หนัง

รูปภาพของ Nartect

หนังแท้หรือหนังเทียมจะดูยังไง?!?

          อดีตหนังแท้นั้นมีลักษณะที่บ่งบอกได้ชัดเจนอยู่หลายประการ เช่น กลิ่น ลาย พื้นผิว ด้านหลัง ฯลฯ แต่ปัจจุบันมีเทคโนโลยีเข้ามา จนทำให้หนังเทียมมีรูปแบบ ลวดลาย ใกล้และเหมือน หนังแท้มากขึ้น เราจึงต้องมารู้จักลักษณะพื้นฐาน ของหนังแท้และ หนังเทียมกันก่อน ดังนี้

ลักษณะพื้นฐานของหนังแท้
          ในอดีตหนังแท้มีลักษณะพื้นฐานที่ชี้ชัดได้ง่ายเช่น มีกลิ่นหนัง ผิวมีรูขน ด้านหลังเป็นขน สักหลาด ซึมซับน้ำหากอากาศเย็นเมื่อสัมผัสจะรู้สึกอุ่น ขณะที่อากาศร้อน เมื่อสัมผัส จะรู้สึก เย็นดูแลทำความสะอาดยาก ลายบนผิวเป็นธรรมชาติไม่มีรอยต่อลาย (Emboss repeat) การพัฒนาด้านต่างๆ ในอุตสาหกรรมการฟอกหนัง และการตกแต่ง (Finishing) เป็นปัจจัย ที่ทำให้ลักษณะพื้นฐานเปลี่ยนไปจนไม่อาจจะใช้เป็นตัวพิจารณา บ่งบอก ความเป็นหนังแท้ ได้อีกต่อไป ซึ่งการฟอกย้อม ในปัจจุบันมีความพยายาม ที่จะลดกลิ่น หรือให้เจือจางที่สุด ดังนั้น หนังแท้ที่ดีจึงมักไม่มีกลิ่น มีการใช้ Water Repel lance เพื่อป้องกันไม่ให้น้ำเกาะ หนังมีฉนวน และถ่ายเทอากาศได้ ก็เป็นเฉพาะหนัง ประเภท Full grain หรือ Corrected grain ที่ผ่านการ Top coating หรือ Finishing บางๆ เท่านั้น หนัง

                                                                               Thanks : http://www.rongpim.com/images/sofagreen1.jpg

แท้ส่วนใหญ่ผิวลาย รอยย่นของผิว (Grain Break) โดยปกติจะมีลักษณะ เป็นธรรมชาติเหมือนผิวหนังของคน แต่หนังแท้บางชนิดที่เนื้อแน่น หรือ แข็ง ที่เป็น หนังคุณภาพดีก็ไม่มี รอยย่นของผิว ให้สังเกตดูขณะเดียวกันหนังเทียม PU จะมีรอยย่นของผิวใกล้เคียงกับหนังแท้ทั่วไป หนังแท้ จะมีขนาด (Shape/Size) แต่ละชิ้น ไม่แน่นอน เพราะเป็นของธรรมชาติ หนังแท้จะไม่ ติดไฟหรือถ้าติดก็จะดับได้เอง

หนังเทียมเหมือนหรือใกล้หนังแท้แค่ไหน
          หลายปีมาแล้วเทคโนโลยีได้สร้างหนังเทียมที่มีคุณสมบัติทั้งทางกายภาพ และทางด้านเคมี เหมือนหนังแท้ จนสามารถ แยกแยะ แม้จะด้วยวิธีการวิเคราะห์ ในห้องแล็ป ถึงกระนั้นต้นทุนที่ได้มาสูงกว่าราคาหนังแท้มากจนไม่มีความคุ้มค่าเชิงพาณิชย์อย่างไรก็ตาม หนังเทียมทั้ง PU / PVC ก็คงมีลักษณะพื้นฐาน หลายอย่างที่แตกต่างจากหนังแท้และ หลายอย่างเหมือนหรือ ใกล้เคียงกับหนังแท้ ตัวอย่างเช่น รอยย่นผิวบน ปกติหนังเทียม PVC จะไม่เกิดรอยย่นเมื่อเวลา พับด้านผิวบนเข้าหากันเพราะมีความกระด้างมาก ขณะที่ Semi-PU และหนังเทียม PU จะมีรอยย่นดูคล้ายหนังแท้ ผิวหน้าของหนังเทียม PU มักมีความหนืด ติดมือ (sticky) ขณะหนังเทียม PVC กลับมีความแห้งลื่นมากว่า เมื่อเทียบกับหนังแท้ ด้านหลังของหนังเทียม PVC โดยปกติจะเป็นผ้าทอ หากไม่มีหลังผ้า ก็จะเห็น เป็นชั้นพลาสติก ขณะที่หนังเทียม PU ทั่วไปก็เช่นกัน เว้นแต่บางเกรด (Coaggulation by Dipping base) ที่ถูกนำไปขัดด้วยกระดาษทรายด้านหลังจนทำให้เป็นขนดูคล้ายหนังกลับหรือเส้นใย หนังแท้

Thanks : http://i191.photobucket.com/albums/z15/chaikarn/330-2147-1.jpg

Thanks : http://www.thai-plastic.com/images/trade/trade1145_20090520_085245.jpg

 

สร้างโดย: 
สินีนาฏ สัพทานนท์

มหาวิทยาลัยศรีปทุม ผู้ใหญ่ใจดี
 

 ช่วยด้วยครับ
นักเรียนที่สร้างบล็อก กรุณาอย่า
คัดลอกข้อมูลจากเว็บอื่นทั้งหมด
ควรนำมาจากหลายๆ เว็บ แล้ววิเคราะห์ สังเคราะห์ และเขียนขึ้นใหม่
หากคัดลอกทั้งหมด จะถูกดำเนินคดี
ตามกฎหมายจากเจ้าของลิขสิทธิ์
มีโทษทั้งจำคุกและปรับในอัตราสูง

ช่วยกันนะครับ 
ไทยกู๊ดวิวจะได้อยู่นานๆ 
ไม่ถูกปิดเสียก่อน

ขอขอบคุณในความร่วมมือครับ

อ่านรายละเอียด

ด่วน...... ขณะนี้
พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2558 
มีผลบังคับใช้แล้ว 
ขอให้นักเรียนและคุณครูที่ใช้งาน
เว็บ thaigoodview ในการส่งการบ้าน
ระมัดระวังการละเมิดลิขสิทธิ์ด้วย
อ่านรายละเอียดที่นี่ครับ

 

สมาชิกที่ออนไลน์

ขณะนี้มี สมาชิก 0 คน และ ผู้เยี่ยมชม 13 คน กำลังออนไลน์