งานเข้า จัดการให้แล้วเสร็จ ในวันที่ 8 ธ.ค. 2552 นะคะ ม.2/2

รูปภาพของ sasrungtip

งานเข้า  จัดการให้แล้วเสร็จ ในวันที่ 8 ธ.ค. 2552 นะคะ  ม.2/2

ให้นักเรียนสืบค้นข้อมูล ขั้นตอนการจัดทำ.....ในสิ่งที่นักเรียนสนใจ โดยเข้าระบบ สร้างเนื้อหา บล็อก แล้วคัดลอกมาวาง อย่าลืมบอกที่มาข้อข้อมูลด้วย  แล้วส่ง node มาให้ครู ตรงแสดงความคิดว่า node ใด เช่น http://www.thaigoodview.com/node/48784

รูปภาพของ sas14453

http://www.thaigoodview.com/node/53593

งานแก้คร้า

เด็กหญิง ศศินิภา ชาวเวียง  เลขที่16 ม.2/2

รูปภาพของ sas14422

http://www.thaigoodview.com/node/52735

ผมแก้ใหม่นะครับ ตอนนี้ผมทำบล็อกได้แล้วครับ

วิธีทำกระทงวิธีพับกลีบคอม้า
1. ใช้ใบตองที่ฉีกเตรียมไว้ ขนาด 2 นิ้ว
จับใบตองให้ด้านนวลอยู่บน ส่วนหัวของใบอยู่ด้านขวา

2. พับใบตองด้านซ้ายลงมา ให้ริมใบตอง ตั้งฉาก
ในรูปใบตองดูสั้น จริงๆ ยาวนะคะ ต้องยาวค่ะ ไม่อย่างนั้นจะใช้เย็บกลีบคอม้าไม่ได้

3. พับใบตองด้านขวาลงมาประกบ ให้ริมใบตองชิดกันพอดี

4. จับพับทบ เข้าหากัน

5. จับใบตองตามแนวนอน ให้ปลายแหลมหันไปทางซ้าย

6. พับริมใบตองด้านขวา ลงมาตั้งฉากชิดกับขอบพอดี

7. พับทบไปทางด้านซ้าย อีกครั้ง
ในรูป ปลายใบตองด้านขวาสั้น จริงๆ จะยาวนะคะ
ต้องตัดต่อเพราะจะเกินหน้าจอคอมฯ

8. ทำด้านหลัง แบบเดียวกัน

9. ทำกลีบเพิ่ม โดยวิธีเดียวกัน นำมาสอดทับเข้าตรงกลางทางด้านซ้ายมือ

10. จับแนวของสันทบให้ตรงและขนานกัน แล้วเย็บตรึง
ใช้ด้ายสีเดียวกับใบตอง ถ้าจะให้แน่น ควรเย็บแบบด้นถอยหลัง และแทงเข็มขึ้น

11. แทงเข็มลงไปทางด้านขวา ให้แนวด้ายเฉียงลงมา เพื่อให้เส้นด้ายขวางกับแนวเส้นของใบตอง

12. เย็บต่อไปเรื่อยๆ โดยให้ระยะห่างของแต่ละกลีบเท่าๆ กัน
ระยะห่างของแต่ละกลีบ ควรจะห่างกันตั้งแต่ 0.5 ซม.-1 ซม.
ถ้าชิดกันกว่านี้ จะมีผลตอนประกอบเข้าเป็นตัวกระทง
ซึ่งจะอธิบายในขั้นตอนนั้น แต่ถ้าเย็บห่างเกินไป จะดูไม่สวยงาม

13. เย็บให้ได้ความยาวเท่ากับเส้นรอบวง ของฐานกระทง

14. ตัดปลายใบตองให้เรียบร้อย ให้ความกว้างเท่ากันตลอดทั้งเส้น
พักเก็บไว้ไม่ให้โดนลม เพื่อป้องกันใบตองแห้งเกินไป
อาจจะเอาไปราด หรือจุ่มน้ำ 1 ครั้ง แล้วหาผ้าบางๆ ชุบน้ำปิดไว้
หรือถ้ามีถุงพลาสติคแบบถุงเย็น ก็เอาไปใส่เก็บไว้ก็ได้

ที่มา www.google.com

ด.ช.กาญจนรัตน์  ฟูสี เลขที่10  ม.2/2

รูปภาพของ sas14573

http://www.thaigoodview.com/comment/reply/52426#comment-form

รูปภาพของ sas14500

การทำดอกมะลิซ้อน

ดอกมะลินอกจากจะมีความสวยงามในตัวของมันเองแล้ว ยังใช้เป็นสัญลักษณ์แทนความหมายได้หลายอย่าง อาทิ การแสดงความเคารพบูชา เช่น นำไปบูชาพระ และกราบไหว้ผู้ใหญ่ เป็นตัวแทนวันแม่ นอกจากนี้ ยังเป็นสัญลักษณ์ประจำชาติของประเทศอินโดนีเซีย เป็นต้น การทำดอกมะลิจากกระดาษสา มีขั้นตอนการทำดังนี้
    วัสดุอุปกรณ์ มีดังนี้

1. กระดาษสาสีขาวชนิดบาง
2. สีเหลือง น้ำเงิน เขียว
3. ลวด เบอร์ 24
4. สีย้อมสีเหลือง น้ำเงิน เขียว
5. กาวลาเท็กซ์
6. เหล็กแหลม


2 วิธีตัดกลีบดอก
ใช้กระดาษลอกลาย คัดลอกกลีบดอกและใบจากตัวอย่างลงบนกระดาษแข็งสีเทา-ขาว แล้วตัดเป็นต้นแบบละอัน แล้วจึงนำไปทาบกับกระดาษสาที่เตรียมไว้สำหรับทำกลีบดอกและใบ ตามรายการดังนี้
จำนวนกลีบดอกและใบที่ใช้

รูปภาพของ jame.000

ผม เด็กชาย ธนัยนันท์ คำแท่น ชั้น ม.2/2 เลขที่ 2

91 วิธีเพื่อ คอมพิวเตอร์ที่ดีขึ้น
1. แปลงระบบ FAT32 ให้เป็น NTFS ไปที่ start >run พิมพ์ Convert X: /FS:NTFS X คือ ไดร์ฟที่จะเปลี่ยน ระหว่าง ไดร์ฟ: กับ / ต้องมีเว้นวรรค แล้วกด ok แล้วจะมี การยืนยันกด yes ไปเรื่อยๆแล้วกด enter เพื่อ restart แล้วก็รอจะเข้า windows ใหม่ ก็เรียบร้อย
 
2.วิธี backup registry start>program>accessories>system>tool เลือก backup จะปรากฏหน้าต่าง backup or restore คลิกที่ลิงค์ advance mode คลิกแถบ backup แล้วคลิกเลือกส่วน System State ดูด้านล่างตรง backup media or file name กำหนดว่าจะ backup ที่ไหน คลิก start backup และ start backup จนเสร็จ
 
3.วิธี restore registry start>program>accessories>system>tool เลือก backup จาปรากฏหน้าต่าง backup or restore คลิกที่ลิงค์ advance mode คลิกแถบ restore and manage media คลิกเลือก system state ที่ backup ไว้ คลิก start restore
 
4.หยุดการ auto run ของแผ่น cd ก่อน shift ค้างแล้วใส่ แผ่น cd
 
5. ลบโปรแกรมที่มาพร้อมกับ win xp ออก โปรแกรมที่มากับ winxp จะไม่มี ใน add remove ไปที่ start >setting>control panal>folder option เลือกแถบ view เลือก show hidden files....เพื่อให้ windows โชว์ไฟล์ทั้งหมด แล้วไปที่ start>run พิมพ์ inf หาไฟล์ sysoc.inf แล้วดับเบิ้ลคลิก จะเปิดมาใน notepad มองหาโปรแกรมที่จะลบ แล้วลบคำว่า hide ออกแล้ว save แล้วไปที่ add remove แล้วลบโปรแกรมที่จะเอาออก
 
6. วิธีลบ Shared Documents ออกจาก My Computer บางท่านคงไม่เคยใช้ประโยชน์จากโฟลเดอร์นี้เลย ครั้งอยากลบก็ลบเหมือนโฟลเดอร์ทั่วๆไปไม่ได้ รกตาเป็นบ้า ดังนั้นเรามาดูวิธีลบมันออกไปกันดีกว่า หุหุหุ ก่อนอื่นให้ไปที่ Start>Run แล้วพิมพ์ regedit จากนั้นให้เลือกที่ HKEY_LOCAL_MACHINE\Software\Microsoft\Windows\CurrentVersion\Explorer\My Computer\NameSpace\DelegateFolders จากนั้นให้มองหาคีย์ {59031a47-3f72-44a7-89c5-5595fe6b30ee} ลบคีย์ที่ว่านี้ออกไปซะ Restart เครื่องใหม่ซะ Shared Documents ก็จะหายไปจาก My Computer By KnifeRAin
 
7.เมื่อ keyboard เสีย เราสามารถใช้โปรแกรมที่มากับ winxp มาแก้ขัดก่อนได้ คือ on-screen keyboard ไปที่ start>run พิมพ์ OSK
 
8. เข้า winXp ไม่ต้องรอนาน โดยปกติเมื่อเปิดเครื่องเข้า winxp นานประมาณ 30 วินาทีอาจไม่ทันใจพวกเรานัก ไปที่ start>run พิม cmd มันจะขึ้นมาเป็น Dos พร้อม พิมพ์ bootcfg /timeout 5 แล้วกด enter แล้วลองเข้า winxp ใหม่
 
9. โปรแกรม ค้าง ระหว่างการใช้งาน กด alt+ctrl+delete จะปรากฏหน้าต่าง window task manager เลือก application ดูว่าโปรแกรมไหนที่ not responting ก็ไปที่โปรแกรม แล้วกด end task
 
10.การทำให้ Notepad ไม่มี Scrollbar บางคนอาจจะงง จะทำให้มันไม่มีไปทำไม คำตอบคือ บางครั้งเวลาเปิด อ่านข้อความในโน๊ตแพด บางทีมันจะยาวไปทางขวามากๆ ทำให้เวลาอ่านต้องเลื่อนตามไป อ่านลำบากดีแท้ อันนี้ก็เป็นวิธีทำให้อ่านง่ายขึ้นอีกนิด วิธีก็ เข้าไปที่ โปรแกรม NotePad แล้วไปที่ เมนู Format > Word Wrap เท่านี้มันก็จะเรียงให้ ใหม่ By KnifeRAin
 
11.หลายครั้งที่เปิดหน้าต่าง IE ขึ้นมา มันจะใหญ่ๆเล็กๆ ไม่เท่ากันใช่มั้ย ต้องานั่งกดให้มันเต็มจอทุกครั้งดูแล้วน่ารำคาญ เรามีวิธีแก้ง่ายๆให้คุณ หุหุหุ
11.1. เข้าที่ Starts > Program > Internet Explorer คลิกขวา เลือก Properties
11.2. ที่หน้าต่าง Internet Explorer Properties ช่อง Run: คลิกเลือกให้อยู่ที่ Maximized แล้วคลิก OK By KnifeRAin
 
12. ติดจรวจในการเล่น internet ใน winxp การใช้ internet บางครั้งเร็ว บางครั้ง ขึ้นอยู่กับส่วน ประกอบหลายอย่าง วิธีนี้ก็ทำให้ internet เร็วขึ้นที่ถูกและเร็ว ^o^ ไปที่ start > run พิมพ์ gpedit.msc กด ok จะแสดงหน้าต่าง Group Policy ที่ computer config.. เลือก Administrative Templates หัวข้อ network เลือกที่ QoS Packet Scheduler มองหน้าต่างขวามือ ดับเบิ้ลคลิกที่ Limit reservable bandwith จะปรากฏหน้าต่างใหม่ Limit reservable bandwith Propoties เลือกแถบ setting คลิกเลือกที่ช่อง Enable ในกรอบ Bandwith limit(%) ปรับเป็น 0 แล้ว กด ok
 
13.เวลาเราใช้คำสั่ง Search (Start>Search) หาไฟล์ต่างๆในเครื่อง มันจะมี หมาน้อย ออกมาพูดแนะนำต่างๆใช่มะ หากเราเหม็นขี้หน้ามัน เราสามารถไล่มันไปได้ วิธีก็ดังนี้เลย ไปที่ Start>Search จากนั้นดูด้านล่าง จะเห็น Change  preferances คลิกเข้าไปโลด คลิก Without an animeted screen character เท่านี้ เจ้าหมาน้อย ก็จะเดินจากเราไปแบบงอนๆ By KnifeRAin
 
14.เร่งความ เร็ว start menu ให้เร็วทันใจ ไปที่ start >run พิมพ์ regedit เลือก HKEY_CURRENT_USER\Control Panal\Desktop ดูกรอบขวามือ ดับเบิ้ลคลิก MenuShowDelay ปรากฏ edit string ในกรอบ value data ให้ใส่ไป 0 ไปเลย ถ้าอยากให้เร็วสุดๆ ^^
 
15.error report ความผิดพลาดในการใช้ windows xp หรือโปรแกรมอื่นๆ เวลามันผิดพลาดจะปรากฏ หน้าต่าง error report เพื่อแจ้งไปให้ไมโครซอฟได้รู้ แต่ถ้าจาปิดหน้าต่างนี้ ก็ คลิกขวา my_computer>propoties เลือก advance คลิกปุ่ม error reporting คลิกเม้าท์ที่หน้า disable error reporting กด ok
 
16.System Restore จะช่วยให้สามารถเรียกระบบ window ที่สมบูรณ์กลับคืนมาเมื่อ windows มีปันหา แต่ปันหาว่า มันกินพื้นที่ไปประมาณ 15% ของ HDD ถ้าเรามีเนื้อที่ม่ายพอ ก้อปิดการทำงานส่วนนี้ไปเลย คลิกขวา my_computer>propoties เลือกแถบ system restore เอาเครื่องหมายถูกหน้า turn off system restore ออก กด ok
 
17.ปรับขนาดของถังขยะ recycle bin เพื่อเพิ่มพื้นที่ในการใช้งาน คลิกขวา recycle bin ไป propoties ปรับที่ตรง % จากเดิมมันจะเป็น 20% ก็ปรับเป็น 4 %ของ HDD จะก็สามารถเพิ่มพื้นที่ของ HDD ได้ อีก 16% เลย ^o^
 
18.ปรับแต่ง โปรแกรมที่ใช้เป็นประจำให้เร็วขึ้น ให้กด ปุ่ม clrt + alt + delete ปรากฏกรอบ windows task manager เลือกแถบ processes เลือกโปรแกรมที่จะปรับแต่ง คือคลิกขวาที่โปรแกรม แล้วไปที่ set priority normal เป็นการทำงานปกติ ก้อปรับเป็น high ถ้าโปรแกรมเร็วเกินไปก้อไปที่ low เมื่อปรับแต่งเสร็จจะแจ้งเตือนถึงการเปลี่ยนแปลงค่า ให้คลิก ok
 
19. มีบางคนใช้ คอมฯ อยู่ดีๆแล้วรีสตาร์ทอัตโนมัติ สาเหตุก็เกิดจากโปรแกรมได้กำหนดค่าไว้ให้มี การรีสตาร์ทระบบอัตโนมัติเมื่อพบว่าระบบมีปัญหา วิธีแก้คือ คลิกขวา my _computer>propoties ที่กรอบ system propoties เลือกแถบ advance คลิกที่ setting จากกรอบ startup and recovery ที่กรอบ system failure ให้ติ๊กถูก ที่ automatically restart ออก แล้วกด ok เพื่อยืนยัน หรือ นอนยัน 555
 
20.วิธี ประหยัดไฟ คอมพิวเตอร์ start > turn off computer > turn off by Punzzzz

ที่มา:http://www.pingza.com/pingzaboard/index.php?topic=329.0

โดย:http://www.thaigoodview.com/comment/edit/37236

รูปภาพของ sas14536

 ขนมชั้นใบเตย

การทำขนมชั้นใบเตยนั้นมีการทำที่ไม่ยุ่งยาก ในการเตรียมส่วนผสมเพื่อให้ได้ขนมชั้นหอมอร่อยน่ารับประทานนั้น ส่วนผสมที่ใช้ต้องสดใหม่ ทั้งแป้งและมะพร้าว

มะพร้าวนั้นควรใช้มะพร้าวแก่ที่เปลือกเขียวขูดใหม่ๆ การคั้นมะพร้าวเราควรคั้นจากน้ำต้มใบเตย โดยการนำใบเตยขยำให้พอใบช้ำใส่ลงในหม้อน้ำปิดฝาต้มจนเดือดแล้วปิดทิ้งไว้ให้เย็นก่อนนำมาคั้นกะทิ

สมัยก่อนการทำขนมไทยมักใช้น้ำลอยดอกมะลิ แต่ปัจจุบันไม่ค่อยสะดวกเท่าที่ควร เนื่องจากจะต้องใช้ดอกมะลิที่ปลูกเองที่บ้านเท่านั้นเพราะดอกมะลิที่ปลูกขายส่วนใหญ่ใช้สารเคมีและยาฆ่าแมลงจึงไม่เหมาะที่จะนำมาทำขนม สำหรับผู้ที่มีดอกมะลิปลอดสารที่บ้านก็สามารถนำมาใช้ได้

 น้ำดอกมะลิ มีวิธีการเตรียมดังนี้ ให้เก็บดอกมะลิที่กำลังตูม(ดอกที่จะบานวันรุ่งขึ้น)เก็บจากต้นก่อน 6โมงเย็น นำมาล้างเบาๆให้สะอาดไม่ให้ดอกช้ำใส่ลงในหม้อน้ำสะอาดปิดฝาหม้อไว้ 1คืน พอถึงเวลา 6 โมงเช้าให้เอาดอกมะลิขึ้นจากน้ำให้หมดเราก็จะได้น้ำลอยดอกมะลิที่หอมมากๆ แต่ถ้าเราไม่เอาดอกมะลิออกในขั้นตอนนี้น้ำดอกมะลิก็จะไม่หอม(เป็นกลิ่นดอกไม้ช้ำน้ำค่ะ)

♦ส่วนประกอบ

แป้งข้าวเจ้า  90 กรัม ,แป้งมัน  426 กรัม ,น้ำตาลทราย  950 กรัม ,เกลือป่น  1/2 ช้อนชา ,

กะทิ  1130 กรัม (คั้นจากมะพร้าว 500 กรัมเติมน้ำต้มใบเตยประมาณ 1ลิตร)

และเตรียมกะทิกับน้ำใบเตยคั้นไว้เติมลงในน้ำแป้งหลังผสม ประกอบด้วย ส่วนที่ 1.กะทิ 100 กรัม และส่วนที่ 2.น้ำใบเตยคั้น 100 กรัม

♦ขั้นตอนการทำแป้ง♦

♦ผสมแป้งข้าวเจ้ากับแป้งมัน เติมกะทิให้พอนวดได้ นวดจนเข้ากัน ใช้เวลานวดประมาณ 5 นาที

♦เติมน้ำตาลทราย นวดผสมให้เข้ากันพอน้ำตาลเริ่มละลาย แล้วค่อยๆเติมกะทิที่เหลือลงไปนวดต่อไปเรื่อยๆจนน้ำตาลละลายหมด

    

♦แบ่งแป้งออกเป็น 2 ส่วน ส่วนที่1.เติมกะทิ 100 กรัม และส่วนที่2. เติมน้ำใบเตยคั้น 100 กรัม 

♦การนึ่งขนมชั้น♦

♦ใส่น้ำในก้นรังถึง 3/4 ของรังถึง ตั้งไฟ เปิดไฟแรงสุด ต้มจนน้ำเดือดพล่าน

 ♦นำถาดอลูมิเนียมสี่เหลี่ยมจัตุรัส ขนาด 10 นิ้ว นึ่งให้ร้อน ประมาณ 5 นาที

♦ตักน้ำแป้งส่วนที่1.สีขาวลงในถาด ปริมาณน้ำแป้งที่หยอดนึ่งต่อชั้น ประมาณ 3 ทัพพี(320 กรัม)

ปิดฝารังถึง นึ่ง 3-4 นาที ให้สังเกตุแป้งที่สุกจะมีลักษณะใสเป็นเงา

♦แล้วหยอดน้ำแป้งส่วนที่ 2.สีเขียว ลงในถาดเป็นชั้นต่อไป (ปริมาณเท่ากัน) ปิดฝานึ่งต่อ 3-4 นาทีและหยอดน้ำแป้งสลับชั้นไปเรื่อยจนเต็มถาด

♦ก่อนจะหยอดแต่ละชั้นจะต้องให้แป้งสุกดีทุกชั้น เพราะถ้าแป้งชั้นใดชั้นหนึ่งไม่สุก ชั้นต่อๆไปก็จะนึ่งไม่สุกด้วยเช่นกัน

♦และในการนึ่งขนมแต่ละชั้นนั้น ทุกครั้งที่จะปิดฝารังถึงให้เราเช็ดหยดน้ำที่ฝารังถึงด้วยเพื่อไม่ให้ละอองน้ำที่ฝารังถึงหยดลงบนหน้าขนม

♦เมื่อหยอดขนมจนเต็มถาด และนึ่งสุกแล้วให้เปิดฝารังถึงก่อน จึงจะยกถาดขนมออก

♦ขนมที่ยกลงจากรังถึงให้วางพักบนตะแกรงพักจนเย็นสนิท แล้วจึงนำมาตัดเป็นชิ้นตามต้องการ

♦ถ้าต้องการทำเป็นขนมชั้นดอกกุหลาบก็ตัดเป็นเส้นยาวๆกว้าง 1 นิ้ว ได้ 10 แถวต่อถาดแล้วลอกเป็นชั้นๆ ม้วนเป็นดอกกุหลาบ

            ♦ ขนมชั้นใบเตยและขนมชั้นดอกกุหลาบที่ได้ค่ะ เป็นขนมของจริงที่ได้แค่ชื่นชมค่ะ ขอให้ทุกท่านมีความสุขและสุขภาพดีๆๆค่ะ 

ที่มา http://gotoknow.org/blog/naree-food/216822

จัดทำโดย.... 

http://www.thaigoodview.com/node/14536

รูปภาพของ sas145353

ที่เขียน  145353 เพราะมือเร็วไปหน่อยค่ะ

คงไม่ว่ากันนะค่ะครูสุดสวยและใจดี

และคงหวังว่าครูคงจะใจดีเหมือนหน้าตาที่สวยนะค่ะ

จาก คนที่เห็นว่าครูสวยที่สุดและใจดีที่สุดค่ะ

รูปภาพของ sas14423

ภาวะโลกร้อน

ภาวะโลกร้อน (Global Warming) หมายถึง การที่อุณหภูมิเฉลี่ยของอากาศบนโลกสูงขึ้น ไม่ว่าจะเป็นอากาศบริเวณใกล้ผิวโลกและน้ำในมหาสมุทร ในช่วง 100 ปีที่ผ่านมาอุณหภูมิเฉลี่ยของโลกสูงขึ้นถึง 0.74 ± 0.18 องศาเซลเซียส และจากแบบจำลองการคาดคะเนภูมิอากาศพบว่าในปี พ.ศ. 2544 – 2643 อุณหภูมิเฉลี่ยของโลกจะเพิ่มขึ้นถึง 1.1 ถึง 6.4 องศาเซลเซียส

สาเหตุที่ทำให้เกิดภาวะโลกร้อนก็เพราะว่าก๊าซเรือนกระจกที่เพิ่มขึ้นจากการทำกิจกรรมต่างๆของมนุษย์ ไม่ว่าจะเป็นการเผาผลาญถ่านหินและเชื้อเพลิง รวมไปถึงสารเคมีที่มีส่วนผสมของก๊าซเรือนกระจกที่มนุษย์ใช้ และอื่นๆอีกมากมาย จึงทำให้ก๊าซเรือนกระจกเหล่านี้ลอยขึ้นไปรวมตัวกันอยู่บนชั้นบรรยากาศของโลก ทำให้รังสีของดวงอาทิตย์ที่ควรจะสะท้อนกลับออกไปในปริมาณที่เหมาะสม กลับถูกก๊าซเรือนกระจกเหล่านี้กักเก็บไว้ ทำให้อุณหภูมิของโลกค่อยๆสูงขึ้นจากเดิม

http://www.greentheearth.info/

รูปภาพของ sas14624

 จาก...บริหารและจัดการโดยทีมงานชาวมัธยมศึกษาและประถมศึกษา
 webmaster@thaigoodview.com

(นู๋เพี๊ยซ 2/2 ลืม)

รูปภาพของ sasrungtip

ยังไม่ผ่าน......

รูปภาพของ sas14540

ขั้นตอนการทำดอกไม้จากกระดาษสา
การทำดอกไม้จากกระดาษสาในชุดวิชานี้ได้เลือกทำดอกไม้ที่เห็นว่าจะนำไปใช้ในการประดับและตกแต่งผลิตภัณฑ์กระดาษสา หรือจะนำไปใช้ตกแต่งของใช้บางอย่างให้สวยงามตามความเหมาะสมก็ได้ ทำพวงดอกไม้แขวนสำหรับประดับฝาผนัง และนำไปปักแจกัน เป็นต้น ดอกไม้จากกระดาษสาที่นิยมกันหลายชนิด เช่น ดอกมะลิซ้อน ดอกกุหลาบ และดอกกล้วยไม้แคทลียา วิธีการทำดอกไม้จากกระดาษสาแต่ละชนิดมีดังนี้


การทำดอกมะลิซ้อน

ดอกมะลินอกจากจะมีความสวยงามในตัวของมันเองแล้ว ยังใช้เป็นสัญลักษณ์แทนความหมายได้หลายอย่าง อาทิ การแสดงความเคารพบูชา เช่น นำไปบูชาพระ และกราบไหว้ผู้ใหญ่ เป็นตัวแทนวันแม่ นอกจากนี้ ยังเป็นสัญลักษณ์ประจำชาติของประเทศอินโดนีเซีย เป็นต้น การทำดอกมะลิจากกระดาษสา มีขั้นตอนการทำดังนี้
    วัสดุอุปกรณ์ มีดังนี้

1. กระดาษสาสีขาวชนิดบาง
2. สีเหลือง น้ำเงิน เขียว
3. ลวด เบอร์ 24
4. สีย้อมสีเหลือง น้ำเงิน เขียว
5. กาวลาเท็กซ์
6. เหล็กแหลม


2 วิธีตัดกลีบดอก
ใช้กระดาษลอกลาย คัดลอกกลีบดอกและใบจากตัวอย่างลงบนกระดาษแข็งสีเทา-ขาว แล้วตัดเป็นต้นแบบละอัน แล้วจึงนำไปทาบกับกระดาษสาที่เตรียมไว้สำหรับทำกลีบดอกและใบ ตามรายการดังนี้
จำนวนกลีบดอกและใบที่ใช้

ด.ญ.รัชณีกรณ์ สุนทร เลขที่ 35   ม.2/2

 http://dnfe5.nfe.go.th/ilp/occupation/45101/chap2.html

node14540

รูปภาพของ sasrungtip

สุดยอด !.....

วิธีทำกระทงวิธีพับกลีบคอม้า
1. ใช้ใบตองที่ฉีกเตรียมไว้ ขนาด 2 นิ้ว
จับใบตองให้ด้านนวลอยู่บน ส่วนหัวของใบอยู่ด้านขวา

2. พับใบตองด้านซ้ายลงมา ให้ริมใบตอง ตั้งฉาก
ในรูปใบตองดูสั้น จริงๆ ยาวนะคะ ต้องยาวค่ะ ไม่อย่างนั้นจะใช้เย็บกลีบคอม้าไม่ได้

3. พับใบตองด้านขวาลงมาประกบ ให้ริมใบตองชิดกันพอดี

4. จับพับทบ เข้าหากัน

5. จับใบตองตามแนวนอน ให้ปลายแหลมหันไปทางซ้าย

6. พับริมใบตองด้านขวา ลงมาตั้งฉากชิดกับขอบพอดี

7. พับทบไปทางด้านซ้าย อีกครั้ง
ในรูป ปลายใบตองด้านขวาสั้น จริงๆ จะยาวนะคะ
ต้องตัดต่อเพราะจะเกินหน้าจอคอมฯ

8. ทำด้านหลัง แบบเดียวกัน

9. ทำกลีบเพิ่ม โดยวิธีเดียวกัน นำมาสอดทับเข้าตรงกลางทางด้านซ้ายมือ

10. จับแนวของสันทบให้ตรงและขนานกัน แล้วเย็บตรึง
ใช้ด้ายสีเดียวกับใบตอง ถ้าจะให้แน่น ควรเย็บแบบด้นถอยหลัง และแทงเข็มขึ้น

11. แทงเข็มลงไปทางด้านขวา ให้แนวด้ายเฉียงลงมา เพื่อให้เส้นด้ายขวางกับแนวเส้นของใบตอง

12. เย็บต่อไปเรื่อยๆ โดยให้ระยะห่างของแต่ละกลีบเท่าๆ กัน
ระยะห่างของแต่ละกลีบ ควรจะห่างกันตั้งแต่ 0.5 ซม.-1 ซม.
ถ้าชิดกันกว่านี้ จะมีผลตอนประกอบเข้าเป็นตัวกระทง
ซึ่งจะอธิบายในขั้นตอนนั้น แต่ถ้าเย็บห่างเกินไป จะดูไม่สวยงาม

13. เย็บให้ได้ความยาวเท่ากับเส้นรอบวง ของฐานกระทง

14. ตัดปลายใบตองให้เรียบร้อย ให้ความกว้างเท่ากันตลอดทั้งเส้น
พักเก็บไว้ไม่ให้โดนลม เพื่อป้องกันใบตองแห้งเกินไป
อาจจะเอาไปราด หรือจุ่มน้ำ 1 ครั้ง แล้วหาผ้าบางๆ ชุบน้ำปิดไว้
หรือถ้ามีถุงพลาสติคแบบถุงเย็น ก็เอาไปใส่เก็บไว้ก็ได้

SmileLaughing 

รูปภาพของ sasrungtip

ลืมบอกที่มาของข้อมูลนะ.....แต่ก็ ok...

รูปภาพของ sas14453

บทความสุขภาพจิต

แรงจูงใจ

          คือแรงขับหรือสิ่งกระตุ้นให้บุคคลมุ่งแสดงพฤติกรรมอย่างใดอย่างหนึ่งเพื่อตอบสนองความต้องการหรือจุดมุ่งหมายที่ต้องการ แรงจูงใจสร้างขึ้นมาได้ทั้งจากปัจจัยเชิงบวกและเชิงลบ ได้แก่

1.            การแข่งขันและการร่วมมือ

2.            การชมเชยและการตำหนิ

3.            การให้รางวัลและการลงโทษ

 

            แนวความคิดในเรื่องแรงจูงใจเพิ่งได้รับการนำมาพิจารณาหลังการปฏิวัติอุตสาหกรรมหรือเมื่อประมาณ 200 ปีมานี้เองโดยเริ่มจาก Frederick Taylor ซึ่งมองว่าคนงานมีแรงจูงใจเพียงสองประการ คือ เงิน และความกลัวที่จะถูกไล่ออกจากงาน จึงควรจ่ายค่าจ้างตามชิ้นงานหรือใช้กฎระเบียบควบคุมอย่างเข้มงวดเพื่อสร้างความหวาดกลัว แนวคิดของ Taylor ถูกหักล้างอย่างรุนแรงด้วยแนวคิดของ Elton Mayo ที่ว่า หากคนงานรับรู้ได้ว่าเขาได้รับการเอาใจใส่และให้โอกาสเขามีส่วนร่วมในการตัดสินใจ จะเป็นรงจูงใจอันยิ่งใหญ่ที่สามารถเพิ่มผลผลิตได้โดยไม่ต้องใช้เงินเพิ่ม หลังจากนั้นก็มีแนวคิดเรื่องแรงจูงใจของนักคิดอีกหลายท่าน แต่สำหรับผมให้ความสำคัญกับแนวคิดของ Frederick Herzberg ในเรื่องทฤษฏีสองปัจจัยซึ่ง Herzberg ให้ความเห็นว่าแรงกระตุ้นมีสองแหล่ง คือ แรงกระตุ้นจากภายนอก กับ แรงกระตุ้นจากภายใน

            แรงกระตุ้นจากภายนอก เป็นแรงกระตุ้นในทางลบ หมายถึงคนงานมีความไม่พอใจต่อแรงกระตุ้นนี้มากกว่าความพอใจ ถ้าองค์กรเน้นการส่งเสริมแรงกระตุ้นประเภทนี้ก็จะมีผลต่อการสร้างแรงจูงใจได้ไม่มากนักและไม่ยั่งยืน แรงกระตุ้นจากภายนอกที่ว่านี้เรียงตามลำดับความไม่พอใจจากมากไปหาน้อย ได้แก่ นโยบายและระเบียบขององค์กร ระบบการบังคับบัญชา ความสัมพันธ์กับผู้บังคับบัญชา สภาพแวดล้อมในการทำงาน เงินเดือน ความสัมพันธ์กับเพื่อนร่วมงาน ความสัมพันธ์กับลูกน้อง สถานภาพทางสังคม ความมั่นคงในหน้าที่การงาน

            แรงกระตุ้นจากภายใน เป็นแรงกระตุ้นในเชิงบวก นั้นคือคนงานจะมีความพอใจต่อแรงจูงใจนี้มากกว่าความไม่พอใจ และส่งผลเป็นแรงจูงใจที่มากกว่าและยั่งยืนกว่าแรงจูงใจจากภายนอก แรงจูงใจจากภายในเรียงตามลำดับความพอใจจากมากไปหาน้อย ได้แก่ ความสำเร็จของงาน การได้รับการยอมรับ ความมีอิสระในการทำงาน ความรับผิดชอบต่องาน และความก้าวหน้าในหน้าที่การงาน

            ขวัญและกำลังใจในการทำงาน เป็นอีกส่วนหนึ่งของแรงจูงใจที่องค์กรควรสร้างให้เกิดขึ้นแก่ผู้ปฏิบัติงาน ขวัญกำลังใจมีความเกี่ยวข้องอย่างใกล้ชิดกับเป้าหมายของงาน กล่าวคือ คนงานจะมีขวัญกำลังใจในการทำงานมากขึ้นถ้าเป้าหมายของงานที่เขาจะต้องทำนั้นมีความชัดเจน จำเพาะเจาะจง ท้าทาย ทำให้สำเร็จได้ มีรางวัลที่เหมาะสมหากทำได้สำเร็จ และมีความมั่นใจว่าระบบการพิจารณารางวัลนั้นมีความเสมอภาคและมีความเป็นธรรม นอกจากนั้น การได้รับข่าวสารที่เกี่ยวข้องกับงานที่ทำ การได้มีส่วนร่วมในการกำหนดเป้าหมายหรือกิจกรรมที่ทำ ก็เป็นสิ่งที่มีผลต่อการสร้างแรงจูงใจทั้งสิ้น

-----------------------------------------------

Copy right by jvkk : Contact Webmaster

รูปภาพของ sasrungtip

ไม่ค่อยตรงคำสั่งเนาะ....ส่งมาใหม่นะจ๊ะ

รูปภาพของ sas14425

เทคนิคการทำกรอบรูปเส้นประ

วันนี้ทางทีมงาน Design guru มีเทคนิคดี ๆ มาฝากกันอีกแล้วค่ะ สำหรับเทคนิคที่จะมาแนะนำครั้งนี้ขอแนะนำ "การทำกรอบรูปแบบเส้นประ" โดยท่านสมาชิกสามารถนำเทคนิคนี้ไปประยุกต์ใช้ได้หลายอย่าง เช่น การทำโลโกเว็บไซต์ หรือ ตกแต่งหัวข้อบทความ เพิ่มความแปลกใหม่ ไม่ซ้ำใครค่ะ

1. สร้างเอกสารใหม่ขึ้นมาขนาดประมาณ 500 x 500 pixels (สามารถปรับขนาดได้ตามต้องการค่ะ)

 

2. เมื่อสร้างเอกสารใหม่แล้ว ให้ทำการเปิดรูปที่ต้องการทำเส้นประขึ้นมา 1 รูปคะ ไปที่เมนู File --> Open

 

3. ใช้เครื่องมือ  Pen Tool ตัดเอาเฉพาะส่วนที่ต้องการ

4. จากนั้นให้คลิกที่แถบเมนู Paths คลิกเลือกที่ Path 1 จากนั้นคลิกที่ลูกศร  แล้วเลือก Make Selection... และกด OK จะได้เส้น Selection ลอมรอบรูปที่เราทำการตัดเอาไว้

5. เมื่อได้เส้น Selection แล้ว ให้ใช้เครื่องมือ  Move Tool โดยคลิกเมาส์ซ้ายค้างไว้ที่รูป แล้วทำการลากมายังไฟลล์ที่เตรียมเอาไว้เพื่อทำการย้ายรูปที่ตัด ไปที่ไฟล์ ที่เราสร้างรอเอาไว้ในขั้นตอนที่ 1

6. เมื่อทำการย้ายรูปมาเรียบร้อยแล้ว ก็จัดตำแหน่งให้สวยงาม จากนั้นก็มาที่เมนู Select --> Load Selection และกด OK เราก็จะได้เส้น Selection รอบ ๆ รูป

7. เมื่อได้เส้น Selection แล้ว ให้ไปที่เมนู Select --> Modify --> Expand และตั้งค่า Expand By = 7 (ตัวเลขยิ่งเยอะ ระยะของเส้นประจะห่างจากรูปออกไปค่ะ)

8. จากนั้นให้มาที่แถบเมนู Paths คลิกที่  และเลือกที่ Make Work Path... และตั้งค่า Tolerance = 0.5 และกด OK

9. จากนั้นให้ทำตามขั้นตอนดังนี้

1. ตั้งค่าสีที่ต้องการทำเส้นประรอบรูปเป็นสี #FFC600 (ถ้าชอบสีอื่นสามารถปรับเปลี่ยนได้ค่ะ)
2. เลือกเครื่องมือ  Brush Tool
3. ไปที่เมนู Window --> Brushes หรือกด F5 (จะมีเมนู Brusher ขึ้นมา)
4. ที่เมนู Brusherให้คลิกที่ Brush Tip Shape และเลือกหัวแปรงแบบธรรมดาขนาด 4 px และตั้ง Spacing = 184%

10. เมื่อทำตามขั้นตอนที่ 9 เรียบร้อยแล้วให้มาที่แถบเมนู Paths คลิกที่  และเลือกที่ Stroke Path...จากนั้นที่ช่อง Tool ให้เลือก Brush และกด OK เพียงเท่านี้ก็จะได้กรอบรูปเส้นประแบบเก๋ๆเอาไว้ใช้งานแล้วคะ

 

ผลลัพธ์

รูปภาพของ sasrungtip

ลืมบอกที่มาของข้อมูลนะ.....แต่ก็ ok...(มีประโยชน์ดีมาก)

รูปภาพของ sas14460

    

.

1

  การทำเทียนหอม

หม้อหุงข้าวไฟฟ้า ใช้สำหรับละลายเทียนเพื่อความสะดวก เพราะตัวหม้อจะมีระบบตัดไฟเมื่อน้ำเทียนเดือด เมื่อเทียนแข็งตัวและเราต้องการให้เทียนหลอมละลายอีกเราก็กดปุ่มอีกครั้ง

2

หม้อสองชั้นสำหรับตุ๋นเทียน ชั้นล่างเป็นหม้อใบใหญ่กว่าสำหรับใส่น้ำ ใบบนสำหรับใส่เทียนเป็นหม้อใบเล็กกว่ามีด้ามจับ ถ้าใช้หม้อชั้นเดียวเนื้อเทียนจะถูกความร้อนโดยตรงซึ่งร้อนเกินไปและไม่สะดวกแก่การทำงาน

3

ถาดขนมสี่เหลี่ยมขนาดต่างๆ ควรเป็นแบบที่ทำจากอลูมิเนียมจะได้ทนความร้อนได้ดี

4

ช้อน สำหรับตักเทียน

5

แม่พิมพ์ สำหรับยอดเทียนให้เป็นรูปต่างๆ

6

เหล็กคีบ ใช้หนีบภาชนะร้อนๆจะได้ไม่ร้อนมือ

7

กาละมังสเตนเลสใบเล็ก

8

ทัพพีกลมสำหรับตักน้ำเทียน

9

กรรไกรสำหรับตัดแต่งเทียน

10

แม่พิมพ์ สำหรัยยอดเทียนให้เป็นรูปต่างๆ กรณีที่ต้องการทำรูปแบบต่างๆให้ดูสวยงาม

11

เหล็กแหลม สำหรับปักไส้เทียน

         วัสดุที่เราใช้ในการทำเทียน

1 พาราฟินแวกซ์  มีลักษณะเป็นของแข็งใสมีทั้งแบบก้อนและเม็ด มีจุดหลอมเหลวที ่58°c - 62°c
2

โพลีเอททีลีนแวกซ์ หรือที่นิยมเรียกกันติดปากว่า พีอี หรือโพลีเอสเตอร์ เอสเตอร์รีน มีลักษณะเป็นเกล็ด ช่วยทำให้เทียนจุดได้นานขึ้นปกติจะใช้ประมาณ 2--10 เปอร์เซนต์

3 สเตียริคเอซิค ช่วยทำให้เทียนมีผิวลื่นแกะออกจากพิมพ์ง่าย มีทั้งแบบเป็นเกล็ดและเม็ดไข่ปลา ปกติจะใช้ 4 ช้อนโต๊ะต่อพาราฟิน 1/2 กก.
4 ไมโครแวกซ์ ช่วยทำให้เทียนมีความเหนียวง่ายต่อการปั้นหรือแกะสลัก มีลักษณะเป็นแผ่นสีขาว ถ้าใช้แบบคุณภาพต่ำจะทำให้มีควันมาก
5 ไส้เทียน มี 2 แบบคือแบบที่ฟอกแล้วจะมีสีขาวและแบบที่ยังไม่ได้ฟอกจะมีสีขาวขุ่น
6 สีผสมเทียน 
7 น้ำมันตะไคร้หอม

               เรื่องของวัสดุในการทำเทียนหอมกันยุงผมได้แจงรายละเอียดไว้เผื่อสำหรับในการทำเทียนแบบสวยงามด้วยเลย จึงดูค่อนข้างจะมีส่วนประกอบมาก ลองทำดูก็แล้วกันครับมีไอเดียอะไรในเรื่องของรูปแบบหน้าตาก็ดัดแปลงได้ไม่ผิดกติกา วัสดุหาซื้อได้ตามร้านเครื่องเขียนโดยเฉพาะร้านใหญ่ๆจะมีขายส่วนอุปกรณ์หาซื้อได้ตามซุปเปอร์มาเก็ตตามห้างสรรพสินค้าทั่วไป บางรายการเช่นแบบพิมพ์ขนมรูปต่างๆมีขายตามร้านขายอุปกรณ์ทำขนม

วิธีทำ

1 นำแผ่นฟาราฟินแวกซ์หั่นเป็นท่อนๆใส่หม้อขึ้นตั้งความร้อนปานกลาง เคี้ยวไปจนละลายเป็นของเหลว
2 ใสสีตามลงไปโดยใส่ทีละน้อยตามต้องการคนจนสีเนียนเข้ากันทั่วทั้งหม้อหากสีจืดไปค่อยเติมสีเพิ่ม
3 ใส่หัวน้ำมันตะไคร้หอมประมาณ 3-4 หยดต่อเทียน 1/2 กก.
4 หยอดเทียนใส่พิมพ์ รอจนแข็งตัวจึงแกะออกจากพิมพ์ ตกแต่งผิวด้วยมีดหรือกรรไกร หรืออาจหยอดใส่ถ้วยแก้วเล็กๆก็ได้
5 นำมาตกแต่งด้วยริบบิ้นหรืออื่นๆเพื่อให้ดูสวย

รูปภาพของ sasrungtip

ลืมบอกที่มาของข้อมูลนะ.....แต่ก็ ok...

รูปภาพของ sas14443

 

ขนมครก


เครื่องปรุงตัวแป้ง

1.แป้งข้าวเจ้า (แห้ง)       1  ถ้วยตวง

2.น้ำ                              2  ถ้วยตวง
3. ข้าวสุก                       1/3 ถ้วยตวง
4. มะพร้าวทึนทึกขูดขาว1/2 ถ้วยตวง
5. เกลือป่น                      1/2 ช้อนชา
6.น้ำร้อน                         1/2 ช้อนโต๊ะ

เครื่องปรุง หน้ากะทิ
1.หัวกะทิ 1 ถ้วยตวง
2. น้ำตาลทราย 1/2 ถ้วยตวง
3. เกลือป่น 1 1/2 ช้อนชา

เครื่องใช้เฉพาะ
เตาขนมครก ลูกประคบ (กากมะพร้าวห่อ ด้วยผ้า ขาว โดยใช้ผ้าสี่เหลี่ยมจัตุรัส ขนาด 6x6 นิ้ว )

วิธีทำ

1.ใส่กากมะพร้าวตรงกลางรวบ ชายผ้าเข้า มาทุกด้าน
2. ผูกเชือกให้กาก มะพร้าวรวมตัว เป็นก้อนกลมแผ่น ทิ้งชายไว้สำหรับจับช้อน สำหรับแคะขนมครก น้ำมัน สำหรับทาเบ้าขนมครก
3. ตวงแป้ง 1 ถ้วยตวงใส่ชามผสม เติมน้ำ 1 ถ้วยตวง คนให้เข้ากัน แล้วแช่ไว้ 12 ชั่วโมง หรือค้างคืน
4. บดข้าวสุก 1/3 ถ้วยตวง มะพร้าวขูด ถ้วยตวง พร้อมน้ำอีก 1 ถ้วยตวง
5. ใส่เบลนเดอร์จนละเอียดดี หรือโม่ด้วยโม่หินก็ได้
6. เทมะพร้าวและข้าวสุกที่บดแล้วลงในชามแป้งที่แช่ไว้ เติมเกลือป่น  คนให้เข้ากันดี ใช้เป็นตัวแป้งขนมครก
7. ผสมกะทิ น้ำตาล และเกลือด้วยกัน คนให้น้ำตาลละลายตั้งเตาขนมครกบนไฟอ่อน ๆ ให้ร้อนจัด จึงใช้ลูกประคบ แตะน้ำมันพืชเช็ดเบ้าขนมครกทุกเบ้าให้ชุ่มน้ำมัน ตักแป้งหยอดลงในเบ้าประมาณค่อนเบ้า รอสักครู่จึงหยอดหน้ากะทิลงประมาณ 1/2 ช้อนโต๊ะ ปิดฝารอจนขอบแป้งเกรียมเหลือง จึงใช้ช้อนแซะขึ้นใส่ถาด

www. writer.dek-d.com

รูปภาพของ sasrungtip

สุดยอด !

รูปภาพของ sas14498

http://www.school.net.th/schoolnet/article/read.php?article_id=377

รูปภาพของ sas14498

 

มาทำข้าวซูชิกัน

วิธีทำ ข้าวซูชิครับ
ข้าวซูชิ 4 ถ้วย
Japanese rice vinegar 1/3 ถ้วย (น้ำส้มสายชูญี่ปุ่น)
เกลือ 1 1/2 ชช.
น้ำตาลทรายป่น 1 1/2 ชต. (น้ำตาลทรายปกติให้เอาไปปั่นก่อนนะคะ จะได้ละลายง่ายขึ้นครับ)

วิธีทำ
1.ล้างข้าวด้วยน้ำสะอาด หุงข้าวด้วยหม้อหุงข้าว
ก็เหมือนปกตินะครับ แต่ถ้าหุงข้าวด้วยหม้อ
ก็ให้แช่น้ำ 10 นาทีก่อนค่ะ แล้วตั้งหม้อให้เดือด
ซัก 2 นาที แล้วค่ะลดไฟลงมาต่ำ
หุงประมาณ 10-20 นาทีค่ะ
ใช้หุงแบบที่เราหุงข้าวปกตินะครับ

2.ช่วงที่หุงข้าวอยู่ให้ผสม น้ำส้มสายชู
เกลือ น้ำตาล ให้เข้ากัน

3.เมื่อข้าวสุกแล้ว ให้พักข้าวให้เย็น ซัก 10 นาที
ก่อนนะครับ ยกฝาหม้อออก แล้วใช้ คิทเช่นโรล
ปิดไว้แทนครับ ให้ตักข้าว ใส่อ่างไม้ หรือถ้วยใบใหญ่
เทน้ำส้มสายชูที่เราผสมแล้ว คนให้เข้ากัน
คนเบาๆๆนะครับ หลังจากนั้น ก็ใช้ผ้าขาวปิดไว้ครับ
ข้าวจะได้ไม่แห้ง

 

ใครอยู่อังกฤษ ซื้ออุปกรณ์ เครื่องปรุงได้ที่ Tesco, Waitrose ค่ะ ไม่แพงครับ

มาทำข้าวปั้นกันดีกว่าครับ
 

Hosomaki Sushi with Carrots and Cucumbers

ข้าวปั้นแครอทกับแตงกวาครับ

สูตรนี้ทำได้ 24 ชิ้นครับ

เครื่องปรุง
แครอท 1 หัวใหญ่
แตงกวา 1 หัว
สาเก หรือ น้ำส้มสายชูญี่ปุ่น 3 ชต. (Janpanese rice wine)
น้ำเปล่า 2 ชต.
น้ำตาลทรายป่น 1/2 ชช.
เกลือ 1/4 ชช.
แผ่นสาหร่าย 2 แผ่น
ข้าวซูชิ 2 2/3 ถ้วย (ทำตามวิธีทำด้านบนนะครับ)
วาซาบิ 1 ชช.

ทานกับ ซีอิ้วขาว วาซาบิ ขิงดอง

ใช้เวลาทำ 30 นาที

วิธีทำ

ปอกแครอท หันเป็นชิ้นบาง ยาว หนา1/2 ซม. และแตงกวาด้วยนะครับ

ตั้งหม้อ ใส่สาแก(น้ำส้มสายชูญี่ปุ่น) น้ำเปล่า 2 ชต.
น้ำตาล เกลือ ตั้งจนเดือด แล้วก็ใส่แครอทที่เราหั่นแล้ว
ปิดฝาไว้ 1 นาที แล้วก็ใส่แตงกวาลงไป จากนั้น
ก็ยกหม้อออกจากเตาครับ ตั้งให้เย็น และตักแครอท
แตงกวาออกจากหม้อ แล้วตักวางที่ คิทเช่นโรลนะครับ ซับให้แห้งครับ

ตัดแผ่นสาหร่ายครึ่งหนึ่ง วางบนแผ่นม้วนซูชิ
วางข้าวบนแผ่นสาหร่าย อย่าให้หนานะครับ จะม้วนยาก
แล้วทาวาซาบิลงไปตรงกลางของข้าว
และวางแครอท แตงกวา แล้ว ก็ม้วนจากด้านในตัวเรา
ออกไปนะครับ ไม่ยากเลยครับ ยกแผ่นไม้ไผ่ขึ้นนิดนึง
แล้วม้วนบีบเบาๆๆ ช่วงที่ม้วนก็ใช้มือบีบ ทั้งซ้าย
และขวาครับ แล้วก็ม้วน หมดเลยครับ


จากนั้นก็ใช้มีดที่คมกริบนะครับ มาหั่นข้าวปั้ครับ
ให้ทาน้ำส้มสายชูที่ เหลือจาก ต้มแครอทก็ได้นะครับ
จะได้หั่นง่ายขึ้น ข้าวไม่ติดมีดค่ะ(หรือผสมใส่ถ้วยไว้ก็ได้
ค่ะ เพราะเราจะทำข้าวปั้นอีกอย่างเวลาปั้นข้าวแล้ว
ข้าวจะไม่ติดมือครับ)

เสิร์ฟกับซีอิ้วขาว และวาซาบิค่ะ ลองทำดูนะคะไม่ยากครับ
 

รูปภาพของ sasrungtip

ลืมบอกที่มาของข้อมูลนะ.....แต่ก็ ok...

รูปภาพของ sas14423

 เทคนิคการเล่นกลอง

โดยทั่วไปกลองชุดประกอบด้วยกลองใหญ่ 1 ใบ กลองเล็ก 1 ใบ กลองทอมใหญ่หรือฟลอร์ทอม 1 ใบ กลองทอม ทอม 2 ใบ ฉาบใหญ่ 1 ใบ ฉาบเล็ก 1 ใบ และไฮแฮท 1 คู่             ก่อนการบรรเลงต้องจัดกลองชุดให้ถูกต้องเสียก่อน  เริ่มต้นจากกลองใหญ่ตั้งอยู่ด้านหน้าผู้บรรเลง  กลองเล็กตั้งอยู่ริมขอบกลองใหญ่ด้านซ้ายมือ  กลองทอมใหญ่ หรือฟลอร์ทอมตั้งอยู่ริมขอบกลองใหญ่ด้านขวามือ กลองทอม ทอม สองใบตั้งอยู่บนกลองใหญ่ ทอมใบเล็กติดตั้งด้านซ้ายมือ ทอมใบที่ใหญ่กว่า ติดตั้งด้านขวามือ ส่วนฉาบใหญ่ตั้งอยู่ระหว่างกลองใหญ่กับทอมใหญ่ด้านขวามือ ฉาบเล็กตั้งอยู่ระหว่างกลองใหญ่กับกลองเล็กด้านซ้ายมือ และไฮแฮท อยู่ติดกับกลองเล็กด้านซ้ายมือ หลังจากจัดกลองชุดเรียบร้อยแล้ว ควรตรวจสภาพกลองทุกใบให้อยู่ในสภาพการที่ใช้การได้ดีโดยเฉพาะการปรับเสียงกลองใหญ่ ตรวจสอบแผ่นพลาสติกโดยการวางเท้าลงบนกระเดื่องแล้วกดปลายเท้าลง หูฟังเสียงกลองใหญ่ ลักษณะเสียงที่บ่งบอกว่าไม่ตึงเกินไปไม่หย่อนเกินไป จะมีเสียงทึบก้องกังวานพอประมาณ ถ้าเสียงทึบความก้องกังวานสั้นแสดงว่าตึงเกินไป  แต่ถ้าเสียงไม่ทึบและมีความก้องกังวานมากแสดงว่าหย่อนเกิดไป ฉะนั้นควรปรับเสียงกลองใหญ่ให้พอดีไม่ตึงเกินไปหรือหย่อนมาก  การปรับเสียงกลองเล็กต้องปลดเส้นลวดออกจากแผ่นพลาสติกก่อน นำไม้ตีกลองเล็กเคาะลงบนแผ่นพลาสติก เพื่อฟังเสียงกลองเล็ก วิธีการปรับเสียงกลองเล็กโดยการใช้ที่หมุนมีลักษณะกลมเป็นโพรงมีที่จับสำหรับหมุนกลองเล็กบางชนิดใช้ไขด้วยสกรู  การปรับเสียงต้องนำวิธีการปรับเสียงกลองใหญ่มาใช้ คือ ปรับจุดที่หนึ่งใกล้ตัว แล้วย้ายไปปรับจุดที่สองซึ่งอยู่ตรงกันข้ามและจุดที่สามปรับด้านบนแล้วย้ายไปปรับจุดที่ 4 อยู่ตรงกันข้ามคือด้านล่าง เหมือนกับเข็มทิศปรับทิศเหนือแล้วย้ายลงใต้ ปรับทิศตะวันออกแล้วย้ายไปปรับทิศตะวันตก  ดังนี้เรื่อยไปทุกจุด   อย่าปรับทุกจุดตามลำดับเรียงกันเป็นวงรอบ เพราะจะทำให้ด้านแต่ละด้านไม่เท่ากัน  เมื่อปรับจุดใดจุดหนึ่งและด้านตรงกันข้ามเรียบร้อยแล้ว ใช้ไม้ตีกลองเล็กเคาะลงบนแผ่นพลาสติกเพื่อฟังเสียง  ถ้าเสียงสูงแสดงว่าตึง ถ้าเสียงต่ำแสดงว่าหย่อน  ต้องปรับทั้งสองด้านใหม่ให้ระดับเสียงเท่ากันส่วนการปรับเสียงทอม และทอมใหญ่ ให้ใช้วิธีการปรับเสียงเหมือนกับกลองเล็ก ระดับเสียงกลองทอมทั้งสามใบมีระดับเสียงไม่เท่ากัน ควรตั้งระดับเสียงกลองทอม ด้านซ้ายมือให้เสียงสูง ทอมด้านขวามือเสียงกลาง และทอมใหญ่เสียงต่ำ ระดับเสียงกลองทอมสามใบ จะมีระดับเสียงต่อเนื่องกัน คือ สูง  กลาง และต่ำ

เด็กชาย พาทิศ โมกศรี เลขที่6 ม.2/2

http://learners.in.th/blog/suksanooy/278753

รูปภาพของ sasrungtip

เนื้อหายังไม่น่าสนใจสักเท่าไหร่...วิธีการจัดทำ..ไม่ใช่    เทคนิกนะจ๊ะ.....แต่ก็ok

รูปภาพของ sas14421

                                       เรียนรู้วิธีการเล่นกีต้าร์เบื้องต้นกัน (Basic Guitar)

ส่วนต่าง ๆ ของกีต้าร์ 

       กีต้าร์มีด้วยกันหลายประเภท หลัก ๆ แล้วจะมีกีต้าร์ไฟฟ้ากับกีต้าร์อะคูสติก   ในที่นี้เราจะมาศึกษากีต้าร์อะคูสติกซึ่งปรเภทที่ใช้สายเหล็กมักเรียกว่ากีต้าร์โฟล์คและที่สายใช้ไนลอนเรียกว่า   กีต้าร์คลาสสิด
       กีต้าร์แต่ละชนิดมีเสียงและวิธีการเล่นที่แตกต่างกันตามสไตล์ของเพลงที่จะเล่น  ดังนั้นก่อนที่เราจะเลือกซื้อกีต้ารควรคำนึงถึงสไตล์ที่เราจะเล่นก่อน    

- Bridge คือส่วนที่ใส่สายกีต้าร์
- Sound Hole คือส่วนที่เป็นกระบอกทำหน้าที่เป็นลำโพงเสียง
- Body คือตัวของกีต้าร์จะให้เสียงดีหรือจะอยู่กับไม้ที่ใช้ทำ
- Neck  เป็นคอด้านหลังกับด้านหน้าซึ่งเราเรียกว่า
( Finger Broad ) โดยทั่วไปจะใช้ไม้คนละชนิดกัน
- Fret  เป็นแท่งเหล็กฝังบน Finger Broad
เป็นส่วนสำคัญที่แบ่งเสียงระดับโน้ตต่างๆ
- Head ส่วนหัวของกีต้าร์  สำหรับใส่สายและลูกบิด
- Tuning Key  ลูกบิดสำหรับจูนเสียง  

ด.ช.นนท์  ตาคำ เลขที่ 4 ม.2/2

รูปภาพของ sasrungtip

เนื้อหายังไม่น่าสนใจสักเท่าไหร่...วิธีการจัดทำ..ไม่ใช่      เทคนิกนะจ๊ะ.....แต่ก็ok

มหาวิทยาลัยศรีปทุม ผู้ใหญ่ใจดี
 

 ช่วยด้วยครับ
นักเรียนที่สร้างบล็อก กรุณาอย่า
คัดลอกข้อมูลจากเว็บอื่นทั้งหมด
ควรนำมาจากหลายๆ เว็บ แล้ววิเคราะห์ สังเคราะห์ และเขียนขึ้นใหม่
หากคัดลอกทั้งหมด จะถูกดำเนินคดี
ตามกฎหมายจากเจ้าของลิขสิทธิ์
มีโทษทั้งจำคุกและปรับในอัตราสูง

ช่วยกันนะครับ 
ไทยกู๊ดวิวจะได้อยู่นานๆ 
ไม่ถูกปิดเสียก่อน

ขอขอบคุณในความร่วมมือครับ

อ่านรายละเอียด

ด่วน...... ขณะนี้
พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2558 
มีผลบังคับใช้แล้ว 
ขอให้นักเรียนและคุณครูที่ใช้งาน
เว็บ thaigoodview ในการส่งการบ้าน
ระมัดระวังการละเมิดลิขสิทธิ์ด้วย
อ่านรายละเอียดที่นี่ครับ

 

สมาชิกที่ออนไลน์

ขณะนี้มี สมาชิก 0 คน และ ผู้เยี่ยมชม 11 คน กำลังออนไลน์