สมัยพระเจ้าหลุยส์ที่15 - สมัยจักรวรรดิที่ (The First Empire, พ.ศ. 2347-2358)

  

     

                              สมัยพระเจ้าหลุยส์ที่15 - สมัยจักรวรรดิที่ (The First Empire, พ.ศ. 2347-2358) 

 

15.สมัยพระเจ้าหลุยส์ที่15 (Louis XV, พ.ศ. 2258-2313)
                             ผู้ชายยังคงแต่งกายเหมือนกับพระเจ้าหลุยส์ที่ 14 ต่างกันตรงที่มีเสื้อคลุมสูทตัวนอก ตกแต่งผ้าลูกไม้ที่ชายเสื้อสวมทับอีกชั้นหนึ่ง นิยมผูกหูกระต่ายขนาดใหญ่ที่คอเสื้อตัวใน และมีการรวบวิกผมแล้วผูกด้วยโบขนาดใหญ่ที่บริเวณท้ายทอย เช่นเดียวกับผู้หญิงที่เปลี่ยนแปลงการแต่งกายเพียงเล็กน้อย กล่าวคือ นิยมใช้โบตกแต่งตัวเสื้อด้านหน้าแทนการปักลวดลาย และนิยมสวมกระโปรงผ่าหน้าตั้งแต่ช่วงเอวลงไป เผยให้เห็นกระโปรงตัวในซึ่งเป็นลวดลายสวยงามเช่นเดียวกับกระโปรงตัวนอก

16.สมัยพระเจ้าหลุยส์ที่16 (Louis XVI, พ.ศ. 2313-2337)
                            พระเจ้าหลุยส์ที่ 16 ทรงมีพระมเหสีพระนามว่า พระนางแมรี่อังตัวเนต (Marie-Antoinette) ซึ่งนับว่ามีบทบาทในการแต่งกายของผู้หญิงในสมัยนี้มาก ผู้ชายยังคงแต่งกายเหมือนในสมัยพระเจ้าหลุยส์ที่ 15 เพียงแต่เปลี่ยนแปลงเสื้อสูทตัวในเป็นเสื้อสูทสั้นยาวแค่สะโพกแขนแคบลง ส่วนผู้หญิงนิยมแต่งกายหรูหราใช้ผ้าสิ้นเปลืองมากแต่งระบายรูดและจับจีบมาก เสื้อคอลึกมีปกเล็กน้อย กระโปรงบานมีโครงด้านในแบบสุ่มไก่แต่งด้วยโบมีพู่ห้อยระย้า กระโปรงจับจีบเดรปที่ด้านหลัง ทรงผมประดับขนนกและไข่มุกตกแต่งหมวกด้วยโบ มีพัดแบบคลี่ออกเป็นเครื่องประดับเครื่องแต่งกายภายนอกอีกชิ้นหนึ่ง ชนชั้นเจ้านายในพระราชสำนักดำรงชีวิตอย่างหรูหราฟุ่มเฟือย ขณะที่ประชาชนอดอยากยากจนจึงเกิดความไม่พอใจ รวมตัวกันเดินขบวนและจับพระเจ้าหลุยส์ที่ 16 และพระมเหสีประหารชีวิตด้วยเครื่องกิโยตีน (Guillotin) ในปี พ.ศ. 2337

17.สมัยปฎิวัติ (Revolution, พ.ศ.2337-2342)
                          ภายหลังการนปฎิวัติครั้งใหญ่ในปี 2337 คณะไดเร็คโตรี (Directory) ได้เข้าบริหารประเทศในปี พ.ศ. 2338 แต่การบริหารเป็นไปอย่างไร้สมรรถภาพ จึงถูกนโปเลียนโบนาปาร์ต ซึ่งได้รับความชื่นชมจากประชาชนในฐานะวีรบุรุษผู้มีชัยชนะในสงครามกับอียิปต์ฉวยโอกาสทำรัฐประหาร แล้วตั้งคณะผู้บริหารชุดใหม่ เรียกว่า คอนซูเลท (Consulate) ขึ้นในปี พ.ศ. 2342เนื่องจากบ้านเมืองอยู่ในภาวะลำบากยากแค้น การแต่งกายจึงเป็นแบบง่าย ๆ รัดกุมขึ้น ผู้ชายสวมเสื้อกั๊กแต่งเส้นเข้ารูป สวมทับเสื้อตัวในซึ่งจับจีบระบายตรงปกเสื้อและปลายแขน ผูกผ้าพันคอมัสลินพันคอหลายรอบแล้วผูกเป็นโบ มีเสื้อคลุมตัวนอกแขนยาวเข้ารูป สวมทับด้วยเสื้อกั๊กอีกชั้นหนึ่ง ด้านหน้าเปิดออกความยาวแค่เอว ด้านหลังปล่อยชายยาวถึงเข่า สวมกางเกงขายาวเข้ารูป สวมถุงเท้ายาวทับใช้ผ้าผูกเป็นโบไว้ที่ใต้เข่า ส่วนผู้หญิงสวมชุดกระโปรงผ้ามัสลินหรือผ้าฝ้าย เสื้อแขนยาวเข้ารูปคอตั้งคลุมสะโพกเส้นเอวแหลมแต่งระบายย้วยตรงอกเสื้อและปลายแขน สวมทับเสื้อตัวใน ผ่าหน้าติดกระดุมเป็นแถวสวมกระโปรงปลายบาน ทั้งชายหญิงสวมรองเท้าหนังมีสีสันและสวมหมวกทรงสูงแต่งด้วยโบ

18.สมัยคอนซูเลท (The Consulate, พ.ศ. 2342-2347)
                         หลังจากทำรัฐประหารแล้ว คณะรัฐบานคอนซูเลท ซึ่งมีนโปเลียน โบนาปาร์ตเป็นผู้มีอำนาจสูงสุดในคณะรัฐบาล ได้เข้าบริหารประเทศตั้งแต่ปี พ.ศ.2342 เป็นต้นมา แต่สมัยคอนซูเลทนี้กินเวลาช่วงสั้นเพียง 5 ปี ก่อนที่จะสิ้นสุดลงในปี พ.ศ.2347เเมื่อนโปเลียนได้สถาปนาตนเองเป็นจักรพรรดิ ใช้พระนามว่า พระเจ้านโปเลียบที่ 1 แห่งจักรวรรดิฝรั่งเศส การแต่งกายในสมัยคอนซูเลทนื้ ผู้ชายยังคงแต่งกายแบบง่ายๆรัดกุม เหมือนในสมัยปฎิวัติแตกต่างตรงเสื้อกั๊กตัวสั้นขึ้นความยาวแค่เอว ใช้ผ้าพันคอพันสูงหลายตลบแทนการผูกโบ สวมหมวกทรงเรือและสวมรองเท้าหนังหัวแหลม ส่วนผู้หญิงสวมชุดตัดด้วยผ้าบางเบาคอกว้างแขนสั้นคอสูงแบบต่อใต้อก สวมกระโปรงยาวปลายบานไม่มาก มีผ้าคลุมไหล่ผืนยาวปักลวดลายตรงชายทั้งสองด้าน ผมปล่อยยาวเป็นหลอดยาวประบ่า นิยมสวมหมวกทรงปาเมลา (Pamela) และสวมรองเท้าหัวแหลมมีส้น

19.สมัยจักรวรรดิที่ (The First Empire, พ.ศ. 2347-2358)
                         ในสมัยจักรวรรดิที่ 1 ของนโปเลียน บ้านมืองสงบสุขประชาชนจึงมีเวลาหันมาสนจับการแต่งกาย ผู้ชายสวมเสื้อรูปทรงกะทัดรัดนุ่งกางเกงเข้ารูป สวมถุงเท้ายาวทับกางเกงใต้เข่า ใช้ผ้าพันคอและเสื้อสูทเปิดด้านหน้ามีปก ชายเสื้อด้านหลังยาวเกือบถึงเข่าแบบเรียบง่าย สวมรองเท้าบู๊ตยาวยังคงนิยมรองเท้ามีส้น สวมหมวกทรงสูง ส่วนผู้หญิงนิยมสวมเสื้อทรง “เอ็มไพร์” (Empire) ที่ลดความหรูหราลงมามาก เป็นเสื้อเข้ารูปแขนสั้นแขนจีบรูดพองแบบแขนตุ๊กตา ต่อใต้อกเป็นกระโปรงยาวกรอมเท้าลดความบานและความกว้างของกระโปรงลง และเนื่องจากเป็นชุดแบบต่อใต้อกจึงมีเครื่องชั้นในพยุงหรือรั้งทรวงอกให้สูงขึ้น เสื้อยกทรงทำด้วยผ้ามัสลิน เรียกว่า “แบนดีน” (Bandean) มีลักษณะเป็นผืนผ้าด้านหน้า ด้านหลังเป็นสายคาดซ้อนกันแล้วดึงมาผูกไว้ใต้อกนับเป็นพื้นฐานของเสื้อยกทรงหรือบราเซียที่ใช้กันในปัจจุบัน นิยมใช้ผ้าคลุมไหล่ยาวสวมถุงมือยาว หมวกรูปทรงกะทัดรัดขึ้น ประดับตกแต่งด้วยดอกไม้ สมัยจักรวรรดที่ 1 สิ้นสุดลงในปี พ.ศ.2358 เมื่อฝ่ายสัมพันธมิตรที่ประกอบด้วยประเทศออสเตรีย ปรัสเซีย และอังกฤษ ได้ร่วมมือกันปราบจักรพรรดินโปเลียนและเนรเทศให้ไปพำนักอยู่ในเกาะเซนต์เฮเลน่า (St.Helena)จนสิ้นพระชนม์ในปี พ.ศ. 2364

 

    

 

สร้างโดย: 
อลิษา ยางสันเทียะ

มหาวิทยาลัยศรีปทุม ผู้ใหญ่ใจดี
 
 

 ช่วยด้วยครับ
นักเรียนที่สร้างบล็อก กรุณาอย่า
คัดลอกข้อมูลจากเว็บอื่นทั้งหมด
ควรนำมาจากหลายๆ เว็บ แล้ววิเคราะห์ สังเคราะห์ และเขียนขึ้นใหม่
หากคัดลอกทั้งหมด จะถูกดำเนินคดี
ตามกฎหมายจากเจ้าของลิขสิทธิ์
มีโทษทั้งจำคุกและปรับในอัตราสูง

ช่วยกันนะครับ 
ไทยกู๊ดวิวจะได้อยู่นานๆ 
ไม่ถูกปิดเสียก่อน

ขอขอบคุณในความร่วมมือครับ

อ่านรายละเอียด

ด่วน...... ขณะนี้
พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2558 
มีผลบังคับใช้แล้ว 
ขอให้นักเรียนและคุณครูที่ใช้งาน
เว็บ thaigoodview ในการส่งการบ้าน
ระมัดระวังการละเมิดลิขสิทธิ์ด้วย
อ่านรายละเอียดที่นี่ครับ

 

สมาชิกที่ออนไลน์

ขณะนี้มี สมาชิก 0 คน และ ผู้เยี่ยมชม 14 คน กำลังออนไลน์