ความหมายของ “วรรณคดี” และ “วรรณกรรม”

      

         5. วรรณคดีไทยมีเนื้อหาเกี่ยวเนื่องกับชนชั้นสูงมากกว่าคนสามัญ  ตัวละครเอกมักเป็นกษัตริย์และชนชั้นสูง คุณสมบัติสำคัญของตัวเอกจะเน้นที่บุญญาธิการซึ่งเป็นผลมาจาก "บารมี" ที่ได้ทำไว้ทั้งในชาตินี้และชาติก่อน (อดีตชาติ) การที่เป็นดังนี้เนื่องจากในอดีตสถาบันกษัตริย์เป็นศูนย์รวมแห่งอำนาจวัฒนธรรมและความอยู่รอดของชาติบ้านเมืองจะดีหรือไม่ดีขึ้นอยู่กับกษัตริย์เป็นสำคัญ

         6. แนวคิดสำคัญที่พบในวรรณคดีไทยโดยทั่วไปเป็นแนวคิดแบบพุทธปรัชญาง่ายๆ  เช่น แนวคิดเรื่องทำดีได้ดี ทำชั่วได้ชั่ว แนวคิดเรื่องความไม่เที่ยงของสรรพสิ่ง (อนิจจัง) แนวคิดเรื่อง ความกตัญญู แนวคิดเรื่องความจงรักภักดี แนวคิดเรื่องความรักและการพลัดพราก เป็นต้น

        7. เนื้อเรื่องที่รับมาจากวรรณกรรมต่างชาติจะได้รับการดัดแปลงให้เข้ากับวัฒนธรรมไทย  เช่นบทละครเรื่องอิเหนา แม้เนื้อเรื่องจะเป็นนิยายชวา มีคำศัพท์ภาษาชวาติดมาด้วย แต่ฉากสถานที่วัฒนธรรมประเพณี และค่านิยมต่างๆ ได้รับการปรับเปลี่ยนให้เป็นแบบไทย

         8. ในวรรณคดีไทยมีลักษณะเป็นวรรณคดีสำหรับอ่าน  แม้จะใช้กลอนบทละครในการเดินเรื่องแต่ที่จริงแล้วมีลักษณะเป็นวรรณคดีสำหรับอ่าน แบบเดียวกับหนังสือนิทานคำกลอนอื่นๆ เนื่องจากมีการพรรณนาความยืดยาว ให้รายละเอียดต่างๆ เพื่อให้ผู้อ่านได้ภาพชัดเจน การแต่งก็เน้นความไพเราะของคำ ดังนั้นเมื่อจะนำไปใช้เป็นบทแสดง จะต้องปรับเปลี่ยนบทเสียใหม่เพื่อให้กระชับขึ้น ถ่ายทอดเป็นท่ารำได้ จึงไม่จำเป็นต้องเน้นความไพเราะของคำมากนัก ดังเราจะพบว่า บทละครเรื่องรามเกียรติ์ สมัยรัชกาลที่ 1 มีเนื้อความสมบูรณ์ครบถ้วน แต่ไม่เหมาะที่จะนำมาแสดงละคร

          9. ในวรรณคดีไทยมักมีบทอัศจรรย์แทรกอยู่ด้วย  เรื่องของความรักและเพศสัมพันธ์เป็นธรรมชาติอย่างหนึ่งของมนุษย์ ในหารพรรณนาฉากรักฉากพิศวาสของตัวละครหญิงชาย กวีไทยไม่นิยมกล่าวตรงไปตรงมา แต่จะกล่าวถึงโดยใช้กลวิธีการเปรียบเทียบหรือใช้สัญลักษณ์แทน บทนี้เรียกกันว่า “บทอัศจรรย์” กล่าวคือ กวีใช้ธรรมชาติเป็นสัญลักษณ์แทนการแสดงพฤติกรมทางเพศ บทอัศจรรย์จึงเป็นบทที่ต้องใช้ความสามารถในการแต่ง เพื่อให้เป็นงานทางศิลปะมิใช่อนาจาร

        10. วรรณคดีไทยมักแทรกวามเชื่อและค่านิยมของไทยไว้ด้วยเสมอ 
นอกจากความเชื่อดั้งเดิมแล้ว จะเห็นได้ว่า ความเชื่อของคนไทยยังมีที่มาจากพระพุทธศาสนา จากคำประพันธ์ข้างต้นแสดงตามความเชื่อในเรื่องการเวียนว่ายตายเกิด

     -     ชาตินี้-ชาติหน้าตามแบบชาวพุทธ ผู้พูดอธิษฐานว่า เมื่อตายไปแล้วขอให้ได้เกิดใหม่และพบกันใหม่ในสวรรค์ ท้ายสุดได้มุ่งความปรารถนาไปสู่นิพพานซึ่งเป็นความปรารถนาสูงสุดของชาวพุทธ
     -     ในวรรณคดีไทยเราจะพบความเชื่อที่ผสมปนเปกันระหว่างไสยศาสตร์ตามคติดั้งเดิมกับความเชื่อในพระพุทธศาสนา ทั้งนี้เป็นผลสืบเนื่องมาจากการนับถือพุทธศาสนาแบบไทยซึ่งผสมผสานความเชื่อดังกล่างเข้าด้วยกัน
    -      ลักษณะต่างๆ ดังที่กล่าวมาข้างต้น นับเป็นลักษณะเด่นของวรรณคดีไทย ซึ่งผู้เรียนควรเรียนรู้และเข้าใจเพื่อจะอ่านวรณคดีไทยได้อย่างซาบซึ้งต่อไป


ที่มา 1. http://library.uru.ac.th/webdb/images/tuy1.htm

สร้างโดย: 
ทิพย์พรรษา

มหาวิทยาลัยศรีปทุม ผู้ใหญ่ใจดี
 
 

 ช่วยด้วยครับ
นักเรียนที่สร้างบล็อก กรุณาอย่า
คัดลอกข้อมูลจากเว็บอื่นทั้งหมด
ควรนำมาจากหลายๆ เว็บ แล้ววิเคราะห์ สังเคราะห์ และเขียนขึ้นใหม่
หากคัดลอกทั้งหมด จะถูกดำเนินคดี
ตามกฎหมายจากเจ้าของลิขสิทธิ์
มีโทษทั้งจำคุกและปรับในอัตราสูง

ช่วยกันนะครับ 
ไทยกู๊ดวิวจะได้อยู่นานๆ 
ไม่ถูกปิดเสียก่อน

ขอขอบคุณในความร่วมมือครับ

อ่านรายละเอียด

ด่วน...... ขณะนี้
พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2558 
มีผลบังคับใช้แล้ว 
ขอให้นักเรียนและคุณครูที่ใช้งาน
เว็บ thaigoodview ในการส่งการบ้าน
ระมัดระวังการละเมิดลิขสิทธิ์ด้วย
อ่านรายละเอียดที่นี่ครับ

 

สมาชิกที่ออนไลน์

ขณะนี้มี สมาชิก 0 คน และ ผู้เยี่ยมชม 107 คน กำลังออนไลน์