

เด็กๆ เหล่านี้มีโอกาสเข้าอบรมการทำเว็บไซต์กับมูลนิธิกระจกเงา โดยมีแนวคิดหลักคือ “ต้องการสื่อสารผ่านระบบอินเตอร์เน็ตให้บุคคลภายนอกได้รับรู้เรื่องราวต่างๆ ที่เกิดขึ้นกับคนด้อยโอกาสอีกมุมหนึ่งของสังคม และเป็นช่องทางในการระดมทุนช่วยเหลือผู้ด้อยโอกาสทางการศึกษา”

การอบรมเด็กทั้ง 18 คน เริ่มต้นด้วยการระดมสมองในการพัฒนาเว็บไซต์ของตัวเองทั้งเรื่องเนื้อหา และรูปแบบของเว็บไซต์   และสุดท้ายคือการจัดทำเว็บไชต์ พร้อมกับเปิดเว็บไซต์ในชื่อว่า “เด็กยิ้ม” http://dekyim.bannok.com เมื่อเดือนเมษายน 2551 ในเว็บไชต์ประกอบด้วยข่าวและสาระที่น่าสนใจ เช่น เรื่องราวเกี่ยวกับกลุ่มเด็กดอยสร้างเว็บเพื่อสิทธิเด็ก, ข่าวการจัดกิจกรรม, สาระน่ารู้เกี่ยวกับสิทธิเด็ก และกฎหมายสิทธิเด็กและเยาวชน เป็นต้น นอกจากนี้ยังมีเว็บบอร์ดให้น้องๆ เยาวชนได้พูดคุย แลกเปลี่ยนความคิดเห็น พร้อมช่วยกันแก้ปัญหาที่เกี่ยวกับเด็กและเยาวชน

ถัดมาที่จังหวัดชลบุรี กับ “โครงการรักษ์สัตว์ รักษ์สังคม” ของน้องๆ นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาโรงเรียนชลบุรี “สุขบท” ที่เกิดขึ้นจากเด็กนักเรียนกลุ่มหนึ่งมองเห็นปัญหาสุนัขจรจัดตามแหล่งชุมชน วัด โรงเรียน สถานที่ท่องเที่ยว และสถานที่ราชการ จึงอยากให้การช่วยเหลือเบื้องต้นกับสัตว์ที่ถูกทอดทิ้ง ต่อมาได้รับคำแนะนำในการดำเนินกิจกรรมต่างๆ จากอาจารย์ชะบา อ่อนนาค ทำให้เด็กกลุ่มนี้เริ่มมีแนวทาง วิธีการดำเนินกิจกรรม และการสร้างเสริมความรู้ต่างๆ เกี่ยวกับสัตว์ที่ถูกทอดทิ้งมากขึ้น

ปัจจุบัน “โครงการรักษ์สัตว์ รักษ์สังคม” มีการจัดกิจกรรมมากมาย เริ่มจากวางแผนระดมทุนในการจัดกิจกรรม มีทั้งการแสดงดนตรีเปิดหมวก การทำของที่ระลึกจำหน่าย นอกจากนี้ยังมีการจัดทำทะเบียนประวัติสำหรับสัตว์ ที่ให้การช่วยเหลือ ฉีดวัคซีนเพื่อป้องกันพิษสุนัขบ้าและโรคติดต่อต่างๆ ฉีดวัคซีนเพื่อป้องกันเห็บหมัดและโรคผิวหนัง ทำหมันสุนัขเพื่อควบคุมจำนวนประชากรไม่ให้แพร่ขยาย ให้การช่วยเหลือสุนัขที่บาดเจ็บหรือป่วย ประสานงานหาบ้านใหม่ให้กับสัตว์ และปลูกจิตสำนึก ให้ บุคคลทั่วไปมีความรู้ และความเมตตาต่อสัตว์

ความน่าสนใจของโครงการนี้ไม่ได้อยู่ที่กิจกรรมเท่านั้น แต่สื่อที่นักเรียนในชมรมช่วยกันคิดขึ้นมาก็น่าสนใจไม่แพ้กัน ไม่ว่าจะเป็นมิวสิควิดีโอรณรงค์ให้คนรักสัตว์และดูแลสัตว์เลี้ยงของตนเองอย่างถูกวิธี ไม่ปล่อยทอดทิ้งให้เป็นปัญหาสังคม นอกจากนี้ทางชมรมยังได้จัดทำเว็บไชต์ www.rakturn.com และ www.moralmedia.net ที่ให้ความรู้เกี่ยวกับวิธีการดูแลสัตว์เลี้ยง และตอบปัญหาเกี่ยวกับโรคที่เกิดกับสัตว์เลี้ยง

สุดท้ายลงมาที่ภาคใต้ “กลุ่มบุหรงซีงอ” กลุ่มนักศึกษาที่เห็นปัญหา 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ และอยากถ่ายทอดให้ประชาชนคนไทยในภาคอื่นๆ ได้รับรู้และเข้าใจปัญหาดังกล่าวเหมือนๆ กับที่คนในพื้นที่เข้าใจ โดยรวบรวมเครือข่ายกลุ่มคนทำงานด้านสื่อสารมวลชนในภาคใต้ ได้แก่ ศูนย์เฝ้าระวังสถานการณ์ภาคใต้, สำนักข่าวชาวบ้าน และโต๊ะข่าวพลเมือง จัดอบรมเยาวชนในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ได้แก่ ปัตตานี ยะลา นราธิวาส ให้ความรู้เกี่ยวกับทักษะการสื่อสาร การเขียนเรื่องเล่า การทำหนังสือพิมพ์ ถ่ายภาพ และตัดต่อวิดีโอคลิป เพื่อถ่ายทอดสถานการณ์ใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ผ่านรายการ “นักข่าวพลเมือง” ของโทรทัศน์สาธารณะ ซึ่งจากการทำงานตลอดระยะเวลา 6 เดือน ทีมงานสามารถอบรมเยาวชนไปแล้วกว่า 100 คน นอกจากนี้ทางกลุ่มยังวางแผนทำจัดเว็บไชต์ เพื่อเผยแพร่เรื่องราวของเยาวชนภาคใต้ในมุมมองของเยาวชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่

เรื่องราวดังกล่าวข้างต้นคงพอเห็นภาพตรงข้ามกับคำพูดที่ว่า “เด็กไทยใช้ไอซีทีไม่เป็น” ได้ดีทีเดียว อีกทั้งแสดงให้เห็นว่ายังมีเด็กไทยหลายกลุ่มมีความคิดสร้างสรรค์ไม่แพ้ชาติใดในโลก โดยสามารถนำความรู้ที่ตนเองมีอยู่มาประยุกต์ใช้ให้เกิดประโยชน์ต่อตนเอง สังคม และชุมชน แต่โครงการต่างๆ จะสำเร็จไม่ได้หากขาดผู้ใหญ่ใจดีที่ให้คำแนะนำ ปรึกษา และการสนับสนุน

            ดังนั้นผู้ใหญ่ใจดีทั้งหลาย อย่าลืมทำหน้าที่ขอตนเองอย่างสมบูรณ์แบบ “ปลูกต้นกล้าและดูแลเอาใจใส่เพื่อให้ต้นกล้าเหล่านั้นกลายเป็นไม้ใหญ่ที่แข็งแรง สมบูรณ์ เป็นที่พักพิงของคนรอบข้างต่อไป”


ข้อมูลจาก ทีมงานสื่อสารสังคม สยามกัมมาจล

มหาวิทยาลัยศรีปทุม ผู้ใหญ่ใจดี
 
 

 ช่วยด้วยครับ
นักเรียนที่สร้างบล็อก กรุณาอย่า
คัดลอกข้อมูลจากเว็บอื่นทั้งหมด
ควรนำมาจากหลายๆ เว็บ แล้ววิเคราะห์ สังเคราะห์ และเขียนขึ้นใหม่
หากคัดลอกทั้งหมด จะถูกดำเนินคดี
ตามกฎหมายจากเจ้าของลิขสิทธิ์
มีโทษทั้งจำคุกและปรับในอัตราสูง

ช่วยกันนะครับ 
ไทยกู๊ดวิวจะได้อยู่นานๆ 
ไม่ถูกปิดเสียก่อน

ขอขอบคุณในความร่วมมือครับ

อ่านรายละเอียด

ด่วน...... ขณะนี้
พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2558 
มีผลบังคับใช้แล้ว 
ขอให้นักเรียนและคุณครูที่ใช้งาน
เว็บ thaigoodview ในการส่งการบ้าน
ระมัดระวังการละเมิดลิขสิทธิ์ด้วย
อ่านรายละเอียดที่นี่ครับ

 

สมาชิกที่ออนไลน์

ขณะนี้มี สมาชิก 0 คน และ ผู้เยี่ยมชม 31 คน กำลังออนไลน์