เยาวชนกะลุวอ ปี2 รุ่น 7

 

องค์กรเยาวชนตำบลกะลุวอ                 

ตำบลกะลุวอมีที่มามาจากกคำว่า   กลัว  ที่แปลว่า  ออก สืบเนื่องจากเมื่อ 100  ปีที่ผ่านมา มีพ่อค้ามาจากประเทศมาเลเซีย เดินทางด้วยเรือสำเภาล่องเรือมาทางแม่น้ำ

อำเภอ เมือง  จังหวัดนราธิวาส  ตำบลของเราบางนราเข้ามาจนถึงทางตัน คนที่อยู่ท้ายเรือตะโกนออกมาว่า กลัว ต่อมาได้เพี้ยนเป็น กลุวอ  และมาเป็น กะลุวอ ปัจจุบัน                ตำบลกะลุวอ มีทั้งหมด  8  หมู่บ้าน มีทั้งชาวไทยพุทธและชาวไทยมุสลิม จนถึง คิดเป็นเปอร์เซ็นต์  ไทยพุทธ 10 %และชาวไทยมุสลิม 90 % โดยมี  2  หมู่บ้านที่มีทั้ง 2 ศาสนาอยู่ร่วมกันอย่างสันติ คือ  บ้านรอตันบาตู และบ้านจาเราะสะโตร์ ลักษณะการอยู่ร่วมกันมีการช่วยเหลือเกื้อกูลกัน มีกิจกรรมที่ทำร่วมกันอย่างเช่น การพัฒนาที่สาธารณประโยชน์ในหมู่บ้านร่วมกัน การเล่นกีฬาเพื่อเชื่อความสามัคคีในทั้งในหมู่บ้านเดียวกันและระหว่างหมู่บ้าน          ส่วนคนเก่งในอบต.ของเรา เราขอยกให้ นายรอมือลี  หะยีและ นายกองค์การบริหารส่วนตำบลกะลุวอ จากการที่พวกเราได้ไปสัมภาษณ์ท่านนายกอบต. ทำให้เราได้ทราบว่าท่านได้รับรางวัลดีเด่นมากมาย โดยเริ่มตั้งแต่ครั้งที่นายกดำรงตำแหน่งผู้ใหญ่บ้านบ้านรอตันบาตูเรื่อยมาจนได้รับเลือกเป็นนายกอบต.กะลุวอ ซึ่งก็ยังคงได้รับรางวัลบุคคลดีเด่นอย่างต่อเนื่อง เช่น  -  ได้รับเข็ม/แหนบรูปกระเป๋า กระสุนคันชีพเครื่องแบบเต็มยศทหารเรือนวมินทร์ราชินี -  ได้รับรางวัลการบริหารจัดการยอดเยี่ยม สาขานักปกครองท้องถิ่นดีเด่น-  ได้รับรางวัลองค์กรปกครองท้องถิ่นดีเด่น ประเภทผู้นำท้องถิ่นดีเด่นในตำบลกะลุวอมีกลุ่มต่างๆมากมาย เช่น กลุ่มสตรี กลุ่มแม่บ้าน กลุ่มเยาวชน กลุ่มผู้สูงอายุ ส่วนกิจกรรมเด่นของแต่ละกลุ่มอย่างเช่น การปักผ้าคลุมผม การจักสานย่านลิเภา และในตำบลกะลุวอ มีโครงการพระราชดำริอยู่อีกจำนวนมากแต่ที่รู้จักกันอย่างกว้าง  คือ  โครงการหมู่บ้านเศรษฐกิจพอเพียงตามพระราชเสาวนีย์ในสมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินีนาถ(หมู่บ้านแม่หม้าย)  ซึ่งตั้งอยู่ในหมู่ที่ 7  บ้านรอตันบาตู  และฟาร์มตัวอย่าง ตั้งอยู่ในหมู่ที่  5  บ้านจาเราะสะโตร์   ก่อนการอบรม               

พวกเราเป็นเด็กนักศึกษา กศน. ทั้งที่เรียนจบไปแล้วและที่กำลังเรียนกันอยู่ ปกติอยู่ในชุมชนพวกเราก็ทำงานทั่วๆไป คือ  ผู้หญิงก็ทำงานฝีมืออย่างเช่น ปักผ้าคลุมผม สานย่านลิเภา ส่วนผู้ชายก็ทำงานรับจ้าง บางคนก็ทำงานในเมือง บางคนก็ทำงานในหมู่บ้าน  ทราบข่าวโครงการนี้จาก ครู กศน. ว่าได้คัดเลือกเยาวชนจากแต่ละหมู่บ้านให้ไปอบรมที่มูลนิธิแห่งหนึ่งซึ่งไม่รู้รายละเอียดมากนัก ครูให้มาก็มาซึ่งครูไม่บอกรายละเอียดของการกินอยู่ (เหมือนกับว่าถ้ารู้ล่วงหน้าพวกเราจะไม่มา) พวกเราคิดว่าคงจะเหมือนโครงการอื่นๆกินนอนที่โรงแรม  อบรมเสร็จก็เสร็จ กลับไปก็ไม่ต้องทำอะไรต่อ

มหาวิทยาลัยศรีปทุม ผู้ใหญ่ใจดี
 
 

 ช่วยด้วยครับ
นักเรียนที่สร้างบล็อก กรุณาอย่า
คัดลอกข้อมูลจากเว็บอื่นทั้งหมด
ควรนำมาจากหลายๆ เว็บ แล้ววิเคราะห์ สังเคราะห์ และเขียนขึ้นใหม่
หากคัดลอกทั้งหมด จะถูกดำเนินคดี
ตามกฎหมายจากเจ้าของลิขสิทธิ์
มีโทษทั้งจำคุกและปรับในอัตราสูง

ช่วยกันนะครับ 
ไทยกู๊ดวิวจะได้อยู่นานๆ 
ไม่ถูกปิดเสียก่อน

ขอขอบคุณในความร่วมมือครับ

อ่านรายละเอียด

ด่วน...... ขณะนี้
พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2558 
มีผลบังคับใช้แล้ว 
ขอให้นักเรียนและคุณครูที่ใช้งาน
เว็บ thaigoodview ในการส่งการบ้าน
ระมัดระวังการละเมิดลิขสิทธิ์ด้วย
อ่านรายละเอียดที่นี่ครับ

 

สมาชิกที่ออนไลน์

ขณะนี้มี สมาชิก 1 คน และ ผู้เยี่ยมชม 166 คน กำลังออนไลน์

รายชื่อสมาชิกที่ออนไลน์

  • watthakarn