นาย ไตรรัตน์ ตัยดง งานที่ 11

รูปภาพของ skk06559

 ความหมาย ประวัติไวรัสคอมพิวเตอร์

ไวรัสคอมพิวเตอร์ตัวแรกที่เกิดขึ้น มีชื่อว่า Creeper เขียนโดย โรเบิร์ต โทมัส ในปี 1970 ในฐานะโปรแกรมทดลองที่จำลองตนเองได้(self-replicating program) บนเครือข่าย ARPANET ทั้งหมดที่มันทำก็คือ พิมพ์ข้อความ "I'm the creeper, catch me if you can!" และแอนตี้ไวรัสตัวแรกของโลกก็เกิดขึ้นพร้อมๆกัน ชื่อ The Reaper

ต่อมา ในปี 1975 โทรจันตัวแรกออกอาละวาดบนโลก มันชื่อ PERVADE มันไม่ได้ทำอะไรเลวร้ายหรอกครับ มันก็แค่ ก็อปปี้ เกมดังในยุคนั้น ไปทุกไดเรกทอรี ที่ผู้ใช้เข้าไปเท่านั้นเอง PERVADE ค่อยๆหายสาปสูญไป เนื่องมันผูกติดกับโฮสต์ คือ UNIVAC 1108 มาก พอเขาอัพเกรดเครื่องกัน มันก็แพร่พันธ์ไม่ได้ สูญพันธ์ไปในที่สุด

ในช่วงทศวรรษ 1980 ความรู้ด้านคอมพิวเตอร์ไวรัส กลายเป็นหัวข้อศึกษา Jurgen Kraus เขียนวิทยานิพนธ์ปริญญาโท ว่าด้วย self-reproduction of programs

จนในปี 1983 เฟรดเดริก โคเฮน(Frederick Cohen) ร่วมกับอาจารย์ของตน คือ เลโอนาร์ด เอเดลแมน(Leonard Adleman) ก็สร้างคำว่า ไวรัสคอมพิวเตอร์ และ นิยามของคำว่าติดเชื้อ(Infect) ขึ้น

เรื่องน่าเศร้าคือ ในปี 1987 โคเฮน ประสบผลสำเร็จในการพิสูจน์ว่า ไม่มีอัลกอริทึมใด สามารถป้องกันไวรัสได้สมบูรณ์แบบ(there is no algorithm that can perfectly detect all possible viruses.)

อย่างที่เคยบอกไปแล้วว่า ไวรัส ไม่ได้เขียนยาก ในปี 1981 Elk Cloner ไวรัสบู๊ตเซคเตอร์ตัวแรกๆ ถูกพัฒนาโดย ริชาร์ด สเครนก้า ซึ่งในขณะนั้นมีอายุเพียง 15 ปี เพื่อไว้แกล้งเพื่อนๆ

สเครนก้า ชอบเล่นแผลงๆจนไม่มีใครกล้ารับซอฟแวร์จากเขาอีก ไวรัสตัวนี้ถูกสร้างขึ้นเพื่อ เขาจะได้แกล้งคนอื่นได้ โดยไม่ต้องเข้าถึงคอมพิวเตอร์ของคนอื่นๆ

Elk Cloner ประสบความสำเร็จอย่างสูง คือเพื่อนๆของสเครนก้าโดนกันทั่วหน้าและหัวเสียมาก โดยไม่มีความเสียหายร้ายแรงอะไรเกิดขึ้น

มกราคม 1986 IBM Virus ตัวแรกของโลกกำเนิดขึ้นในชื่อ @Brain หรือ ไข้หวัดปากีสถาน(Pakistan flu) โดยพี่น้อง ฟารุค อัลวี(Farooq Alvi) ไวรัสนี้จะทำให้การทำงานของฟล็อปปี้ดิสต์ช้าลง พร้อมทั้งแสดงชื่อที่อยู่ของพวกเขาบนหน้าจอ ไวรัสนี้แนบไปกับ ซอฟแวร์ ระบบรักษาพยาบาล ที่พี่น้องคู่นี้ผลิตขาย ผู้ที่จ่ายเงินซื้อ ก็จะได้ตัวแอนตี้ไวรัส ไปล้างเครื่อง คนก๊อปปี้ ก็จะโดนไวรัสหลอกหลอนอยู่อย่างนั้นแหละ

ผลที่เกิดขึ้นคือการก๊อปปี้ โปรแกรมของพวกเขากว้างขวางมาก จนสองพี่น้องต้องรับโทรศัพท์ทั้งวันทั้งคืน ผลลงท้ายคือต้องตัดสายโทรศัพท์ทิ้ง แล้วโอดครวญไว้
ว่า ไม่น่าใส่เบอร์โทรไปเล้ย..

พอ ถึงปลายปีเดียวกัน CCC องค์กรแฮกเกอร์ในเยอรมัน(ยังอยู่นะครับ) ก็ประกาศความสำเร็จในการสร้างไวรัส ที่เกาะไปกับไฟล์ .com และ .exe ได้เป็นครั้งแรก

1987 ปีทองของไวรัสโดยแท้ เมื่อไวรัสหลากสายพันธ์อาละวาดไปทั่วโลก โดยมีแหล่งกำเนิดจากทั้ง อเมริกา อิตาลี นิวซีแลนด์ ไอบีเอ็ม เริ่มต้นพัฒนา ผลิตภัณฑ์แอนตี้ไวรัส เพื่อออกจำหน่ายในที่สุด

ในเดือนธันวาคม ไวรัสที่สามารถส่งผลกระทบผ่านระบบเครือข่ายตัวแรกได้ถูกสร้างขึ้น โดยนิสิตใน มหาวิทยาลัย Clausthal University of Technology มันจะกระจายตัวผ่านเครือข่ายแล้ววาดรูป ต้นคริสมาสขึ้นบนหน้าจอ ชื่อของมันคือ Christmas Tree EXEC

ประเภทของไวรัสคอมพิวเตอร์

บูตไวรัส

บูตไวรัส (boot virus) คือไวรัสคอมพิวเตอร์ที่แพร่เข้าสู่เป้าหมายในระหว่างเริ่มทำการบูตเครื่อง ส่วนมาก มันจะติดต่อเข้าสู่แผ่นฟลอปปี้ดิสก์ระหว่างกำลังสั่งปิดเครื่อง เมื่อนำแผ่นที่ติดไวรัสนี้ไปใช้กับเครื่องคอมพิวเตอร์เครื่องอื่น ๆ ไวรัสก็จะเข้าสู่เครื่องคอมพิวเตอร์ตอนเริ่มทำงานทันที

บูตไวรัสจะติดต่อเข้าไปอยู่ส่วนหัวสุดของฮาร์ดดิกส์ ที่มาสเตอร์บูตเรคคอร์ด (master boot record) และก็จะโหลดตัวเองเข้าไปสู่หน่วยความจำก่อนที่ระบบปฏิบัติการจะเริ่มทำงาน ทำให้เหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น

ไฟล์ไวรัส

ไฟล์ไวรัส (file virus) ใช้เรียกไวรัสที่ติดไฟล์โปรแกรม

มาโครไวรัส

มาโครไวรัส (macro virus) คือไวรัสที่ติดไฟล์เอกสารชนิดต่าง ๆ ซึ่งมีความสามารถในการใส่คำสั่งมาโครสำหรับทำงานอัตโนมัติในไฟล์เอกสารด้วย ตัวอย่างเอกสารที่สามารถติดไวรัสได้เช่น ไฟล์ไมโครซอฟท์เวิร์ด ไมโครซอฟท์เอ็กเซล เป็นต้น

โทรจัน

ม้าโทรจัน (Trojan) คือโปรแกรมจำพวกหนึ่งที่ถูกออกแบบขึ้นมาเพื่อแอบแฝง กระทำการบางอย่าง ในเครื่องของเรา จากผู้ที่ไม่หวังดี สำหรับท่านที่ดูภาพยนตร์เรื่องทรอยมาแล้ว ก็คงจะพอนึกออกชื่อเรียกของโปรแกรมจำพวกนี้ ก็มาจากตำนานของม้าไม้แห่งเมืองทรอยนั่นเอง ซึ่งการติดนั้น ไม่เหมือนกับไวรัส และหนอน ที่จะกระจายตัวได้ด้วยตัวมันเอง แต่โทรจันจะถูกแนบมากับ อีการ์ด อีเมล์หรือโปรแกรมที่มีให้ดาวน์โหลดตามอินเทอร์เน็ตในเว็บไซต์ใต้ดิน และสุดท้ายที่มันต่างกับไวรัสและเวิร์ม คือ มันจะสามารถเข้ามาในเครื่องของเรา โดยที่เราเป็นผู้รับมันมาโดยไม่รู้ตัวนั่นเองหนอน

หนอน (Worm) เป็นรูปแบบหนึ่งของไวรัส มีความสามารถในการทำลายระบบในเครื่องคอมพิวเตอร์สูงที่สุดในบรรดาไวรัสทั้งหมด สามารถกระจายตัวได้รวดเร็ว ผ่านทางระบบอินเทอร์เน็ต ซึ่งสาเหตุที่เรียกว่าหนอนนั้น คงจะเป็นลักษณะของการกระจายและทำลาย ที่คล้ายกันหนอนกินผลไม้ ที่สามารถกระจายตัวได้มากมาย รวดเร็ว และเมื่อยิ่งเพิ่มจำนวนมากขึ้น ระดับการทำลายล้างยิ่งสูงขึ้น

 

วิธีป้องกันไวรัสคอมพิวเตอร์

  1. ฉีดวัคซีนเพื่อเพิ่มภูมิคุ้มกัน

    ตัดการเชื่อมต่อเครือข่ายก่อนการติดตั้งระบบปฏิบัติการ เป็นขั้นตอนที่สำคัญมากและผู้ใช้งานเกือบทุกคนละเลยและข้ามขั้นตอนนี้ไป ก่อนการติดตั้งระบบปฏิบัติการต้องทำการถอดสายแลนก่อน จนกระทั่งเมื่อติดตั้งโปรแกรมป้องกันไวรัสเสร็จแล้วจะต้องทำการปรับปรุงฐานข้อมูลของโปรแกรมป้องกันไวรัส เพื่อป้องกันการโจมตีจากไวรัสหรือผู้บุกรุกก่อนที่จะปรับแต่งให้เครื่องมีความแข็งแกร่งเพียงพอ

    การฉีดวัคซีนคุ้มกัน ก็คือการติดตั้งโปรแกรมป้องกันไวรัสให้กับเครื่องคอมพิวเตอร์นั่นเอง ไม่ใช่ว่าเพียงแค่ติดตั้งโปรแกรมป้องกันไวรัสก็จะปลอดภัยจากไวรัสคอมพิวเตอร์ได้ ดังนั้นหลักการปฏิบัติเกี่ยวกับการใช้งานโปรแกรมป้องกันไวรัสเพื่อให้เครื่องปลอดภัยมีดังนี้

    • เลือกใช้โปรแกรมป้องกันไวรัสที่เหมาะสมหรือตามที่องค์กรกำหนด การเลือกนั้นเป็นเพียงการเลือกใช้งานให้เหมาะสมกับเครื่องคอมพิวเตอร์ที่มีและองค์กร ยกตัวอย่างเช่น ถ้าเครื่องที่ใช้งานอยู่มีประสิทธิภาพไม่สูงนัก ก็อาจจะเลือกใช้งานโปรแกรมป้องกันไวรัสที่มีขนาดเล็กและทำงานได้รวดเร็ว หรือถ้าบุคลากรภายในองค์กรขาดความตระหนักในการปรับปรุงฐานข้อมูลไวรัสก็ควรที่จะเลือกโปรแกรมป้องกันไวรัสที่ผู้ดูแลระบบสามารถควบคุมเครื่องดังกล่าวให้ทำการปรับปรุงฐานข้อมูลหรือสแกนหาไวรัสจากระยะไกลได้ เป็นต้น
    • สร้างแผ่นบูต emergency disk เพื่อใช้ช่วยในการกู้ระบบ การสร้างแผ่น emergency disk หรือบางครั้งอาจเรียกว่า Rescure disk นั้นมีความจำเป็นอย่างยิ่ง ถ้าเครื่องติดไวรัสที่ไม่สามารถจะกำจัดได้โดยผ่านระบบปฏิบัติการวินโดวส์ หรือผลกระทบของไวรัสที่ทำให้เครื่องไม่สามารถบูตได้ตามปกติ เราก็สามารถใช้แผ่น emergency disk มาช่วยในการกู้ข้อมูลและกำจัดไวรัสออกจนทำให้บูตเครื่องได้ตามปกติ
    • ปรับปรุงฐานข้อมูลไวรัสทุกวันหรืออย่างน้อยอาทิตย์ละครั้ง ขั้นตอนนี้เปรียบเสมือนหัวใจของการใช้งานโปรแกรมป้องกันไวรัส เนื่องจากไวรัสคอมพิวเตอร์ถูกพัฒนาออกมาใหม่ทุกวัน ดังนั้นจึงควรที่จะสอนโปรแกรมป้องกันไวรัสให้รู้จักไวรัสชนิดใหม่ๆ ด้วย โดยการปรับปรุงฐานข้อมูลไวรัสที่ใช้งานนั่นเอง
    • เปิดใช้งาน auto - protect โดยส่วนใหญ่โปรแกรมป้องกันไวรัสที่ติดตั้งจะทำการสร้างโพรเซสที่จะตรวจหาไวรัสตลอดเวลา เพื่อป้องกันไม่ให้ไวรัสสามารถถูกเอ็กซิคิวต์ในเครื่องได้
    • ก่อนเปิดไฟล์จากแผ่นที่นำมาใช้จากที่อื่นให้สแกนหาไวรัสก่อน แผ่นดิสก์ที่นำไปใช้ที่อื่นแล้วนำกลับมาเปิดที่เครื่อง จะมั่นใจได้อย่างไรว่าแผ่นนั้นไม่มีไวรัสอยู่ ดังนั้นควรจะตรวจหาไวรัสในแผ่นก่อนที่จะเปิดอ่านข้อมูลที่ถูกบรรจุในแผ่นดิสก์ดังกล่าว
    • ทำการตรวจหาไวรัสทุกสัปดาห์ ในแต่ละสัปดาห์แน่นอนว่ามีไฟล์ที่ผ่านเข้าออกเครื่องมากมาย ไม่ว่าจะเป็น อี-เมล์ที่ได้รับ ไฟล์ที่ดาวน์โหลดมาจากอินเทอร์เน็ต ตลอดจนไฟล์ชั่วคราวของโปรแกรมเว็บบราวเซอร์ที่เก็บในแต่ละครั้งที่เข้าเยี่ยมชมเว็บไซต์ แล้วจะแน่ใจได้อย่างไรว่าไฟล์เหล่านั้นไม่มีไวรัสแฝงตัวมา ดังนั้นจึงควรที่จะทำการตรวจหาไวรัส โดยการสแกนหาทั้งระบบ อาจจะเป็นทุกเย็นของวันศุกร์ก่อนกลับบ้านก็เป็นได้

       

  2. ซอฟต์แวร์ที่ใช้งานปลอดภัยหรือยัง

    ขึ้นชื่อว่าซอฟต์แวร์ย่อมมีช่องโหว่ เพื่อป้องกันภัยคุกคามจากภายนอก โดยผ่านทางซอฟต์แวร์ที่พัฒนาขึ้น ดังนั้นผู้พัฒนาซอฟต์แวร์เหล่านั้นจึงต้องติดตามอัพเดตเวอร์ชันอยู่เสมอ และผู้ใช้งานโปรแกรมเองก็จำเป็นต้องติดตามข่าวสารการเปลี่ยนแปลงของซอฟต์แวร์ที่ใช้งานอยู่จากผู้จำหน่ายหรือผู้พัฒนา ทั้งทางเว็บไซต์ นิตยสารต่างๆ เป็นต้น

    ระบบปฏิบัติการ ไม่จำเป็นเสมอไปว่าจะต้องใช้ระบบปฏิบัติการที่ออกใหม่ล่าสุด แต่ถ้าภายในองค์กรมีกำลังทรัพย์พอที่จะเปลี่ยนก็จะเป็นการดี แต่ถ้าด้วยสาเหตุที่งบประมาณน้อยก็ใช้ระบบปฏิบัติการเดิมแต่ต้องทำการติดตามอัพเดต Hotfix และ Service Pack ต่างๆ ซึ่งสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมในหัวข้อ "วิธีการติดตั้ง Microsoft Hotfix และ Service Pack"

    โปรแกรม Internet Explorer หรือ IE เป็นโปรแกรมเว็บบราวเซอร์ที่มาพร้อมกับระบบปฏิบัติการวินโดวส์ทุกเวอร์ชัน เนื่องด้วยไวรัสในยุคปัจจุบันจะอาศัยช่องโหว่ "Incorrect MIME Header Can Cause IE to Execute E-mail Attachment" ในการจู่โจม ซึ่งเป็นการเอ็กซิคิวต์ไฟล์ไวรัสที่แนบมากับอี-เมล์โดยอัตโนมัติ และการจู่โจมด้วยวิธีนี้ประสบความสำเร็จเป็นอย่างมาก ดังนั้นวิธีการเพื่อป้องกันไวรัสคือการอัพเดตเวอร์ชันของโปรแกรม IE ให้เป็นเวอร์ชันล่าสุด ซึ่งในขณะนี้คือ เวอร์ชัน 6 Service Pack 1 (IE 6 SP1) นอกจากนี้แล้ว การปรับแต่งค่า Security Zone ก็เป็นวิธีที่จะช่วยให้ปลอดภัยจากไวรัสคอมพิวเตอร์ได้ในระดับหนึ่ง ซึ่งรายละเอียดเพิ่มเติมในหัวข้อ "การปรับค่า Security Zone เพื่อป้องกันไวรัสของโปรแกรม MS Internet Explorer"

    โปรแกรมที่ใช้อ่านอี-เมล์ จากข้อมูลสถิติพบว่าไวรัสคอมพิวเตอร์ประเภทหนอนอินเทอร์เน็ตยุคหลังๆ ที่สามารถแพร่กระจายตัวเองผ่านทางอี-เมล์มีจำนวนมากขึ้น ทำให้ผู้ที่รู้เท่าไม่ถึงการณ์เอ็กซิคิวต์ไฟล์ที่ไวรัสแนบมากับอี-เมล์ ส่งผลให้เครื่องดังกล่าวติดไวรัสได้ ดังนั้นวิธีการป้องกันคือทำปรับแต่งค่าของโปรแกรมไม่ให้ทำการเอ็กซิคิวต์ไฟล์ที่แนบมากับอี-เมล์โดยอัตโนมัติ และไม่ควรบันทึกหรือเอ็กซิคิวต์ไฟล์ที่ไม่แน่ใจว่าเป็นไวรัสหรือไม่ เพื่อตัดปัญหาความเสี่ยงที่จะติดไวรัสได้

    โปรแกรม Microsoft Office การป้องกันการแพร่กระจายของไวรัสที่มีผลกระทบโดยตรงต่อโปรแกรมนี้คือ การป้องกันไม่ให้เอ็กซิคิวต์โปรแกรมประเภทมาโคร (Macro) ที่แนบมากับไฟล์เอกสารทั่วไป ซึ่งโดยทั่วไปแล้วเมื่อทำการเปิดไฟล์เอกสารที่มีโปรแกรมมาโครฝังตัวอยู่นั้น โปรแกรม Microsoft Office เองจะแสดงไดอะล็อกที่บอกว่าจะเอ็กซิคิวต์มาโครที่ติดมากับไฟล์หรือไม่ ให้ทำการตอบว่า Disable เพื่อเป็นการยกเลิกการใช้มาโครในไฟล์เอกสารนั้น

       

  3. การแชร์ไฟล์ และการรับ-ส่งไฟล์ต่างๆ

    การแชร์ไฟล์นั้นมีประโยชน์ในการรับ-ส่งไฟล์มากภายในองค์กร เนื่องจากทั้งรวดเร็วและเสียค่าใช้จ่ายน้อย แต่ทราบหรือไม่ว่าจากประโยชน์นี้ก็แฝงไว้ด้วยอันตรายที่น่าสะพรึงกลัวของไวรัสคอมพิวเตอร์ด้วย ดังนั้นการแชร์ไฟล์ควรกระทำด้วยความระมัดระวัง เป็นไปได้ก็ไม่ควรที่จะแชร์ไฟล์ แต่ถ้าในการใช้งานจริงๆ มีความจำเป็นที่จะต้องแชร์ไฟล์ก็ควรที่จะแชร์เป็นประเภทอ่านอย่างเดียว และควรตั้งรหัสผ่านด้วย

    การแชร์ไฟล์ผ่านโปรแกรมอื่นๆ เช่น KaZaA ก็เป็นอีกช่องทางหนึ่งให้ไวรัสคอมพิวเตอร์ขนิดใหม่ใช้เจาะเข้ามาแพร่กระจายภายในเครื่องได้

    การรับ-ส่งไฟล์ผ่านโปรแกรมสนทนาต่างๆ เมื่อได้รับไฟล์จากคู่สนทนาที่ไม่รู้จักก็ไม่ควรรับไฟล์ดังกล่าว อย่างไรก็ตามก็ขึ้นอยู่กับไฟล์นั้นด้วยว่าเป็นไฟล์ประเภทใด โดยดูจากนามสกุลของไฟล์นั้น โดยเฉพาะไฟล์ที่มีนามสกุล .exe .pif .com .bat หรือ .vbs เป็นต้น ที่ต้องระมัดระวังเป็นพิเศษ

       

  4. สำรองข้อมูลไว้

    เมื่อเกิดเหตุการณ์ที่ไม่คาดคิดกับเครื่องที่ใช้งานอยู่ เป็นต้นว่าไฟฟ้าตก หรือไวรัสแพร่กระจายไปยังไฟล์สำคัญ อาจส่งผลให้เครื่องนั้นไม่สามารถใช้งานได้ตามปกติหรือใช้งานไฟล์บางไฟล์ไม่ได้ ซึ่งอาจจะส่งผลให้เจ้าของเครื่องดังกล่าวสูญเสียข้อมูลสำคัญๆ ได้ ดังนั้นถ้าเรามีการสำรองข้อมูลไว้ ปัญหาที่ผู้ใช้งานจะสูญเสียข้อมูลก็จะลดลงได้มากพอสมควร ในการสำรองข้อมูลเพื่อใช้ในการกู้ระบบคืนนั้นควรกระทำบ่อยๆ อย่างน้อยประมาณ 1 ครั้งต่อสัปดาห์ และสิ่งที่ควรจะทำการสำรองไว้บ่อยๆ คือ

  5. การสำรองเรจิสทรีย์ การสร้างความเสียหายของไวรัสหรือหนอนส่วนใหญ่มักจะไปทำการแก้ไขค่าต่างๆ ในเรจิสทรีย์ ดังนั้นการสำรองเรจิสทรีย์จึงมีความสำคัญมากในการช่วยกู้ระบบกลับคืนมา ซึ่งสามารถอ่านรายละเอียดวิธีการสำรองเรจิสทรีย์ในหัวข้อ "วิธีการสำรองข้อมูล Windows registry"
  6. การสำรองข้อมูลต่างๆ คงไม่มีใครที่อยากให้เกิดเหตุการณ์ที่จำเป็นต้องลบไฟล์บางไฟล์ที่ติดไวรัส และไฟล์นั้นมีความสำคัญสูงมาก แต่เมื่อเกิดเหตุการณ์ขึ้นแล้ว วิธีการแก้ปัญหาที่คาดว่าน่าจะเป็นวิธีที่ดีที่สุดคือการกู้ไฟล์เหล่านั้นคืนจากที่ได้สำรองไว้

     

    •  

ติดตามข่าวสารต่างๆ

เนื่องด้วยในวันหนึ่งๆ จะมีไวรัสคอมพิวเตอร์ออกมาใหม่เป็นจำนวนมาก ดังนั้นการรับรู้ข้อมูลข่าวสารที่รวดเร็วและหาทางป้องกันจึงนับเป็นหนทางที่ดีที่สุดวิธีหนึ่งในการป้องกันไวรัสคอมพิวเตอร์ ไม่ว่าจะเป็นผู้ใช้ทั่วๆ ไปหรือแม้กระทั่งผู้ดูแลระบบเอง จึงควรที่จะหาช่องทางในการรับรู้ข่าวสารเกี่ยวกับไวรัสคอมพิวเตอร์และข่าวสารเกี่ยวกับความมั่นคงปลอดภัยทางคอมพิวเตอร์ด้วย

ด้วยเหตุนี้เอง ทีมงาน ThaiCERT จึงได้จัดทำระบบแจ้งข่าวสารผ่านทางอี-เมล์ให้กับสมาชิก ซึ่งสามารถอ่านรายละเอียดและสมัครได้ที่ http://thaicert.nectec.or.th/mailinglist/register.php

เว็บไซต์ข่าวสารเกี่ยวกับไวรัสคอมพิวเตอร์ต่างๆ ที่ควรติดตาม

  • http://thaicert.nectec.or.th
  • http://www.symantec.com
  • http://www.mcafee.com
  • http://www.trendmicro.com
  • http://www.messagelabs.com
  • http://www3.ca.com/virusinfo/
  • http://www.f-secure.fi/virus-info/v-pics/
  • http://www.pandasoftware.com
  • http://www.sophos.com
  • http://www.ravantivirus.com
  • http://www.grisoft.com
  •  

    ยกตัวอย่างโปรแกรมที่ป้องกันไวรัสคอมพิวเตอร์

     

      Download
    Web Hostingดาวน์โหลดโปรแกรมสำหรับระบบปฎิบัติการ Windows
    ข้อมูลสถิติการดาวน์โหลดโปรแกรมของ Download.com (ผู้ให้บริการดาวน์โหลดชั้นนำของโลก) อันดับที่ 1-50 นำมาคัดเลือกเฉพาะโปรแกรมฟรีดีๆ (Free Ware) ที่ควรมีไว้ประจำเครื่อง ให้ดาวน์โหลดกันได้ง่ายๆ ที่นี่
      รายชื่อโปรแกรม
    โปรแกรมด้านความปลอดภัย (Security Tools)
    ลำดับ โปรแกรม ดาวน์โหลด
    01 Ad-Aware SE Personal Edition 1.06
    โปรแกรมที่ช่วยค้นหาและกำจัด ADS (แบนเนอร์ โฆษณา หน้าต่างแบบ ป๊อปอัพ สปายแวร์ ไวรัสโทจัน) โปรแกรมนี้อาจกำจัด ADS บางเวอร์ชั่นไม่ได้ แนะนำให้ใช้โปรแกรมอื่นคู่กัน (เช่นอันดับ 2)

    OS: Windows 98/Me/NT/2000/XP
    File Size: 2.72MB

    ดาวน์โหลด
    02 Spybot - Search & Destroy 1.4
    โปรแกรมที่ช่วยค้นหาและกำจัด ADS ที่แอบแฝงมาทางเว็บไซต์ หรือทางอีเมล์ รวมถึงโฆษณาจากฟรีโปรแกรมต่างๆ ซึ่งมีระบบอัพเดตตัวเองแบบอัตโนมัติ

    OS: Windows (all)
    File Size: 4.8MB

    ดาวน์โหลด
    03 All-in-One Secretmaker 4.2.3
    โปรแกรมที่มีความสามารถเกือบทุกอย่าง ประกอบด้วย
  • Spam Fighter ต่อสู้กับจดหมายอิเล็กทรอนิกส์ขยะ
  • Worm Hunter ป้องกันไวรัสจดหมายอิเล็กทรอนิกส์
  • Pop-Up Blocker ขัดขวาง Pop-Up โฆษณาต่างๆ
  • Banner Blocker ขัดขวาง Banner ไม่พึงประสงค์
  • Intruder Blocker ขัดขวาง Spyware และอื่นๆ ที่เป็นอันตราย
  • Security Watchdog ป้องกันการขโมยข้อมูลในคอมพิวเตอร์
  • Cookie Eraser ยับยั้งการเขียน Cookie ในคอมพิวเตอร์
  • Privacy Protector ยับยั้งการติดตามจาก Hacker
  • History Cleaners กำจัด History ในคอมพิวเตอร์

    OS: Windows 98/Me/2000/XP
    File Size: 1.22MB

  • ดาวน์โหลด
    04 AVG Anti-Virus Free Edition7 .1
    โปรแกรมป้องกันไวรัสคอมพิวเตอร์

    แนะนำเพิ่มเติม

  • โปรแกรม Trend Micro ตรวจสอบและกำจัดไวรัส (ล่าสุด)
  • ปรับปรุงไฟล์ตรวจสอบไวรัสของ Norton Anti Virus (ล่าสุด)

    OS: Windows (all)
    File Size: 9.69MB


  • ดาวน์โหลด
    05 ZoneAlarm 6.0
    โปรแกรที่ป้องกันภัยจาก HACKER ที่จะเข้ามาทางอินเตอร์เน็ต ประกอบด้วย 4 ส่วนหลัก คือ
    1. Firewall กำหนดให้ใช้ Service ทางอินเตอร์เน็ตใดได้บ้าง
    2. Application Controlกำหนดให้ใช้โปรแกรมใดได้บ้าง
    3. Internet Lock กำหนดให้ปิดเครื่องเมื่อไม่ได้ใช้งาน
    4. Zones Monitor สูโปรแกรมใดพยายามจะต่ออินเตอร์เน็ต

    OS: Windows 98/NT/2000/XP
    File Size: 8.91MB

    ดาวน์โหลด

    โปรแกรมเสริมอินเตอร์เน็ต (Internet Tools)

    ลำดับ โปรแกรม ดาวน์โหลด
    06 Adobe Acrobat Reader 7.0
    โปรแกรมเสริมสำหรับ Browser ที่เอาไว้อ่าน Files ในตะกูล Adobe PDF (.pdf)

    OS: Windows 2000/XP
    File Size: 521.59K

    ดาวน์โหลด
    07 Mozilla Firefox 1.5
    โปรแกรม Browser ที่มีจุดเด่นด้านความปลอดภัยชนิดต่างๆ เช่น การป้องกันจาก Spyware , การป้องกัน Pop-Up ฯลฯ ด้วยการทำงานที่รวดเร็ว และยังได้รับการสนับสนุนจาก Google

    OS:

    Windows 98/Me/NT/2000/XP
    File Size: 4.98MB
    ดาวน์โหลด

    โปรแกรมทั่วไป (Utitlities Software)

    ลำดับ โปรแกรม ดาวน์โหลด
    08 Windows Media Player 10
    โปรแกรมด้าน Multimedia ที่มีความสามารถในการเปิดไฟล์มีเดีย (Media File) ต่างๆ เช่น ASF, MPEG-1, MPEG-2, WAV, AVI, MIDI, VOD, AU, MP3, และ QuickTime

    OS: Windows XP
    File Size: 12.07MB


    ดาวน์โหลด
    09 Download Accelerator Plus 7.5
    โปรแกรม ดาวน์โหลด ที่ช่วยเพิ่มความเร็วการดาวน์โหลด และมีระบบ Resume File คือสามารถดาวน์โหลดโดยไม่ต้องเริ่มใหม่

    OS: Windows 98/Me/NT/2000/XP
    File Size: 3.24MB


    ดาวน์โหลด
    10 SmartFTP 1.5
    โปรแกรม FTP คุณภาพสูง ที่มีรูปแบคล้ายๆ Windows Explorer สามารถใช้งานแบบ Drag & Drop และมีระบบ Multi Connections สนับสนุนการใช้ Proxy Server

    OS: Windows 98/Me/2000/XP/2003 Server
    File Size: 6MB

    ดาวน์โหลด

     

    มหาวิทยาลัยศรีปทุม ผู้ใหญ่ใจดี
     

     ช่วยด้วยครับ
    นักเรียนที่สร้างบล็อก กรุณาอย่า
    คัดลอกข้อมูลจากเว็บอื่นทั้งหมด
    ควรนำมาจากหลายๆ เว็บ แล้ววิเคราะห์ สังเคราะห์ และเขียนขึ้นใหม่
    หากคัดลอกทั้งหมด จะถูกดำเนินคดี
    ตามกฎหมายจากเจ้าของลิขสิทธิ์
    มีโทษทั้งจำคุกและปรับในอัตราสูง

    ช่วยกันนะครับ 
    ไทยกู๊ดวิวจะได้อยู่นานๆ 
    ไม่ถูกปิดเสียก่อน

    ขอขอบคุณในความร่วมมือครับ

    อ่านรายละเอียด

    ด่วน...... ขณะนี้
    พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2558 
    มีผลบังคับใช้แล้ว 
    ขอให้นักเรียนและคุณครูที่ใช้งาน
    เว็บ thaigoodview ในการส่งการบ้าน
    ระมัดระวังการละเมิดลิขสิทธิ์ด้วย
    อ่านรายละเอียดที่นี่ครับ

     

    สมาชิกที่ออนไลน์

    ขณะนี้มี สมาชิก 0 คน และ ผู้เยี่ยมชม 14 คน กำลังออนไลน์