การเลือกซื้อดอกกุหลาบ

.
.
.
.
.
.
การเลือกซื้อดอกกุหลาบ
.
.

.
ที่มารูปภาพ : http://pic2u.net/v.php?s=882_006.jpg
.
.
..........คุณภาพของดอกกุหลาบที่สำคัญที่สุดที่ผู้ซื้อต้องการก็คือความทน หรือที่ฝรั่งเรียกว่า “อายุปักแจกัน” (VASELIFE) เดี๋ยวนี้กุหลาบพันธุ์ตัดดอกที่ปลูกขายกันอยู่ส่วนใหญ่ก็มีอายุแจกัน 4-5 วันเป็นอย่างน้อย แต่ก็อย่าวางใจนักว่ากุหลาบที่เรารู้จักว่าเป็นพันธุ์ที่อายุแจกันหลายวันจะอยู่กับเราตามที่คิด เพราะกุหลาบจะปักแจกันได้ทนแค่ไหนขึ้นอยู่กับปัจจัยมากหลายประการ เริ่มตั้งแต่อยู่ที่สวนจนถึงเมื่อมาอยู่ในกระป๋องที่ร้านที่เราได้ซื้อมา คนเหล่านั้น...คนปลูก คนกลาง คนขนส่ง คนขาย...เขาทำกับดอกกุหลาบโดยถูกโดยควรหรือไม่

..........สำหรับที่สวนในรถที่ขนกุหลาบ ที่ร้านขายส่งนั้น เราไม่ได้รู้ไม่ได้เห็น และไม่มีทางรู้ แต่เราก็ยังพอมีทางจะดูจากตัวดอกกุหลาบ กิ่งก้านและใบที่เราเห็นในขณะที่เราซื้อรวมทั้งสภาพแวดล้อมอื่นๆ บางอย่างที่จะช่วยเราตัดสินว่าควรจะซื้อหรือไม่

1.    หน้าตาของร้านขายดอกกุหลาบ พอจะทำให้เราเดาออกว่าเขาทำกับกุหลาบที่เขาขายอย่างไร สังเกตภาชนะที่ใส่ดอก ความสะอาด ความเรียบร้อยในร้าน การวางภาชนะที่ใส่ดอกไว้ในที่เหมาะสมหรือไม่

2.    หน้าตาของดอกกุหลาบ รู้สึกว่าจะเป็นเรื่องธรรมดาที่สุดที่หน้าตาของดอกกุหลาบเป็นสิ่งที่คนซื้อดอกจะต้องดูก่อนอื่น ถ้าดอกกุหลาบหน้าตาซูบซีด เหงาๆ สีไม่สดใสเปล่งปลั่งก็สรุปได้เลยว่ากุหลาบกำลังหมดอายุหรือไม่ก็ขาดน้ำขาดอาหาร ทั้งๆ ที่ยังไม่หมดอายุจริงย่อมเป็นดอกไม่ควรซื้อ

3.    ใบกุหลาบที่ปิดอยู่กับก้าน ก็บอกอะไรได้เหมือนๆ กับดอกกุหลาบที่ยังสด ใบจะสดใสเปล่งปลั่ง ถ้าใบเริ่มแตกหรือหลุบ ใบนิ่ม ก็แสดงว่ากำลังจะหมดอายุหรือขาดอาหาร ขาดน้ำดังกล่าวแล้ว

4.    แต่กุหลาบที่หน้าตาดี บางทีก็หลอกคนซื้อเอาได้เหมือนกัน การดูด้วยตาบางทีจึงอาจไม่พอ ถ้าจะให้แน่ต้องขอเอามือคลำ แต่วิธีตรวจสอบคุณภาพแบบนี้ ต้องทำให้แนบเนียนสักหน่อย เพื่อจะได้ไม่ถูกค้อนเอา  กุหลาบที่จับดูกลีบยังแข็งก็แสดงว่าก้านยังดูดน้ำดีและยังมีอาหารพอ ถ้ากลีบเริ่มนิ่มก็เป็นเครื่องบอกว่าเริ่มมีปัญหาแล้ว แม้ว่าหน้าตายังดีก็ตาม

5.    คนซื้อดอกกุหลาบที่คิดว่า ถ้าซื้อดอกที่ยังตูมเข้าไว้จะได้กำไรกว่า เพราะจะอยู่ได้หลายวัน อาจผิดหวังได้ง่ายๆ เพราะดอกตูมที่ซื้อไปจะตูมอยู่อย่างนั้นจนคอพับอยู่ในแจกันในที่สุด

6.    ดอกกุหลาบที่จะอยู่ในแจกันทนจะต้องเป็นดอกที่คนขายเก็บรักษาและดูแลมาด้วยดี นอกจากจะสังเกตตัวดอกรวมไปจนถึงใบแล้ว ถ้าไม่กลัวถูกหาว่าเป็นคนซื้อดอกกุหลาบที่ “กระดูก”ที่สุดก็ควรจะดูก้านกุหลาบเสียด้วย

7.    ภาชนะใส่ดอกที่คนขายใช้อยู่ก็เหมือนกับหน้าตาร้านขายดอกกุหลาบ คือเป็นตัวบอกคุณภาพของดอกที่เขาขายได้เป็นอย่างดี ถ้าข้างนอกยังสกปรกแล้ว ก็เชื่อต่อไปได้เลยว่าข้างในคงจะไม่ล้างสะอาดแน่ ถังที่ไม่ล้างทำความสะอาดทุกครั้งที่เปลี่ยนน้ำทำให้จุลินทรีย์สะสมอยู่ ก้านดอกจะเน่าเร็วและอายุกุหลาบจะสั้นลง ถ้าจะให้ดีตอนที่ยกกุหลาบขึ้นมาดูก้าน แอบเอานิ้วจุ่มลงไปในน้ำที่แช่ดอกแล้ว ยังไม่เปลี่ยนน้ำที่แช่ด้วย

8.    ซื้อกุหลาบตอนไหนก็ไม่ลำบากใจ เท่ากับเทศกาลวาเลนไทน์ เพราะตอนนั้นจะมีดอกกุหลาบที่ไม่ใช่กุหลาบแห่งความรัก แต่เป็นกุหลาบแห่งความโลภออกมาขายปะปนอยู่จนไม่รู้ว่าอะไรเป็นกุหลาบดี อะไรเป็นกุหลาบเลว
 .
***กุหลาบเลวหรือกุหลาบแห่งความโลภที่ผมกล่าวถึงนี้ คือกุหลาบที่เขากักตุนไว้ในห้องเย็นเป็นเวลานานเกินกว่าที่กุหลาบจะมีชีวิตอยู่ได้ เช่น 15 วัน 20 วัน หรือ 1 เดือน แล้วเอาออกมาขาย กุหลาบอย่างนี้ไม่มีขายในเฉพาะเมืองไทยเท่านั้น เพราะฝรั่งก็โลภเป็นเหมือนกัน ความโลภจึงเกือบจะเป็นเรื่องปกติธรรมดาระดับ “อินเตอร์”เสียแล้ว
  .
.
.
 
.
.
.
                    
สร้างโดย: 
นางสาวจริยา หุ่นดี และคุณครูสุคนธ์ ยลประสาน (โรงเรียนสตรีศรีสุริโยทัย)

มหาวิทยาลัยศรีปทุม ผู้ใหญ่ใจดี
 

 ช่วยด้วยครับ
นักเรียนที่สร้างบล็อก กรุณาอย่า
คัดลอกข้อมูลจากเว็บอื่นทั้งหมด
ควรนำมาจากหลายๆ เว็บ แล้ววิเคราะห์ สังเคราะห์ และเขียนขึ้นใหม่
หากคัดลอกทั้งหมด จะถูกดำเนินคดี
ตามกฎหมายจากเจ้าของลิขสิทธิ์
มีโทษทั้งจำคุกและปรับในอัตราสูง

ช่วยกันนะครับ 
ไทยกู๊ดวิวจะได้อยู่นานๆ 
ไม่ถูกปิดเสียก่อน

ขอขอบคุณในความร่วมมือครับ

อ่านรายละเอียด

ด่วน...... ขณะนี้
พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2558 
มีผลบังคับใช้แล้ว 
ขอให้นักเรียนและคุณครูที่ใช้งาน
เว็บ thaigoodview ในการส่งการบ้าน
ระมัดระวังการละเมิดลิขสิทธิ์ด้วย
อ่านรายละเอียดที่นี่ครับ

 

สมาชิกที่ออนไลน์

ขณะนี้มี สมาชิก 0 คน และ ผู้เยี่ยมชม 20 คน กำลังออนไลน์