ส่วนประกอบ และ หลักการทำงานของคอมพิวเตอร์

รูปภาพของ pnp31217

คอมพิวเตอร์คืออะไร
คอมพิวเตอร์ คือ อุปกรณ์ทางอิเล็กทรอนิกส์ (Electronics Device) ที่มนุษย์ใช้เป็นเครื่องมือช่วยในการจัดการกับข้อมูลที่อาจเป็นได้ ทั้งตัวเลข ตัวอักษร หรือสัญลักษณ์ที่ใช้แทนความหมายในสิ่งต่าง ๆ โดยคุณสมบัติที่สำคัญของคอมพิวเตอร์คือ การที่สามารถกำหนดชุดคำสั่งล่วงหน้าหรือโปรแกรมได้ (programmable) นั่นคือคอมพิวเตอร์สามารถทำงานได้หลากหลายรูปแบบ ขึ้นอยู่กับชุดคำสั่งที่เลือกมาใช้งาน ทำให้สามารถนำคอมพิวเตอร์ไปประยุกต์ใช้งานได้อย่างกว้างขวาง เช่น ใช้ในการตรวจคลื่นความถี่ของหัวใจ การฝาก - ถอนเงินในธนาคาร การตรวจสอบสภาพเครื่องยนต์ เป็นต้น ข้อดีของคอมพิวเตอร์ คือ เครื่องคอมพิวเตอร์สามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธภาพ มีความถูกต้อง และมีความรวดเร็ว

Link : http://taitingtong.tripod.com/index.html


การทำงานของคอมพิวเตอร์
 
คอมพิวเตอร์เป็นเครื่องมือช่วยในการทำงานของเรา ช่วยให้เราทำงานได้เร็วขึ้น สะดวกและแม่นยำมากขึ้น การใช้ประโยชน์จากคอมพิวเตอร์ให้ได้ผล เต็มที่ เราต้องเรียนรู้วิธีการทำงาน ตลอดจนลักษณะต่างๆ ของคอมพิวเตอรืให้ครบถ้วน
การทำงานของคอมพิวเตอร์ มีขั้นตอนสำคัญ 4ขั้นตอนคือ
ขั้นตอนที่ 1 การรับข้อมูลและคำสั่ง คอมพิวเตอร์รับข้อมูลและคำสั่งผ่านอุปกรณ์นำเข้าคือ เมาส์ คีย์บอร์ด ฯลฯ

ขั้นตอนที่ 2 การประมวลผลหรือการคำนวณ หรือ CPU (Central Processing Unit) เรียกสั้นๆ ว่าชิป (Chip) เป็นสมองของคอมพิวเตอร์ทำหน้าที่คำนวณ ประมวลคำสั่ั่งและควบคุมการทำงานของอุปกรณ์อื่นๆ

ขั้นตอนที่ 3 การเก็บข้อมูล ทำหน้าที่เก็บขอมูลและโปรแกรมต่างๆ หน่วยเก็บข้อมูล คือฮาร์ดดิสก์ ดิสเกตต์ และซีดีรอม

ขั้นตอนที่ 4 นำเสนอผลลัพธ์ เป็นอุปกรณ์ที่ทำหนา้ที่นำเสนอผลลัพธ์ที่ได้จากการประมวลผลของคอมพิวเตอร์ เช่น จอภาพ เครื่องพิมพ์ เป็นตัน

จากขั้นตอนการทำงานของคอมพิวเตอร์ข้างต้นสามารถเขียนเป็นแผนภูมิอย่างง่ายๆดังนี้

 

Link : http://taitingtong.tripod.com/33522A-1_72--Athlon64FX_block_diagram2_Updated.gif

Link : http://taitingtong.tripod.com/howtowork.html


ส่วนประกอบของคอมพิวเตอร์
 
การนำคอมพิวเตอร์มาใช้งานได้นั้นเครื่องจะต้องมีส่วนประกอบพื้นฐานที่สมบูรณ์และเหมาะสม ทั้งอุปกาณ์หลักภายในเครื่องคอมพิวเตอร์ และอุปกรณ์เสริมต่อพ่วงภายนอก ส่วนประกอบของคอมพิวเตอร์มีดังนี้

จอภาพ (Monitor) อาจเรียกทับศัพท์ว่า มอนิเตอร์ (Monitor), สกรีน (Screen), ดิสเพลย์ (Display) ใช้แสดงผลทั้งข้อความ ภาพนื่ง และถาพเคลื่อนไหว มีลักษณะคล้ายจอโทรทัศน์ มีทั้งสีและขาวดำ ปัจจุบันนิยมใช้จอสี
จอถาพ (Monitor) เป็นอุปกรณ์ แสดงผลข้อมูลผลลัพธ์ (Output) มีรูปร่างลักษณะคล้ายเครื่องรับโทรทัศน์ และสามารถแสดงผลได้ทั้งตัวหนังสือ ภาพนิ่ง และภาพเคลื่อนไหว


 

Link : http://taitingtong.tripod.com/742_l.jpg

จอภาพโดยทั่วไปมีทั้งเป็นสีเดียว (Monochrome) อาจจะเป็นสีเทา สีส้ม หรือสีขาว บนสีดำ และจอภาพแบบหลายสี (Colour) สามารถแสดงสีได้ตั้งแต่ 16, 256, 65,536 และ 16,777,216 สี ปัจจุบันนิยมใช้จอภาพสีมากกว่าจอสีเดียว

ขนาดความกว้างของจอภาพมีหลายขนาด ที่นิยมใช้กันโดยทั่วไปคือ ขนาด 14, 15 และ 17 นิ้ว และถ้าใช้ในงานสิ่งพิมพ์ หรือออกแบบกราฟฟิก อาจใช้จอใหญ่มากขึ้น ขนาด 19, 21 และใหญ่มากถึง 32 นิ้ว ซึ่งก็จะมีความละเอียดในการแสดงผลมากน้อยไม่เท่ากัน โดยความละเอียดของภาพจะมีหน่วยเป็นพิกเซล (Pixel) ในแนวนอนและแนวตั้ง เช่น 640x480, 800x600, 1,024x768, 1,280x1,024 เป็นต้น ยิ่งมีขนาดของพิกเซลมาก ขนาดของภาพจะมีความละเอียดสูงมากขึ้น ภาพที่ปรากฏจะมีความสวยงานมากขึ้น และขนาดของภาพที่แสดงผลบนจอภาพเล็กลง ทำให้เนื้อที่ใช้งานบนจอมากขึ้น

 

ตัวเครื่อง (Computer Case) หมายถึง รูปร่างลักษณะทั่วๆ ไปของคอมพิวเตอร์ ตัวเครืองจะทำหน้าที่ห่อหุ้มอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ต่างๆ ของคอมพิวเตอร์ ปัจจุบันตัวเครืองมีหลากหลายรูปแบบ ขึ้นอยู่กับการออกแบบของผู้ผลิต ซึ่งสามารถแบ่งออกได้เป็น 4 ประเภท คือ
ตัวเครืองแบบแนวนอน (Desktop Case) เป็นการวางตัวเครืองแนวนอนบนโต๊ะ แล้วนำจอภาำพมาวางบนตัวเครื่องคอมพิวเตอร์


ตัวเครื่องแบบแนวตั้ง (Tower Case) เป็นการวางตัวเครื่องไว้ในแนวตั้ง โดยตั้งไว้บนโต๊ะ หรือบนพื้นก็ได้ แล้ววางจอภาพไว้ข้าง ตัวเครื่อง ปัจจุับันตัวเครื่องแบบนี้ได้รับความนิยมมาก เพราะมีขนาดเล็ก ไม่กินเนื้อที่และเคลื่อนย้ายได้สะดวก


ตัวเครื่องแบบรวมไว้ในชิ้นเดี่ยว (All-In-One Case) เป็นการวางตัวเครื่องและอุปกรณ์ทั้งหมด รวมเป็นชิ้นเดียวคล้ายกับโทรทัศน์ ตัวเครื่องแบบนี้สะดวกในการเคลื่อนย้ายกะทัดรัด แต่ไม่ค่อยได้รับความนิยม เพราะหากอุปกรณ์ภายในชำรุดหรือเสียหายต้องรื้อทั้งชุด ไม่ปลอดภัยต่อการใช้งาน


คอมพิวเตอร์แบบพกพา เป็นคอมพิวเตอร์ที่สามารถพกพา หรือนำติดตัวไปไหนต่อไหนได้อย่างสะดวก มีแบบเตอรี่ป้อนไฟสำหรับเครื่อง เวลาออกไปใช้งานนอกสถานที่ มีขนาดเล็กน้ำหนักเบา แต่มีความสามารถมากพอๆ กับเครื่องขนาดใหญ่


คอมพิวเตอร์แบบต่างๆ มีข้อดีข้อเสียในตัวเอง การเลือกใช้งานขึ้นอยู่กับความเหมาะสมและลักษณ์งานของผู้ใช้ เช่น หากผู้ต้องการเดินทางไปไกลๆ บ่อยๆ ก็ควรเลือกใช้คอมพิวเตอร์แบบพกพา เพื่อจะใช้ทำงานได้สะดวก แต่มีข้อด้อยคือ มีความสามารถในการทำงานจำกัด และมีราคาแพงมากกว่าคอมพิวเตอร์แบบตั้งโต๊ะ

คีย์บอร์ด (Keyboard) หรือแป้นพิมพ์เป็นอุกรณ์ที่ใช้พิวพ์คำสั่งหรือป้อนข้อมูลเข้าสู่คอมพิวเตอร์คีย์บอร์ดมีลักษณะคล้ายแป้นพิมพ์ดีดแต่จะมีปุ่มพมพ์พิเศษมากกว่าเครื่องพิมพ์ดีด


เมาส์ (Mouse)เป็นอุปกรณ์ที่ใีช้บังคับตัวชี้บนจอภาพเพื่อเลือกคำสั่งต่างๆแทนการป้อนคำสั่งทางคีย์บอร์ด
หน้า้ที่ของเมาส์ โดยสรุปมีดังนี้

 

เลือกคำสั่งบนเมนู
ใช้เลื่อนไอคอน (Icon)
ปรับเปลี่ยนขนาดของวินโดว์หรือหน้าต่าง
เริ่มต้นใช้งานโปรแกรม
เลือกออปชั่นต่างๆ
การใช้เมาส์มีลักษณะดังนี้

คลิ๊ก (Click) คือ การกดเมาส์ปุ่มซ้ายหนึ่งครั้ง จะมีเสียงดังคลิ๊กขึ้น แล้วปล่อยอย่างรวดเร็ว การคลิ๊กมีจุดมุ่งหมายเพื่อเลือกคำสั่งหรือเลือกส่วนต่างๆ ในโปรแกรม

ดับเบิ้ลคลิ๊ก (Double Click) คือ การกดเมาส์ปุ่มซ้ายติดกัน 2 ครั้งอย่างรวดเร็ว ใช้เพื่อเปิดโปรแกรมขึ้นมา

เครื่องพิมพ์ (Printer) ทำหน้าที่แสดงผลลัพธ์ออกมาในรูปแบบของงานพิมพ์ ปริ้นเตอร์มีหลายแบบเช่น แบบจุด (Dot Matrix) แบบอิงค์เจท (Ink Jet) หรือแบบเลเซอร์ (Laser Printer) เป็นต้น


สแกนเนอร์ (Scanner) ทำหน้าที่่คัดลอกเอกสารหรือรูปภาพให้อยในูไฟล์เอกสาร เพื่อใช้ในงานทางด้านคอมพิวเตอร์ต่อไป

โมเด็ม (MODEM: Modulate - Demodulate) หน้าที่ของโมเด็มมีหลายประการ คือ การเชื่อมต่อกับอินเตอร์เน็ต การรับ-ส่งแฟกซ์ การส่งจดหมายอิเล็กทรอนิกส์ (E-Mail) โมเด็ม 2 ประเภท คือ โมเด็มที่ติดตั้งภายในเครืองคอมพิวเตอร์ (Internal MODEM) ซึ่งจะติดตั้งมากับเครื่องคอมพิวเตอร์ ราคาไม่แพง แต่ไม่สะดวกในการเคลื่อนย้าย โมเด็มที่ติดตั้งภายนอก (External MODEM)จะเป็นกล่องสี่เหลี่ยมมีสายต่อเข้ากับ CPU นิยมใช้มากเพราะเคลื่อนย้ายสะดวก ติดตั้งง่าย และคุณภาพดีพอสมควร


ซีดีรอมไดร์ (CD-ROM Drive) เป็นอุปกรณ์เล่นแผ่นซีดีรอม โดยคอมพิวเตอร์ จะอ่านข้อมูลที่บันทึกอยู่ในแผ่นซีดีและแสดงผลออกมาทางจอภาพ


ฟลอบปี้ไดร์ (Floppy Drive) เป็นช่องสำหรับอ่านแผ่นดิสก์ 3.5นิ้วเพื่อให้คอมพิวเตอร์นำข้อมูลจากแผ่นดิสก์ไปประมวลผลใรเครื่องอีกทีเครื่องคอมพิวเตอร์ส่วนใหญ่ยังจำเป็นต้องมีไดร์ชนิดนี้อยู่ทั้งเครื่องพีซีโน๊ตบุ๊คหรือแมคอินทอช


ฮาร์ดไดร์ (Hard Drive) หรือฮาร์ดิสก์ เป็นที่เก็บข้อมูลหลักของเครื่องคอมพิวเตอร์ มีความจุข้อมูลมากกว่าฟลอปปี้ดิสก์หลายเท่า ฮาร์ดดิสก์จะติดตั้งอยู่ในระบบหลัก ขนาดความจุตั้งแต่ 20กิกะไบต์ขึ้นไป ปัจจุบันมีความจุ 200 กิกะไบต์ เวลาใช้งานคอมพิวเตอร์จะทำการเรียกโปรแกรมระบบที่สำคัญของฮาร์ดิสก์ลงไปในหน่วยความจำแรม ฮาร์ดดิสก์ที่ใช้งานกันมากขณะนี้มีขนาดพอเหมาะที่จะบรรจุอยู่ในตัวเครื่องคอมพิวเตอร์ได้อย่างพอดี

Link : http://taitingtong.tripod.com/element.html


อุปกรณ์ของคอมพิวเตอร์
 
 

เมนบอร์ด (Motherboard) เป็นแผงวงจรอิเล็กทรอนิกส์หลักของคอมพิวเตอร์ อุปกรณ์คอมพิวเตอร์ทุกชึ้นของคอมพิวเตอร์จะต้องเชื่อมต่อเข้ากับเมนบอร์ดนี้


หน่วยประมวลผลกลาง (CPU:Central Processing Unit) เป็นสมองของระบบคอมพิวเตอร์ ทำหน้าที่ควบคุมการปฏิบัติงานหลักของเครื่อง ทำหน้าที่ในการคำนวณ ประมวลผล และควบคุมอุปกรณ์อื่นๆ ในระบบประกอบด้วยหน่วยย่อย 3 หน่วย คือ หน่วยความจำหลัก หน่วยคณิตศาสตร์และตรรกะ หรือหน่วยคำนวณ และหน่วยควบคุม


หน่วยประมวลผลกลาง (Central Processing Unit-CPU) บางทีก็เรียก ไมโครโปรเซสเซอร์ (Microprocessor) หรือชิป (Chip) เป็นหัวใจของคอมพิวเตอร์ ทำหน้าที่ในการคิดคำนวณประมวลผล และควบคุมการทำงานของอุปกรณ์อื่นในระบบ

 

ลักษณะของซีพียู จะเป็นชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ขนาดเล็กมาก ภายในประกอบด้วยทรายซิสเตอร์ ประกอบกันเป็นวงจรหลายล้านตัว ตัวอย่งเช่น ซีพียูรุ่น เพนเทียม จะมีทรานซิสเตอร์เล็กๆ จำนวนมากถึง 3.1 ล้านตัว

 

ซีพียูมีหน่วยที่ใชบอกขนาดเรียกว่า บิต (Bit) ถ้ามีจำนวนบิตมากจะสามารถทำงานได้เร็วมาก เช่น เครื่อง 64 บิตมีความเร็วมากกว่าเครื่อง 32 บิต เครื่อง 32 บิตมีความเร็วมากกว่าเครื่อง 16 บิต เป็นต้น

 

ความเร็วของซีพียู (Speed) มีหน่วยวัดเป็น เมกกะเฮิรตซ์ (MHz: MegaHertz) ถ้ามีค่าตัวเลขยิ่งสูงแสดงว่ามีความเร็วมาก ปัจจุบันความเร็วที่ถือว่าใช้งานได้ดีจะอยู่ระหว่าง 2,000 - 3,000 MHz ในกาีเลือกใช้ซีพียู ผู้จำหน่ายจะบอกไว้ว่า เครื่องรุ่นนี้มีความเร็วเท่าไหร่ เช่น AMD Athlon64 3000+ หมายความว่า CPU รุ่น AMD Athlon64 มีความเร็วที่ 2,000 เมกกะเฮิรตซ์ แต่มีความเร็วเทียบเท่า CPU ของ INTEL Pentium4 3000 เมกกะเฮิรตซ์

หน่วยความจำแรม (RAM: Random Access Memory) เป็นหน่วยความจำที่อยู่ในไมโครคอมพิวเตอร์ และเป็นส่วนที่ใชสำหรับทำงาน ใช้บันทึกข้อมูลหรือโปรแกรมเรียกคำสั่งจากหน่วยความจำหลัก เมื่อปิดเครื่อง ค่าที่อยู่ในแรมจะหายไป


หน่วยความจำแรม มีหน่วยเป็นไบต์ ซึ่งถ้า้เป็นเครื่องรุ่นเก่า จะนิยมใช้หน่วยความจำ 64 หรือ 128 เมกกะไบต์ (67,108,864 ไบต์ หรือ 134,217,728 ไบต์) แต่ถ้าเป็นเครื่องรุ่นใหม่ๆ จะนิยมใช้แรมขนาด 256 หรือ 512 หรือมากถึง 1,024 เมกกะไบต์ (268,435,456 ไบต์ หรือ 536,870,912 ไบต์ หรือมากถึง 1,073,741,824 ไบต์) ขึ้นไป ซึ่งจะทำให้สามารถทำงานที่มีขนาดใหญ่ๆ เช่นงานเกี่ยวกับมัลติมีเดีย หรือทางด้านกราฟฟิกได้

 

หน่วยความจำรอม (ROM: Read Only Memory) เป็นชิปที่ใช้บันทึกข้อมูลต่างๆ โดยบริษัทผู้ผลิตเครื่อง ผู้ใช้ไม่สามารถเปลี่ยนแปลงสิ่งที่บันทึกอยู่ในรอมได้ แต่จะสามารถเรียกใช้งานได้ แม้จะปิดเครื่องคำสั่งที่บรรจุอยู่ภายในรอมก็ยังคงไม่สูญหายไป
 


Link : http://taitingtong.tripod.com/component.html


Links :

http://taitingtong.tripod.com/consistof.html

http://www.nrru.ac.th/preelearning/rungrot/page11006.asp

http://www.nrru.ac.th/preelearning/rungrot/page13004.asp

http://www.krooit.com/webboard/index.php?topic=1772.0

http://webhost.tsu.ac.th/491031160/bo@t/Hardware.doc

http://www.cyberthai.com/course_outline/Internetworking_com.htm

สรุป

คอมพิวเตอร์ คือ อุปกรณ์ทางอิเล็กทรอนิกส์ (Electronics Device)
ที่มนุษย์ใช้เป็นเครื่องมือช่วยในการจัดการกับข้อมูลที่อาจเป็นได้
ทั้งตัวเลข ตัวอักษร หรือสัญลักษณ์ที่
ใช้แทนความหมายในสิ่งต่าง ๆ
โดยคุณสมบัติที่สำคัญของคอมพิวเตอร์คือ
การที่สามารถกำหนดชุดคำสั่งล่วงหน้า
หรือโปรแกรมได้ (programmable)
นั่นคือคอมพิวเตอร์สามารถทำงานได้หลากหลายรูปแบบ
ขึ้นอยู่กับชุดคำสั่งที่เลือกมาใช้งาน ทำให้สามารถนำคอมพิวเตอร์ไปประยุกต์ใช้งาน
ได้อย่างกว้างขวาง เช่น ใช้ในการตรวจคลื่นความถี่ของหัวใจ การฝาก - ถอนเงินในธนาคาร
การตรวจสอบสภาพเครื่องยนต์ เป็นต้น ข้อดีของคอมพิวเตอร์ คือ
เครื่องคอมพิวเตอร์สามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธภาพ มีความถูกต้อง และมีความรวดเร็ว

มหาวิทยาลัยศรีปทุม ผู้ใหญ่ใจดี
 

 ช่วยด้วยครับ
นักเรียนที่สร้างบล็อก กรุณาอย่า
คัดลอกข้อมูลจากเว็บอื่นทั้งหมด
ควรนำมาจากหลายๆ เว็บ แล้ววิเคราะห์ สังเคราะห์ และเขียนขึ้นใหม่
หากคัดลอกทั้งหมด จะถูกดำเนินคดี
ตามกฎหมายจากเจ้าของลิขสิทธิ์
มีโทษทั้งจำคุกและปรับในอัตราสูง

ช่วยกันนะครับ 
ไทยกู๊ดวิวจะได้อยู่นานๆ 
ไม่ถูกปิดเสียก่อน

ขอขอบคุณในความร่วมมือครับ

อ่านรายละเอียด

ด่วน...... ขณะนี้
พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2558 
มีผลบังคับใช้แล้ว 
ขอให้นักเรียนและคุณครูที่ใช้งาน
เว็บ thaigoodview ในการส่งการบ้าน
ระมัดระวังการละเมิดลิขสิทธิ์ด้วย
อ่านรายละเอียดที่นี่ครับ

 

สมาชิกที่ออนไลน์

ขณะนี้มี สมาชิก 0 คน และ ผู้เยี่ยมชม 17 คน กำลังออนไลน์