โครงการวิจัยและพัฒนาเพื่อปฏิรูปการศึกษา 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ครูขนิษฐา

รูปภาพของ chay




โครงการวิจัยและพัฒนาเพื่อปฏิรูปการศึกษา
3 จังหวัดชายแดนภาคใต้

 

เรื่อง  โครงการโรงเรียนส่งเสริมทันตสุขภาพ

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

เสนอโดย

นางขนิษฐา     มณีประวัติ

ครูโรงเรียนบ้านท่ากำชำ

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

อำเภอหนองจิก     จังหวัดปัตตานี

สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาปัตตานี
เขต
1

 

คำนำ

 

                                โครงการโรงเรียนส่งเสริมทันตสุขภาพ
เป็นโครงการต่อเนื่อง
มีวัตถุประสงค์เพื่อให้นักเรียนตระหนักถึงการดูแลสุขภาพปากและฟัน 
แปรงฟันหลังอาหารด้วยยาสีฟันที่มีส่วนผสมของฟลูออไรด์
รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ไม่เป็นอันตรายต่อสุขภาพปากและฟัน อันส่งผลให้นักเรียนมีสุขภาพปากและฟันที่แข็งแรง  สวยงาม 
นอกจากนี้การมีสุขภาพในช่องปากและฟันดี 
ยังส่งผลต่อการเรียนรู้ได้อย่างหลากหลายทั้งการปฏิบัติ  และทฤษฎี 
อีกทั้งนักเรียนสามารถนำความรู้ประสบการณ์ที่เกิดจากการเรียนรู้เหล่านั้นไปปฏิบัติด้วยตนเองทั้งที่โรงเรียนและที่บ้าน  ตลอดจนการถ่ายทอดความรู้สู่เพื่อน  พ่อแม่ 
พี่น้อง 
และผู้ปกครองได้อีกทางหนึ่งด้วย
  โรงเรียนบ้านท่ากำชำเล็งเห็นถึงความสำคัญของโครงการดังกล่าว
จึงจัดให้มีโครงการนี้ต่อเนื่อง

 

 

                                                                         
                             นางขนิษฐา     มณีประวัติ

                                                                                                                         ครูโรงเรียนบ้านท่ากำชำ

                                                                                               

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

สารบัญ

 

                                                                                                                                                                หน้า

บทที่
1  บทนำ

-                  

ความเป็นมาและความสำคัญของปัญหา                                                                1

-                  

วัตถุประสงค์                                                                                                                1

-                  

การดำเนินงานของโครงการ                                                                                    2

-                  

ผลที่คาดว่าจะได้รับ                                                                                                     3

บทที่
2
 เอกสารที่เกี่ยวข้อง

-                  

แนวคิด ทฤษฎีที่ใช้                                                                                                     4

-                  

ความรู้ทันตสุขภาพ                                                                                                     5

-                  

แนวทางในการส่งเสริมทันตสุขภาพ                                                                      6

-                  

ข้อมูลในโรงเรียนบ้านท่ากำชำ เรื่อง ทันตสุขภาพ                                              6

-                  

สรุป                                                                                                                                8

บทที่
3  วิธีดำเนินการ

-                  

กระบวนการในการดำเนินการของโครงการ (4 ขั้นตอน)                 10

-                  

การวางแผนการดำเนินงาน                                                                                      10

-                  

กิจกรรมการปฏิบัติ                                                                                                      11

-                  

สรุป                                                                                                                                12

ภาพผนวก

-                  

ประวัติผู้เขียน                                                                                                               13

-                  

ประวัติโรงเรียน                                                                                                           13

-                  

ภาพกิจกรรม                                                                                                                15

 

 

 

 

 

 

 

 

 

บทนำ

 

ความเป็นมาและความสำคัญของปัญหา 

 

                                สุขภาพเป็นปัจจัยที่สำคัญในการดำรงชีวิต
ฟันและอวัยวะในช่องปากก็เป็นด่านแรกของระบบย่อยอาหาร
และมีความสำคัญต่อเราไปตลอดชีวิต
สุขภาพอนามัยจะต้องได้รับการดูแลอย่างใกล้ชิดตั้งแต่วัยเด็ก
และจะเป็นพื้นฐานสำคัญในการพัฒนาในเรื่องต่าง ๆ

                                อาหารมีความสำคัญต่อสุขภาพฟันเช่นกัน
อาหารที่เรารับประทานอยู่ในชีวิตประจำวันมีผลต่อสุขภาพฟันและส่วนต่าง ๆ
ของช่องปากเช่นเดียวกับส่วนต่าง ๆ ของร่างกาย
อาหารช่วยในการซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอของร่างกาย
และช่วยในการเจริญเติบโตแต่อาหารบางอย่างทำให้ฟันผุได้ง่าย
และอาหารบางอย่างช่วยทำให้ฟันแข็งแรง ดังนั้นเราจึงควรมีความรู้ในเรื่องของอาหารที่เกี่ยวกับทันตสุขภาพ
การจะนำไปสู่สภาวะทันตสุขภาพที่ดี
คือการปฏิบัติตนในการดูแลรักษาทันตสุขภาพอย่างสม่ำเสมอทุกวัน
ต้องรีบปลูกฝังและเสริมสร้างสุขนิสัยเพื่อนำไปปฏิบัติทั้งในปัจจุบันและอนาคต

                                ชุมชนในโรงเรียนบ้านท่ากำชำนักเรียนส่วนใหญ่อาศัยอยู่กับปู่
ย่า ตา และยาย ซึ่งละเลยเรื่องการดูแลการรับประทานอาหาร
ชุมชนและครอบครัวขาดความรู้เรื่องฟัน
ร้านค้าในหมู่บ้านจำหน่ายอาหารที่ไม่มีประโยชน์ ลักษณะขนมกรุบกรอบ
ดึงดูดใจให้นักเรียนรับประทาน 

ดังนั้นกิจกรรมโรงเรียนส่งเสริมทันตสุขภาพเป็นกิจกรรมที่สำคัญยิ่งที่ช่วยส่งเสริมสนับสนุน
กระตุ้นความสนใจ 
ตลอดจนสร้างความตระหนักให้ทุกฝ่ายมีส่วนร่วมในการดูแลทันตสุขภาพของนักเรียน 
อันส่งผลให้นักเรียนมีสุขภาพปากและฟันที่แข็งแรง  สวยงาม 
นอกจากนี้การมีสุขภาพในช่องปากละฟันดี 
ยังส่งผลต่อการเรียนรู้ได้อย่างหลากหลายทั้งการปฏิบัติ  และทฤษฎี 
อีกทั้งนักเรียนสามารถนำความรู้ประสบการณ์ที่เกิดจากการเรียนรู้เหล่านั้นไปปฏิบัติด้วยตนเองทั้งที่โรงเรียนและที่บ้าน  ตลอดจนการถ่ายทอดความรู้สู่เพื่อน พ่อแม่
พี่น้อง และผู้ปกครองได้อีกทางหนึ่งด้วย
  ด้วยเหตุผลและความจำเป็นดังกล่าวทางโรงเรียนบ้านท่ากำชำจึงจัดให้มีโครงการนี้ขึ้น

 

วัตถุประสงค์

 

1.  เพื่อให้นักเรียนผู้ปกครอง/ชุมชน
มีความรู้และทักษะในการดูแลทันตสุขภาพ

2. เพื่อให้นักเรียน
ผู้ปกครอง ชุมชน และร้านค้า มีความรู้ และให้ความร่วมมือ  

    เกี่ยวกับการบริโภคอาหารที่มีประโยชน์ต่อฟัน

3.
เพื่อให้นักเรียน ผู้ปกครอง ชุมชน มีทัศนคติเชิงบวก เกี่ยวกับการดูแลช่องปาก

    และการบริโภคอาหารที่มีประโยชน์ต่อฟัน

4.
เพื่อให้นักเรียน มีกิจกรรมการแปรงฟันหลังอาหารกลางวันด้วยยาสีฟันผสม

    ฟลูออไรด์

5.
เพื่อให้นักเรียนตรวจสภาพช่องปากและได้รับการรักษาทางทันตกรรม

 

การดำเนินงานของโครงการ

 

1.  สำรวจปัญหา รวบรวมปัญหา

2.  ประชุมวางแผน

3.  ดำเนินกิจกรรม ดังนี้

ระยะที่ 1  ให้ความรู้ ปรับเปลี่ยนทัศนคติ

-  วิทยากรภายนอก 
:  เจ้าหน้าที่อนามัย  อสม.

-
วิทยากรภายใน 
:  ครู  
นักเรียนแกนนำ

-
จัดป้ายนิเทศ

- เสียงตามสาย

ระยะที่ 2  ปรับเปลี่ยนพฤติกรรม

-                  

เดินรณรงค์

-                  

นักเรียนแกนนำความรู้สู่เพื่อนนักเรียน ชุมชน

-                  

ปรับเปลี่ยนรายการอาหารกลางวัน

-                  

ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการบริโภคของนักเรียน

ระยะที่ 3  สร้างความยั่งยืน

-                  

นักเรียนมีพฤติกรรมทางด้านทันตสุขภาพ

-                  

นักเรียนล้างมือก่อนรับประทานอาหาร

-                  

การมีส่วนรวม ให้การสนับสนุนจากหน่วยงานต่าง ๆ

-                  

โรงเรียนเครือข่ายศึกษาดูงานคู่หูโรงเรียนส่งเสริมทันตสุขภาพ

-                  

ชื่นชมในความสำเร็จร่วมกัน

4.  สรุปกิจกรรมและผลการดำเนินงาน

-                  

ผลที่เกิดกับนักเรียน

-                  

ผลที่เกิดกับครู ผู้ปกครอง

-                  

ผลที่เกิดกับโรงเรียน หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

5.  ปรับปรุง แก้ไข หาแนวทางในการพัฒนาเพื่อสร้างความยั่งยืน

 

 

ผลที่คาดว่าจะได้รับ

 

1.  นักเรียนผู้ปกครอง/ชุมชน
มีความรู้และทักษะในการดูแลทันตสุขภาพ

2.  นักเรียน ผู้ปกครอง ชุมชน
และร้านค้า มีความรู้ และให้ความร่วมมือเกี่ยวกับ

     การบริโภคอาหารที่มีประโยชน์ต่อฟัน
กินเป็น เน้นผักสด ลดหวาน มัน เค็ม

3.  นักเรียน ผู้ปกครอง ชุมชน มีทัศนคติเชิงบวก
เกี่ยวกับการดูแลช่องปาก

     และการบริโภคอาหารที่มีประโยชน์ต่อฟัน

4.  นักเรียนและครูแปรงฟันหลังอาหารกลางวันด้วยยาสีฟันผสมฟลูออไรด์

5.  นักเรียนได้รับการตรวจสภาพช่องปากและรักษาทางทันตกรรม

6.  ชุมชน และบุคลากรสาธารณสุข
มีส่วนร่วมดำเนินงานส่งเสริมทันตสุขภาพ

 

 

บทที่ 2

เอกสารที่เกี่ยวข้อง

 

แนวคิด
ทฤษฎีที่ใช้

 

                                การนำทฤษฎีการเรียนรู้ของ
Bandura
มาใช้ในการจัดกิจกรรม

                                ทฤษฎีการเรียนรู้ทางสังคมเชิงพุทธิปัญญา
(
Social  Cognitive 
Learning  Theory)
ซึ่งมีความเชื่อว่าการเรียนรู้ของมนุษย์ส่วนมากเป็นการเรียนรู้โดยการสังเกตหรือการเลียนแบบ
(
Bandura  1963)
การเรียนรู้เกิดจากปฏิสัมพันธ์ระหว่างผู้เรียนและสิ่งแวดล้อมในสังคม
ซึ่งทั้งผู้เรียนและสิ่งแวดล้อมมีอิทธิพลต่อกันและกัน สาเหตุที่สำคัญอย่างหนึ่งในการเรียนรู้ด้วยการสังเกต
คือผู้เรียนจะต้องเลือกสังเกตสิ่งที่ต้องการเรียนรู้โดยเฉพาะ
และสิ่งสำคัญอีกอย่างหนึ่งก็คือ ผู้เรียนจะต้องมีการเข้ารหัส (
Encoding) ในความทรงจำระยะยาวได้อย่างถูกต้อง นอกจากนี้
ผู้เรียนต้องสามารถที่จะประเมินได้ว่าตนเลียนแบบได้ดีหรือไม่ดีอย่างไร
และจะต้องควบคุมพฤติกรรมของตนเองได้เลียนแบบจากตัวแบบ (
Modeling) สำหรับตัวแบบไม่จำเป็นต้องเป็นตัวแบบที่มีชีวิตเท่านั้น
แต่อาจจะเป็นตัวสัญลักษณ์ เช่น ตัวแบบที่เห็นในโทรทัศน์
หรือภาพยนตร์หรืออาจจะเป็นรูปภาพการ์ตูนหนังสือก็ได้ นอกจากนี้ คำบอกเล่าด้วยคำพูดหรือข้อมูลที่เขียนเป็นลายลักษณ์อักษรก็เป็นตัวแบบได้
กระบวนการทางพุทธิปัญญา (
Cognitive Processes) ความใส่ใจที่เลือกสิ่งเร้ามีบทบาทสำคัญในการเลือกตัวแบบ
สำหรับขั้นการกระทำ (
Performance) นั้นขึ้นอยู่กับผู้เรียน
เช่น ความสามารถทางด้านร่างกาย ทักษะต่าง ๆ รวมทั้งความคาดหวังที่จะได้รับแรงเสริมซึ่งเป็นแรงจูงใจ

                                กระบวนการที่สำคัญในการเรียนรู้ในการเรียนรู้โดยการสังเกต
บันดูรา(
Bandura
, 1977)ได้อธิบายกระบวนการที่สำคัญในการเรียนรู้โดยการสังเกตหรือการเรียนรู้โดยตัวแบบว่ามทั้งหมด
4 อย่าง คือ

1.            

กระบวนการความเอาใจใส่ (Attention)

2.            

กระบวนการจดจำ (Retention)

3.            

กระบวนการแสดงพฤติกรรมเหมือนตัวอย่าง (Reproduction)

4.            

กระบวนการการจูงใจ (Motivation)

การนำทฤษฎีการเรียนรู้ของอลัน  ชอว์ (Alan 
Shaw)

ทฤษฎีการสร้างองค์ความรู้ด้วยตนเอง
หรือ
ทฤษฎีคอนสตรัคชั่นนิสซึ่ม

(Constructionism)
กล่าวว่า ทฤษฎีคอนสตรัคชั่นนิสซึ่ม เป็นทฤษฎี
เกี่ยวกับ
การศึกษาเรียนรู้ แต่

ความจริงมีมากกว่าการเรียนรู้
เพราะสามารถนำไปใช้ในสภาวะการเรียนรู้ในสังคมได้ด้วย ชอว์ทำการศึกษา
เรื่องรูปแบบและทฤษฎีการเรียนรู้ และพัฒนา เขาเชื่อว่า ในระบบการศึกษา มีความสำคัญต่อเนื่องไปถึงระบบโครงสร้างของสังคม
เด็กที่ได้รับการสอนด้วยวิธีให้อย่างเดียวหรือแบบเดียวจะเสียโอกาส
ที่จะมีโครงสร้าง หรือพัฒนาไปในด้านอื่น ๆ เช่นเดียวกับสังคม ถ้าหากมีรูปแบบ
แบบเดียวก็เสียโอกาสที่จะมีโครงสร้างหรือพัฒนาไปในด้านอื่น ๆ เช่นกัน

                                ชอว์ได้ให้ความหมายของคำว่า
คอนสตรัคชั่นนิสซึ่ม
ในรูปแบบของพัฒนาการสังคมและจิตวิทยาว่าเป็นแนวคิด
หรือความเข้าใจที่เป็นคอนสตรัคชั่นนิสซึ่ม(
Constructionism)คือรูปแบบที่ผู้เรียนเป็น
ผู้สร้างความรู้ไม่ใช่เป็นผู้รับอย่างเดียว ดังนั้นผู้เรียน ก็คือ ผู้สอนนั่นเอง
แต่ในระบบการศึกษาทุกวันนี้รูปแบบโครงสร้างจะตรงกันข้ามกับความคิดดังกล่าวโดยครูเป็นผู้หยิบยื่นความรู้ให้แล้วกำหนดให้นักเรียนเป็นผู้รับความรู้นั้น

 

ความรู้ทันตสุขภาพ

ข้อปฏิบัติ
เพื่อฟันดี

1.  รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ มีคุณค่าทางโภชนาการ

2.  งด หรือลด การกินอาหารจุบจิบ
กินอาหารให้เป็นมื้อเป็นคราว   

     โดยเฉพาะขนมหวาน

3.  เพิ่มคุณภาพการทำความสะอาดฟัน
และช่องปากให้มากขึ้น โดยการ 

                                              แปรงฟันให้ทั่วถึงทั้งปาก
รวมทั้งการใช้เส้นใยขัดฟันอย่างสม่ำเสมอ

4.  เพิ่มจำนวนครั้งของการแปรงฟัน
คือ ตื่นนอนตอนเช้า หลังอาหารทุก

      มื้อ และก่อนนอน

5.  แปรงฟันด้วยยาสีฟันผสมฟลูออไรด์

6.  หมั่นตรวจสุขภาพช่องปากด้วยตนเองเป็นประจำ

7.  ไปรับบริการตรวจสุขภาพฟัน
เพื่อการส่งเสริมป้องกันโรค ทุก
6 เดือน

 

อาหารหวาน
และอาหารจำพวกแป้ง
ที่มีการคงอยู่ในช่องปากนานๆ
โดยเฉพาะในคนที่ชอบกินจุบกินจิบ ไม่เป็นเวลา จะเสี่ยงต่อการเป็นโรคฟันผุ
เพราะเชื้อจุลินทรีย์สามารถแปรเปลี่ยนสารอาหาร แป้งและน้ำตาล ให้เป็นกรด ไปมีผลให้แร่ธาตุในผิวฟันสลายออก
ทำให้ฟันของคนที่ช่องปากมีสภาวะเป็นกรดนาน เพราะการกินอาหารนี้ เกิดการผุได้ ในขณะเดียวกัน
ยังมีเชื้อจุลินทรีย์ ที่ทำให้เกิดเหงือกอักเสบ และโรคปริทันต์อักเสบ ซึ่งสะสมอยู่บริเวณคอฟัน
ซอกฟัน เจริญเติบโตขึ้น จากการใช้สารอาหารพวกแป้งและน้ำตาลนี้เช่นกัน จะมีการเคลื่อนลึกลงใต้เหงือกเข้าไปเรื่อยๆ
และปล่อยสารพิษที่ส่งผลให้ เกิด การอักเสบของเหงือก เกิดสภาวะเหงือกอักเสบได้ และถ้าหากการทำลายลุกลามต่อไป
จนถึงกระดูกรองรับรากฟัน และอวัยวะอื่นๆ รอบๆ ฟัน จะเกิดเป็นโรคปริทันต์อักเสบ
หรือที่เรียกว่า รำมะนาด นั่งเอง

ดังนั้น เราควรปรับพฤติกรรมการกินอาหาร
โดย

1.  ลดจำนวนครั้งในการกินอาหารที่มีน้ำตาลผสม

2.  ลดปริมาณน้ำตาลที่ใช้ผสมในอาหาร
และเครื่องดื่ม เช่น ชา กาแฟ

3.  จำกัดการกินอาหารหวาน
ให้อยู่เฉพาะในอาหารมื้อหลักเท่านั้น

 

"โรค ฟันผุ
เป็นโรคของเนื้อเยื่อฟัน (ผิวเคลือบฟัน เนื้อฟัน ผิวรากฟัน)"
โดยมีการทำลายแร่ธาตุ
ที่เป็นองค์ประกอบสำคัญ ของเนื้อเยื่อเหล่านี้ จนทำให้เกิดฟันเป็นรู เป็นโพรงฟัน
สามารถลุกลามจนเกิดการสูญเสียฟันทั้งซี่

                               โรคฟันผุจัดเป็นโรคติดเชื้อ
โดยกระบวนการของการเกิดโรค จำเป็นจะต้องมีองค์ประกอบสำคัญ
3 อย่าง
คือ ตัวฟัน เชื้อจุลินทรีย์ และสภาวะความเป็นกรดโดยปกติ ภายในช่องปาก ตัวฟัน
ซึ่งเห็นฟันสีขาวแข็งๆ นั้น มีองค์ประกอบหลักเป็นสารอนินทรีย์ จะแวดล้อมด้วยน้ำลาย
ที่มีส่วนประกอบของแร่ธาตุต่างๆ เช่น แคลเซียม ฟอสเฟต ฟลูออไรด์ และเชื้อจุลินทรีย์
โดยจะมีกระบวนการแลกเปลี่ยนแร่ธาตุ ระหว่างตัวฟัน และน้ำลายตลอดเวลา
มีทั้งการสูญเสียแร่ธาตุ จากตัวฟัน และการคืนกลับแร่ธาตุ เข้าสู่ตัวฟัน
ซึ่งในสภาวะที่สภาพในช่องปากเป็นกลาง กระบวนการนี้จะสมดุล และไม่เกิดโรคฟันผุ
  เมื่อเรากินอาหาร โดยเฉพาะแป้ง
และอาหารหวาน สภาพในช่องปากจะมีความเป็นกรดมากขึ้น เนื่องจากเชื้อจุลินทรีย์
ที่รวมตัวกันเป็นคราบฟันบนตัวฟัน จะย่อยสลายอาหาร เกิดสภาพเป็นกรด
สมดุลของการแลกเปลี่ยนแร่ธาตุ จะเสียไป จะมีการสูญเสียแร่ธาตุจากตัวฟัน
มากกว่าการคืนกลับแร่ธาตุ และหากลักษณะเช่นนี้ เป็นไปอย่างต่อเนื่อง จะทำให้ฟันเริ่มเกิดเป็นรูขึ้นได้
และเกิดอาการปวดฟันในที่สุด

 

แนวทางในการส่งเสริมทันตสุขภาพ

1.  สร้างเครือข่ายส่งเสริมทันตสุขภาพ
ในกลุ่มผู้ปกครอง และชุมชน
ให้

     ผู้ปกครองและชุมชนมีส่วนร่วมในการช่วยกันดูแลบุตรหลานเกี่ยวกับการแปรง

     ฟันตอนเช้า -
หลังรับประทานอาหาร
-  ก่อนนอน 
และเลือกรับประทาน

     อาหารที่มีประโยชน์

2.  สร้างแกนนำให้ความรู้สู่ ร้านค้าและชุมชน
จัดตั้งกลุ่ม อ.ย.น้อยทำหน้าที่ดูแล

     คุ้มครองผู้บริโภค
ดูแลร้านค้าบริเวณโรงเรียน ประชาสัมพันธ์ข่าวสารแก่ชุมชน

3.            

ส่งเสริมกิจกรรมทันตสุขภาพให้ยั่งยืนทำอย่างสม่ำเสมอ
และตลอดไป

 

ข้อมูลโรงเรียนบ้านท่ากำชำ
เรื่องทันตสุขภาพ

 

ผลการตรวจสุขภาพช่องปากและฟันของนักเรียนในการดำเนินกิจกรรมงานเฝ้าระวัง
ทันตสุขภาพในโรงเรียน ประจำเดือนมิถุนายน - ธันวาคม 255
1 –
255
2  (ทส.002)

 

ปัญหา

มิถุนายน

51

ธันวาคม

51

มิถุนายน

52

ธันวาคม

52

ค+ง+จ

50.40 %

46.50 %

38 %

23 %

ฟันถาวรไม่ผุ

65.50 %

66.30 %

68.6 %

70.50 %

ฟันถาวรผุ

44.50 %

33.70 %

31.40 %

29.50 %

 

ตำแหน่งในช่องปากที่ตรวจ

                                                1. การตรวจอนามัยช่องปาก      ตรวจสภาพของเหงือกและฟันทั้งด้านนอกและด้านใน  โดยแบ่งช่องปากออกเป็น  6  ส่วน
โดยใช้ฟันเขี้ยวเป็นตัวแบ่งดังนี้ ( ภาพที่
1.1 ) 

ส่วนที่ 1 ฟันบนขวา           ส่วนที่ 2  ฟันหน้าบน

                                ส่วนที่
3 ฟันบนซ้าย
          ส่วนที่ 4 
ฟันล่างซ้าย

                                ส่วนที่
5 ฟันหน้าล่าง
        ส่วนที่ 6 ฟันล่างขวา

ส่วนที่
2

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 


ภาพที่ 1.1
การแบ่งช่องปากออกเป็น  6  ส่วน

                                             2. การตรวจโรคฟันผุ  ตรวจเฉพาะฟันถาวรทุกซี่

                                                วิธีการตรวจ

                                                             1.
ดูด้านนอกของฟันกรามและเหงือกด้านขวาหรือซ้ายของนักเรียน แสดงส่วนประกอบของเหงือก
โดยใช้นิ้วมือแหวกมุมปากด้านขวาหรือด้านซ้ายขึ้นข้างบน 
และดูด้านในโดยให้นักเรียนอ้าปากและแหงนศีรษะขึ้น

                                                              2.
ดูด้านนอกของฟันหน้าบนดึงริมฝีปากบนขึ้นและดูด้านในโดยให้นักเรียนอ้าปากและแหงนศีรษะขึ้น

                                                3. ตรวจจนครบ  6  ส่วน

                                                 การบันทึก  เกณฑ์การให้คะแนนเพื่อบันทึกสภาวะช่องปากมีดังนี้

                                                              1.
การให้คะแนนอนามัยช่องปาก
 
ให้บันทึกคะแนนโดยดูจากบริเวณที่เป็นมากที่สุดในส่วนนั้นๆ (แสดงดังตารางที่
1.1)

 

ตารางที่
1.1 การให้คะแนนอนามัยช่องปาก

 

คะแนน

ลักษณะ

0

เหงือกปกติไม่มีการอักเสบเลย
โดยเหงือกมียอดแหลมสีชมพูหรือสีคล้ำ(ถ้าสีผิวดำ)ไม่มีเลือดออกถึงแม้ว่าจะมีฟันผุก็ตาม

1

ถ้ามีลักษณะเข้าหลักเกณฑ์เพียง
1 ข้อและไม่มีลักษณะของคะแนน 7 ก็ถือเป็นคะแนน 1

    (ก) ขอบเหงือกบวมและแดง เห็นชัดเจน

   (ข) ยอดเหงือกบวมและแดง เห็นชัดเจน

   (ค) มีเลือดออก

7

 

 

 

 

 

 

7

ถ้ามีลักษณะเข้าหลักเกณฑ์เพียง
1 ข้อ ก็ถือเป็นคะแนน 7

   (ก) มีลักษณะเหมือนคะแนน1
และมีหินปูนปกคลุมด้านใดด้านหนึ่งของฟันเต็มด้าน

   (ข) รากฟันยื่นแหลมขึ้นมาแทงเหงือกเป็นแผล

   (ค)
ฟันถาวรขึ้นมาเต็มซี่แล้วซ้อนกับฟันน้ำนมซึ่งยังคงอยู่
ทำให้ฟันเก

   (ง) มีอาการปวดฟัน หรือมีอาการอักเสบอย่างรุนแรงขณะตรวจ

   (จ)
บริเวณปลายรากฟันมีหนองและเป็นแผลทะลุมาที่เหงือก

   (ฉ) มีก้อนเนื้ออยู่ในรูฟันที่ผุ

 

                                                             2.
การให้คะแนนโรคฟันผุ
 
ให้บันทึกคะแนนดังนี้ (ตรวจดูเฉพาะฟันถาวรทั่วทั้งปาก)

 

ตารางที่
1.2 การให้คะแนนโรคฟันผุ

 

คะแนน

ลักษณะ

0

ไม่มีฟันถาวรผุเลย

1

มีฟันถาวรผุเป็นรูเห็นชัดเจนตั้งแต่
1 ซี่ขึ้นไป

 

                             การบันทึกผลการตรวจให้บันทึกผลการตรวจลงในแบบบันทึกสภาวะช่องปากในงานเฝ้าระวังทันตสุขภาพระดับชั้นเรียน
(ทส. 001) 
เพื่อนำไปสรุปเป็นระดับปัญหาต่อไป

 ตารางที่ 1.3
แสดงการจัดระดับปัญหาอนามัยช่องปากในโรงเรียน

 

ระดับ

คะแนนสภาพในช่องปาก

ได้คะแนน  0 
ทุกส่วน

ได้คะแนน  1 
จำนวน 1-2 ส่วน และไม่มีคะแนน 7

ได้คะแนน  1 
จำนวน 3-4 ส่วน และไม่มีคะแนน 7

ได้คะแนน  1 
จำนวน 5-6 ส่วน และไม่มีคะแนน 7

มีคะแนน  7  
อยู่ตั้งแต่ 1 ส่วนขึ้นไป

 

 

สรุป

ความรู้ใหม่ที่เกิดขึ้น

                                ปัญหาฟันผุเป็นปัญหาที่หลายองค์ประกอบ
การแก้ปัญหาต้องแก้ที่ตัวเด็ก การกำจัดเชื้อโรคในช่องปาก
การปรับเปลี่ยนสภาพแวดล้อม

 


                                         ฟัน   

                                                   
                                                                                  

                               

                                         เชื้อโรค          สภาพแวดล้อม

 

 

ได้แรงบันดาลใจเพื่อการดำเนินงาน

                                นักเรียนส่วนใหญ่อาศัยอยู่กับปู่
ย่า ตา ยาย เนื่องจากพ่อแม่ ต้องออกไปหางานทำต่างพื้นที่
จึงไม่มีใครดูแลเรื่องสุขภาพของนักเรียนมากนัก
นักเรียนไม่ค่อยแปรงฟันมาโรงเรียนชอบรับประทานอาหารที่ไม่มีประโยชน์ ขนมกรุบกรอบ
น้ำอัดลม ลูกอม ขนมใส่สี ล้วนแต่เป็นอาหารทำลายฟันทั้งสิ้น
ดังนั้นทางโรงเรียนจึงเล็งเห็นถึงความสำคัญในเรื่องสุขภาพช่องปาก

 

 

 

 

บทที่ 3

วิธีดำเนินการ

 

กระบวนการในการดำเนินการของโครงการ

1.  สำรวจปัญหา รวบรวมปัญหา

2.  ประชุมวางแผน

3.  ดำเนินกิจกรรม ดังนี้

ระยะที่ 1  ให้ความรู้ ปรับเปลี่ยนทัศนคติ

-  วิทยากรภายนอก 
:  เจ้าหน้าที่อนามัย  อสม.

-
วิทยากรภายใน 
:  ครู  
นักเรียนแกนนำ

-
จัดป้ายนิเทศ

- เสียงตามสาย

ระยะที่ 2  ปรับเปลี่ยนพฤติกรรม

-                  

เดินรณรงค์

-                  

นักเรียนแกนนำความรู้สู่เพื่อนนักเรียน ชุมชน

-                  

ปรับเปลี่ยนรายการอาหารกลางวัน

-                  

ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการบริโภคของนักเรียน

ระยะที่ 3  สร้างความยั่งยืน

-                  

นักเรียนมีพฤติกรรมทางด้านทันตสุขภาพ

-                  

นักเรียนล้างมือก่อนรับประทานอาหาร

-                  

การมีส่วนรวม ให้การสนับสนุนจากหน่วยงานต่าง ๆ

-                  

โรงเรียนเครือข่ายศึกษาดูงานคู่หูโรงเรียนส่งเสริมทันตสุขภาพ

-                  

ชื่นชมในความสำเร็จร่วมกัน

4.  สรุปกิจกรรมและผลการดำเนินงาน

-                  

ผลที่เกิดกับนักเรียน

-                  

ผลที่เกิดกับครู ผู้ปกครอง

-                  

ผลที่เกิดกับโรงเรียน หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

 

การวางแผนการดำเนินงาน

                                การทำงานแบ่งออกเป็น
4 ฝ่ายดังนี้

1.            

ฝ่ายงานเฝ้าระวังสุขภาพปากและฟัน

-                  

ตรวจอุปกรณ์การแปรงฟันทุกชั้นเรียน การจัดเก็บ

-                  

จัดตั้งกองทุนแปรงสีฟัน
ยาสีฟัน

-                  

เชิญวิทยากรให้ความรู้

-                  

อบรมให้ความรู้แก่นักเรียนแกนนำ

-                  

ควบคุมการแปรงฟันหลังรับประทานอาหารกลางวัน

-                  

ตรวจการแปรงฟัน

2.            

ฝ่ายคุ้มครองผู้บริโภค

-                  

ให้ความรู้ด้านการบริโภคที่ไม่เป็นอันตรายต่อสุขภาพปากและฟัน

-                  

จัดป้ายนิเทศให้ความรู้ข้อมูลข่าวสารอาหารดีมีประโยชน์

-                  

จัดรายการอาหารที่ไม่เป็นอันตรายต่อสุขภาพปากและฟัน

-                  

จัดประกวดหนังสือเล่มเล็กเรื่องอาหารดีมีประโยชน์ไม่ทำลายฟัน

3.            

ฝ่ายกิจกรรมเสียงตามสาย

-                  

ให้ข้อมูลความรู้เกี่ยวกับการเลือกรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ไม่ทำลายฟัน
และการดูแลรักษาฟันผ่านเสียงตามสาย

-                  

จัดกิจกรรมตอบปัญหาการดูแลรักษาฟัน

4.            

ฝ่ายประกวดฟันสวยยิ้มใส

-                  

แจกแบบ 
ทส.
001/สรุป  ทส.002

-                  

จัดกิจกรรมประกวดฟันสวยยิ้มใส

-                  

จัดทำเกียรติบัตร/ของรางวัล

 

กิจกรรมการปฏิบัติ

1.  กิจกรรมตรวจสุขภาพปากและฟันนักเรียน

2.  จัดกิจกรรมให้นักเรียนและครูแปรงฟันหลังรับประทานอาหารกลางวันด้วยยา

                                 สีฟันผสมฟลูออไรด์

3.  จัดตั้งกองทุนแปรงสีฟัน ยาสีฟัน เพื่อบริการนักเรียนในราคาย่อมเยาว์

4.  ครูสอดแทรกบูรณาการการเรียนการสอนเกี่ยวกับทันตสุขภาพทุกกลุ่มสาระ

5.  กิจกรรมอบรมผู้นำนักเรียนเพื่อดำเนินงานกิจกรรมต่าง

6.  กิจกรรมอบรมให้ความรู้เพื่อส่งเสริมทันตสุขภาพ โดยเชิญวิทยากร    

    
สาธารณสุขให้ความรู้แก่นักเรียน

7.  กิจกรรมข้อมูลข่าวสารเรื่องทันตสุขภาพในโรงเรียนและชุมชนโดยการอบรม

                                นักเรียนหน้าเสาธงตอนเช้า
และในห้องเรียน จัดป้ายนิเทศ ผู้นำนักเรียนให้

                                ความรู้ทางเสียงตามสายของโรงเรียนหลังรับประทานอาหารกลางวัน

                                8.  มีกลุ่มอ.ย.น้อยคอยสอดส่องดูแลเรื่องการรับประทานอาหารของนักเรียน

 

สรุป

ผลที่เกิดขึ้น

                -  ความสำเร็จของตนเอง (ครูหรือผู้บริหาร)

                                ปีการศึกษา 2551  ได้รับรางวัลชนะเลิศคู่หูโรงเรียนส่งเสริมทันตสุขภาพ
ระดับเขตกรมอนามัยที่
12
ในหมวดที่ 3 การแปรงฟันหลังอาหารกลางวันด้วยยาสีฟันผสมฟลูออไรด์

                                ปีการศึกษา
2552 
ได้รับรางวัลชนะเลิศคู่หูโรงเรียนส่งเสริมทันตสุขภาพ
ระดับเขตกรมอนามัยที่
12
ในหมวดที่ 2 การควบคุมการบริโภคอาหาร/ขนมที่เป็นอันตรายต่อทันตสุขภาพ

                -  ความสำเร็จของนักเรียน

                                -  นักเรียนภาวะโภชนาการดีขึ้น

                                - 
นักเรียนมีทัศนคติที่ดีต่อการบริโภคอาหารที่ดีมีประโยชน์

                                -  นักเรียนแปรงฟันหลังอาหารกลางวันด้วยยาสีฟันผสมฟลูออไรด์

                                -  นักเรียนมีปัญหาสภาวะช่องปากน้อยลง

 

 

ภาพผนวก

 

ประวัติผู้เขียน 

 

ชื่อ-สกุล  นางขนิษฐา    
มณีประวัติ              อายุ 
30  ปี            อายุราชการ  3 
ปี

คุณวุฒิสูงสุด  ปริญญาตรีครุศาสตร์บัณฑิต (ค.บ.)     วิชาเอก  ธุรกิจศึกษา

จากสถาบันการศึกษา  สถาบันราชภัฏนครศรีธรรมราช

ตำแหน่ง  ครู คศ.1              สถานศึกษา 
โรงเรียนบ้านท่ากำชำ 
อำเภอหนองจิก  จังหวัดปัตตานี  สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาปัตตานี เขต
1  สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน

ปฏิบัติงานสอน  ครูประจำชั้นชั้นประถมศึกษาปีที่ 1  สอน  8 
กลุ่มสาระ

 

ข้อมูลโรงเรียน    

 

โรงเรียนบ้านท่ากำชำ  ตั้งอยู่หมู่ที่  1 ตำบลท่ากำชำ 
อำเภอหนองจิก  จังหวัดปัตตานี   ตั้งขึ้นเมื่อปี  พ.ศ. 
2504  เป็นอาคารชั่วคราว  ที่ชาวบ้านร่วมกันสร้างขึ้น มีเนื้อที่  1
ไร่
3 งาน 76 
ตารางวา 
อยู่ห่างจากที่ว่าการอำเภอหนองจิก ประมาณ  15  กิโลเมตร   อยู่ห่างจากสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาปัตตานี
เขต 1  ประมาณ 30  กิโลเมตร 
มีครูทำการสอน  1  คน 
มีนักเรียน  15  คน 
ทำการสอนอยู่  1  ปี 
ต่อมาบ้านท่ายามู 
ซึ่งอยู่ทางทิศตะวันตกของโรงเรียนบ้านท่ากำชำ  ประมาณ 
2,500  เมตร
ได้รับงบประมาณให้จัดสร้างอาคารเรียน 
1  หลัง 
เด็กนักเรียนในโรงเรียนทั้งหมดได้ย้ายไปเรียนที่โรงเรียนบ้านท่ายามู

1 
มิถุนายน  พ.ศ. 2549  นางนันทนา 
แก้วจันทร์  ได้รับการแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านท่ากำชำ

                1  พฤษภาคม 2550  ขยายชั้นเรียนชั้นอนุบาล 1

                16  พฤษภาคม  2551 
โรงเรียนได้รับอนุญาตให้ขยายชั้นเรียนช่วงชั้นที่  2 
( ชั้นประถมศึกษาปีที่ 
5 - 6)

 

วิสัยทัศน์

โรงเรียนบ้านท่ากำชำจัดการศึกษาอย่างทั่วถึงมีคุณภาพตามเกณฑ์มาตรฐาน
โดยผสานความร่วมมือกับชุมชน

 

พันธกิจ

 

1. 
โรงเรียนและชุมชนส่งเสริมสนับสนุนให้ประชากรในวัยเรียนได้รับการศึกษาอย่าง

ทั่วถึงมีคุณภาพ

2.  พัฒนาระบบริหารจัดการ  ครู บุคลากรทางการศึกษาให้มีประสิทธิภาพ

3.  จัดการศึกษาที่เน้นคุณธรรม  จริยธรรมและปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงปลูกฝังจิตสำนึก

 ความเป็นชาติไทยและอัตลักษณ์ของท้องถิ่น

 

เป้าประสงค์

 

1.  ประชากรวัยเรียนได้รับการศึกษาอย่างทั่วถึงมีคุณภาพ

2.  นักเรียนมีความรู้ ควบคู่คุณธรรม ค่านิยมที่พึงประสงค์ตามมาตรฐานของหลักสูตร

3.  พัฒนาระบบริหารจัดการ ครู บุคลากรทางการศึกษาให้มีความรู้
ความสามารถในการจัดการเรียนรู้อย่างมีประสิทธิภาพ

4.  นักเรียนมีคุณธรรม  จริยธรรม วิถีชีวิตตามแนว เศรษฐกิจพอเพียง  มีจิตสำนึกความเป็นชาติไทย  และอยู่ร่วมกันอย่างสันติสุข

 

บุคลากร

 

 

ที่

ชื่อ-สกุล

ตำแหน่ง

1

นางนันทนา    
แก้วจันทร์

ผู้อำนวยการ

2

นางกัลยา    
เส็น

ครู คศ.1

3

นายมะลาเซ็น     อาสัน

ครู คศ.1

4

นางนิศารัตน์    ยอดเกลี้ยง

ครู คศ.1

5

นางขนิษฐา    
มณีประวัติ

ครู คศ.1

6

นางจิตราวดี     มุขยวัฒน์

พนักงานราชการ

7

นางสาววรานันท์  จองเดิม

พนักงานราชการ

8

นายกอยา    
หะยีบาซอ

พนักงานราชการ

 

 

จำนวนนักเรียน

 

 

ระดับชั้น

เพศ

รวม

ชาย

หญิง

อนุบาล 1

10

7

17

อนุบาล 2

5

7

12

ประถมศึกษาปีที่ 1

6

18

24

ประถมศึกษาปีที่ 2

8

4

12

ประถมศึกษาปีที่ 3

6

8

14

ประถมศึกษาปีที่ 4

4

3

7

ประถมศึกษาปีที่ 5

10

6

16

ประถมศึกษาปีที่ 6

4

5

9

รวมจำนวนนักเรียนทั้งหมด

62

49

111

 

ความภาคภูมิใจของโรงเรียน

 

  รางวัลชนะเลิศ
คู่หูโรงเรียนส่งเสริมทันตสุขภาพ หมวดที่  3  การแปรงฟันหลังอาหารกลางด้วยยาสีฟันผสมฟลูออไรด์   ระดับจังหวัด ประจำปี 2551                 

รางวัลชนะเลิศ
คู่หูโรงเรียนส่งเสริมทันตสุขภาพ  
หมวดที่  3  การแปรงฟันหลังอาหารกลางด้วยยาสีฟันผสมฟลูออไรด์
 จากศูนย์อนามัยที่
12 กรมอนามัยประจำปี 2551

รางวัลชนะเลิศ คู่หูโรงเรียนส่งเสริมทันตสุขภาพ
 หมวดที่ 2  การควบคุมการบริโภคอาหาร/ขนมที่เป็นอันตรายต่อทันตสุขภาพ  ระดับอำเภอ 
ประจำปี  255
2

*

รางวัลชนะเลิศ คู่หูโรงเรียนส่งเสริมทันตสุขภาพ
 หมวดที่ 2  การควบคุมการบริโภค

อาหาร/ขนมที่เป็นอันตรายต่อทันตสุขภาพ  ระดับจังหวัด  ประจำปี 
255
2

*

รางวัลชนะเลิศอันดับ 1  การนำเสนอผลงานทางวิชาการที่เป็นเลิศ
(
Best  Practice)

โครงการวิจัยและพัฒนาเพื่อปฏิรูปการศึกษา
3
จังหวัดชายแดนภาคใต้
  กลุ่มสาระการเรียนรู้

สุขศึกษา                  

*

รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1  การนำเสนอผลงานทางวิชาการที่เป็นเลิศ
(
Best  Practice)  โครงการวิจัยและพัฒนาเพื่อปฏิรูปการศึกษา 3
จังหวัดชายแดนภาคใต้ กลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษาและวัฒนธรรม
    

   

 

มหาวิทยาลัยศรีปทุม ผู้ใหญ่ใจดี
 
 

 ช่วยด้วยครับ
นักเรียนที่สร้างบล็อก กรุณาอย่า
คัดลอกข้อมูลจากเว็บอื่นทั้งหมด
ควรนำมาจากหลายๆ เว็บ แล้ววิเคราะห์ สังเคราะห์ และเขียนขึ้นใหม่
หากคัดลอกทั้งหมด จะถูกดำเนินคดี
ตามกฎหมายจากเจ้าของลิขสิทธิ์
มีโทษทั้งจำคุกและปรับในอัตราสูง

ช่วยกันนะครับ 
ไทยกู๊ดวิวจะได้อยู่นานๆ 
ไม่ถูกปิดเสียก่อน

ขอขอบคุณในความร่วมมือครับ

อ่านรายละเอียด

ด่วน...... ขณะนี้
พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2558 
มีผลบังคับใช้แล้ว 
ขอให้นักเรียนและคุณครูที่ใช้งาน
เว็บ thaigoodview ในการส่งการบ้าน
ระมัดระวังการละเมิดลิขสิทธิ์ด้วย
อ่านรายละเอียดที่นี่ครับ

 

สมาชิกที่ออนไลน์

ขณะนี้มี สมาชิก 0 คน และ ผู้เยี่ยมชม 283 คน กำลังออนไลน์