มติทปอ.ค้านแยกสอบPAT2 ยืนค่าน้ำหนักแอดมิสชั่นส์54 [02 พ.ย. 52]

รูปภาพของ sss27177

นพ.ภิรมย์ กมลรัตนกุล อธิการบดีจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ในฐานะประธานที่ประชุมอธิการบดีแห่งประเทศไทย (ทปอ.) เปิดเผยผลการประชุม ทปอ.เมื่อเร็วๆ นี้ว่า ที่ประชุมได้นำผลสรุปการประชาพิจารณ์เรื่อง "องค์ประกอบ และค่าน้ำหนักที่จะใช้ในการสอบคัดเลือกระบบแอดมิสชั่นส์ ปี 2554 เป็นต้นไป" ตามที่คณะทำงานแอดมิสชั่นส์ฟอรั่มของ ทปอ.นำเสนอมาพิจารณา ซึ่งที่ประชุมมีมติยืนยันว่าในปีการศึกษา 2553 และ 2554 ยังคงให้ใช้องค์ประกอบ สัดส่วนและค่าน้ำหนักตามเดิม ประกอบด้วย คะแนนเฉลี่ยสะสมตลอดหลักสูตร ม.ปลาย (GPAX) 20% คะแนนแบบทดสอบทางการศึกษาแห่งชาติขั้นพื้นฐาน (โอเน็ต) 30% คะแนนวัดความถนัดทั่วไป (GAT) 10-50% และคะแนนวัดความถนัดทางวิชาชีพ/วิชาการ (PAT) 0-50% โดยในการสอบ PAT นั้นจะไม่มีการเพิ่มหรือแยกสอบแต่ละ PAT อย่างแน่นอน เช่น วิชาความถนัดทางวิทยาศาสตร์ หรือ PAT 2 ก็จะไม่มีการแยกสอบเป็น PAT 2.1เคมี PAT2.2 ฟิสิกส์ และ PAT2.3 ชีววิทยา เป็นต้น เพื่อไม่ให้เป็นการเพิ่มภาระในการสอบให้นักเรียนมากเกินไป ส่วนการจัดสอบ GAT และ PAT ยังคงยืนยันที่จะจัดสอบ 3 ครั้งต่อปี ในเดือน มีนาคม กรกฎาคม และตุลาคม ซึ่งจะให้สอบเฉพาะนักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 ขึ้นไปเท่านั้น โดยคะแนนยังสามารถเก็บไว้ใช้ได้ 2 ปี ทั้งนี้ การที่ ทปอ.ยึดคงประกอบค่านำหนักเดิมนั้นสิ่งสำคัญต้องการยึดหลักการที่จะให้นักเรียนให้ความสนใจกับการเรียนการสอนในห้องเรียนมากกว่าการเรียนนอกห้องเรียน การกวดวิชา

ด้านนายสุรพล นิติไกรพจน์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (มธ.) กล่าวว่า สำหรับเรื่องการแปลงคะแนนดิบของการสอบให้เป็นคะแนนมาตรฐานนั้น ในปีการศึกษา 2553 จะยังใช้คะแนนดิบเหมือนเดิม เพราะที่ประชุมเห็นว่าในปีการศึกษา 2552 เพิ่งจะเริ่มใช้ GAT-PAT เป็นปีแรก ดังนั้น ไม่ควรที่จะแปลงคะแนนในการสอบ ส่วนจะใช้ในปีการศึกษา 2554 หรือไม่นั้นจะต้องรอดูผลสรุปจากที่คณะทำงานไปศึกษารายละเอียด และผลกระทบจากการใช้คะแนนในปีแรกก่อน ส่วนกรณีเรื่องการแยกสอบ PAT ในแต่ละสาขาวิชานั้นหากที่ประชุมเห็นด้วยให้แยกสอบต่อไปในอนาคตก็อาจต้องแยกสอบเป็น 15-20 PAT เพราะทุกสาขาก็อยากจะวัดในสาขาของตนเองจะไม่เป็นผลดีกับเด็ก

"มติ ทปอ.ที่ออกมานั้นไม่ใช่ว่าไม่รับฟังคำประชาพิจารณ์ แต่ต้องเข้าใจด้วยว่า ทปอ.ก็ต้องรับผิดชอบต่อสิ่งที่จะเกิดขึ้นกับสังคมเหมือนกัน ถ้าข้อเรียกร้องนั้นไม่สมเหตุสมผล ทปอ.ก็ไม่จำเป็นต้องปฏิบัติตาม แต่ต้องยึดหลักการที่เป็นประโยชน์ และไม่เกิดผลกระทบต่อส่วนรวม ส่วนกรณีที่มหาวิทยาลัยส่วนใหญ่ไม่ยอมรับในสัดส่วนที่กำหนด และจะหันไปรับตรงกันมากขึ้นนั้น ขอถามว่ามั่นใจแล้วหรือที่เมื่อหันไปรับตรงแล้วจะได้เด็กที่ดีกว่านี้ เพราะการที่จะได้เด็กที่มีคุณภาพดีหรือไม่ดี ไม่ได้ขึ้นอยู่กับระบบคัดเลือกเพียงอย่างเดียว แต่ยังมีเรื่องความนิยมในสาขาวิชานั้นๆ ด้วย ดังนั้น แต่ละคณะวิชาจึงไม่ควรพุ่งเป้าที่จะให้การคัดเลือกเป็นคำตอบเดียวในการจัดการศึกษา" อธิการบดี มธ.กล่าว

สร้างโดย: 
น.ส.สุภาภรณ์ แร่เจริญ
แหล่งที่มา: 
http://www.matichon.co.th/matichon/view_news.php?newsid=01edu02021152&sectionid=0107&day=2009-11-02

มหาวิทยาลัยศรีปทุม ผู้ใหญ่ใจดี
 

 ช่วยด้วยครับ
นักเรียนที่สร้างบล็อก กรุณาอย่า
คัดลอกข้อมูลจากเว็บอื่นทั้งหมด
ควรนำมาจากหลายๆ เว็บ แล้ววิเคราะห์ สังเคราะห์ และเขียนขึ้นใหม่
หากคัดลอกทั้งหมด จะถูกดำเนินคดี
ตามกฎหมายจากเจ้าของลิขสิทธิ์
มีโทษทั้งจำคุกและปรับในอัตราสูง

ช่วยกันนะครับ 
ไทยกู๊ดวิวจะได้อยู่นานๆ 
ไม่ถูกปิดเสียก่อน

ขอขอบคุณในความร่วมมือครับ

อ่านรายละเอียด

ด่วน...... ขณะนี้
พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2558 
มีผลบังคับใช้แล้ว 
ขอให้นักเรียนและคุณครูที่ใช้งาน
เว็บ thaigoodview ในการส่งการบ้าน
ระมัดระวังการละเมิดลิขสิทธิ์ด้วย
อ่านรายละเอียดที่นี่ครับ

 

สมาชิกที่ออนไลน์

ขณะนี้มี สมาชิก 0 คน และ ผู้เยี่ยมชม 22 คน กำลังออนไลน์