ปฏิวัติโบลิวาร์

          ในเขตเมืองใหญ่ รัฐบาลริเริ่มให้มีการโอนกรรมสิทธิ์ทางกฎหมายบนที่ดินชุมชน แก่ผู้อยู่อาศัยราว 10 ล้านคน (40% ของประชากร) เนื่องจากปัญหาที่ดินในชุมชนแออัดนั้นซับซ้อนมาก แทนที่จะปล่อยให้กระบวนการนี้ดำเนินไปโดยระบบราชการ กฎหมายระบุให้คณะกรรมการที่ดินส่งตัวแทนไปร่วมประชุมสมัชชาระดับชาติ เพื่อถกเถียงแลกเปลี่ยนและแก้ไขกฎหมายที่ดินในเขตเสื่อมโทรมของเมือง
          คณะกรรมการไม่ได้มีหน้าที่แค่ดำเนินการกระจายกรรมสิทธิ์ที่ดินในเขตเมืองเท่านั้น แต่ยังมีบทบาทในด้านการปกครองตัวเอง และพัฒนาชุมชนด้วย มีหลายคณะกรรมการที่จัดตั้งคณะกรรมการย่อยขึ้นมา เพื่อดูแลในด้านต่าง ๆ เช่น การช่วยเหลือเทศบาลสร้างสาธารณูปโภค ศูนย์ดูแลเด็กเล็ก จัดกิจกรรมทางวัฒนธรรม และรักษาความปลอดภัย เป็นต้น
          ในการออกกรรมสิทธิ์ คณะกรรมการที่ดินทำหน้าที่วัดผืนที่ดินที่แต่ละครอบครัวครอบครอง และไกล่เกลี่ยข้อพิพาท โดยทำงานร่วมกับเจ้าหน้าที่รัฐบาล ชาวสลัมได้รับการฝึกอบรมให้รู้จักใช้อุปกรณ์ต่าง ๆ ที่จำเป็น กระบวนการนี้ยังรวมถึงการกำหนดพื้นที่ส่วนกลางด้วย เมื่อแบ่งแยกที่ดินแล้ว แต่ละครอบครัวก็มาอ้างกรรมสิทธิ์โดยแสดงหลักฐาน ส่วนใหญ่เป็นใบเสร็จค่าวัสดุก่อสร้างหรือค่าน้ำค่าไฟ สำนักงานของรัฐจะออกใบกรรมสิทธิ์ให้ภายในสามเดือนถ้าไม่มีใครมาแย้ง ส่วนคนที่อยู่อาศัยในพื้นที่เสี่ยงภัยจากดินถล่ม ต้องขอแลกกรรมสิทธิ์กับบ้านที่รัฐบาลสร้างให้ในพื้นที่อื่น เพราะฉะนั้น การบุกรุกที่ดินที่เกิดขึ้นหลังจากออกกฎหมายนี้ในเดือนกุมภาพันธ์ 2002 จึงไม่มีสิทธิ์เข้าร่วมในกระบวนการขอกรรมสิทธิ์

การจัดตั้งองค์กรแรงงานทั้งในและนอกระบบ
           การที่สหภาพแรงงาน CTV ร่วมมือกับฝ่ายตรงข้ามรัฐบาล พยายามบ่อนทำลายเศรษฐกิจของประเทศโดยไม่คำนึงถึงผลกระทบที่จะเกิดขึ้น ทำให้สหภาพแรงงานแห่งนี้เสื่อมความน่าเชื่อถือลงตามลำดับ เมื่อประกอบกับการจัดตั้งองค์กรประชาชนและจิตสำนึกทางชนชั้นเริ่มแพร่หลายมากขึ้น ระบบอุปถัมภ์ในการเมืองแบบเก่าก็ยิ่งสั่นคลอน โดยเฉพาะในสหภาพแรงงาน
ในวันที่ 29 มีนาคม ค.ศ. 2003 มีการก่อตั้งสหพันธ์สหภาพแรงงานระดับชาติแห่งใหม่ขึ้นมา นั่นคือ Union Nacional de Trabajadores (UNT) ประกอบด้วยสหภาพแรงงานระดับชาติ 14 แห่ง สหพันธ์องค์กรแรงงานระดับชาติและภูมิภาคอีก 56 แห่ง รวมทั้งสหภาพแรงงานในอุตสาหกรรมน้ำมันด้วย
           สหภาพแรงงานแห่งใหม่นี้สามารถดึงดูดสมาชิกมาเข้าร่วมได้มากกว่า CTV ในเวลาอันรวดเร็ว มันมีโครงสร้างที่มีความเป็นประชาธิปไตยมากกว่า ทั้งนี้เพราะในรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ระบุว่า คนงานในอุตสาหกรรมหนึ่ง ๆ สามารถลงประชามติในที่ทำงานเพื่อเลือกตั้งผู้นำสหภาพคนใหม่ได้เสมอ ดังนั้น ผู้นำสหภาพแรงงานจึงต้องรักษาผลประโยชน์ของคนงาน ไม่ใช่ของนายจ้าง มิฉะนั้น เขาอาจถูกลงประชามติถอดถอนได้ทุกเมื่อ

สร้างโดย: 
น.ส.สุธิดา เด่นประภา โรงเรียนสตรีศรีสุริโยทัย ครูที่ปรึกษา อ.กัญฐินีภรณ์ ประถมด้วง

มหาวิทยาลัยศรีปทุม ผู้ใหญ่ใจดี
 

 ช่วยด้วยครับ
นักเรียนที่สร้างบล็อก กรุณาอย่า
คัดลอกข้อมูลจากเว็บอื่นทั้งหมด
ควรนำมาจากหลายๆ เว็บ แล้ววิเคราะห์ สังเคราะห์ และเขียนขึ้นใหม่
หากคัดลอกทั้งหมด จะถูกดำเนินคดี
ตามกฎหมายจากเจ้าของลิขสิทธิ์
มีโทษทั้งจำคุกและปรับในอัตราสูง

ช่วยกันนะครับ 
ไทยกู๊ดวิวจะได้อยู่นานๆ 
ไม่ถูกปิดเสียก่อน

ขอขอบคุณในความร่วมมือครับ

อ่านรายละเอียด

ด่วน...... ขณะนี้
พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2558 
มีผลบังคับใช้แล้ว 
ขอให้นักเรียนและคุณครูที่ใช้งาน
เว็บ thaigoodview ในการส่งการบ้าน
ระมัดระวังการละเมิดลิขสิทธิ์ด้วย
อ่านรายละเอียดที่นี่ครับ

 

สมาชิกที่ออนไลน์

ขณะนี้มี สมาชิก 0 คน และ ผู้เยี่ยมชม 8 คน กำลังออนไลน์