การถ่ายภาพกุหลาบ

.
.
.
.
.
.
การถ่ายภาพกุหลาบ
.
..
.
.
.
.
..........ฤดูไหนเหมาะที่สุดที่จะบันทึกภาพกุหลาบ  คำตอบย่อมแน่ชัดอยู่แล้วว่า เริ่มตั้งแต่ประมาณปลายเดือนพฤศจิกายนเรื่อยไปจนสิ้นเดือนกุมภาพันธ์  กุหลาบจะแข็งแรงงอกงามดีที่สุดเมื่ออากาศเย็น ดังนั้นระหว่างปลายเดือนธันวาคมต่อมกราคมจึงเป็นช่วงที่นักถ่ายภาพจะหารูปกุหลาบที่สวยๆได้ง่ายที่สุดในรอบปี นอกจากฤดูหนาวแล้ว กุหลาบช่วงต้นฝนประมาณเดือนมิถุนายนก็จะมีคุณภาพพอใช้ได้ เพราะกุหลาบผ่านร้อนมาได้รับอากาศที่เย็นกว่าจึงเจริญงอกงามและแข็งแรง แต่พอผ่านเข้าไปกลางฤดูฝน กุหลาบจะทรุดโทรมเพราะโรคที่เกิดจากความเปียกชื้น ใบจะร่วงและดอกจะไม่สมบูรณ์ สภาพโทรมของกุหลาบจะเป็นเรื่อยไปจนหมดฝนไปเข้าฤดูหนาว

..........ตอนไหนของวันเหมาะสมที่สุดในการเก็บภาพกุหลาบ โดยส่วนตัวผมคิดว่าตอนเช้ามากๆ ก่อนแดดจะส่องเป็นดีที่สุด เพราะลมยังไม่พัด ถ้ารอจนแดดออกประมาณแปดโมง ลมจะเป็นอุปสรรคหลายอย่าง โดยเฉพาะถ้าต้องถ่ายในลักษณะเข้าไปใกล้มากๆ ดังนั้นประมาณเจ็ดโมงเช้าจะเหมาะที่สุด เพราะแสงมากพอ ลมนิ่งและน้ำค้างที่จับดอกและใบ กุหลาบทำให้ได้บรรยากาศของฤดูหนาว ต่างกับการเอาน้ำไปฉีดพ่นดอกก่อนจะถ่าย แต่ในเมื่อชั่วโมงที่เหมาะสมมีอยู่เพียง 1-2 ชั่วโมง การถ่ายภาพกุหลาบก็คงจะหนีไม่พ้นสภาพแดดออกจัดและลมแรงไปได้

..........การพรางแสงแดดก็มีอุปกรณ์ที่ใช้กันอยู่หลายอย่างให้เลือก ผมใช้ถุงพลาสติกขุ่นขนาดใหญ่ขึงกับกรอบไม้ เอาไว้บังกรองแสงให้กระจาย และบางทีก็ใช้บังลมด้วย ลมนั้นรู้สึกว่าจะเป็นตัวทำให้ปวดหัวสำหรับการถ่ายภาพกุหลาบ
***สรุปแล้วการถ่ายภาพกุหลาบดูจะต้องมีอุปกรณ์หลายอย่างที่จำเป็น นอกจากตัวกล้องพร้อมเลนส์ คือ
.
-    เลนส์มาโคร (Macro Lens) หรือโคลสอัพเลนส์ คล้ายฟิลเตอร์
-    ขาตั้งกล้องสามขา
-    สายเคเบิลสำหรับกดชัตเตอร์
-    แผ่นกรองแสง เพื่อตัดแสงจ้าและกระจายแสง
-    แผ่นกระดาษสีเทาสำหรับวัดแสง
-    แผ่นสะท้อนแสงสำหรับลบเงา
.
เลนส์มาโคร ค่อนข้างจะจำเป็นสำหรับการถ่ายภาพกุหลาบ เพราะภาพสวยๆจะต้องถ่ายในระยะใกล้มากๆ ซึ่งกล้องทั่วไปจะเข้าไปถ่ายใกล้ขนาดนั้นไม่ได้

ขาตั้งกล้องสามขา  เป็นอุปกรณ์ที่ขาดไม่ได้สำหรับงานถ่ายรูปกุหลาบเพื่อตัดปัญหากล้องไหว แต่ถ้าด้วยเหตูใดก็ตามเกิดจำเป็นต้องถ่ายภาพใกล้โดยไม่มีขาตั้งกล้อง และด้วยความเร็วชัตเตอร์ต่ำ วิธีที่ป้องกันกล้องไหวที่ดีที่สุด คือ ถือกล้องด้วยมือขวา มือซ้ายประคองเลนส์ หนีบข้อศอกสองข้างชิดตัวให้แน่น กลั้นหายใจแล้วค่อยๆกด ชัตเตอร์

สายเคเบิลสำหรับกดชัตเตอร์  หล้องรุ่นใหม่บางทีไม่มีใช้หรือมีก็หลายสตางค์ แต่ก็เป็นของจำเป็น เพราะถ้าเอากล้องวางบนขาตั้งแล้วยังต้องกดชัตเตอร์ด้วยมือ โอกาสกล้องไหวก็ยังจะเกิดขึ้นได้ วิธีแก้ก็คือ ใช้การถ่ายโดยการตั้งเวลา กล้องส่วนมากจะมีอุปกรณ์ที่เรียกว่า Self-timer สำหรับกดชัตเตอร์ในตัวเองได้

แผ่นกรองแสง ทำเองได้ดังกล่าวไว้แล้ว แผ่นสะท้อนแสง หรือ รีเฟล็กเตอร์ก็เช่นกัน อาจใช้กระดาษขาวหนาๆแทนได้ แผ่นกรองแสงมีไว้สำหรับกระจายแสงไม่ให้คมและตัดเงาแดดได้เป็นอย่างดี ส่วนแผ่นสะท้อนแสงสาดแสงเข้าไปยังจุดหรือด้านที่แสงไม่พอ ซึ่งจะดีกว่าการใช้แฟรช

แผ่นกระดาษสีเทา มีไว้สำหรับวัดแสงโดยเครื่องวัดแสง เนื่องจากเป็นสีกลางๆ จึงให้ค่าเฉลี่ยของแสงได้พอดี นอกจากนั้นบางครั้งยังอาจใช้เป็นฉากหลังเพื่อบังแบ๊คกราวนด์ที่ไม่น่าดูได้ด้วย
  .
.
.
 
.
.
.
 
.
.
สร้างโดย: 
นางสาวจริยา หุ่นดี และคุณครูสุคนธ์ ยลประสาน (โรงเรียนสตรีศรีสุริโยทัย)

มหาวิทยาลัยศรีปทุม ผู้ใหญ่ใจดี
 

 ช่วยด้วยครับ
นักเรียนที่สร้างบล็อก กรุณาอย่า
คัดลอกข้อมูลจากเว็บอื่นทั้งหมด
ควรนำมาจากหลายๆ เว็บ แล้ววิเคราะห์ สังเคราะห์ และเขียนขึ้นใหม่
หากคัดลอกทั้งหมด จะถูกดำเนินคดี
ตามกฎหมายจากเจ้าของลิขสิทธิ์
มีโทษทั้งจำคุกและปรับในอัตราสูง

ช่วยกันนะครับ 
ไทยกู๊ดวิวจะได้อยู่นานๆ 
ไม่ถูกปิดเสียก่อน

ขอขอบคุณในความร่วมมือครับ

อ่านรายละเอียด

ด่วน...... ขณะนี้
พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2558 
มีผลบังคับใช้แล้ว 
ขอให้นักเรียนและคุณครูที่ใช้งาน
เว็บ thaigoodview ในการส่งการบ้าน
ระมัดระวังการละเมิดลิขสิทธิ์ด้วย
อ่านรายละเอียดที่นี่ครับ

 

สมาชิกที่ออนไลน์

ขณะนี้มี สมาชิก 0 คน และ ผู้เยี่ยมชม 13 คน กำลังออนไลน์