งานเข้า จัดการให้แล้วเสร็จ ในวันที่ 7 ธ.ค. 2552 นะคะ ม.2/1

รูปภาพของ sasrungtip

งานเข้า  จัดการให้แล้วเสร็จ ในวันที่ 7 ธ.ค. 2552 นะคะ  ม.2/1

ให้นักเรียนสืบค้นข้อมูล ขั้นตอนการจัดทำ.....ในสิ่งที่นักเรียนสนใจ โดยเข้าระบบ สร้างเนื้อหา บล็อก แล้วคัดลอกมาวาง อย่าลืมบอกที่มาข้อข้อมูลด้วย  แล้วส่ง node มาให้ครู ตรงแสดงความคิดว่า node ใด เช่น http://www.thaigoodview.com/node/48784

http://www.thaigoodview.com/node/59524

 

ด.ญ. นิชธาวัลย์ หมื่นโฮ้ง 

http://www.thaigoodview.com/node/53142

เด็กชายเมธพนธ์ พรินทรากุลครับ เลขที่ 7 ม.2/1

รูปภาพของ sas14502

nodeค่ะ

 http://www.thaigoodview.com/node/53141

 

http://www.thaigoodview.com/node/53137

ส่วนประกอบ 1.แป้งข้าวเจ้าและข้าวเหนียว 2.น้ำตาล 3.ใบตอง 4.มะพร้าว ถั่วเหลือง 5.นำมัน 6.น้ำ

 7. สาหร่ายเกลียวทองชนิดแคปซูล
วิธีทำ
1. ตัดใบตองตากไว้กลางแดด ประมาณ 2 -4 ชั่วโมง
2. เมื่อใบตองอ่อนตัวแล้ว ตัดเป็นรูป 5 เหลี่ยม ความยาวตามต้องการ
3. ทำไส้หวานหรือไส้เค็ม (หรือรสที่ชอบ) แล้วใส่สาหร่ายเกลียวทองลงไปประมาณ 4-5 แคปซูล หรือตามใจชอบเช่นกัน
4 นำแป้งข้าวเจ้าและแป้งข้าวเหนียวมาผสมให้เข้ากัน ในอัตราส่วน 1: 1/2 การที่ใส่ทั้งแป้งข้าวเจ้าและแป้งข้าวเหนียวก็เพื่อไม่ให้แป้งนั้นแข็งตัว จากนั้นนวดให้เข้ากันด้วน้ำธรรมดา
5. ปั้นแป้ง ยัดไส้ที่ชอบ แล้วห่อด้วยใบตอง
6. นำไปนึ่งให้สุกโดยใช้ไฟปานกลาง นึ่งไว้ประมาณ 2-3 ชั่วโมง แล้วนำออกจากเตา เป็นอันเสร็จวิธีการทำ

รูปภาพของ sas14434

http://www.thaigoodview.com/node/53095

 วิธีทำคุกกี้

ส่วนผสม

 

แป้งโดพื้นฐาน 1/2ถ้วย
น้ำเชื่อมโมแลส 2 ช้อนโตีะ
อบเชยป่น 1ช้อนชา
ขิงป่น 1/2ช้อนชา
ลูกจันทร์ป่น 1/4ช้อนชา

วิธีทำ

 

1.ผสมแป้งโดพื้นฐาน เข้ากับน้ำเชื่อมโมแลส ใส่อบเชยป่น ขิงป่น ลูกจันทร์ป่น ใช้พายไม้คนให้เข้ากัน

2.โรยแป้งสาลีให้เป็นนวลบางๆบนกระดานหรือโต๊ะคลึงแป้ง วางแป้งที่ผสมลงบนกระดานใช้สันมือตบเบาๆ โรยนวลบนแป้งบางๆอีกที แล้วจึงคลึงเบาๆให้หนาประมาณ 1/8 นิ้ว

3.ใช้ที่กดคกกี้กดเป็นรูป รูปหัวใจ หรือสามเหลี่ยม วางเรียงลงในถาดอบ ห่างกัน 2 นิ้ว อบไฟ 400องศาf ประมาณ 8-10 นาที หรือจนสุกเหลือง จึงเอาออกจากเตา แซะออกจากถาดวางเรียงบนตะแกรงปล่อยให้เย็นเก็บเรยงลงกล่องปิดฝาให้แน่น

 งานของเด็กหญิงกรรณิการ์ วงศ์ฉายาอยู่ที่ node 16689

เด็กชายเมธพนธ์ พรินทรากุล เลขที่ 7 ม.2/1

http://www.thaigoodview.com/node/53121

http://www.thaigoodview.com/node/53119

 

งานของเด็กหญิงศิริประภา ชมพูพันธ์ เลขที่ 31 ชั้รม.2/1

 

 

รูปภาพของ sas14444-

http://www.thaigoodview.com/node/53105

 งานของเด็กหญิงนภาพร โปทิ  เลขที่ 22 ชั้นม.2/1

รูปภาพของ sasrungtip

ok....ผ่านแล้วจ๊ะ

http://www.thaigoodview.com/node/53096

รูปภาพของ sasrungtip

ok....ผ่านแล้วจ๊ะ

รูปภาพของ sas14434

http://www.thaigoodview.com/node/53093

รูปภาพของ sas14434

http://www.thaigoodview.com/node/53095

รูปภาพของ sasrungtip

เสียใจจังเข้าไปอ่านใน node ไม่ได้

รูปภาพของ sas14434

สูตรวิธีการทำน้ำสลัดน้ำข้นสูตรต่างๆ

สูตรวิธีการทำน้ำสลัดน้ำข้นสูตรต่างๆ

สูตรวิธีการทำน้ำสลัดน้ำข้นสูตรที่ 1 ส่วนผสม
1.ไข่แดง 3 ฟอง
2.เกลือป่น 2 ช้อนชา
3.พริกไทยป่น 1/4 ช้อนชา
4.มัสตาร์ด 1/4 ช้อนชา
5.น้ำตาลทรายเม็ดเล็ก 5 ช้อนโต๊ะ
6.น้ำส้มสายชู 3 ช้อนโต๊ะ
7.น้ำมะนาว 1 ช้อนโต๊ะ
8.น้ำมันพืช 1+1/ 2 ถ้วย
วิธีทำ
ผสม น้ำส้มสายชู น้ำตาล พริกไทย มัสตาร์ด น้ำมะนาว เข้าด้วยกัน พักไว้ คนไข่แดงและเกลือให้เข้ากันจนขึ้นฟู ค่อย ๆ ใส่น้ำมันทีละน้อย (คนให้เข้ากันก่อนจึงใส่ใหม่) จนเหลือครึ่งหนึ่ง ใส่ส่วนผสมน้ำส้มทีละน้อย ๆให้เข้ากันแล้วจึงใส่น้ำมันที่เหลือ คนให้เข้ากัน ใส่สลับกันจนน้ำมันและน้ำส้มหมด

http://www.thaigoodview.com/node/53093

รูปภาพของ sasrungtip

ส่งมาประมาณนี้ก็ ok.....ให้ผ่านก็ได้แต่ node ของหนูใช้ไม่ได้นะจ๊ะ

สวัสดีค่ะ

ส่งงานค่ะ

http://www.thaigoodview.com/node/53077

อย่าลืมมาตรวจให้ด้วยนะคะ

เด็กหญิงศศินิภา ปัญญาอินทร์ เลขที่ 30 ชั้นม.2/1

รูปภาพของ sasrungtip

 ok.....ผ่านจ๊ะ

แกงเขียวหวานลูกชิ้นปลากราย

Your Vote Rating 9.3 from 35 users
จำนวนผู้เข้าชม 45668 ครั้ง
See All Comments



Axen AirCard Hi-End Siemens Chipset ราคาใกล้เคียงแอร์การ์ดจีน

แกงเขียวหวานลูกชิ้นปลากราย

ลูกชิ้นปลากราย

เนื้อปลากรายขูด 4 ถ้วยตวง
รากผักชีซอยละเอียด 1 1/2 ช้อนโต๊ะ
กระเทียมซอยละเอียด 1 1/2 ช้อนโต๊ะ
พริกไทยเม็ด 24 เม็ด
เกลือป่น 1/2 ช้อนชา
น้ำ 3 ช้อนโต๊ะ

หัวกะทิ

1 3/4 ถ้วยตวง
มะพร้าวขูด 15 3/4 ถ้วยตวง

หางกะทิ

5 1/2 ถ้วยตวง
มะพร้าวที่เหลือจากหัวกะทิ
น้ำ 6 ถ้วยตวง

ส่วนผสมพริกแกง

พริกขี้หนูสีเขียว 20 เม็ด
พริกสดสีเขียว (พริกชี้ฟ้า) 7 เม็ด
กระเทียมซอย 2 3/4 ช้อนโต๊ะ (24 กลีบ)
หอมแดงซอย 2/34 ช้อนโต๊ะ (6 หัว)
ตะไคร้หั่นฝอย 2 ช้อนโต๊ะ
ข่าหั่นละเอียด 1 3/4 ช้อนชา
กระชายปอกเปลือกหั่น 2 ช้อนโต๊ะ
ผิวมะกรูดหั่นละเอียด 2 ช้อนชา
ลูกผักชี 1 ช้อนโต๊ะ
ยี่หร่า 1/2 ช้อนชา
เกลือป่น 3/4 ช้อนโต๊ะ
กะปิ 1 ช้อนโต๊ะ
พริกไทยเม็ด 30 เม็ด
รากผักชีซอยละเอียด 1 1/2 ช้อนโต๊ะ
พริกเหลือง 2 เม็ด

ผัก

มะเขือเปราะ (ผ่า 8 ส่วน) 8 ลูก
(Ø 3 เซนติเมตร ต่อ 1 ลูก)
มะเขือพวง 1 ถ้วยตวง + 1 1/2 ช้อนโต๊ะ
(117 ลูกขนาด Ø 1 เซนติเมตรต่อ 1 ลูก)
พริกชี้ฟ้าแดงหั่นเฉียง 1/3 ถ้วยตวง
(6 เม็ด 42 ชิ้น)
กระชายซอยเป็นเส้นยาวๆ 1 1/2 ถ้วยตวง
ใบมะกรูดฉีก (ใบอ่อน) 10 ใบ
โหระพาเด็ดเป็นใบๆ 1 1/2 ถ้วยตวง
น้ำตาลปี๊ป 1 ช้อนโต๊ะ
น้ำปลา 3 ช้อนโต๊ะ

วิธีทำพริกแกง

1.ลูกผักชีคั่วให้หอม ยี่หร่าคั่วให้หอม ป่นละเอียด แยกพักไว้

2. โขลกพริกไทยให้ละเอียดใส่รากผักชี ข่า ผิวมะกรูด ตะไคร้โขลกละเอียด ใส่พริกขี้หนู พริกชี้ฟ้า พริกเหลือง เกลือป่น โขลกรวมกันให้ละเอียด ตามด้วยกระชาย หอม กระเทียม กะปิ โขลกรวมกันทั้งหมดจนละเอียด ใส่ลูกผักชี ยี่หร่าที่เตรียมไว้ผสมลงไปในน้ำพริกแกงทั้งหมดโขลกให้เข้ากัน

วิธีทำลูกชิ้นปลากราย

1.เนื้อปลากราย (ควรเป็นปลาที่สดเนื้อปลาสีชมพู ลูกชิ้นจึงจะเหนียว) ขูดเลือกก้างออกให้หมดแช่ในอ่างน้ำแข็งเพื่อให้สด

2.โขลกพริกไทย รากผักชี กระเทียมให้ละเอียด ผสมกับเนื้อปลานวดให้เข้ากัน

3.ละลายเกลือกับน้ำ ค่อยๆ นวดปลาในอ่างให้เหนียวผสมกับน้ำเกลือทีละน้อยจนหมดขณะที่นวดปลาให้เป็นเนื้อเดียวกัน
ต้องแช่ปลาในอ่างที่มีน้ำแข็งอยู่ด้วยอีกชั้นเพื่อทำให้ปลาสดและมีความเหนียวสลับกับ
การนวดปลาไปเรื่อยๆ จนกว่าเนื้อปลาจะเหนียว และสีของเนื้อปลาจะเป็นเงาใสแสดงว่าได้ที่แล้ว ใช้เวลาประมาณ 30 นาที

4.ใช้ช้อนตักเนื้อปลาให้เป็นลูกกลมแบนแตะน้ำเปล่าเล็กน้อย เพื่อไม่ให้ติดมือ ต้มในน้ำเดือด (ถ้าต้องการให้เนื้อปลาเป็นสีขาว ควรใส่น้ำส้มสายชูลงไปเล็กน้อย) เมื่อลูกชิ้นปลายลอยขึ้นแสดงว่าสุกแล้ว ตักขึ้นใส่น้ำเย็น

วิธีทำแกงเขียวหวาน

1.คั้นมะพร้าวเป็น 2 ส่วน หัวกะทิและหางกะทิ หัวกะทิคั้นไม่ใส่น้ำ หางกะทิใช้มะพร้าวที่เหลือจากหัวกะทิ ใส่น้ำครั้งละ 2 ถ้วยตวง คั้นหางกะทิ 3 ครั้ง คั้นทีละน้อยเพื่อให้ได้หางกะทิที่มีนและเข้มข้น นำหัวกะทิไปเคี่ยวให้แตกมัน หางกะทิตั้งไฟให้เดือด เพื่อคงความสด และไม่เหม็นหืน ขณะที่รอเตรียมเครื่องปรุงอื่นอยู่ เพื่อพร้อมที่จะแกงได้ทันที

2.นำหัวกะทิที่เคี่ยวแตกมันแล้วใส่กะทะ ประมาณ 2 ทัพพี

3.นำพริกแกงที่โขลกไว้มาผัดกับหัวกะทิที่เคี่ยวแตกมันแล้ว ใช้ไฟอ่อน ผัดจนหอมเติมหัวกะทิไปเรื่อยๆ จนหมดคนให้ทั่วอย่าให้ไหม้จนมันลอยขึ้นมา (หรือที่เรียกว่า แตกมัน) ใช้เวลาประมาณ 30 นาที

4. นำลูกชิ้นที่ต้มแล้วมาผัดกับน้ำพริกแกง ใส่กระชายซอยผัดให้ทั่ว

5. เทใส่ในหม้อหางกะทิที่เดือดแล้ว ตั้งให้เดือดอีกครั้ง

6. ใส่มะเขือพวง พอใกล้สุกจึงใส่มะเขือเปราะ ใบมะกรูด พริกชี้ฟ้า

7. ปรุงรสด้วยน้ำตาลปี๊ป น้ำปลา ให้เดือดอีกครั้งปิดไฟ ใส่ใบโหระพา แล้วจึงยกลง

หมายเหตุ

มะเขือพวงจะสุกช้ากว่ามะเขือเปราะจึงต้องใส่มะเขือพวงก่อนมะเขือเปราะ

สรรพคุณทางยา

1. กระเทียม รสเผ็ดร้อน ขับลมในลำไส้ แก้ไอขับเสมหะ ช่วยย่อยอาหารแก้โรคทางผิวหนัง น้ำมันกระเทียมมีฤทธิ์ยับยั้งการเจริญของเชื้อรา แบคทีเรีย และไวรัส ลดน้ำตาลในเลือด ลดไขมันในหลอดเลือด

2. กระชาย รสเผ็ดร้อน แก้ท้องอืด ท้องเฟ้อ ขับลม แก้บิดมีตัว ขับพยาธิตัวกลมและพยาธิเส้นด้ายในเด็กใช้แต่งกลิ่นสีรสอาหารที่มีคุณค่าทางอาหารสูง ไม่มีพิษ

3. โหระพา ใบรสเผ็ดปร่าหอม แก้ท้องขึ้น อืดเฟ้อ แก้ลมวิงเวียน ช่วยย่อยอาหาร ขับลมในลำไส้ ขับเสมหะ

4. ใบและผิวมะกรูด รสปร่า กลิ่นหอมติดร้อน ใช้ปรุงอาหาร ช่วยดับกลิ่นคาว แก้โรคลักปิดลักเปิด ขับลมในลำไส้ ขับระดู แก้ลมจุกเสียด

5. หอมแดง รสเผ็ดร้อน แก้ไข้เพื่อเสมหะ บำรุงธาตุ แก้ไข้หวัด

6. ข่า รสเผ็ดร้อน แก้ไข้เพื่อเสมหะ บำรุงธาตุ แก้ไข้หวัด

7. ตะไคร้ทั้งต้น แก้ปวดท้อง ขับปัสสาวะ บำรุงธาตุ เจริญอาหาร และขับเหงื่อ

8. ยี่หร่า ใช้แต่งกลิ่นอาหารให้หอม ช่วยขับลม

9. พริกไทย รสเผ็ดร้อน ขับลม ขับเหงื่อ ช่วยเจริญอาหาร

10. รากและต้นผักชี ช่วยละลายเสมหะ แก้หัด ขับเหงื่อ แก้ท้องอืด ท้องเฟ้อ เจริญอาหาร

11. มะเขือพวง รสขมเฝื่อนเปรี้ยวเล็กน้อย แก้ไอ ช่วยย่อยอาหาร ขับปัสสาวะ

12. มะเขือเปราะ รสขมเล็กน้อย กระตุ้นการทำงานของกระเพาะลำไส้

13. มะพร้าวขูด รสมันหวาน บำรุงกำลัง บำรุงเส้นเอ็น ใช้รักษาโรคกระดูก

14. พริกชี้ฟ้า รสเผ็ด ช่วยเจริญอาหาร ขับลม

ประโยชน์ทางอาหาร

แกงเขียวหวานลูกชิ้นปลากราย เป็นแกงที่ได้รับการประยุกต์ต่อๆ กันมาเป็นอาหารที่มีรสชาติกลมกล่อมมันหวานเหมาะสำหรับคนธาตุดินรับประทานดียิ่งนัก

คุณค่าทางโภชนาการ

แกงเขียวหวานลูกชิ้นปลากราย 1 ชุด ให้พลังงานต่อร่างกาย 4308 กิโลแคลอรี ประกอบด้วย

- น้ำ 77.6 กรัม

- โปรตีน 200.9 กรัม

- ไขมัน 6.8 กรัม

- คาร์โบไฮเดรต 7.6 กรัม

- กาก 92.9 กรัม

- ใยอาหาร 2.9 กรัม

- แคลเซียม 1106.31 มิลลิกรัม

- ฟอสฟอรัส 2718.5 มิลลิกรัม

- เหล็ก 116.4 มิลลิกรัม

- เรตินอล 2.64 ไมโครกรัม

- เบต้าแคโรทีน 746 ไมโครกรัม

- วิตามินเอ 13,645.4 IU

- วิตามินบีหนึ่ง 166.34 กรัม

- วิตามินบีสอง 1.91 มิลลิกรัม

- ไนอาซิน 3.91 มิลลิกรัม

- วิตามินซี 8.16 มิลลิกรัม

หากคุณมีรูป หรือ Clip VDO เด็ดๆ (Link ก็ได้) ส่งมาแบ่งให้เพื่อนๆชมได้ที่ forward@jabchai.com ครับ

รูปภาพของ sasrungtip

ส่งมาประมาณนี้ก็ ok.....ให้ผ่านก็ได้ ลองเอาไปทำหรือยังขอชิมหน่อยนะ

ส่วนผสม

แป้งสาลีตราบัวแดง 3 ถ้วยตวง

เนยสดชนิดเค็ม 1 ถ้วยตวง

เนยขาว 1 / 2 ถ้วยตวง

น้ำตาลทรายป่นละเอียด 1 1 /4 ถ้วยตวง

ไข่ไก่ ( ไข่แดง ) 2 ฟอง

ผงฟู 2 ช้อนชา

วานิลา 1 ช้อนโต๊ะ

วิธีทำ

  • 1. ร่อนแป้ง 1 ครั้งแล้วงตวงให้ได้ 3 ถ้วยตวงผสมผงฟูคนให้เข้ากันแล้วร่อนอีก 2 ครั้งพักไว้
  • 2.หั่นเนยสดเป็นชิ้นเล็ก ๆผสมเนยขาวในอ่างสแตนเลสแล้วคนให้เนยขึ้นขาวจึงตักน้ำตาลป่นใส่ทีละน้อยคนไปเรื่อยๆจนน้ำตาลทรายป่นหมด
  • 3.แยกไข่แดงและไข่ขาว แล้วนำเฉพาะไข่แดงใส่ในข้อที่ 2 ทีละฟองคนให้เป็นเนื้อเดียวกับครีมทำเช่นนี้จนไข่แดงหมด ใส่วานิลา คนให้เข้ากัน

       4. ร่อนแป้งในข้อที่ 1 ใส่ในข้อที่ 3 แล้วตะล่อมแป้งให้เป็นเนื้อเดียวกับครีม ตะล่อมใหเข้ากันจนเนื้อขนมเนียน

  • 5. จุดเตาอบเตรียมไว้ให้ร้อน
  • นำเนยขาวทาถาดให้ทั่วแล้วนำขนมลงหยอดให้เต็มถาด นำเข้าอบไฟ 300องศาจนเหลือง เอาออกจากเตาอบแล้วรีบแซะให้ขนมหลุดจากถาด
  • ผึ่งให้เย็น                                                                                 
      ส่งงานแล้วค่ะ
           เด็กหญิงวรรณิกา  นันทะ  เลขที่ 40 ชั้น ม.2/1
      ข้อมูลจากwww.lks.ac.th/sujittra/jit34.htm
รูปภาพของ sasrungtip

ส่งมาประมาณนี้ก็ ok.....ให้ผ่านก็ได้แต่ node ของหนูใช้ไม่ได้นะจ๊ะ ตกลงทำขนมอะไรกันนี่......

การทำขนมเค้กข้าวเกาหลี

เค้กข้าวตกแต่งเป็นรูปสัตว์น่ารักขนมเค้กของชาวตะวันตก นอกจากจะมีส่วนผสมแป้งแล้ว ยังต้องมีนม เนย ชีส และไข่ เป็นส่วนประกอบที่ตรงกันข้ามกับขนมเค้กของเกาหลีที่เรียกว่า ต๊อก (tteok) ขนมเค้กชนิดนี้มีเพียงแป้ง เกลือ น้ำตาล และธัญพืช เป็นส่วนผสมเท่านั้น อาจกล่าวได้ว่าเป็นขนมเค้กไขมันต่ำ และยังเป็นอาหารเพื่อสุขภาพก็ว่าได้    อันที่จริงแล้ว ต๊อก ก็คือ ขนมเค้กทำมาจากข้าว หรือว่า rice cake นี่เอง หากเราลองพิจารณาขนมไทยเราแล้วก็จะพบว่ามีแป้งข้าวเหนียว แป้งข้าวเจ้า เป็นส่วนประกอบหลักด้วยเช่นกัน เพียงแต่ว่าขนมไทยเรานิยมนำเอากะทิ และไข่ มาเป็นส่วนผสมด้วย

                                  ข้อมูลจาก www.oknation.net/tastesunday/2009/09/5301/edit

www.thaigoodview.com/node/53017 (nodeของหนูค่ะ)

เด็กหญิงชนาพร  เตชะสิทธิ์ ม.2/1เลขที่16

รูปภาพของ sasrungtip

ส่งมาประมาณนี้ก็ ok.....ให้ผ่านก็ได้แต่ node ของหนูใช้ไม่ได้นะจ๊ะ มีรูปให้น่ากินหน่อยก็จะดีจ๊ะ

รูปภาพของ sas14442

วิธีทำ  
  
             การหุงข้าวซูชิ ข้าวญี่ปุ่นนั้นจะมียางเหนียวมาก และข้าวจะนิ่มง่ายกว่า ผมจึงอยากแนะนำให้ใช้น้ำน้อยกว่าการหุงข้าวไทยนิดหนึ่ง เช่น หม้อหุงข้าวไฟฟ้าจะมีขีดระดับน้ำแสดงว่า จะหุงข้าวกี่ถ้วยใส่น้ำเท่านั้นเท่านี้ เราควรลดลงมานิดหนึ่ง เช่น จะหุงข้าวถ้วยครึ่ง ให้ใช้น้ำขนาดที่จะหุงข้าวถ้วยหนึ่ง (กับอีกนิดหน่อย) เพราะถ้าข้าวออกมาเปียกมาก ถ้าปั้นแรงไปอาจจะเหนียว หรือข้าวไม่จับตัวเป็นก้อนที่ดี จากประสบการณ์ผมพบว่าช้าวซูชิถ้าแข็งสักนิดจะปั้นง่ายกว่า พอหุงเสร็จ ทิ้งไว้ให้เย็น
             เมื่อหุงได้แล้ว การทำเป็นข้าวซูชินั้นเราต้องผสมน้ำปรุง ซึ่งได้จากการผสมน้ำส้มสายชูประมาณสองช้อนโต๊ะ กับน้ำตาลประมาณสองช้อนชากับอีกนิดหน่อย ซึ่งผมมีเคล็ดลับนิดๆ (จากการ์ตูนเจ้าหนูซูชิ) ว่า ให้โรยเกลือสักปลายช้อนชาลงไปคลุกกับข้าวก่อน คนให้เข้ากันแล้วจึงเอาน้ำปรุงลงไปกวนผสม ค่อยๆใส่ไปทีละนิด ชิมรสจนข้าวออกรสเปรี้ยวอมหวาน แต่อย่าให้เปรี้ยวมาก  

             การคนข้าว ต้องระวังไม่ให้เม็ดข้าวแตก ควรใช้ช้อนหรือทัพพีไม้ หรือพลาสติกที่ไม่มีคม 

ด.ญ.ธนัชชา  คงทน เลขที่21 ม.2/1


            

รูปภาพของ sasrungtip

ส่งมาประมาณนี้ก็ ok.....ให้ผ่านก็ได้แต่ มีรูปให้ดูประกอบจะดีมาก ๆ

รูปภาพของ sas14429

งานของหนู เลขที่ 10 อยู่ที่

http://www.thaigoodview.com/node/52962

อย่าลืมให้คะเเนนด้วยนะคะ

 

รูปภาพของ sas14440

 

กิมจิที่มีรสชาติอร่อยนั้น ต้องเป็นรสชาติแบบพื้นบ้านที่ทำกันในครัวเรือน ในส่วนนี้ได้รวบรวมขั้นตอนการทำกิมจิขั้นพื้นฐาน ที่สามารถทำได้เองด้วยวิธีแสนง่าย รับรองได้ว่ารสชาติเทียบเท่ากับต้นตำรับอย่างแน่นอน

ส่วนผสม

ผักกาดขาว 1 หัว
เกลือ 60 กรัม
หัวไชเท้า 200 กรัม
สาลี่ 1/4 ผล
ต้นหอมเล็ก 1/4 กำ
กุยช่าย 1/2 กำ
กระเทียมสับ 1 ถ้วยเล็ก
ขิงขูด เล็กน้อย
หอมใหญ่ 1/4 หัว
ปลาหมึก 50 กรัม
ลูกพลับ 1/4 แพ็ค
กุ้ง 100 กรัม
ข้าวเหนียว 2 ช้อนโต๊ะ
น้ำซุป (จากสาหร่ายและปลาแห้ง) 70 มล.
พริกป่น 250 มล.
เกลือ เล็กน้อย
ผงปรุงรส 2 ช้อนโต๊ะ
น้ำตาล 3 ช้อนโต๊ะ
งาคั่ว เล็กน้อย


วิธีทำ
ดองเค็ม การนำผักมาดองเค็มต้องอาศัยระยะเวลาและการปรับรสชาติให้อร่อย

1. นำผักกาดขาวมาแบ่งครึ่ง 2. เด็ดออกทีละใบ แล้วหมักเกลือในประมา
ขั้นตอนการปรุง การปรุงรสกิม
ส่วนผสมอย่างผลไม้และอาหาร
จิให้มีรสชาติที่อร่อย ให้ยึดตาม
ทะเล ด้วยก็ได้
รสชาติที่ตัวเองชอบ โดยอาจ
3. หั่นหัวไชเท้า สาลี่ ต้นหอมและผักกุยช่ายเป็นเส้นยาวประมาณ  4 ชม. 4. ผสมหอมใหญ่สับ กระเทียมสับละเอียด และขิงขูด เข้าด้วยกัน 5. หั่นปลาหมึก ลูกพลับและกุ้ง ให้เป็นชิ้นเล็กๆ
6. ตั้งไฟ เติมข้าวเหนียวและน้ำในหม้อ จากนั้นคนให้เป็นเนื้อเดียวกัน 7. เติมน้ำข้าวเหนียวและน้ำซุปลงไปในชาม ผสมให้เข้ากัน 8. เติมส่วนผสมในข้อ 3 4 5 ลงไป จากนั้นทิ้งไว้ 30 นาที แล้วปรุงรสด้วยส่วนผสมส่วนแรก
หมักเสร็จ เมื่อหมักเสร็จ
อร่อย
สามารถรับประทานได้ทันที หรือนำมาประกอบอาหาร ก็ยิ่ง
9. ล้างผักแล้วดองเกลือทิ้งไว้ 6-7 ช.ม. 10. นำเครื่องปรุงที่ทำไว้ในข้อ8. มาทาที่ผักแต่ละใบ จากนั้นเก็บเข้าตู้เย็นประมาณ 1 วันเต็ม

ส่งงานคร้าคุณครู ^-^

พร้อม http://www.thaigoodview.com/user/21482

มหาวิทยาลัยศรีปทุม ผู้ใหญ่ใจดี
 

 ช่วยด้วยครับ
นักเรียนที่สร้างบล็อก กรุณาอย่า
คัดลอกข้อมูลจากเว็บอื่นทั้งหมด
ควรนำมาจากหลายๆ เว็บ แล้ววิเคราะห์ สังเคราะห์ และเขียนขึ้นใหม่
หากคัดลอกทั้งหมด จะถูกดำเนินคดี
ตามกฎหมายจากเจ้าของลิขสิทธิ์
มีโทษทั้งจำคุกและปรับในอัตราสูง

ช่วยกันนะครับ 
ไทยกู๊ดวิวจะได้อยู่นานๆ 
ไม่ถูกปิดเสียก่อน

ขอขอบคุณในความร่วมมือครับ

อ่านรายละเอียด

ด่วน...... ขณะนี้
พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2558 
มีผลบังคับใช้แล้ว 
ขอให้นักเรียนและคุณครูที่ใช้งาน
เว็บ thaigoodview ในการส่งการบ้าน
ระมัดระวังการละเมิดลิขสิทธิ์ด้วย
อ่านรายละเอียดที่นี่ครับ

 

สมาชิกที่ออนไลน์

ขณะนี้มี สมาชิก 0 คน และ ผู้เยี่ยมชม 28 คน กำลังออนไลน์