การทำงานและส่วนประกอบของคอมพิวเตอร์

รูปภาพของ pnp31471

ความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์
คอมพิวเตอร์คืออะไร 

      คอมพิวเตอร์ คือ อุปกรณ์ทางอิเล็กทรอนิกส์ (electrinic device) ที่มนุษย์ใช้เป็นเครื่องมือช่วยในการจัดการกับข้อมูลที่อาจเป็นได้ ทั้งตัวเลข ตัวอักษร หรือสัญลักษณ์ที่ใช้แทนความหมายในสิ่งต่าง ๆ โดยคุณสมบัติที่สำคัญของคอมพิวเตอร์คือการที่สามารถกำหนดชุดคำสั่งล่วงหน้าหรือโปรแกรมได้ (programmable) นั่นคือคอมพิวเตอร์สามารถทำงานได้หลากหลายรูปแบบ ขึ้นอยู่กับชุดคำสั่งที่เลือกมาใช้งาน ทำให้สามารถนำคอมพิวเตอร์ไปประยุกต์ใช้งานได้อย่างกว้างขวาง เช่น ใช้ในการตรวจคลื่นความถี่ของหัวใจ การฝาก - ถอนเงินในธนาคาร การตรวจสอบสภาพเครื่องยนต์ เป็นต้น ข้อดีของคอมพิวเตอร์ คือ เครื่องคอมพิวเตอร์สามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธภาพ มีความถูกต้อง และมีความรวดเร็ว

อย่างไรก็ดี ไม่ว่าจะเป็นงานชนิดใดก็ตาม เครื่องคอมพิวเตอร์จะมีวงจรการทำงานพื้นฐาน 4 อย่าง (IPOS cycle) คือ

1.รับข้อมูล (Input) เครื่องคอมพิวเตอร์จะทำการรับข้อมูลจากหน่วยรับข้อมูล (input unit) เช่น คีบอร์ด หรือ เมาส์
2.ประมวลผล (Processing) เครื่องคอมพิวเตอร์จะทำการประมวลผลกับข้อมูล เพื่อแปลงให้อยู่ในรูปอื่นตามที่ต้องการ
3.แสดงผล (Output) เครื่องคอมพิวเตอร์จะให้ผลลัพธ์จากการประมวลผลออกมายังหน่วยแสดงผลลัพธ์ (output unit) เช่น เครื่องพิมพ์ หรือจอภาพ
4.เก็บข้อมูล (Storage) เครื่องคอมพิวเตอร์จะทำการเก็บผลลัพธ์จากการประมวลผลไว้ในหน่วยเก็บข้อมูล เพื่อให้สามารถนำมาใช้ใหม่ได้ในอนาคต


ภาพแสดงขั้นตอนการทำงานพื้นฐานของคอมพิวเตอร์

 แหล่งอ้างอิงรูปภาพ : http://cptd.chandra.ac.th/selfstud/it4life/1-2.JPG

แหล่งอ้างอิงข้อมูล :  http://cptd.chandra.ac.th/selfstud/it4life/intro.htm

 

ส่วนประกอบของคอมพิวเตอร์

        เครื่องคอมพิวเตอร์ที่เราใช้งานอยู่ในสำนักงานในบ้านนั้นเรียกว่า ไมโครคอมพิวเตอร์ มีแบบตั้งโต๊ะ(Desktop)
แบบพกพา(Notebook) และ พาล์มทอป(Palmtop)

 Desktop

แหล่งอ้างอิงรูปภาพ : http://www.thaigoodview.com/library/teachershow/chanthaburi/athiga_p/com_p5/picture/DESK074.jpg

 
Notebook

แหล่งอ้างอิงรูปภาพ : http://www.thaigoodview.com/library/teachershow/chanthaburi/athiga_p/com_p5/picture/PORTB009.jpg

 Palmtop

แหล่งอ้างอิงรูปภาพ : http://www.thaigoodview.com/library/teachershow/chanthaburi/athiga_p/com_p5/picture/palmv_stand_scheduling

ไมโครคอมพิวเตอร์มีส่วนประกอบหลัก ๆ ดังนี้

เคส (Case)

แหล่งอ้างอิงรูปภาพ : http://www.thaigoodview.com/library/teachershow/chanthaburi/athiga_p/com_p5/picture/computer.gif
เคส (Case)  คือ  ส่วนที่บรรจุอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ เช่น แผงวงจนหลัก ฮาร์ดิสก์ หน่วยความจำ หน่วยประมวลผล เคสมีทั้ง
แบบแนวนอนและแนวตั้ง

มาเตอร์บอร์ด (Motherboard) 
หรือเรียกกันว่าเมนบอร์ด (Mainboard)
แผงวงจรหลัก หรือเมนบอร์ด (Mainboard) ทำหน้าที่เป็นจุดเชื่อมอุปกรณ์ต่าง ๆ เข้าด้วยกัน เช่น ฮาร์ดดิสก์ ฟล็อปปี้ดิสก์
หน่วยความจำ หน่วยประมวลผลกลาง เป็นต้น

ฮาร์ดดิสก์ (Hard Disk)

แหล่งอ้างอิงรูปภาพ : http://www.thaigoodview.com/library/teachershow/chanthaburi/athiga_p/com_p5/picture/harddisk.jpg
ฮาร์ดดิสก์ (Hard Disk) เป็นอุปกรณ์เก็บข้อมูลและโปรแกรม ภายในจะมีข้อมูลและโปรแกรมต่างๆ บรรจุอยู่

ซีดีรอม (CD - ROM)

แหล่งอ้างอิงรูปภาพ : http://www.thaigoodview.com/library/teachershow/chanthaburi/athiga_p/com_p5/picture/cd_rom.jpg
เครื่องขับคอมแพคดิสก์ หรือซีดีรอม (CD-ROM)  เป็นอุปกรณ์ที่ใช้อ่านข้อมูล บนแผ่นซีดี มีความสามารถเก็บข้อมูลได้เป็นจำนวนมาก

เมาส์ (Mouse)

แหล่งอ้างอิงรูปภาพ  : http://www.thaigoodview.com/library/teachershow/chanthaburi/athiga_p/com_p5/picture/moust.jpg
เมาส์  เป็นอุปกรณ์ที่ทำหน้าที่ชี้ส่วนต่าง ๆ บนจอภาพ และเรียกโปรแกรมโดยการใช้เมาส์คลิกที่สัญรูปหรือไอคอน (Icon) ที่เป็นตัวแทนของโปรแกรมที่ต้องการ

เครื่องพิมพ์ หรือ พริ้นเตอร์ (Printer)

แหล่งอ้างอิงรูปภาพ : http://www.thaigoodview.com/library/teachershow/chanthaburi/athiga_p/com_p5/picture/printer.jpg
เป็นอุปกรณ์หน่วยแสดงผลโดยการพิมพ์ข้อมูลออกเป็นตัวอักษร ตัวเลขและรูปภาพ

ลำโพง (Speaker)
ลำโพง หรือสปีคเกอร์ เป็นอุปกรณ์หน่วยสดงผลในรูปของเสียง เช่น เสียงพูด เสียงดนตรี มีในคอมพิวเตอร์ที่เป็นระบบสื่อประสม
หรือมัลติมีเดีย (Multiedia)

แหล่งอ้างอิงข้อมูล : http://www.thaigoodview.com/library/teachershow/chanthaburi/athiga_p/com_p5/com01p04.html

หลักการทำงานของคอมพิวเตอร์

แหลอ้างอิงรูปภาพ : http://www.punyisa.com/image/2007010.jpg
คอมพิวเตอร์ คือ
          อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์  ที่ทำงานตามชุดคำสั่งอย่างอัตโนมัติและให้ผลลัพธ์ออกมาตามต้องการ  ตัวเครื่องคอมพิวเตอร์ตลอดจนอุปกรณ์ต่างๆ รวมเรียกว่า ฮาร์ดแวร์ (Hardware)

การทำงานของคอมพิวเตอร์ประกอบด้วยหน่วยสำคัญ 5 หน่วย คือ

- หน่วยรับข้อมูล (Input Unit)
- หน่วยประมวลผลกลาง (Central Processing Unit : CPU)
- หน่วยความจำหลัก (Main Memory)
- หน่วยความจำสำรอง (Secondary Memory)
- หน่วยแสดงผล (Output Unit)
          กลไกการทำงานของคอมพิวเตอร์ที่เกิดจากองค์ประกอบต่างๆ  เริ่มด้วยเมื่อมีการกดปุ่มเครื่องคอมพิวเตอร์  โปรแกรมหรือชุึดคำสั่งที่อยู่ในหน่วยความจำหลัก  จะทำการตรวจสอบอุปกรณ์ต่างๆ ให้พร้อมที่จะทำงาน  เมื่อตรวจสอบเสร็จคอมพิวเตอร์จะแสดงให้เห็นว่าพร้อมที่จะทำงาน  ก็จะมีการป้อนคำสั่งหรือโปรแกรมหรือข้อมูลโดยผ่านหน่วยรับข้อมูล  แล้วนำไปเก็บไว้ที่หน่วยความจำหลัก  ต่อจากนั้น หน่วยประมวลผลกลางก็จะทำการตามคำสั่งของโปรแกรมซึ่งเรียกว่า  การประมวลผล  แล้วนำผลลัพธ์ที่ได้เก็บไว้ที่ หน่วยความจำ  และจะแสดงผลลัพธ์ผ่านหน่วยแสดงผลเมื่อมีคำสั่งให้แสดงผลลัพธ์

แหล่งอ้างอิงข้อมูล : http://www.punyisa.com/unit2/unit2_3-1.htm

 คุณสมบัติของคอมพิวเตอร์
เครื่องคอมพิวเตอร์ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อให้มีจุดเด่น 4 ประการ เพื่อทดแทน
ข้อจำกัดของมนุษย์ เรียกว่า 4 S special ดังนี้

      1. หน่วยเก็บ (Storage) หมายถึง ความสามารถในการเก็บข้อมูลจำนวน
มากและเป็นเวลานาน นับเป็น จุดเด่นทางโครงสร้างและเป็นหัวใจของการทำงานแบบ
อัตโนมัติของเครื่องคอมพิวเตอร์ ทั้งเป็นตัวบ่งชี้ประสิทธิภาพของคอมพิวเตอร์แต่ละเครื่อง
ด้วย

       2. ความเร็ว (Speed) หมายถึง ความสามารถในการประมวลผลข้อมูล
(Processing Speed) โดยใช้เวลาน้อย เป็นจุดเด่นทางโครงสร้างที่ผู้ใช้ทั่วไปมีส่วน
เกี่ยวข้องน้อยที่สุด เป็นตัวบ่งชี้ประสิทธิภาพของเครื่องคอมพิวเตอร์ที่สำคัญส่วนหนึ่ง
เช่นกัน

        3. ความเป็นอัตโนมัติ (Self Acting) หมายถึง ความสามารถในการ
ประมวลผลข้อมูลตามลำดับขั้นตอนได้อย่างถูกต้องและต่อเนื่องอย่างอัตโนมัติ โดย
มนุษย์มีส่วนเกี่ยวข้องเฉพาะในขั้นตอนการกำหนด
              
        4. ความน่าเชื่อถือ (Sure) หมายถึง ความสามารถในการประมวลผลให
้เกิดผลลัพธ์ที่ถูกต้อง ความน่าเชื่อถือนับเป็นสิ่งสำคัญที่สุดในการทำงานของเครื่อง
คอมพิวเตอร์ ความสามารถนี้เกี่ยวข้องกับโปรแกรมคำสั่งและข้อมูลที่มนุษย์กำหนด
ให้กับเครื่องคอมพิวเตอร์โดยตรง กล่าวคือหากมนุษย์ป้อนข้อมูลที่ไม่ถูกต้องให้กับเครื่อง
คอมพิวเตอร์ก็ย่อมได้ผลลัพธ์ที่ไม่ถูกต้องด้วยเช่นกัน

แหล่งอ้างอิงข้อมูล : http://lpn.nfe.go.th/computer/unit8.htm

 

ประโยชน์ของคอมพิวเตอร์
1. ทันสมัย / ทันเหตุการณ์ / ทันข้อมูลข่าวสาร / ทันโลก ช่วยให้เราสามารถติดต่อสื่อสารกันได้ทั่วโลก
2. ช่วยให้การเรียน การทำงาน ทันสมัยและไรับความสะดวกมากยิ่งขึ้น เช่น ได้เรียนรู้จากสื่อที่ทันสมัยที่สร้างด้วยคอมพิวเตอร์
    ที่เรียกว่า โปรแกรม CAI3. เป็นแหล่งการเรียนรู้ที่ดีเยี่ยม ช่วยในการค้นคว้าหาความรู้เป็นห้องสมุดขนาดใหญ่
4. ช่วยรับ - ส่งข่าวสารได้อย่างรวดเร็ว
5. ช่วยผ่อนคลายความตึงเครียด เช่น เกม ดูภาพยนตร์ ฟังเพลง ร้องเพลง
6. ช่วยสร้างงานศิลปะ ออกแบบชิ้นงานได้อย่างสร้างสรรค์ สวยงาม


ประโยชน์ของคอมพิวเตอร์แบ่งเป็น 2 ประเภท คือ

1. ประโยชน์ทางตรง

        ช่วยให้มนุษย์ทำงานได้โดยตรงคือคอมพิวเตอร์ทำงานได้เที่ยงตรง รวดเร็ว ไม่เหน็ดเหนื่อย ช่วยผ่อนแรงมนุษย์ ในด้านต่าง ๆ
เช่น ด้านการคำนวณ พิมพ์งาน บันทึกข้อมูล ประมวลผล ไม่ว่าจะเป็นหน่วยงานในแวดวงใน หากนำคอมพิวเตอร์เข้าช่วยงาน
จะช่วยแบ่งเบาภาระงานได้เป็นอย่างดีและมีประสิทธิภาพ

2. ประโยชน์ทางอ้อม

        คอมพิวเตอร์ช่วยพัฒนาคุณภาพชีวิต เช่น ช่วยในการเรียนรู้ให้ความปันเทิงความรู้ ช่วยงานบันเทิงพัฒนางานด้านต่าง ๆ
เพื่อพัฒนาเทคโนโลยีอันส่งผลให้ความเป็นอยู่ของมนุษย์ดีขึ้น เป็นต้น

แหล่งอ้างอิงข้อมูล : http://www.thaigoodview.com/library/teachershow/chanthaburi/athiga_p/com_p5/com01p03.html

 

Monitor (มอนิเตอร์)

แหล่งอ้างอิงรูปภาพ : http://www.smiletips.com/Picture/Monitor.jpg
     มอนิเตอร์หรือจอคอมพิวเตอร์ก็เป็นส่วนสำคัญของคอมพิวเตอร์ เนื่องจากเป็นตัวแสดงผล
ของการทำงานต่างๆที่เกิดขึ้นกับคอมพิวเตอร์ ดังนั้นถ้าท่านจะซื้อจอคอมพิวเตอร์สักเครื่องก็ควร
ศึกษาการทำงานเรืื่องจอคอมพิวเตอร์ก่อนก็จะเป็นการดีครับ เพราะจะทำให้ท่านเลือกจอคอมฯ
ที่เหมาะำักับการทำงานของท่าน และช่วยให้ท่านประหยัดตังค์ในกระเป๋าได้เยอะเลยล่ะครับ เช่น
จอภาพมีกี่ประเภท แต่ละประเภทแตกต่างกันอย่างไร เป็นต้น ถ้า่ท่านต้องการมอนิเตอร์ แบบ 
ปกติ มอนิเตอร์ที่มีคุณภาพดี จะมีอัตราการรีเฟรชอยู่ที่ 65-110 เฮิร์ต แต่ถ้าเครื่องที่คุณดูมี 
อัตราการรีเฟรชมากกว่านี้ก็ยิ่งดี แล้วคุณสมบัติของจอแบนล่ะ จอแบนก็จะช่วยลดการสะท้อนของแสง ทำให้ภาพที่แสดงนั้น
ไม่ผิดเพี้ยนจากความเป็นจริง แต่ราคาจะแพงกว่ามอนิเตอร์แบบธรรมดาตัวอย่างพวกนี้ก็เป็นตัวช่วยให้ท่านได้เลือกมอนิเตอร์ได้
ถูกต้องตามความต้องการของท่านและตามกำลังทรัพย์ีที่ท่านมีด้วย

แหล่งอ้างอิงข้อมูล : http://www.smiletips.com/knowledge/monitor_k.asp

 

USB Port (Universal Serial Bus) ยูเอสบี

แหล่งอ้างอิงรูปภาพ : http://www.zabzaa.com/hardware/images/usb.jpg
    พอร์ตสำหรับต่อพ่วงกับอุปกรณ์ที่มีพอร์ตแบบยูเอสบี เช่น พรินเตอร์ สแกนเนอร์ กล้องดิจิตอล ซีดีรอมไดรฟ์ ซิพไดรฟ์ เป็นต้น เมนบอร์ดรุ่นใหม่จะมีพอร์ตยูเอสบีเพิ่มมาอีกเรียกว่าพอร์ต USB 2.0 ซึ่งรับส่งข้อมูลได้เร็วกว่าเดิม เมื่อคุณต้องซื้ออุปกรณ์ต่อพ่วง ควรตรวจสอบด้วยว่าอุปกรณ์นั้นเชื่อมต่อกับพอร์ตยูเอสบีรุ่นเก่า หรือว่าต้องใช้ร่วมกับพอร์ต ยูเอสบี 2.0 เพื่อความมั่นใจว่าอุปกรณ์ที่ซื้อมานั้นจะทำงานได้อย่างไม่มีปัญหาใดๆ

แหล่งอ้างอิงข้อมูล : http://www.zabzaa.com/hardware/usb_port.htm

 

SCANNER สแกนเนอร์

แหล่งอ้างอิงรูปภาพ  : http://www.zabzaa.com/hardware/images/scanner.jpg

    สแกนเนอร์ เป็นอุปกรณ์ทำหน้าที่อ่านข้อมูลที่อยู่ในรูปของรหัสแท่ง (Bar Code) แล้ว แปลงเป็นข้อมูล ที่อยู่ในรูปที่คอมพิวเตอร์ สามารถรับรู้และนำไปประมวลผลได้ สแกนเนอร์แบ่งได้เป็น 3 ประเภทคือ

1.แบบแท่นนอน (flatbed scanner)
2.แบบเลื่อนกระดาษ (Sheet-fed scanner)
3.แบบมือถือ

1.แบบแท่นนอน (Flatbed scanner)
   สแกนเนอร์แบบนี้จะมีกลไกคล้าย ๆ กับเครื่องถ่ายเอกสาร เราแค่วางหนังสือหรือภาพไว้ บนแผ่นกระจกใส และเมื่อทำการสแกน หัวสแกนก็จะเคลื่อนที่จากปลายด้านหนึ่งไปยังอีกด้านหนึ่ง ข้อจำกัดของสแกนเนอร์ แบบแท่นนอนคือแม้ว่าอ่านภาพจากหนังสือได้ แต่กลไกภายในต้องใช้ การสะท้อนแสงผ่านกระจกหลายแผ่น ทำให้ภาพมีคุณภาพไม่ดีเมื่อเทียบกับแบบแรก การทำงานของสแกนเนอร์แบบแท่นนอน แสงจากหลอดไฟกระทบกับหน้าหนังสือด้านที่วางแนบแผ่นกระจก โดยบริเวณที่เป็นสีขาวจะสามารถสะท้อนแสงได้มากกว่า บริเวณที่มีสีทึบกว่า มอเตอร์ที่ติดอยู่กับหัวสแกนจะค่อย ๆ เลื่อนหัวสแกนเนอร์จากปลายด้านหนึ่งไปอีกด้านหนึ่ง โดยที่หัวสแกนเนอร์ของสแกนเนอร์ จะมีตัวรับแสงได้ละเอียดถึง 1/90,000 ต่อตารางนิ้ว ข้อมูลดิจิตอลที่ได้ถูกส่งเข้าคอมพิวเตอร์ในรูปแบบที่ซอฟต์แวร์กราฟฟิก หรือซอฟต์แวร์อ่านตัวอักษร (Optical Character Recognition software) สามารถนไปใช้งานได้ แสงสะท้อนจากหน้าหนังสือตกกระทบสู่หมู่กระจกซึ่งจะเรียงตัวทำมุมได้พอเหมาะกับเลนส์ ของสแกนเนอร์ได้ตลอดเวลา แสงที่ผ่านเลนส์จะรวมตัวกันทำให้มีความเข้มมากขึ้นจะผ่านตกกระทบลงบนไดโอดรับแสงซึ่ง เรียงตัวกันอยู่ที่หลังของเลนส์ ไดโอดดังกล่าวทำหน้าที่เปลี่ยนค่าความเข้มของแสงให้เป็นสัญญาณ ไฟฟ้า โดยแสงที่มีความเข้มมาก ก็จะทำให้สัญญาณ แรงดันไฟฟ้าที่มีค่ามากขึ้นตามไปด้วย วงจรแปลงอนาลอกเป็นดิจิตอล (A-D:Analog-to-Digital Converter) แปลงสัญญาณอนาลอก ที่ได้จากไดโอด ให้เป็นสัญญาณดิจิตอล ซึ่งใช้แทนจุดที่เป็นสีขาวและดำ มีความละเอียดของข้อมูลสูง สแกนเนอร์แบบสีทำงานคล้าย ๆ กันเพียงจะสแกน 3 ครั้ง แต่ละครั้งจะสแกนเก็บความเข้มของแสง ที่ผ่านตัวกรองแสงสีแดง เขียว และน้ำเงิน และนำมารวมกันเป็นภาพในขั้นสุดท้าย

2 .แบบเลื่อนกระดาษ (sheet-fed scanner)
   สแกนเนอร์แบบนี้จะรับกระดาษแล้วค่อย ๆ เลื่อนหน้ากระดาษแผ่นนั้นให้ผ่านหัวสแกนซึ่ง อยู่กับที่ ข้อจำกัดของสแกนเนอร์ แบบเลื่อนกระดาษ คือสามารถอ่านภาพที่เป็นแผ่นกระดาษได้เท่านั้น ไม่สามารถ อ่านภาพจากสมุดหรือหนังสือได้

3.แบบมือถือ
   สแกนเนอร์แบบนี้ผู้ใช้ต้องเลื่อนหัวสแกนเนอร์ไปบนหนังสือหรือรูปภาพเอง สแกนเนอร์ แบบมือถือได้รวม เอาข้อดีของสแกนเนอร์ ทั้งสองแบบเข้าไว้ด้วยกันและมีราคาถูก เพราะกลไกที่ใช้ไม่ สลับซับซ้อน แต่ก็มีข้อจำกัด ตรงที่ว่าภาพที่ได้จะมีคุณภาพแค่ไหน ขึ้นอยู่กับความสม่ำเสมอ ในการเลื่อนหัวสแกนเนอร์ของผู้ใช้งาน นอกจากนี้หัวสแกนเนอร์แบบนี้ยังมีหัวสแกนที่มีขนาดสั้น ทำให้ อ่านภาพบนหน้าหนังสือขนาดใหญ่ได้ไม่ครบ 1 หน้า ทำให้ต้องอ่านหลายครั้งกว่าจะครบหนึ่งหน้า ซึ่งปัจจุบันมีซอฟต์แวร์หลายตัว ที่ใช้กับสแกนเนอร์ แบบมือถือ ซึ่งสามารถต่อภาพที่เกิดจากการสแกนหลายครั้งเข้าต่อกัน

แหล่งอ้างอิงข้อมูล : http://www.zabzaa.com/hardware/scanner.htm

 

CPU (Central Processing Unit)

แหล่งอ้างอิงรูปภาพ : http://www.zabzaa.com/hardware/images/cpu.jpg
ไมโครโพรเซสเซอร์หรือที่เรียกกันติดปากว่าซีพียู ซึ่งเปรียบเสมือนกับเครื่องยนตร์ของรถยนตร์นั่นเอง ซีพียูที่ใช้ในเครื่อง คอมพิวเตอร์มีหลายรุ่นหลายยี่ห้อด้วยกัน เช่น AMD, Intel, PowerPC, Sparc, Cyrik แม้จะมีหลายรุ่นหลายยี่ห้อ แต่การทำงานนั้นเหมือนกัน คือซีพียูจะทำหน้าที่ในการคำนวณ การสั่งการงานชิ้นส่วนต่างๆ ของคอมพิวเตอร์ ประสิทธิภาพของซีพียูจะใช้ความเร็วของสัญญาณนาฬิกา (Clock Speed) เป็นตัวบ่งบอก เช่น Pentium 4 1.6 กิกะเฮิร์ต Pentium 4 3.0 กิกะเฮิร์ต ซีพียูยิ่งมีสัญญาณนาฬิกาสูงการทำงานก็จะเร็วขึ้น ซีพียูที่ได้รับความนิยมในปัจจุบันคือซีพียูจากบริษัท Intel ซึ่งมีซีพียูตระกูล Pentium กับ Celeron และซีพียูจากบริษัท AMD ในตระกูล AMD Athlon XP, AMD Duron โดยที่ซีพียูจากสองบริษัทก็จะมีหลายรุ่น และแบ่งแยกออกไปเป็น ซีพียูสำหรับเครื่องคอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊ก (Mobile CPU) ซีพียูสำหรับเครื่องเซิร์ฟเวอร์ เป็นต้น

แหล่งอ้างอิงข้อมูล : http://www.zabzaa.com/hardware/cpu.htm

 

สรุป

    คอมพิวเตอร์ คือ อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์  ที่ทำงานตามชุดคำสั่งอย่างอัตโนมัติและให้ผลลัพธ์ออกมาตามต้องการ  ตัวเครื่องคอมพิวเตอร์ตลอดจนอุปกรณ์ต่างๆ รวมเรียกว่า ฮาร์ดแวร์ (Hardware)

การทำงานของคอมพิวเตอร์ประกอบด้วยหน่วยสำคัญ 5 หน่วย คือ

  • หน่วยรับข้อมูล (Input Unit)
  • หน่วยประมวลผลกลาง (Central Processing Unit : CPU)
  • หน่วยความจำหลัก (Main Memory)
  • หน่วยความจำสำรอง (Secondary Memory)
  • หน่วยแสดงผล (Output Unit)


 

มหาวิทยาลัยศรีปทุม ผู้ใหญ่ใจดี
 

 ช่วยด้วยครับ
นักเรียนที่สร้างบล็อก กรุณาอย่า
คัดลอกข้อมูลจากเว็บอื่นทั้งหมด
ควรนำมาจากหลายๆ เว็บ แล้ววิเคราะห์ สังเคราะห์ และเขียนขึ้นใหม่
หากคัดลอกทั้งหมด จะถูกดำเนินคดี
ตามกฎหมายจากเจ้าของลิขสิทธิ์
มีโทษทั้งจำคุกและปรับในอัตราสูง

ช่วยกันนะครับ 
ไทยกู๊ดวิวจะได้อยู่นานๆ 
ไม่ถูกปิดเสียก่อน

ขอขอบคุณในความร่วมมือครับ

อ่านรายละเอียด

ด่วน...... ขณะนี้
พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2558 
มีผลบังคับใช้แล้ว 
ขอให้นักเรียนและคุณครูที่ใช้งาน
เว็บ thaigoodview ในการส่งการบ้าน
ระมัดระวังการละเมิดลิขสิทธิ์ด้วย
อ่านรายละเอียดที่นี่ครับ

 

สมาชิกที่ออนไลน์

ขณะนี้มี สมาชิก 0 คน และ ผู้เยี่ยมชม 10 คน กำลังออนไลน์