ปฏิวัติจีน

      

      ประวัติศาสตร์จีน-ประเทศสาธารณะรัฐประชาชนจีนทศวรรษแห่งการปฏิวัติวัฒนธรรม 1966-1976 ต้นทศวรรษ 1960 ฐานะของเหมาในพรรคคอมมิวนิสต์ถูกลดบทบาทลงเขาจึงได้เริ่มรุกกลับในปี 1962 เพื่อ “ปกป้องพรรค” จากในสิ่งที่เขาเชื่อว่าการคืบคลานเข้ามาของทุนนิยม และการต่อต้านสังคมนิยมกำลังเป็นภัยต่อประเทศ  ในฐานะนักปฏิวัติที่ผ่านร้อนผ่านหนาวจากสถานะการณ์อันเลวร้าย  เหมาเชื่อว่าระบบการให้รางวัลแก่ชาวหนาตามแนวทางปรับปรุงและฟื้นฟูของเติ้ง เป็นวิธีการฉ้อราษฏร์บังหลวงและเป็นการต่อต้านการปฏิวัติการต่อสู่ทางความคิดในพรรคนำไปสู่การกวาดล้างพวกที่ถูกเรียกว่า “ฝักใฝ่ทุนนิยม” หรือฝ่ายที่ไม่เห็นด้วยกับแนวความคิดสุดโด่งของเหมา ซึ่งมีตัวแทนคือ หลิวซ่าวฉี กับเติ้งเสี่ยวผิง   เหมากล่าวว่า“ขณะนี้ เพียงมีเนื้อหมูสามกิโลกับบุหรี่ไม่กี่ซอง ก็สามารถทำให้คนขายอุดมการณ์ได้แล้ว จึงมีเพียงการศึกษาแนวทางลัทธิสังคมนิยมเท่านั้น ที่จะยับยั้งลัทธิแก้ได้”การการศึกษาแนวทางลัทธิสังคมนิยม จึงได้ดำเนินไปและควบคู่กับการรณณงค์ “เรียนรู้จากกองทัพปลดแอกประชาชน” ระบบการศึกษาถูกปฏิ-รูปถูกปรับไปในแนวทางช่วงก้าวกระโดดไปสู่ข้างหน้า คือระบบที่เรียกว่า“เซี่ยฟั่ง” คือให้นักศึกษาออกสู่ชนบททำงานในโรงงาน  และคอมมูน โดยมีจุดมุ่งหมายสองประเด็นคือ
        1. เพื่อให้ศึกษามวลชนในค่าใช้จ่ายต่ำ
        2. เพื่อเป็นแบบอย่างสั่งสอนพวกปัญญาชนทั้งหลายให้เห็นความจำ
     เป็นในการมีมีส่วนร่วมกับการใช้แรงงานกาลียุคแห่งการปฏิวัติปี 1966 คณะกรรมการกลางพรรคคอมมิวนิสต์ได้ตัดสินใจแนวทางการปฏิวัติวัฒนธรรม   หลังจากที่เหมาเข้าควบคุมอำนาจอย่างเบ็ดเสร็จในพรรคได้อีกครั้ง  โดยมีผู้สนับสนุนสำคัญคือ หลินเปียว เจียงชิง(ภรรยาคนที่สี่ของเหมา) และเฉินป๋อต๋า  การปฏิวัติมีจุดมุ่งหมายเพื่อ “โค่นล้มพวกลัทธิทุนนิยม และ วิพากษ์ศิลปะวัฒนธรรมที่แ่บ่งแยกชนชั้น” โดยการปฏิรูปการศึกษา ปฏิรูปศิลปะวัฒนธรรม  และปฏิรูปทุกอย่างที่ขัดกับแนวทางลัทธิสังคมนิยม วันที่ 18 สิงหาคม 1966 เหมาเจ๋อตงกับหลิวเปียวได้ปรากฏตัวที่จตุรัส-เทียนอันเหมิน天พบกับพวกหงเว่ยปิงหรือเรดการ์ดที่ทยอยมาจากทั่วประเทศจำนวนรวมสิบกว่าล้านคน หลังจากนั้น ทั่วประเทศจีนก็เข้าสู่กาลียุคเมื่อพวกเรดการ์ดกระจายไปทั่วสารทิศแจกใบปลิวติดโปสเตอร์ ป้ายคำขวัญ ตั้งเวทีอภิปราย   บางส่วนก็บุกเข้าไปในวัดโบถส์ พิพิธภัณฑ์สถาน ทำลายวัตถุโบราณ เผางานศิลปะ งานประพันธ์ตอนหลังก็มีการบุกค้นบ้าน โดยเฉพาะพวกผู้ดีเก่า ปัญญาชน ศิลปินหัวอนุรักษ์นิยม จะถูกจับแห่ประจาน ทรมาร ตอนหลังแม้แต่พระสงค์ แม่ชีและนักบวชก็ไม่เว้น พวกที่มีญาติอยู่ต่างประเทศก็โดนข้อหา “มีความสัมพันธ์กับต่างประเทศ” หลายคนทนรับเหตุการณ์ไม่ได้ก็ฆ่าตัวตายในส่วนของผู้นำในพรรคคอมมิวนิสต์เองก็ใช่ว่าจะได้รับการยกเว้น เติ้ง-เสี่ยวผิง กับหลิวซ่าวฉี (ตอนหลังตายในที่คุมขัง)ถูกปลด เผิงเต๋อหวายกับเฮ่อหลง  ถูกทรมารจนเสียชีวิต

สร้างโดย: 
น.ส.สุธิดา เด่นประภา โรงเรียนสตรีศรีสุริโยทัย ครูที่ปรึกษา อ.กัญฐินีภรณ์ ประถมด้วง

มหาวิทยาลัยศรีปทุม ผู้ใหญ่ใจดี
 
 

 ช่วยด้วยครับ
นักเรียนที่สร้างบล็อก กรุณาอย่า
คัดลอกข้อมูลจากเว็บอื่นทั้งหมด
ควรนำมาจากหลายๆ เว็บ แล้ววิเคราะห์ สังเคราะห์ และเขียนขึ้นใหม่
หากคัดลอกทั้งหมด จะถูกดำเนินคดี
ตามกฎหมายจากเจ้าของลิขสิทธิ์
มีโทษทั้งจำคุกและปรับในอัตราสูง

ช่วยกันนะครับ 
ไทยกู๊ดวิวจะได้อยู่นานๆ 
ไม่ถูกปิดเสียก่อน

ขอขอบคุณในความร่วมมือครับ

อ่านรายละเอียด

ด่วน...... ขณะนี้
พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2558 
มีผลบังคับใช้แล้ว 
ขอให้นักเรียนและคุณครูที่ใช้งาน
เว็บ thaigoodview ในการส่งการบ้าน
ระมัดระวังการละเมิดลิขสิทธิ์ด้วย
อ่านรายละเอียดที่นี่ครับ

 

สมาชิกที่ออนไลน์

ขณะนี้มี สมาชิก 0 คน และ ผู้เยี่ยมชม 59 คน กำลังออนไลน์