แฉโรงพยาบาลรัฐ175แห่ง ขาดทุนกว่า1,600ล. [13 มี.ค. 53]

รูปภาพของ sss27177

วงสัมมนา สธ.เผยโรงพยาบาล 175 แห่งขาดทุนสภาพคล่อง ขาดทุนรวม 1,574,558,525.38 บาท รัฐช่วยเพียง 200 ล้าน ส่งผลให้โรงพยาบาลต้องออกค่าใช้จ่ายส่วนเกิน ทำให้โรงพยาบาลเกิดหนี้สินเพิ่ม....

เมื่อวันที่ 12 มี.ค. ที่กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) มีการสัมมนา “แปดปีภายใต้หลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า : ปัญหา อุปสรรค สิ่งท้าทายในการพัฒนา ความสำเร็จและความเสี่ยง” โดยนพ.ศิริชัย ศิลปอาชา รองผอ.ด้านบริการตติยภูมิ รพ.วชิระภูเก็ต กล่าวว่า ขณะนี้โรงพยาบาลรัฐหลายแห่งขาดทุน และกำลังจะล่ม เพราะระบบการบริหารจัดการของสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ(สปสช.) ที่รัฐออกค่าใช้จ่ายเพียงฝ่ายเดียว จากเดิมเคยเรียกเก็บค่าธรรมเนียม 30 บาทก็สั่งยุตินโยบาย ส่งผลให้โรงพยาบาลแต่ละแห่งต้องออกค่าใช้จ่ายส่วนเกิน ทำให้โรงพยาบาลเกิดหนี้สิน ขณะที่กองทุน สปสช.กลับมีเงินเก็บในกองทุนอยู่ถึง 1-2 หมื่นล้านบาท จึงไม่เข้าใจว่าทำไมไม่นำเงินก้อนดังกล่าวมาขจัดปัญหาที่เกิดขึ้น ทางออกที่ดีที่สุดต้องหันมาใช้การจ่ายร่วมในระบบหลักประกันสุขภาพ ไม่ว่าจะเป็นการเรียกเก็บค่าธรรมเนียม 30 บาท หรือ 50 บาท โดยเรียกเก็บในคนมีเงิน และรักษาฟรีในคนไม่มีความสามารถในการจ่าย รวมทั้งเด็กและคนชรา

ด้าน นพ.สมชัย นิจพานิช ผู้ตรวจราชการ สธ.กล่าวว่า รายงานทางการเงินของโรงพยาบาลในสังกัด สธ.ปี 2552 พบว่า มีรายงานบัญชี 807โรงพยาบาล แบ่งเป็นโรงพยาบาลที่มีกำไรเป็นบวก 302 แห่ง ยอดรวมกำไรอยู่ที่ 4,329,218,538.79 บาท ส่วนโรงพยาบาลที่กระแสเงินสดสุทธิเป็นลบมี 505 แห่งยอดรวม 5,575,218,538.79 บาท แบ่งเป็นโรงพยาบาลที่มีปัญหา แต่ยังบริหารจัดการได้ 330 แห่ง

นพ.สมชัย กล่าวอีกว่า ส่วนโรงพยาบาลที่ขาดทุนและประสบปัญหาขาดสภาพคล่องมี 175 แห่ง ประกอบด้วย โรงพยาบาลในพื้นที่ชายแดนมีปัญหาทางการเงินตามเกณฑ์จำนวน 7 แห่ง ขาดทุนเป็นเงินรวม 56,589,864.78 บาท โรงพยาบาลที่ไม่อยู่ในกลุ่มโรงพยาบาลชายแดนมีปัญหาการเงินตามเกณฑ์จำนวน168 แห่ง ขาดทุนรวม 1,574,558,525.38 บาท โดยรัฐช่วยเหลือในส่วนนี้เพียง 200 ล้านบาทเท่านั้น

ขณะที่ นพ.ประทีป ธนกิจเจริญ รองเลขาธิการ สปสช. กล่าวว่า หลังจากจัดตั้ง สปสช. พบว่าแนวโน้มเงินสดคงเหลือของโรงพยาบาลสังกัดกระทรวง ปีงบประมาณ 2545-2552 สูงขึ้นเรื่อยๆ โดยปีพ.ศ. 2552 มีเงินคงเหลือ 42,968 ล้านบาท จากปี 2545 มีเงินสดคงเหลือ 14,605 ล้านบาท ขณะที่หนี้สินของโรงพยาบาลเหล่านี้ปี 2552 พบประมาณ 16,000 กว่าล้านบาท เมื่อหักลบแล้วถือว่ายังสอดคล้องและรับมือได้อยู่ นอกจากนี้ ค่าใช้จ่ายด้านสุขภาพของครัวเรือนก็ลดลง โดยก่อนมีระบบหลักประกันสุขภาพในปี 2535-2544 ค่าใช้จ่ายด้านสุขภาพของครัวเรือนเทียบกับรายได้ครัวเรือนสูงถึงร้อยละ 8.17 แต่หลังมีระบบในปี 2545-2549 ลดลงเหลือร้อยละ 1.27 เท่านั้น.

สร้างโดย: 
น.ส.สุภาภรณ์ แร่เจริญ
แหล่งที่มา: 
http://www.thairath.co.th/content/edu/70335

มหาวิทยาลัยศรีปทุม ผู้ใหญ่ใจดี
 
 

 ช่วยด้วยครับ
นักเรียนที่สร้างบล็อก กรุณาอย่า
คัดลอกข้อมูลจากเว็บอื่นทั้งหมด
ควรนำมาจากหลายๆ เว็บ แล้ววิเคราะห์ สังเคราะห์ และเขียนขึ้นใหม่
หากคัดลอกทั้งหมด จะถูกดำเนินคดี
ตามกฎหมายจากเจ้าของลิขสิทธิ์
มีโทษทั้งจำคุกและปรับในอัตราสูง

ช่วยกันนะครับ 
ไทยกู๊ดวิวจะได้อยู่นานๆ 
ไม่ถูกปิดเสียก่อน

ขอขอบคุณในความร่วมมือครับ

อ่านรายละเอียด

ด่วน...... ขณะนี้
พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2558 
มีผลบังคับใช้แล้ว 
ขอให้นักเรียนและคุณครูที่ใช้งาน
เว็บ thaigoodview ในการส่งการบ้าน
ระมัดระวังการละเมิดลิขสิทธิ์ด้วย
อ่านรายละเอียดที่นี่ครับ

 

สมาชิกที่ออนไลน์

ขณะนี้มี สมาชิก 0 คน และ ผู้เยี่ยมชม 58 คน กำลังออนไลน์