เรื่องเล่าจาก "ยะลา"

รูปภาพของ supatkul

เพิ่งมีโอกาสได้เดินทางไปยะลามาเป็นครั้งแรก ก่อนไปก็กลัวๆ อยู่นิดหน่อย

เดินทางจาก กทม. ไปลงที่สนามบินหาดใหญ่ ใช้เวลาชั่วโมงกว่าๆ แล้วนั่งรถตู้ไปอีกเกือบ 2 ชั่วโมงได้ ระหว่างทางก็จะเห็นทหารอยู่เป็นช่วงๆ บางจุดมีการตรวจสอบสัมภาระของผู้โดยสาร (ทั้งที่ไม่มีอะไรแปลกปลอมอยู่ในกระเป๋า แต่ก็เกร็งๆ) และแล้วก็เกือบจะถึงที่หมาย เราลงตรงแยกก่อนเข้าไปยังมูลนิธิ รอซักพักด้วยใจหวั่นๆ นิดหน่อย แล้วก็มีรถของทางมูลนิธิมารับ มูลนิธิสุข-แก้ว แก้วแดง 39/3 หมู่ 2 ต.ลำพะยา อ.เมือง จ.ยะลา เป็นมูลนิธิที่เป็นที่รู้จักของผู้คนใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ พอมาถึงก็พยายามหาว่ามูลนิธิอยู่ตรงไหนแทบหาไม่เจอเพราะถูกต้นไม้ปกคลุมไว้อยู่ หันมาอีกด้านเราก็ได้พบกับประธานมูลนิธิ ดร.รุ่ง แก้วแดง 


ทางเข้า-ออก มูลนิธิ


พอเลยทางเข้ามาจะเจอทางแยก
ทางซ้ายไปออฟฟิศของมูลนิธิ ส่วนทางขวาจะไปฟาร์มแพะในโครงการวิจัยของทางมูลนิธิ


พอแยกมาทางซ้ายก็เดินตามทางมาเรื่อยๆ เหมือนจะมีแต่ต้นไม้ จะพบกับที่จอดรถทางด้านขวา
ถัดมาจะพบป้ายออฟฟิศ เราก็เดินขึ้นไปตามบันไดหิน

คิดไม่ถึงว่าประธานมูลนิธินั้นเป็นคนที่จบ ดร. มา ทำงานสำคัญๆ ในวงการศึกษามาก่อน (จริงก็ไม่เคยรู้จักหรอก ได้ฟังคำเล่ามาอีกทีหนึ่ง) ทักทายกันเล็กน้อยก็เดินขึ้นบันไดที่ตกแต่งด้วยหิน ออฟฟิศที่นี่อยู่บนเนินเขา ระหว่างเดินขึ้นไปเราจะได้พบกับต้นไม้หลายๆ พันธุ์ที่ เช่น ต้นสาคู ต้นยางพารา ต้นสละอินโด ต้นตะเคียนทอง ฯ  

ออฟฟิศที่นี่มี 2 ส่วน ด้านนอกเป็นส่วนออฟฟิศรับลม มีเก้าอี้ที่ตอนนี้หาไม่ได้แล้ว วางเรียงอยู่ ออฟฟิสส่วนในไม่ได้เข้าไปชม แต่คิดว่าบรรยากาศด้านนอกดีกว่า

พวกเรานั่งคุยกันถึงรายละเอียดที่ต้องเดินทางมาในครั้งนี้เล็กๆ น้อยๆ ทำให้รู้จัก ดร.รุ่ง มากขึ้น ท่านคุยกับเราอย่างคนกันเอง จริงๆ แล้วท่านสามารถใส่สูท ผูกไท อยู่สุขสบายได้ใน กทม. แต่ท่านกลับมาอยู่ที่บ้านเกิดของตนเอง แต่งตัวตามสบาย ดูแลช่วยเหลือคนไทยด้วยกัน ใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ผิดกับ ดร. บางท่านที่คิดว่าตนเองสูงส่งนัก นั่งเก็ก อยู่ในเมืองหลวง เต็มไปด้วยความสบาย ทำให้คนจบ ป.ตรี อย่างเรา ต้องคุยแบบเกร็งๆ

คุยกันไม่นานท่านก็พาเราไปชมรอบๆ มูลนิธิ ซึ่งเป็นเหมืองเก่า ภายในมูลนิธิมีเนื้อที่อยู่มากมาย แต่ละส่วนถูกจัดสรรเป็นพื้นที่ใช้สอย ที่ใช้ในจัดค่ายพักแรม ฟาร์มเลี้ยงแพะ โรงผลิตน้ำประปาย่อมๆ(กำลังดำเนินการ) นำน้ำที่อยู่ในเหมืองดีบุกเก่าที่มีความลึกมากมาผ่านกระบวนการทำน้ำสะอาด เรือนรับรอง


เรือนรับรอง มีทั้งหมด 4 ห้อง 4 บรรยกาศ ที่ได้ชม 2 ห้องก็มี วิวป่า และวิวภูเขา

รอติดตาม

รูปภาพของ sarilla8774

ขอบคุณที่ที่คุณ supatkul กล้าลงมายะลา

ขอบคุณที่ช่วยถ่ายทอดเรื่องราว

 

สามจังหวัดชายแดนใต้อาจน่ากลัวในความรู้สึกของคนนอกพื้นที่

แต่คนที่อยู่ที่นี่นั้น....ยังคงรักและหวงแหนดินแดนนี้อยู่เช่นเดิม

ก็ได้แต่หวังว่า...ทุกๆ มือ ที่หยิบยื่นสิ่งดีๆ มาให้

จะช่วยทำให้พื้นที่นี้สงบโดยเร็ว 

 

ขอบคุณทุกแรงใจ  แรงกาย

ที่ทำเพื่อสังคมสามจังหวัดชายแดนใต้

ขอบคุณมูลนิธิ สุข - แก้ว  แก้วแดง

ที่ยืนหยัดเคียงข้าง เพื่อพัฒนาสังคมที่นี่

ขอบคุณ...จริงๆ 

รูปภาพของ sea

ฟังเรื่องเล่าแล้ว รู้ภูมิใจในตัวน้องมากๆครับ ที่ลงในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้   กับอีกหลายๆคนไม่กล้าที่จะคิด ไม่กล้าที่จะลงมาดู ว่าอีกมากเราก็อยู่อย่างสันติสุข ขอแค่กำลังใจจากพี่น้องเราในประเทศเท่านั้นครับ

สนใจรายละเอียด มูลนิธิสุข-แก้ว แก้วแดง คลิดเลยครับ www.sukaew.org

ขอบคุณ ครูพูนศักดิ์ และ น้องสุ ที่นำเสนอเรื่องราว บรรยากาศใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้

 

มหาวิทยาลัยศรีปทุม ผู้ใหญ่ใจดี
 
 

 ช่วยด้วยครับ
นักเรียนที่สร้างบล็อก กรุณาอย่า
คัดลอกข้อมูลจากเว็บอื่นทั้งหมด
ควรนำมาจากหลายๆ เว็บ แล้ววิเคราะห์ สังเคราะห์ และเขียนขึ้นใหม่
หากคัดลอกทั้งหมด จะถูกดำเนินคดี
ตามกฎหมายจากเจ้าของลิขสิทธิ์
มีโทษทั้งจำคุกและปรับในอัตราสูง

ช่วยกันนะครับ 
ไทยกู๊ดวิวจะได้อยู่นานๆ 
ไม่ถูกปิดเสียก่อน

ขอขอบคุณในความร่วมมือครับ

อ่านรายละเอียด

ด่วน...... ขณะนี้
พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2558 
มีผลบังคับใช้แล้ว 
ขอให้นักเรียนและคุณครูที่ใช้งาน
เว็บ thaigoodview ในการส่งการบ้าน
ระมัดระวังการละเมิดลิขสิทธิ์ด้วย
อ่านรายละเอียดที่นี่ครับ

 

สมาชิกที่ออนไลน์

ขณะนี้มี สมาชิก 0 คน และ ผู้เยี่ยมชม 91 คน กำลังออนไลน์