ศาลปกครองยกฟ้องคดี"โอเน็ต" [05 พ.ย. 52]

รูปภาพของ sss27177

เมื่อวันที่ 4 พฤศจิกายน ที่ห้องพิจารณาคดี 3 ศาลปกครองกลาง ถนนแจ้งวัฒนะ นายอภิรัฐ ปานเทพอินทร์ ตุลาการศาลปกครองกลาง เจ้าของสำนวน มีคำพิพากษายกฟ้องคดีที่นายชัยวิชิต เจษฎาภัทรกุล นักเรียนโรงเรียนวัดนวลนรดิศ ซึ่งจบ ม.6 ปีการศึกษา 2548 ยื่นฟ้องสำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา (สกอ.) เรื่องเป็นหน่วยงานทางปกครอง ออกคำสั่งโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย กรณีที่ออกระเบียบการคัดเลือกบุคคลเข้าศึกษาในสถาบันอุดมศึกษา ปีการศึกษา 2551 เรื่องผู้สมัครต้องมีผลการทดสอบทางการศึกษาแห่งชาติขั้นพื้นฐาน หรือโอเน็ต ตรงกับปีที่จบ โดยนายชัยวิชิตอ้างว่าจบ ม.6 ปีการศึกษา 2528 และจบปริญญาตรีคณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยรรมศาสตร์ เมื่อปี 2549 แต่ต้องการเปลี่ยนมาทำงานด้านกฎหมาย จึงอยากสมัครเข้าเรียนในสาขาที่เกี่ยวข้องกับวิชาการด้านกฎหมาย ซึ่งปี 2549 เป็นปีแรกของการเปลี่ยนแปลงจากระบบเอ็นทรานซ์ เป็นระบบกลางการรับนิสิตนักศึกษา หรือแอดมิสชั่นส์ โดยกำหนดให้ผู้สมัครต้องใช้คะแนนโอเน็ตเป็นองค์ประกอบหนึ่ง ซึ่งนายชัยวิชิตอ้างว่าได้สอบโอเน็ตในปี 2549 และ 2550 และนำคะแนนไปสมัครคัดเลือกในคณะด้านกฎหมาย แต่ไม่ผ่าน ต่อมาปี 2551 ได้นำคะแนนสอบโอเน็ตในปี 2549 ไปสมัครคัดเลือกผ่านระบบแอดมิสชั่นส์อีก เมื่อคำนวณคะแนนทุกองค์ประกอบพบว่าคะแนนรวมตัวเองสูงกว่าคะแนนขั้นต่ำของคณะนิติศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย แต่กลับไม่ผ่านการคัดเลือก เมื่อสอบถามไปยัง สกอ.ได้รับคำตอบว่าขาดคุณสมบัติเรื่องคะแนนสอบโอเน็ต

ศาลพิเคราะห์แล้วเห็นว่า ประเด็นทั้งสองถือเป็นการกระทำที่ชอบด้วยกฎหมาย โดยการปรับเปลี่ยนระบบคัดเลือกนักศึกษาเป็นอำนาจหน้าที่ของสถาบันอุดมศึกษาแต่ละแห่งที่กระทำได้ตามกฎหมาย การปรับระบบจากเอ็นทรานซ์เป็นแอดมิสชั่นส์ เป็นมติที่ประชุมอธิการบดีมหาวิทยาลัยแห่งประเทศไทย (ทปอ.) ส่วน สกอ.เป็นเพียงผู้ประสานงาน และดำเนินการแทนมหาวิทยาลัยต่างๆ อีกทั้งเหตุผลการจำกัดให้ผู้สมัครแอดมิสชั่นส์ใช้คะแนนโอเน็ตในปีที่จบ ม.6 เพียงครั้งเดียว รับฟังได้ว่าการสอบโอเน็ตมุ่งวัดผลสัมฤทธิ์การเรียนชั้น ม.ปลายของนักเรียน เพื่อประกันคุณภาพการศึกษา และเป็นดัชนีบ่งชี้การปรับปรุงคุณภาพการเรียนการสอนให้สถานศึกษา นักเรียนแต่ละคนจึงเข้ารับการทดสอบโอเน็ตได้เพียงครั้งเดียวในปีที่จบ คุณสมบัติของคะแนนโอเน็ตที่นำมาใช้จึงต้องให้สอดคล้องกับวัตถุประสงค์ นอกจากนี้ ผู้ที่จบไม่ตรงกับปีที่สอบโอเน็ต และเข้าสอบโอเน็ต ขัดต่อหลักการ และวัตถุประสงค์ของการสอบ อาจส่งผลให้การวัดผลสัมฤทธิ์ของสถานศึกษาคลาดเคลื่อน ศาลเห็นว่าหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้โอกาสกับผู้จบการศึกษาก่อนปี 2549 พอสมควรแล้ว จึงไม่อาจกล่าวอ้างได้ว่าเรื่องที่เกิดขึ้นสร้างความไม่เป็นธรรม หรือเลือกปฏิบัติแก่บุคคลใดบุคคลหนึ่ง จึงพิพากษายกฟ้อง

พญ.กมลพรรณ ชีวพันธุศรี ประธานเครือข่ายพ่อแม่เยาวชนเพื่อการปฏิรูปการศึกษา กล่าวว่า ที่เครือข่ายเป็นโจทก์ยื่นอุทธรณ์ฟ้องอาญานายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) และ ศธ.เนื่องจากละเว้นการปฏิบัติหน้าที่กรณีเปลี่ยนแปลงระบบการสอบคัดเลือก โดยไม่ยับยั้งการใช้ระบบแอดมิสชั่นส์นั้น ศาลอุทธรณ์รับคำฟ้องแล้ว และให้ส่งสำนวนแก้ไขภายใน 15 วัน นอกจากนี้ เครือข่ายยังเตรียมฟ้องนายชัยวุฒิ บรรณวัฒน์ รัฐมนตรีช่วยว่าการ ศธ., สถาบันทดสอบทางการศึกษาแห่งชาติ (สทศ.), นพ.ภิรมย์ กมลรัตนกุล ประธาน ทปอ. และนายสุรพล นิติไกรพจน์ รองประธาน ทปอ. เพิ่มเติมกรณีเดียวกัน

สร้างโดย: 
น.ส.สุภาภรณ์ แร่เจริญ
แหล่งที่มา: 
http://matichon.co.th/matichon/view_news.php?newsid=01edu03051152&sectionid=0107&day=2009-11-05

มหาวิทยาลัยศรีปทุม ผู้ใหญ่ใจดี
 

 ช่วยด้วยครับ
นักเรียนที่สร้างบล็อก กรุณาอย่า
คัดลอกข้อมูลจากเว็บอื่นทั้งหมด
ควรนำมาจากหลายๆ เว็บ แล้ววิเคราะห์ สังเคราะห์ และเขียนขึ้นใหม่
หากคัดลอกทั้งหมด จะถูกดำเนินคดี
ตามกฎหมายจากเจ้าของลิขสิทธิ์
มีโทษทั้งจำคุกและปรับในอัตราสูง

ช่วยกันนะครับ 
ไทยกู๊ดวิวจะได้อยู่นานๆ 
ไม่ถูกปิดเสียก่อน

ขอขอบคุณในความร่วมมือครับ

อ่านรายละเอียด

ด่วน...... ขณะนี้
พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2558 
มีผลบังคับใช้แล้ว 
ขอให้นักเรียนและคุณครูที่ใช้งาน
เว็บ thaigoodview ในการส่งการบ้าน
ระมัดระวังการละเมิดลิขสิทธิ์ด้วย
อ่านรายละเอียดที่นี่ครับ

 

สมาชิกที่ออนไลน์

ขณะนี้มี สมาชิก 0 คน และ ผู้เยี่ยมชม 21 คน กำลังออนไลน์