ไข่มุก...อมตะอัญมณีราชินีเเห่งท้องทะเล

รูปภาพของ sss28258

              หากเปรียบ "ทับทิม" เป็นราชาเเห่งอัญมณี "ไข่มุก" ก็ควรเป็นราชินีเช่นกัน เพราะไม่เพียงเเต่สวยงามเท่านั้น ยังให้ความรู้สึกนุ่มนวล อ่อนโยนเเละความสง่างาม

                    

                   โดยปกติมุกจะมีสีขาวเหลือบสีรุ้งเล็กน้อยจนถึงขาวนวล แต่ก็มีสีอื่น ๆ อีกเช่น ชมพู เงิน ครีม ทอง เหลือง เทา และดำ เป็นต้น โดยจะขึ้นอยู่กับชนิดของหอยมุก น้ำ และสภาวะแวดล้อมในบริเวณที่หอยมุกอยู่อาศัย


                                           

      สมบัติของไข่มุกทางอัญมณี ไข่มุกมีความแข็งประมาณ 2.5 - 3.5 เนื้ออ่อนกว่าแก้วแต่บดให้แตกเป็นผงค่อนข้างยากเนื่องจากมุก มีการจับตัวที่แน่นมาก องค์ประกองทางเคมีส่วนใหญ่เป็น Calcium Cabonate (CaCO3) 80 % ซึ่งปกติจะเป็นแร่ Aragonite,Conchiolin 10 - 14 % และน้ำ 2 - 4 % ไข่มุกมีค่าดัชนีหักเหประมาณ 1.53 - 1.69 ความวาวเป็นความวาวในตัวเองเรียกว่า วาว แบบมุก (Pearly luster) หรือ Orient ไข่มุกเป็นอัญมณีอินทรีย์ การดูแลรักษาจึงควรพยายามหลีกเลี่ยงไม่ให้โดนกรด น้ำหอม สบู่ ครีมทาผิว หรือสเปรย์ใส่ผม เพราะอาจทำให้สีของมุกเปลี่ยนไป

      ไข่มุกเป็นอัญมณีชนิดเดียวที่กำเนิดจากสิ่งมีชีวิต และเป็นหนึ่งในรัตนชาติ ที่ชอบนำมาเป็นเครื่องประดับมาช้านาน ข่มุกเกิดจาก หอยชนิดหนึ่ง เรียกว่า หอยมุก ซึ่วมีทั้งหอยฝาเดียวและหอยสองฝา แบ่งได้เป็น 2 ประเภท คือ
  1. ไข่มุกธรรมชาติ ซึ่งเกิดเองตามธรรมชาติ           2. ไข่มุกเลี้ยง

       ผู้ผลิตไข่มุกเลี้ยงประสบความสำเร็จคนแรกคือ นายโคคิชิ มิกิโมโตะ ได้นำมาดัดแปลงเอาหอยมุกขัดเป็นเม็ดกลมๆ เข้าไปในฝามุก เกิดเป็นมุกเลี้ยงมีสีสวยงาม หอยมุกที่นำมาเลี้ยงมีทั้งหอยทะเลและหอยน้ำจืด แต่ที่นิยมคือ หอยสองฝาเพราะมีเมือกเยอะ

           ไข่มุกเลี้ยงเรียกอีกอย่างว่า culture pearl

                                                  

                                                            

   ^-^   เเหล่งเลี้ยงหอยมุกของจ.ภูเก็ต ^-^

      จังหวัดภูเก็ตนอกจากจะโดดเด่นด้วยถูมิทัศน์ ศิลปวัฒนธรรม และวิถีชีวิตที่เรียบง่ายสุขสงบแล้ว ยังเป็นแหล่งผลิต “ไข่มุก” หลายชนิดที่ผลผลิตบางส่วนมีความงดงามไม่แพ้ไข่มุกแหล่งอื่นๆ ในประเทศไทยและในโลกนี้เลยแม้แต่น้อย 
 
นอกจากจังหวัดภูเก็ตแล้ว ยังมีการเพาะเลี้ยงไข่มุกที่จังหวัดอื่นๆ ได้แก่ จ.พังงา จ.ระนอง จ.สุราษฎร์ธานี จ.ตราด
                ไข่มุกภูเก็ตที่ทำฟาร์มเพาะเลี้ยงกันอยู่นั้นมีหลายชนิด ได้แก่
                ๑.ไข่มุก SOUTH SEA เป็นผลผลิตจากหอยมุกที่มีชื่อทางวิทยาศาสตร์ว่า PINCTADA MAXIMA หรือเรียกกันทั่ไปว่า WHITE-LIPPED, SILVER-LIPPED และ GOLD-LOPPED PEARL OYSTER  ซึ่งจะให้ผลผลิตไข่มุกกลุ่มสีขาว สีเงิน สีเหลือง สีทอง
                ๒.ไข่มุก SOUTH SEA เป็นผลผลิตจากไข่มุกที่มีชื่อทางวิทยาศาสตร์ว่า PINCTADA MARGARITIFERA หรือเรียกกันทั่วไปว่า BLACK-LIPPED PEARL OYSTER ซึ่งจะให้ผลผลิตไข่มุกกลุ่มสีเทา สีดำ สีเขียว
                ๓.ไข่มุก AKOYA ซึ่งมีชื่อทางวิทยาศาสตร์ว่า PINCTADA FUKATA มีชื่อสามัญว่า VULGARIS เรียกขานกันอย่างง่ายๆในวงการอัญมนีว่า JAPANESE PEARL หรือไข่มุกญี่ปุ่นนั่นเอง ซึ่งจะให้ผลผลิตกลุ่มสีขาว ครีม ชมพู คล้ายหอยมุกเซาท์ ซี แต่จะมีขนาดเล็กกว่า
                ๔.ไข่มุก MABE มีชื่อทางวิทยาศาสตร์ว่า PTEREA PENGUIN เรียกกันโดยทั่วไปว่า BLACK-WINGED PEARL OYSTER (คนไทยเรียกหอยปีกนก หอยมุกกวาง หรือหอยมุกกัลปังหา) ซึ่งจะให้ผลผลิตเป็นไข่มุกซีก (HALF PEARL หรือ HEMISPHERICAL PEARL) หรือที่หลายๆท่านเรียกกันว่าไข่มุกครึ่งซีกนั่นเอง

                     


 

สร้างโดย: 
มณีทิพย์ เจริญสุข ชั้น ม.3/9 เลขที่ 4 ร.ร. สตรีศรีสุริโยทัย

มหาวิทยาลัยศรีปทุม ผู้ใหญ่ใจดี
 
 

 ช่วยด้วยครับ
นักเรียนที่สร้างบล็อก กรุณาอย่า
คัดลอกข้อมูลจากเว็บอื่นทั้งหมด
ควรนำมาจากหลายๆ เว็บ แล้ววิเคราะห์ สังเคราะห์ และเขียนขึ้นใหม่
หากคัดลอกทั้งหมด จะถูกดำเนินคดี
ตามกฎหมายจากเจ้าของลิขสิทธิ์
มีโทษทั้งจำคุกและปรับในอัตราสูง

ช่วยกันนะครับ 
ไทยกู๊ดวิวจะได้อยู่นานๆ 
ไม่ถูกปิดเสียก่อน

ขอขอบคุณในความร่วมมือครับ

อ่านรายละเอียด

ด่วน...... ขณะนี้
พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2558 
มีผลบังคับใช้แล้ว 
ขอให้นักเรียนและคุณครูที่ใช้งาน
เว็บ thaigoodview ในการส่งการบ้าน
ระมัดระวังการละเมิดลิขสิทธิ์ด้วย
อ่านรายละเอียดที่นี่ครับ

 

สมาชิกที่ออนไลน์

ขณะนี้มี สมาชิก 0 คน และ ผู้เยี่ยมชม 176 คน กำลังออนไลน์