ไอคิว+อีคิว ผลลัพธิ์คือ ?

                                                            

 

ไอคิว-อีคิว คืออะไร?   "ไอคิว-IQ" ย่อจากศัพท์ Intelligence Quotient คือความเฉลียวฉลาดทางสติปัญญาซึ่งเกิดจาก 2 ส่วนคือ จากยีนส์หรือพันธุกรรม และจากการเลี้ยงดู คำนี้บัญญัติขึ้นตั้งแต่ศตวรรษที่ 18 โดยทั่วไปยึดตัวเลข 100 เป็นระดับไอคิวเฉลี่ยของคนปกติ คิดตามหลักสถิติแล้วคนส่วนใหญ่หรือร้อยละ 68 ของประชากรทั้งหมดมีไอคิวอยู่ที่ระดับ 85-115 ทั้งนี้ การวัดไอคิวต้องอาศัยปัจจัย เช่น สภาพแวดล้อมรอบตัว กิริยาอาการ สีหน้าแววตา ท่าทาง ฯลฯ ซึ่งล้วนมีผลต่อการทำการทดสอบทั้งสิ้น

ปัญหาที่พบจากการศึกษาคือ ครอบครัวไม่มีการปลูกฝังจิตใจที่ดีให้แก่เด็กไอคิวสูง ไม่ได้สอนให้รู้จักอยู่ร่วมกับผู้อื่น เมื่อเด็กไม่สามารถปรับตัวในสภาพสังคมที่เปลี่ยนไป ปัญหาจึงเกิดขึ้น ทำให้จิตใจแปรเปลี่ยน สมองเฉื่อยชา ไม่รู้วิธีจัดระบบให้ตัวเอง คนประเภทนี้เรียกว่า "อีคิวต่ำ" แม้มีสติปัญญาดีเลิศ มีระดับไอคิวสูง แต่ถ้าอีคิวต่ำ สมองที่ปราดเปรื่องก็อาจนอกลู่นอกทางได้เมื่อประสบปัญหาในชีวิต แม้เป็นเรื่องเล็กน้อยสำหรับคนทั่วไป แต่เด็กที่ไม่ถูกสอนมารับมือปัญหา เมื่อไม่สามารถหาทางแก้ไข ทางออกจึงเป็นไปในทางที่ผิด เช่น ฆ่าตัวตายหนีปัญหา

"อีคิว-EQ" ย่อมาจาก Emotional Quotient หรือ Emotional Intelligence คือ ความฉลาดทางอารมณ์ คนที่มีอีคิวดีคือ คนที่รู้จักและเข้าใจอารมณ์ตัวเองได้ รู้จักแยกแยะควบคุมอารมณ์ และสามารถแสดงอารมณ์ได้อย่างถูกต้องตามกาลเทศะ ปรับตัวให้เข้ากับสังคมอย่างเหมาะสม ทั้งนี้ เพราะเมื่อใดก็ตามที่มีการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างของสังคม ระบบของอีคิวจะเริ่มเสีย เห็นได้ว่าระยะ 10 ปีที่ผ่านมาสุขภาพจิตของคนเราเสื่อมลงมาก มีปริมาณคนไข้ทางจิตสูงขึ้น

ปัจจุบันอีคิวมีบทบาทเด่นชัดในแวดวงการศึกษา เพราะที่ผ่านมาเห็นได้ว่ามีเด็กที่เรียนเก่งจำนวนไม่น้อยไม่สามารถปรับตัวเข้ากับคนอื่นๆ ได้ หรืออย่างเหตุการณ์ที่เด็กสอบได้เกรดเฉลี่ยไม่ดีแล้วฆ่าตัวตาย กรณีเช่นนี้ไม่ใช่ปัญหาของเด็กคนนั้นอย่างเดียว แต่หมายถึงสังคมหรือกลไกการศึกษาที่ละเลยเรื่องความสามารถทางอารมณ์ด้วย

จากการวิจัยพบว่า คนที่ประสบความสำเร็จในชีวิต อีคิวมักจะนำไอคิว ซึ่งขณะนี้อีคิวสามารถวัดได้จากแบบทดสอบโดยประเมินจากบุคลิกภาพ แต่เป็นการประเมินจากความคิดเห็นซึ่งวัดได้ยากกว่าไอคิว

อย่างไรก็ตาม ถ้าประเมินแล้วพบว่าอีคิวไม่ดีก็สามารถแก้ไขได้ โดยขั้นแรกพ่อแม่ต้องแสดงออกถึงความรักที่ถูกทาง ต้องสอนให้เด็กรู้จักรอคอย ฝึกการอดทน สอนให้แก้ไขสถานการณ์ต่างๆ ฝึกให้เป็นคนยืดหยุ่น มองโลกในแง่ดี รู้จักการให้ การเสริมสร้างอีคิวแก่เด็กไม่ใช่เรื่องยากหากพ่อแม่เป็นแบบอย่างที่ดี

                                                                          

 

กลายเป็นเรื่องที่พบเห็นได้โดยทั่วไป กับเด็กอายุน้อย ๆ แต่มีพฤติกรรมก้าวร้าว รุนแรง จนดูไม่น่ารักในสายตาของผู้ใหญ่หลายคน และเมื่อผู้ใหญ่พบพฤติกรรมเช่นนี้ บ้างก็โทษว่าเป็นเพราะสื่อทีวี อินเทอร์เน็ต หรือสิ่งแวดล้อมโดยรอบ คือตัวการที่ทำให้ความน่ารักของเด็กเลือนหายไป แต่ในมุมมองของนักวิจัย แพทย์ และผู้เชี่ยวชาญด้านเด็กแล้ว ผู้เป็นพ่อแม่คือผู้ที่สำคัญที่สุดที่มีส่วนสนับสนุนให้พฤติกรรมของเด็กดีขึ้นหรือแย่ลง รวมทั้งมีส่วนอย่างมากในการแก้ปัญหา เพื่อให้เด็กกลับมาเป็นเด็กที่น่ารัก เติบโตอย่างสมวัย

พญ.พรรณพิมล หล่อตระกูล ผู้อำนวยการสถาบันราชานุกูล เปิดเผยถึงวิธีการรับมือกับสภาวะทางอารมณ์ของเด็กในวัยที่แตกต่างกันว่า พ่อแม่ควรมีการเตรียมความพร้อมตั้งแต่รู้ว่าตั้งครรภ์ พร้อมแนะว่าเด็กแต่ละวัยจะมีธรรมชาติที่แตกต่างกัน

       
"พ่อแม่ทุกคนต้องการให้ลูกเป็นคนเก่ง คนดี และมีความสุข ซึ่งการที่เขาจะมีพัฒนาการไปในทิศทางนั้นได้ ก่อนอื่นคุณพ่อคุณแม่ต้องเข้าใจธรรมชาติของเด็กก่อน ซึ่งธรรมชาติของเด็กมีสองอย่างก็คือ ธรรมชาติตามวัย เด็กแต่ละช่วงอายุจะมีธรรมชาติที่แตกต่างกัน นอกจากนั้น เขาก็ยังมีธรรมชาติ หรือลักษณะเฉพาะตัวที่แตกต่างกันในแต่ละคนด้วย"

สำหรับกรณีที่ธรรมชาติของเด็กและพ่อแม่แตกต่างกัน เช่น เด็กมีลักษณะนิ่งมาก แต่พ่อแม่เป็นคนรวดเร็ว ปรู๊ดปร๊าด บางทีก็มีปัญหาเช่นกัน เพราะธรรมชาติของลูกเข้ากับพ่อแม่ไม่ได้ นอกจากนั้น กรณีที่ต้องระวังมากขึ้นสำหรับพ่อแม่ก็คือ ถ้ามีลูกสองคนแล้วลูกคนหนึ่งมีธรรมชาติไม่เข้ากับพ่อแม่ อาจทำให้เกิดความลำเอียงได้       

"ถ้าเป็นพ่อแม่แล้วทุกคนก็รักลูก แต่เราต้องระมัดระวังที่จะไปสนิทกับลูกที่มีธรรมชาติตรงกับเรามากเกินไป หรือที่โบราณเราเรียกว่า ชะตาต้องกัน โดยไม่ได้เจตนา เพราะรู้สึกว่าลูกคนนี้น่ารักกว่าอีกคน ลูกอีกคนอาจมีปัญหาได้ค่ะ"

ในส่วนของการพัฒนาด้านอารมณ์และพฤติกรรมยังเกี่ยวข้องกับสมองของเด็กด้วย โดย พญ.พรรณพิมล เปิดเผยว่า สมองของเด็กมีการสร้างเครือข่ายเชื่อมโยงกันตลอดเวลา ขณะเดียวกันก็จะมีการทำลายเครือข่ายที่สร้างขึ้นไปแล้วด้วย ซึ่งจะส่งผลต่อพฤติกรรมของเด็กได้เช่นกัน หากพ่อแม่ไม่ทำลายเครือข่ายที่ไม่เป็นประโยชน์ หรือบางทีไปทำลายเครือข่ายที่ดีของเด็กด้วยความรู้เท่าไม่ถึงการณ์ เด็กก็จะเติบโตขึ้นมาพร้อมกับพฤติกรรมที่ไม่น่ารัก ยกตัวอย่างเช่น การที่ผู้ใหญ่ตีเด็กที่กำลังร้องไห้พร้อมขู่ว่าถ้ายังไม่เงียบจะไม่หยุดตี จะส่งผลให้สมองของเด็กคนนั้นเรียนรู้ว่า มีอารมณ์ไม่ได้ และเกิดการกดอารมณ์ตัวเอง ทั้งนี้ พฤติกรรมการกดอารมณ์จะไม่เป็นผลดีต่อเด็กในอนาคต และอาจเกิดปัญหาด้านพฤติกรรมขึ้นได้ ทางออกของปัญหานี้คือ พ่อแม่ควรทำความเข้าใจกับลูกว่าลูกกำลังมีอารมณ์โกรธ เสียใจ โมโห ฯลฯ ให้เด็กได้รู้จักกับอารมณ์ต่าง ๆ เหล่านี้ด้วยตนเอง และพยายามผ่อนคลายอารมณ์ของเด็กลง

 

                                                                    


 ห้ามบ่อยครั้ง พลาดเรียนรู้
       
       มีคำกล่าวว่า "การเรียนรู้ของเด็กขึ้นอยู่กับประสบการณ์" เด็กที่ถูกจำกัดการเล่น เนื่องจากพ่อแม่ผู้ปกครองกังวลเรื่องอันตรายมากเกินไปนั้นจะทำให้เด็กพลาดการเรียนรู้ที่สำคัญไปได้ด้วยเช่นกัน

       "จริง ๆ แล้ว คำว่าไม่ สำหรับเด็กมีแค่ 3 ข้อ คือ ไม่ทำลายข้าวของ ไม่ทำร้ายตัวเอง และไม่ทำร้ายคนอื่น ผู้ปกครองที่มักพูดคำว่า ไม่ - อย่า - ห้าม จนติดปากอาจทำให้เด็กคนนั้นเรียนรู้ได้น้อยกว่าเด็กคนอื่น ควรจะปล่อยให้เขาไปคลุกฝุ่น เล่นดินได้บ้าง และคอยดูแลเรื่องความสะอาดแทน" พญ.พรรณพิมลกล่าว
       
       ความอยากรู้อยากเห็นของเด็กเป็นอีกสิ่งหนึ่งที่ช่วยกระตุ้นให้เขาอยากเรียนรู้ โดยสามารถสังเกตได้จากประกายตา เมื่อเด็กเกิดความอยากรู้อยากเห็น ตาของเด็กจะมีประกายวิ้งขึ้นมาเพียงแค่แป๊บเดียว จากนั้นจะตามมาด้วยการเคลื่อนไหวร่างกายอย่างรวดเร็วเพื่อไปคว้าสิ่งที่ต้องการ
       
       "เด็กที่ใฝ่รู้มักจะมีคำถามอยู่เป็นประจำ ถ้าผู้ปกครองใส่ใจ ตอบคำถามของเขาตลอด ก็จะสามารถรักษาความอยากรู้ของเด็กไว้ได้ และทำให้เขาเป็นเด็กที่ใฝ่รู้ตลอดเวลา แต่โดยส่วนใหญ่ บางทีพ่อแม่ผู้ปกครอบก็เหนื่อยเกินกว่าจะทันสังเกตลูก ซึ่งเด็กจะรู้สึกได้ และอาจทำให้ความใฝ่รู้ของเขาลดลง"
       
       ทั้งนี้ เมื่อเกิดปัญหาเกี่ยวกับพฤติกรรม และการเรียนรู้ของเด็ก ๆ คุณหมอระบุว่า ไม่ถึงกับต้องมาพบจิตแพทย์ แต่หัวใจสำคัญคือการเรียนรู้ พ่อแม่ต้องแลกเปลี่ยนกัน พูดคุยกัน และช่วยกันเลี้ยงลูก จึงจะทำให้ครอบครัวมีความสุขได้

                                       ~~~~~~~~~~~~~~~~~~ช่วยกันเม้นหน่อยนะค่ะ~~~~~~~~~~~~~~~~~~~

เนื้อหา ดีมากเลยค่ะ อ่านแล้วรู้อะไรเยอะ ขึ้นมากเลย ฝากด้วยนะ http://thaigoodview.com/node/62810 http://thaigoodview.com/node/62784 http://thaigoodview.com/node/62783

รูปภาพของ knw.33000

เนื้อหาดีมากก ๆๆ

 

ฝากเม้นด้วยนะคะ ๆ

http://thaigoodview.com/node/63929

รูปภาพของ knw33300

สุดยอดไปเลยนะ

รูปภาพของ knw33005

 เนื้อหาดีมากค่ะ ^^

 

http://www.thaigoodview.com/node/63132

 

ฝากด้วยนะคะ่^^

รูปภาพของ knw32761

ว้าว

 

ฉลาดไปก็ไม่ดี - -

 

ฝากนะๆ

 http://www.thaigoodview.com/blog/28503

ว้าวววววว เข้าไปบ่อยๆๆๆๆนะจร้าาาาา

รูปภาพของ knw32784

สุดยอด ๆๆ *

 

ฝากด้วยจ้า http://thaigoodview.com/blog/28844

รูปภาพของ knw32792

อ่ะๆๆๆ

 

เข้ามาบ่อยๆๆๆๆ 

รูปภาพของ knw32781

-*-

ทำไงถึงจะฉลาด !

ช่วยกันเม้นหน่อยน้า  ^ ^

V ลิงค์ ข้างล่างนี้เลยยย

1.ความผิดปกติของโครโมโซมเพศ

2.วิธีทำให้ดอกไม้เหี่ยวช้าลง

3.ทีวีสี แสงในทีวีสีคืออะไร

4.วิธีถนอมสายตาขณะอยู่หน้าจอคอมพิวเตอร์

1. http://www.thaigoodview.com/comment/reply/62785#comment-form

2. http://www.thaigoodview.com/comment/reply/62786#comment-form

3. http://www.thaigoodview.com/comment/reply/62788#comment-form

4. http://www.thaigoodview.com/comment/reply/62790#comment-form

รูปภาพของ knw32801

อื้ ม มม ๆ  แล้วเค้ามีทำไ รเนี ย !

^ ^"

รูปภาพของ KNW32788

ขุดอีกครั้ง

รูปภาพของ knw32808

 เยี่ยมๆๆๆๆๆๆ

 

วันหลังเอาภาพมานำเด้อเจ๊๊๊๊๊๊๊๊/----------/

 

ฝากด้วยน๊าจ๊าาาาาาาาาาMoney mouth

http://www.thaigoodview.com/node/62839

รูปภาพของ KNW32788


เม้นให้แล้วจ้า

 

ไปดูของเค้าด้วยน้า

http://www.thaigoodview.com/comment/reply/62796#comment-form 

รูปภาพของ knw32790

เฮลโลวโฮ่วเฮะ~!

 

ฝาก ๆ

http://www.thaigoodview.com/node/62814

http://www.thaigoodview.com/node/62808

สุดยอด!!!!

รูปภาพของ knw32793

เค้าคิดว่าอ่านแล้ว

เค้าคงฉลาดขึ้นนะ อิอิ

รูปภาพของ knw32796

คือเค้าไม่ค่อยจะมี อีคิว อ่ะ  ทำไงดี

รูปภาพของ knw32785

จ้าาาาาาาาา มาเม้นๆๆๆแล้ว

ขอบคุณมากๆค่ะ 

รูปภาพของ knw32781

แม้มีสติปัญญาดีเลิศ มีระดับไอคิวสูง แต่ถ้าอีคิวต่ำ สมองที่ปราดเปรื่องก็อาจนอกลู่นอกทางได้เมื่อประสบปัญหาในชีวิต แม้เป็นเรื่องเล็กน้อยสำหรับคนทั่วไป แต่เด็กที่ไม่ถูกสอนมารับมือปัญหา เมื่อไม่สามารถหาทางแก้ไข ทางออกจึงเป็นไปในทางที่ผิด เช่น ฆ่าตัวตายหนีปัญหา

หมิง ระวัง !! ^ ^

รูปภาพของ knw32781

ช่วยเม้นหน่อยน้า ^ ^

V ลิงค์ ข้างล่างนี้เลยยย

http://www.thaigoodview.com/comment/reply/62785#comment-form

http://www.thaigoodview.com/comment/reply/62786#comment-form

http://www.thaigoodview.com/comment/reply/62788#comment-form

http://www.thaigoodview.com/comment/reply/62790#comment-form

รูปภาพของ knw32781

เม้นแล้วจ้า ๆ ปุ้ยเม้นกลับหน่อยน้า

ใส่รูปได้แล้วนี่ ^ ^

ช่วยกันเม้นหน่อยน้า  ^ ^

V ลิงค์ ข้างล่างนี้เลยยย

http://www.thaigoodview.com/comment/reply/62785#comment-form

http://www.thaigoodview.com/comment/reply/62786#comment-form

http://www.thaigoodview.com/comment/reply/62788#comment-form

http://www.thaigoodview.com/comment/reply/62790#comment-form

มหาวิทยาลัยศรีปทุม ผู้ใหญ่ใจดี
 
 

 ช่วยด้วยครับ
นักเรียนที่สร้างบล็อก กรุณาอย่า
คัดลอกข้อมูลจากเว็บอื่นทั้งหมด
ควรนำมาจากหลายๆ เว็บ แล้ววิเคราะห์ สังเคราะห์ และเขียนขึ้นใหม่
หากคัดลอกทั้งหมด จะถูกดำเนินคดี
ตามกฎหมายจากเจ้าของลิขสิทธิ์
มีโทษทั้งจำคุกและปรับในอัตราสูง

ช่วยกันนะครับ 
ไทยกู๊ดวิวจะได้อยู่นานๆ 
ไม่ถูกปิดเสียก่อน

ขอขอบคุณในความร่วมมือครับ

อ่านรายละเอียด

ด่วน...... ขณะนี้
พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2558 
มีผลบังคับใช้แล้ว 
ขอให้นักเรียนและคุณครูที่ใช้งาน
เว็บ thaigoodview ในการส่งการบ้าน
ระมัดระวังการละเมิดลิขสิทธิ์ด้วย
อ่านรายละเอียดที่นี่ครับ

 

สมาชิกที่ออนไลน์

ขณะนี้มี สมาชิก 0 คน และ ผู้เยี่ยมชม 40 คน กำลังออนไลน์