พระอัจฉริยภาพทางด้านดนตรี

พระอัจฉริยภาพทางด้านดนตรี

 ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว

 

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช (รัชกาลที่ 9) ทรงได้รับการยกย่องจากคณะกรรมการ สำนักงานวัฒนธรรมแห่งชาติประจำปีพุทธศักราช 2529 ให้เป็นองค์อัครศิลปินแห่งชาติทรงแสดงให้เห็นถึงพระอัจฉริยภาพทางดนตรี มาตั้งแต่ทรงพระเยาว์โดยทรงได้รับการฝึกหัดดนตรีตั้งแต่พระชนมายุ 10 พรรษาทรงนำพระราชทรัพย์ส่วนพระองค์ที่ทรงสะสมไว้ ไปซื้อคลาริเนตมาทรงฝึกเป่านอกจากนั้นยังสามารถทรงดนตรีอื่น ๆ ได้อีกหลายชนิด

หลังจากเสด็จขึ้นครองราชสมบัติแล้วเมื่อมีเวลาว่าง จะทรงดนตรีกับนักดนตรี และข้าราชบริพารซึ่งต่อมาได้ทรงรวบรวมนักดนตรีแล้วจัดตั้งวง อ.ส.วันศุกร์โดยทรงร่วมบรรเลงบทเพลงร่วมกับนักดนตรี  ออกอากาศผ่านทางสถานีวิทยุอ.ส.ในพระตำหนักจิตรลดารโหฐานเป็นประจำในตอนเย็นวันศุกร์ ์แต่ต่อมาทรงว่างเว้นการทรงดนตรีลงเนื่องด้วยพระราชกิจ

 

นอกจากนี้ ยังทรงจัดตั้งวงดนตรีสหายพัฒนา โดยมีสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ ทรงเป็นหัวหน้าวง

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงพระราชนิพนธ์เพลงด้วยพระองค์เองมาตั้งแต่ปีพุทธศักราช 2489 จนถึงปัจจุบันนับได้เกือบ 50 เพลง ซึ่งล้วนเป็นบทเพลงที่ไพเราะและมีความหมายลึกซึ้ง ในพ.ศ.2507 วงดุริยางค์ เอ็นคิวโทนคุนสเลอร์ ( N.Q. Tonkunstler Orchestra) แห่งกรุงเวียนนาได้คัดเลือกบทเพลงพระราชนิพนธ์ไปบรรเลง มีการถ่ายทอดสดไปทั่วประเทศออสเตรียปรากฏว่าได้รับความนิยมอย่างสูง จนสองวันต่อมา สถาบันการดนตรีและศิลปะแห่งกรุงเวียนนา ( Institute of Music and Arts of City of Vienna) โดยรัฐบาลออสเตรีย ได้ทูลเกล้า ฯ ถวายสมาชิกภาพกิตติมศักดิ์ ลำดับที่ 23 ของสถาบันมีการจารึกพระนามลงบนแผ่นหินสลักของสถาบันนับเป็นผู้ประพันธ์เพลงชาวเอเชียคนแรกที่ได้รับเกียรติเช่นนี้

มีเรื่องเล่ากันมาว่า นักดนตรีเอกของโลก ได้กล่าวถึงพระปรีชาสามารถในการทรงดนตรีว่า
หากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมิได้ทรงเป็นพระมหากษัตริย์ ก็จะต้องทรงเป็นราชานักดนตรีของโลก แต่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวก็ทรงเป็นทั้งพระมหากษัตริย์ และทรงเป็นนักดนตรีได้พร้อมๆกัน

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงมีความสนพระราชหฤทัยในด้านดนตรีมาตั้งแต่ยังทรงพระเยาว์ ดังที่สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ทรงพระนิพนธ์ไว้ในบทพระนิพนธ์ "เจ้านายเล็กๆยุวกษัตริย์" ความตอนหนึ่งว่า

"เมื่อถึงเวลาสนพระทัยแผ่นเสียงก็แข่งกันอีก รัชกาลที่ ๘ ทรงเลือก Louis Armstrongและ Sidey Bechet รัชกาลที่ ๙ ทรงเลือกDuke Ellington และ Count Banc เกี่ยว-
กับการซื้อแผ่นเสียงนี้ ถ้าเป็นแจ๊สต้องซื้อเอง ถ้าเป็นคลาสสิกเบิกได้"

"สิ่งที่ทรงเล่นมาด้วยกันเป็นเวลานานคือดนตรี รัชกาลที่ ๘ ทรงเริ่มด้วยเปียโนเพราะ
เห็นข้าพเจ้าเรียนอยู่ รัชกาลที่ ๙ ขอเล่นหีบเพลง(accordian) เรียนอยู่ไม่กี่ครั้งก็ทรงเลิก"เพราะไม่เข้ากับเปียโน" แล้วรัชกาลที่ ๘ ก็ทรงเลิกเรียนเปียโนไป
เมื่ออยู่ที่อาโรซ่า เวลาหน้าหนาว ได้ทอดพระเนตรวงดนตรีวงใหญ่ที่เล่นอยู่ที่โรงแรม รู้สึกอยากเล่นกัน ทรงหาแซกโซโฟนที่เป็นของใช้แล้ว (second hand) มาได้ ราคา๓๐๐ แฟรงค์ แม่ออกให้ครึ่งหนึ่งและสโมสรปาตาปุมออกให้อีกครึ่งหนึ่ง

"เมื่อครูมาสอนที่บ้าน รัชกาลที่ ๘ ทรงดันพระอนุชาเข้าไปในห้องเรียน รัชกาลที่ ๙ จึงเป็นผู้เริ่ม เมื่อเรียนไปแล้ว ๒ - ๓ ครั้ง รัชกาลที่ ๘ ทรงซื้อแคลริเน็ต(clarinet) ส่วนพระองค์ วันเรียน ครูสอนองค์ละ ๓๐ นาที แล้วครูก็เอาแซกโซโฟน (saxophone)ของเขาออกมาและเล่นด้วยกันทั้ง ๓ เป็น trio"

 

Home

สร้างโดย: 
น.ส. อนันตพร โอตตัปปะวงศ์ เเละ อ.เพ็ญศรี รอดจากภัย โรงเรียนสตรีศรีสุริโยทัย

มหาวิทยาลัยศรีปทุม ผู้ใหญ่ใจดี
 

 ช่วยด้วยครับ
นักเรียนที่สร้างบล็อก กรุณาอย่า
คัดลอกข้อมูลจากเว็บอื่นทั้งหมด
ควรนำมาจากหลายๆ เว็บ แล้ววิเคราะห์ สังเคราะห์ และเขียนขึ้นใหม่
หากคัดลอกทั้งหมด จะถูกดำเนินคดี
ตามกฎหมายจากเจ้าของลิขสิทธิ์
มีโทษทั้งจำคุกและปรับในอัตราสูง

ช่วยกันนะครับ 
ไทยกู๊ดวิวจะได้อยู่นานๆ 
ไม่ถูกปิดเสียก่อน

ขอขอบคุณในความร่วมมือครับ

อ่านรายละเอียด

ด่วน...... ขณะนี้
พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2558 
มีผลบังคับใช้แล้ว 
ขอให้นักเรียนและคุณครูที่ใช้งาน
เว็บ thaigoodview ในการส่งการบ้าน
ระมัดระวังการละเมิดลิขสิทธิ์ด้วย
อ่านรายละเอียดที่นี่ครับ

 

สมาชิกที่ออนไลน์

ขณะนี้มี สมาชิก 1 คน และ ผู้เยี่ยมชม 21 คน กำลังออนไลน์

รายชื่อสมาชิกที่ออนไลน์

  • ssspoonsak