งานเข้า จัดการให้แล้วเสร็จ ในวันที่ 8 ธ.ค. 2552 นะคะ ม.2/8

รูปภาพของ sasrungtip

งานเข้า  จัดการให้แล้วเสร็จ ในวันที่ 8 ธ.ค. 2552 นะคะ  ม.2/8

ให้นักเรียนสืบค้นข้อมูล ขั้นตอนการจัดทำ.....ในสิ่งที่นักเรียนสนใจ โดยเข้าระบบ สร้างเนื้อหา บล็อก แล้วคัดลอกมาวาง อย่าลืมบอกที่มาข้อข้อมูลด้วย  แล้วส่ง node มาให้ครู ตรงแสดงความคิดว่า node ใด เช่น http://www.thaigoodview.com/node/48784

คนบ้านขึ่งรายงานตัวคับ

เลขที่  13   ม.2/8

แข็งเรือ  จังหวัด น่าน ครับ

ขนมไทย   เป็นมรดกทางวัฒนธรรมของประเทศไทยมานับพันปีเพราะผูกพันกับ ประเพณีและวัฒนธรรมไทยเพื่อใช้ในงานประเพณีและงานมงคลต่าง ๆ การทำบุญเลี้ยงพระ หรือทำรับ ประทานภายในครอบครัวและเพื่อนฝูงก็ได้ซึ่งขนมไทยก็ทำไม่ยากนักอีกทั้งต้นทุนและวัตถุดิบที่จะนำมาทำก็หาง่ายมีอยู่ในท้องถิ่น เช่น มะพร้าว แป้ง เผือก มัน กล้วย ข้าวเหนียว ฯลฯ นอกจากส่วนประกอบที่หาง่ายแล้วขนมไทยยังมีสัดส่วนการทำที่ยืดหยุ่นได้ไม่เหมือน ขนมของต่างประเทศซึ่งวิธีการเติมส่วนผสมของขนมต่างประเทศต้องตวงให้ได้สัดส่วนที่ถูกต้อง ถ้าวิธีการตวงส่วนผสมผิดพลาดการทำขนมชนิดนั้นก็จะไม่เป็นขนมที่เราต้องการ ส่วนขนมไทยนั้นจะอร่อยมากหรือน้อย ก็ขึ้นอยู่กับความชำนาญซึ่งฝึกฝนได้ในเวลาไม่นานนัก ดังนั้น   จึงขอเชิญชวนคนไทยทุกคนหันมาลองทำขนมไทยกัน

ถ้าท่านได้มีโอกาสที่จะได้ซื้อไก่กับคนทางภาคเหนือก็น่าจะลองเรียนรู้คำศัพท์ต่าง ๆ ไว้บ้างจะได้เข้าใจกัน ต้องขอออกตัวไว้ก่อนว่าผมไม่ใช่คนทางภาคเหนือหากสะกดผิดไปก็ขออภัยไว้ล่วงหน้า เอาเป็นว่าผมก็จะลองแนะนำคำที่น่าจะได้ยินกันบ่อย ๆ อาทิ เช่น

คำว่า ไก่ม่อ คำว่าม่อ หากมีคนทางเหนือบอกว่าจะขายไก่ที่ม่อมาก ๆ ให้ท่าน ก็อย่าเผลอไปคิดว่าเป็นไก่หม้อหรือไก่แกงนะครับ เพราะม่อในที่นี้ก็มีลักษณะความหมายว่าเป็นไก่ที่ตีถี่ขยันตีนั่นเอง

ถ้าหากเข้าสนามไก่ชนคำที่ได้ยินบ่อยน่าจะเป็น ไก่แป๊และ ไก่ก๊าน ซึ่ง ไก่แป๊ ก็หมายความว่า ไก่ชนะ ส่วนไก่ก๊านก็คือไก่ที่แพ้นั่นเอง

ในเรื่องของสีไก่ สีสาทุกท่านน่าจะพอรู้กันแล้ว แต่สีเทาทางเหนือเขาจะเรียกว่า สีหม่น ซึ่งทางภาคเหนือบางคนเขาจะถือกันเรื่องสีหม่นว่าตีตอนเย็น ๆ ไม่ดีมีโอกาสแพ้สูง

1. ลูกกบจากธรรมชาติ
เป็นการรวบรวกบที่มีอยู่ในธรรมชาติมาเลี้ยงในบ่อ จนกระทั่งได้ขนาดก็จับขาย ามารถแบ่งเป็นขั้นตอนได้ดังนี้

 

1.1 การรรวบรวมลูกอ๊อดและการอนุบาล ทำการรรวบรวมไข่กบที่ผสมแล้ว จากแหล่งน้ำธรรมชาติมาพาะฟักและอนุบาลในบ่อที่เตรียมไว้ หรืออาจช้อนลูกอ็อดถบที่พบเห็น อยู่ตามธรรมชาติมาเลี้ยงล หรือโดยการจับพ่อแม่พันธุ์กบ ในช่วงต้นฤดูฝนมาเลี้ยงในบ่อเพื่อ ให่ผสมพันธุ์กันและออกไข่ในบ่อเลี้ยง ป็นต้น
อุปสรรดส่าคัญของการจับลูกอ๊อดมาเลี้ยงก็คือ มักจะมีลูกอ๊อดของเขียด หรือคางคกปะปนมาด้วยผู้จับจึงต้องมีความรู้และความชำนาญในการเลือก ข้อสังเกตุง่าย ๆ คือ หัวลูกอ๊อตเขียดจะแหลมกว่าหัวลูกอ๊อดกบ ขนาดตัวก็เล็กกว่ารวมทั้งลายที่หลังและเส้นขาวที่พาด ตามลำตัวก็ไม่เหมือนกัน สีที่ด้านหลังและส่วนท้องก็แตกต่างกัน และถึงแม้จะเป็นลูกอ็อดกบ แต่กบก็มีหลายชนิด เช่น กบบัว ชี่งมีขนาดโตเต็มที่เพียงแค่ 15 กรัม ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับ ประสบการณ์ของผู้เลี้ยง

การรวบรวมลูกกบจากธรรมชาติเพื่อนำมาเลี้ยงมีหลายวิธีเช่น

1.1.1 การจับด้วยมือเปล่าโดยใช้ไฟฉายหรือตะเกียงส่องแล้วใช้มือตะปบ จับใส่ถุงผ้าที่สะพายติดตัวไป
1.1.2 การจับด้วยแห จะใช้แหที่มีตาถี่ ทอดเหวี่ยงโดยวิธีเดียวกับการจับปลา
1.1.3 การจับด้วยการขุดหลุมดัก ทำหลุมลึกประมาณ 1 เมตรในบริเวณ ที่มีลูกกบชุกชุม ก้นหลุมวางอาหารผสมหรืออาหารหมักล่อไว์ในตอนเย็น ปากหลุมราดน้ำให้ เปียกชุ่มปรับให้เรียบและลื่นเป็นมัน ลูกกบจะมากินอาหารในตอนกลางคืนแล้วไม่สามารถขึ้น จากหลุมได้ ในตอนเช้าจึงมารวบรวมลูกกบ อย่าปล่อยทิ้งไว้ข้ามวันลูกกบจะมีโอกาสตายได้มาก
1.1.4 การจับด้วยเครื่องมือดัก คล้ายไชดักปลา ด้านหน้ามีทางเข้าทางเดียว ด้านท้ายมีประตูเปิดปิดได้ เมื้อลูกกบเข้าแล้วจะออกไม่ได้ เมื่อต้องการจะใช้งานนำเครื่องมือนี้็ ให้ฝังดินให้พื้นล่างเสมอกับผิวดิน ปิดด้วยหญ้า ราดน้ำพอชุ่ม ด้านหน้าปรับผิวดินให้ลื่น ภายใน เครื้องมือดักใส่อาหารล่อ ลูกกบจะเข้าไปกินอาหารในตอนกลางคืน ตอนเช้าจึงรวบรวมลูกกบที่ได้

 

1.2 การเลี้ยงลูกกบ ภายหลังจากลูกอ๊อดเจริญกลายเป็นกบแล้ว จะดำเนินการ อนุบาลจนกระทั่งเติบโตได้ขนาดจึงปล่อยลงบ่อเลี้ยง ลูกกบที่ปล่อยลงบ่อเลี้ยงนี้นิยมลูกกบ ที่มีขนาด 3-5 เชนติเมตรขี้นไป หรือถ้ารวบรวมจากธรรมชาติก็ต้องมีขนาดที่ทราบแน่นอนแล้ว ว่าเป็นลูกกบ

 

2. ลูกกบจากโรงเพาะฟัก
เป็นวิธีการเลี้ยงที่ดีที่สุด เพราะจะได้ผลผลิตมากและแน่นอน นอกจากนี้ต้นทุนยังต่ำ สามารถลดปัญหาการบอบช้ำจากการลำเลียงลูกกบจากธรรมชาติได้อีกด้วย วิธีนี้ลูกกบจะได้มา โดยการนำเอาพ่อพันธุ์และแม่พันธุ์ที่มีลักษณะดีมาผสมกันในบ่อผสมพันธุ์ แลัวนำไข่ท็่ได้มาฟ้กใน บ่อเพาะฟกเพื้อให์ไดัลูกกบ แล้วจึงนำไปอนุบาลต่อในภายหลัง
รูปภาพของ sas15197

วิธีการทำน้ำยาล้างจาน

-สารN70 (หัวเชื้อน้ำยาล้างจาน) 1 กิโลกรัม
-กากน้ำตาล 1 ลิตร
-เกลือแกง หรือ เกลือเม็ด 1300 กรัม
-น้ำด่าง 5 ลิตร
-น้ำมะเฟือง 5 ลิตร
-น้ำมันหอมระเหย(จะใช้หรือไม่ใช้ก็ได้) 30 หยด
-ถังพลาสติกขนาด 20 ลิตร
-ไม้สำหรับผสม 1 ด้าม
ขั้นตอนการทำ
1. การเตรียมน้ำมะเฟือง โดยใช้มะเฟืองแก่โดยเลือกผลที่สุขแล้ว 3 กิโลกรัม กากน้ำตาล 1 กิโลกรัม น้ำสะอาด 5 ลิตร หมักนาน 3 เดือน จากนั้นกรองเอาแต่น้ำมาใช้
2. การเตรียมน้ำเกลือ โดยใช้ เกลือ 1 กิโลกรัม ผสมกับน้ำ 5 ลิตร ต้มให้เดือดจนเกลือละลาย แล้วยกหม้อต้มลง จากนั้นปล่อยให้เย็นกรองเอาแต่น้ำใสๆ มาใช้
3. การเตรียมน้ำด่าง โดยใช้ ขี้เถ้าจากไม้เนื้อแข็ง 1 กิโลกรัม น้ำสะอาด 6 ลิตร นำมาผสมกันแล้วแช่ไว้ 24 ชั่วโมง จากนั้นกรองเอาแต่น้ำใสๆ มาใช้
4. เมื่อได้ส่วนผสมทั้งหมดแล้ว ให้นำ N70 ใสลงไปภาชนะหรือถังพลาสติกก็ได้ แล้วใส่นำเกลือเม็ด 300 กรัม ใช้ไม้คน N70 ให้แตกตัว จน N70 เป็นสีขาว
5. ค่อยๆ เติมน้ำเกลือ 5 ลิตร ลงไปทีละนิดจนหมดพร้อมกันนั้นให้ทำการคนไปเรื่อยๆ
6. จากนั้นให้เติมน้ำด่างลง 6 ลิตรไปทีละนิดจนหมดพร้อมกันนั้นให้ทำการคนไปเรื่อยๆ
7. ค่อยๆเติมน้ำมะเฟือง 5 ลิตรลงไปทีละนิดจนหมดพร้อมกันนั้นให้ทำการคนไปเรื่อยๆ
8. ถ้าต้องการกลิ่นให้เติมกลิ่นที่ต้องการลงไปทีละน้อยแล้วทำการคนให้เข้ากัน จากนั้น ปล่อยทิ้งไว้ 1 คืน
9. จากนั้นก็สามารถนำมาบรรจุขวดหรือภาชนะที่ต้องการสามารถเก็บไว้ใช้ได้นาน

http://www.rakbankerd.com/agriculture/page?id=1137&s=tblplant

วิธีทำขนมถัวยฟู

ขนมถ้วยฟู
ส่วนผสม วิธีทำ
1.ข้าวสาร 1 ลิตร ซาวให้สะอาดแช่น้ำไว้
5 ชั่วโมง เอาไปทับโม่ให้ละเอียดใส่ถุงผ้า ผูกปากให้แน่นใช้ของหนัก ๆ ทับให้น้ำแห้ง หรือใช้แป้งสำเร็จรูปที่มีขายอยู่แล้วก็ได้
2. น้ำตาลทราย 1/2 ก.ก.
3. น้ำดอกไม้สด 3 ถ้วย
4. ผงฟู 1/2 ช้อนชา
5. สีผสมอาหาร
1.เอาแป้งใส่ภาชนะ ผสมด้วยน้ำตาลทรายและน้ำดอกไม้สด ผงฟู สีทำขนม ผสมให้เข้ากัน
2.หมักทิ้งไว้ พอเห็นว่าแป้งขึ้นจึงจะใช้ได้เสร็จแล้วจึงจะเอาไปใส่ ถ้วยตะไลเล็ก ๆ ใส่พอค่อนถ้วย แล้วเอาไปนึ่งให้สุก เสร็จแล้ว แคะออก ใส่ภาชนะที่มีฝา แล้วอบด้วยดอกมะลิสด

ผมทำงานส่งเเล้วนะครับ

 สูตรขนมหวานไทย : วุ้นกะทิี

     เครื่องปรุง + ส่วนผสม

 

+ ส่วนผสมตัววุ้น +

* วุ้นผง 2 ช้อนโต๊ะ

* น้ำเปล่า 5 1/2 ถ้วยตวง

* น้ำตาลทรายขาว 1 ถ้วยตวง

* น้ำใบเตย,น้ำกาแฟ หรือสีผสมอาหาร (จะใช้หรือไม่ใช้ก็ได้)

 

 

ผมทำงานแล้ว

+ ส่วนผสมหน้าวุ้น +

* วุ้นผง 2 ช้อนโต๊ะ

* น้ำมะพร้าว 2 1/2 ถ้วยตวง

* น้ำตาลทรายขาว 1 ถ้วยตวง

* หัวกะทิ 2 1/2 ถ้วยตวง

* แป้งข้าวโพด 2 ช้อนโต๊ะ

* เกลือ 1 1/2 ช้อนชา

 

วิธีทำกระทงใบตอง

วิธีทำกระทง ใบตอง

 แบบที่ 1 กลีบผกา

          วิธีทำ

          1. ตัดใบตองขนาดความกว้าง 1.5 นิ้ว ยาว 6 นิ้ว โดยประมาณ 

          2. พับตามรูป จำนวน 3 กลีบ จากนั้นนำมาวางซ้อนให้ลดหลั่นกันไปตามภาพ ซึ่งจะนับเป็น 1 ตับ 

          3. นำไปติดโดยรอบที่ขอบของฐานกระทง ซึ่งเป็นต้นกล้วยตัดเป็นแว่น ความหนา 1.5 - 2 นิ้ว โดยประมาณ ทั้งนี้ปริมาณของกลีบกระทงที่ใช้จะมากหรือน้อยนั้นขึ้นอยู่กับขนาดของตัวฐาน  

          4. จากนั้นประดับด้วยดอกไม้ตามความชอบ และปักธูปเทียนลงไป เป็นอันเสร็จ 

 

กระทงใบตอง


 
           แบบที่ 2 กลีบกุหลาบ

          วิธีทำ 

          1. ตัดใบตองขนาดความกว้าง 1.5 นิ้ว ยาว 6 นิ้ว โดยประมาณ 

          2. พับเป็นกลีบกุหลาบตามรูป จำนวน 3 กลีบ จากนั้นนำมาสวมเีัรียงกันให้มีระยะห่างพองามตามความชอบ ควรจัดให้ยอดของกลีบ และลอนของกลีบตรงเสมอเป็นแนวเดียว ซึ่งจะทำให้ผลงานออกมาดูสวยงามเป็นระเบียบเรียบร้อย  

          3. ใช้ด้ายสีเขียวใกล้เคียงกับใบตอง หรือสีดำมาเย็บติดกันด้วยด้นถอยหลังให้เป็นแนวตรงเสมอกันโดยตลอด 

          4. พับกลีบใบตองแล้วเย็บต่อเนื่องไปเรื่อยๆ จนกระทั่งสามารถหุ้มขอบของฐานกระทงได้โดยรอบ ตรึงกลับใบตองกับฐานของกระทงด้วยหมุด แล้วขลิบส่วนที่เลยพ้นฐานลงมาให้เรียบร้อยเสมอกับฐาน เมื่อทำเสร็จแล้วจะมีลักษณะคล้ายกับมงกุฏสวมศีรษะ  

          5. จากนั้นประดับด้วยดอกไม้ตามความชอบ และปักธูปเทียนลงไป เป็นอันเสร็จ 
 

กระทงใบตอง


 
          แบบที่ 3 หัวขวาน

          วิธีทำ
 
          1. ตัดใบตองขนาดความกว้าง 1.5 นิ้ว ยาว 6 นิ้ว โดยประมาณ 

          2. พับตามรูป จำนวน 3 กลีบ จากนั้นนำมาสวมเีัรียงกันให้มีระยะห่างพองามตามความชอบ เพื่อให้ผลงานออกมาดูสวยงามเป็นระเบียบเรียบร้อย ควรพับแต่ละกลีบให้ได้ขนาดเท่ากันทุกจุด 

          3. ใช้ด้ายสีเขียวใกล้เคียงกับใบตอง หรือสีดำมาเย็บติดกันด้วยด้นถอยหลังให้เป็นแนวตรงเสมอกันโดยตลอด 

          4. พับกลีบใบตองแล้วเย็บต่อเนื่องไปเรื่อยๆ จนกระทั่งสามารถหุ้มขอบของฐานกระทงได้โดยรอบ ตรึงกลับใบตองกับฐานของกระทงด้วยหมุด แล้วขลิบส่วนที่เลยพ้นฐานลงมาให้เรียบร้อยเสมอกับฐาน เมื่อทำเสร็จแล้วจะมีลักษณะคล้ายอ่างน้ำ 

          5. จากนั้นประดับด้วยดอกไม้ตามความชอบ และปักธูปเทียนลงไป เป็นอันเสร็จ 

          สามารถนำการพับใบตองรูปแบบนี้ไปใช้ร่วมกับการพับรูปแบบอื่นๆ ในผลงานชิ้นเดียวกันได้ตามความชอบ และความคิดดัดแปลง

          ส่วนตอนที่จะนำไปลอยนั้น บางคนอาจจะตัดเล็บ และผมใส่ลงไปด้วย ตามความเชื่อว่าเป็นการขจัดสิ่งร้ายๆ ให้ออกไปจากตัวเรา หรือจะใส่เหรียญลงไปด้วย เพื่อนำมาซึ่งความมั่งคั่งตามความเชื่อก็ได้นะคะ 
 
          ส่วนของตัวกระทง ใช้หยวกกล้วย หรือวัตถุที่ย่อยสลายได้ตัดให้เป็นวงโดยสูงประมาณ1-2.5 นิ้ว ส่วนขนาดแล้วแต่ความพอใจ ขั้นตอนต่อคือการนำเอาใบตองมาพับเป็นรูปทรงต่างๆ เพื่อประดิษฐ์เป็นกระทง

รูปภาพของ sasasa14655
  • การปลูกลูกกล้วยไม้ขนาดเล็ก

              ลูกกล้วยไม้ขนาดเล็กให้ปลูกในกระถางหมู่หรือกระถางดินเผาทรงสูงขนาด 4-6 นิ้ว รองก้นกระถางด้วยถ่านขนาดประมาณ 1 นิ้ว สูงจนเกือบถึงขอบล่างของกระถาง แล้วโรยทับด้วยออสมันด้าหนาประมาณ 1 นิ้ว ให้ระดับออสมันด้าต่ำกว่าขอบกระถางประมาณครึ่งนิ้ว ใช้มือข้างหนึ่งจับไม้กลมๆ เจาะผิวหน้าออสมันด้าในกระถางให้เป็นรูลึกและกว้างพอสมควร ใช้มืออีกข้างหนึ่งจับปากคีบ คีบลูกกล้วยเบาๆ เอารากหย่อนลงไปในรูที่เจาะไว้ ให้ยอดตั้งตรง แล้วกลบออสมันด้าลงไปในรูให้ทับรากจนเรียบร้อย ควรจัดระยะห่างระหว่างต้นให้พอดี กระถางหมู่ขนาดปากกว้าง 4 นิ้ว ปลูกลูกกล้วยไม้ได้ประมาณ 40-50 ต้น

มหาวิทยาลัยศรีปทุม ผู้ใหญ่ใจดี
 

 ช่วยด้วยครับ
นักเรียนที่สร้างบล็อก กรุณาอย่า
คัดลอกข้อมูลจากเว็บอื่นทั้งหมด
ควรนำมาจากหลายๆ เว็บ แล้ววิเคราะห์ สังเคราะห์ และเขียนขึ้นใหม่
หากคัดลอกทั้งหมด จะถูกดำเนินคดี
ตามกฎหมายจากเจ้าของลิขสิทธิ์
มีโทษทั้งจำคุกและปรับในอัตราสูง

ช่วยกันนะครับ 
ไทยกู๊ดวิวจะได้อยู่นานๆ 
ไม่ถูกปิดเสียก่อน

ขอขอบคุณในความร่วมมือครับ

อ่านรายละเอียด

ด่วน...... ขณะนี้
พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2558 
มีผลบังคับใช้แล้ว 
ขอให้นักเรียนและคุณครูที่ใช้งาน
เว็บ thaigoodview ในการส่งการบ้าน
ระมัดระวังการละเมิดลิขสิทธิ์ด้วย
อ่านรายละเอียดที่นี่ครับ

 

สมาชิกที่ออนไลน์

ขณะนี้มี สมาชิก 0 คน และ ผู้เยี่ยมชม 45 คน กำลังออนไลน์