การเก็บเกี่ยวและการปฏิบัติหลังการเก็บเกี่ยว

.
.
.
.
.
.
การเก็บเกี่ยวและการปฏิบัติหลังการเก็บเกี่ยว
.
.
.
ที่มารูปภาพ : http://www.ku.ac.th/e-magazine/nov49/image/flo1.jpg
 .
.
ระยะเก็บเกี่ยว

ระยะที่เหมาะสมในการเก็บเกี่ยวกุหลาบ คือ ตัดเมื่อดอกตูมอยู่หรือเห็นกลีบดอกเริ่มแย้ม (ยกเว้นบางสายพันธุ์) หากตัดดอกอ่อนเกินไปดอกจะไม่บาน ในฤดูร้อนควรตัดในระยะที่ยังตูมมากกว่าการตัดในฤดูหนาว เพราะดอกจะบานเร็วกว่า

วิธีการปฏิบัติหลังการเก็บเกี่ยว

1. การตัดดอก ควรใช้มีดหรือกรรไกรที่คม และ สะอาด

2. เมื่อตัดดอกจากต้นแล้ว รีบนำก้านดอกแช่ในน้ำสะอาดทันที (ในแปลง) ph ของน้ำที่ใช้แช่ประมาณ 3 - 4 (โดยใช้กรดซิตริก หรือ กรดมะนาว) ใช้เวลาแช่ ประมาณ 0.5 - 1 ชั่วโมง ในอุณหภูมิปกติ

3. การลดอัตราการหายใจ และการคายน้ำของกุหลาบ กระทำได้โดยนำกุหลาบไปแช่ในห้องเย็น (ในกรณีที่ไม่มีห้องเย็น ก็อาจนำดอกกุหลาบเก็บไว้ในที่เย็นชื้น ไม่มีลมโกรก และ มืด เช่น ในห้องน้ำ) และการเก็บรักษาสภาพกุหลาบให้สด ควรแช่กุหลาบในน้ำยารักษาสภาพดอกไม้นาน อย่างน้อย 2 - 3 ชั่วโมง ที่อุณหภูมิ 2 - 4 องศาเซลเซียส

4. การคัดเกรดดอกกุหลาบ มักจะคัดตามความยาวก้านดอก ตามความต้องการของแต่ละตลาดเป็นเกณฑ์ โดยจะวัดจากปลายก้าน ถึง ปลายดอก (ไม่ใช่ฐานดอก) อย่างไรก็ตามขนาดของดอกในเกรดหนึ่งๆ จะขึ้นอยู่กับกุหลาบแต่ละพันธุ์ แต่ขนาดของดอกจะต้องได้สัดส่วน เหมาะสมกับความยาวของก้าน ตัวอย่าง การคัดเกรดของกลุ่มผู้ปลูกกุหลาบเชียงใหม่ คือ ความยาวก้านดอก 30 , 40 , 50 , 60 , 70 , 80 เซนติเมตร

5. การเข้ากำและห่อดอก การมัดกำจะขึ้นอยู่กับความต้องการของตลาดแต่ละแห่ง เช่น กำละ 10 , 20 , 25 , 50 ดอก ในการห่อดอกควรเรียงหน้าดอกกุหลาบให้เสมอกัน และตัดปลายก้านให้เสมอกัน ถ้าหากขนส่งระยะทางไกลๆ ควรห่อดอกกุหลาบด้วยพลาสติกประเภทพลาสติกใส หรือกระดาษลูกฟลูก หน้ากว้างประมาณ 15 - 30 เซนติเมตร ห่อให้เหลือปลายเหนือดอก ประมาณ 1 - 1.5 นี้ว เพื่อป้องกันการกระแทกระหว่างการขนส่ง

6. การบรรจุกล่อง ขนาดกล่องมาตรฐานสำหรับบรรจุดอกไม้ขนส่งเครื่องบินไปต่างประเทศ คือ กล่องขนาด 0.4 x 1 x 0. 3 เมตร ซึ่งบรรจุดอกกุหลาบได้ประมาณ 250 - 400 ดอก น้ำหนักประมาณ 13 - 15 กิโลกรัม การขนส่งระยะทางไกลๆ ควรบรรจุในกล่องกระดาษลูกฟูก ซึ่งอาจรองพื้นกล่องด้วยพลาสติกประเภท โพลีเฟกซ์ (Poly flex)  เพราะพลาสติกชนิดนี้อากาศและความชื้นสามารถผ่านเข้าออกได้ สำหรับการวางกุหลาบ จะวางเรียงสลับหัวท้ายโดยในกล่องควรจะมีวัสดุสำหรับดูดซับเอทธิลีนที่ดอกไม้คายออกมา

7. การขนส่ง ใช้ในกรณีที่ใช้เวลาขนส่งจากสวนถึงตลาด ใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมง มักจะขนส่งดอกกุหลาบโดยจัดวางมัดห่อดอกเป็นชั้นๆ ในรถบรรทุก และแต่ละชั้นจะมีแผ่นไม้ ซึ่งพาดคานอยู่กับราวทั้ง 2 ข้าง วางคั่นอยู่เพื่อไม่ให้ห่อดอกกดทับกันเอง การทำเช่นนี้จะทำให้สะดวกในการแยกพันธุ์ แยกสี และขนาด อีกทั้งสะดวกในการจำหน่ายอีกด้วย สำหรับดอกไม้ขนส่งเป็นระยะทางไกล ควรบรรจุในกล่องและขนส่งโดยรถห้องเย็น หรือรถปรับอากาศ ในการขนส่งดอกกุหลาบจะต้องขนส่งด้วยความระมัดระวัง และอุณหภูมิในระหว่างการขนส่งจะต้องไม่สูงหรือต่ำเกินไป อีกทั้งไม่ควรขนส่งดอกกุหลาบไปพร้อมกับผักหรือผลไม้ ซึ่งจะมีการผลิตแก๊สเอทธิลีนออกมามาก ส่งผลให้ดอกกุหลาบเสื่อมคุณภาพเร็ว ตลอดจนสีของดอกกุหลาบซีดลง
.
.
.
.
 .

                          
สร้างโดย: 
นางสาวจริยา หุ่นดี และคุณครูสุคนธ์ ยลประสาน (โรงเรียนสตรีศรีสุริโยทัย)

มหาวิทยาลัยศรีปทุม ผู้ใหญ่ใจดี
 

 ช่วยด้วยครับ
นักเรียนที่สร้างบล็อก กรุณาอย่า
คัดลอกข้อมูลจากเว็บอื่นทั้งหมด
ควรนำมาจากหลายๆ เว็บ แล้ววิเคราะห์ สังเคราะห์ และเขียนขึ้นใหม่
หากคัดลอกทั้งหมด จะถูกดำเนินคดี
ตามกฎหมายจากเจ้าของลิขสิทธิ์
มีโทษทั้งจำคุกและปรับในอัตราสูง

ช่วยกันนะครับ 
ไทยกู๊ดวิวจะได้อยู่นานๆ 
ไม่ถูกปิดเสียก่อน

ขอขอบคุณในความร่วมมือครับ

อ่านรายละเอียด

ด่วน...... ขณะนี้
พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2558 
มีผลบังคับใช้แล้ว 
ขอให้นักเรียนและคุณครูที่ใช้งาน
เว็บ thaigoodview ในการส่งการบ้าน
ระมัดระวังการละเมิดลิขสิทธิ์ด้วย
อ่านรายละเอียดที่นี่ครับ

 

สมาชิกที่ออนไลน์

ขณะนี้มี สมาชิก 0 คน และ ผู้เยี่ยมชม 7 คน กำลังออนไลน์