5 อวัยวะส่วนเกิน

 

อวัยวะส่วนเกินเป็นส่วนหนึ่งของร่างกายที่ครั้งนึงเคยมีหน้าที่มาก่อน แต่ตอนนี้มันก็เป็นเพียงอวัยวะที่ไร้ประโยชน์มากหรือน้อยเท่านั้น ตัวอย่างที่เห็นชัดๆก็คือ ไส้ติ่ง ถึงแม้ว่าขณะนี้จะมีคำถามเกิดขึ้นมาว่า ไส้ติ่งนั้นเป็นส่วนเกินจริงหรือ และแนวความคิดที่ว่าเรามีอวัยวะส่วนเกินที่ตกทอดมาจากการวิวัฒนาการอันยาวนานเป็นเรื่องที่น่าสนใจของนักวิทยาศาสตร์และคนทั่วไปมานานแล้ว ในตอนนี้เราก็จะมาดูกันว่าหลายปีที่ผ่านมา คนเราเปลี่ยนความคิดไปในทางใดบ้าง และมันกลายเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์ของนักคิด ที่พยายามปฏิเสธว่าอวัยวะส่วนเกินเหล่านี้มีอยู่จริงได้อย่างไร

Vomeronasal organ

สัตว์จำพวกหนูและสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมชนิดอื่นหลั่งสารเคมีที่เรียกว่า ฟีโรโมน ซึ่งเป็นสารที่บ่งบอกเพศและความพร้อมในการผสมพันธุ์ นอกจากนี้ยังส่งผลต่อพฤติกรรมอื่นๆด้วย ฟีโรโมนถูกตรวจจับโดยระบบสัมผัสพิเศษ vomeronasal organ (VNO) ประกอบไปด้วยชิ้นส่วนหนึ่งคู่ที่อยู่ในช่องโพรงจมูกหรือบนเพดานปาก และถึงแม้ว่าในคนที่โตเต็มวัยจะมีส่วนประกอบของ VNO จมูก แต่นักประสาทวิทยาไมเคิล เมอราดิธ (Michael Meredith) จากมหาวิทยาลัยฟลอริดาสเตท (Florida State University) ก็ไม่ได้ลังเลเลยที่จะบอกว่ามันเป็นอวัยวะส่วนเกิน เนื่องจากมันไม่มีเซลล์ใดใดที่คล้ายกับเซลล์ประสาทสัมผัสในสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมอื่น ไม่มีใยประสาทที่เชื่อมต่ออวัยวะกับสมอง และยีนที่อยู่บนผิวหน้าของเซลล์ก็เป็นยีนเทียม (pseudogenes) ที่ไม่ทำงานด้วย
ขนลุก (Goose bumps)
ถึงแม้ว่าอาการขนลุกจะเป็นปฏิกิริยาที่เกิดขึ้นโดยฉับพลันมากกว่าเป็นโครงสร้างถาวรของร่างกาย แต่ก็ได้รับการยอมรับว่าอาการนี้เป็นส่วนเกินของคน  อาการขนลุกเกิดขึ้นเมื่อกล้ามเนื้อเล็กๆใต้รูขุมขนหดตัว ทำให้ขนตั้งขึ้น ในสัตว์จำพวกนกและสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมที่มีขนแข็ง ขนนุ่ม หรือหนาม ขนเหล่านี้เป็นตัวกักความอบอุ่นในช่วงที่อากาศหนาว หรือป้องกันสัตว์อื่นจากการโจมตี แต่ขนของคนนั้นเล็กและบางเกินกว่าที่จะทำหน้าที่ดังกล่าวได้
อย่างไรก็ตามอาการขนลุกในคนอาจมีบทบาทรองลงไป เช่น เป็นการแสดงอารมณ์ที่เกิดขึ้นโดยฉับพลัน เป็นกลไกการตอบสนองต่ออุณหภูมิซึ่งเชื่อมโยงกับการตอบสนองด้านอารมณ์ ที่เห็นได้ชัดเช่น ความกลัว ความโกรธ ความดีใจ การพูด หรือการพังเพลง
Darwin's point
ในช่วงสัปดาห์ที่ 6 ของการตั้งครรภ์ อาการบวมของเนื้อเยื่อทำให้เกิดเป็นตุ่มขึ้นบริเวณรูหู และในที่สุดก็รวมตัวกันเป็นหูชั้นนอก  Darwin's point หรือ ตุ่มเล็กๆเป็นโครงสร้างที่ผิดปกติของจุดเชื่อมต่อระหว่างตุ่มที่สี่และห้า ความผิดปกตินี้พบมากในเด็ก ทำให้กระดูกอ่อนนูนออกมาหรือกระทบกับขอบหูด้านนอก ทำให้คิดได้ว่ามันเป็นร่องรอยที่เหลือของข้อต่อที่ทำให้ส่วนบนสุดของหูหมุนหรือพับลงมาก่อนที่จะเปิดออกมาเป็นใบหูในสมัยก่อนได้
อวัยวะส่วนนี้ถือเป็นความบกพร่องแต่กำเนิด ไม่เป็นอันตราย สามารถผ่าตัดออกได้ อย่างไรก็ตามศัลยแพทย์แอนโธนี ซลาฟานี (Anthony Sclafani) จาก the New York Eye and Ear Infirmary กล่าวว่า ลักษณะพิเศษนี้เป็นการถ่ายทอดทางพันธุกรรมแบบยีนเด่นออโทโซม ซึ่งหมายความว่าหากเด็กมีสำเนาของยีนเพียงยีนเดียวก็ทำให้มี Darwin's point ได้ แต่ก็ไม่จำเป็นว่าผู้ที่ได้รีบยีนนี้จะมี Darwin's point เสมอไป เนื่องจากการผันแปรนั้นเกิดขึ้นได้ตลอดเวลา
กระดูกสันหลังส่วนก้นกบ (Tail bone)
เป็นส่วนหนึ่งที่หลงเหลือมาจากวิวัฒนาการ เช่น กระดูกสันหลังช่วงส่วนของก้นกบในคนเป็นวิวัฒนาการมาจากสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมที่มีหาง เป็นจุดยึดของกล้ามเนื้อที่ทำให้ทวารหนักอยู่ในที่ที่เหมาะสม กระดูกส่วนนี้ประกอบด้วยกระดูกสันหลังพื้นฐานสี่ชิ้นรวมเข้าเป็นชิ้นเดียวกัน แพทริก ฟอยด์ (Patrick Foye) ผู้อำนวยการ Coccyx Pain Service โรงเรียนการแพทย์นิวเจอร์ซีย์ กล่าวว่า เป็นเรื่องน่าแปลกมากที่การผันแปรนั้นมาถึงจุดนี้ เด็กทารกที่เกิดมาแล้วมีนิ้วมือ นิ้วเท้า 6 นิ้ว นั้นมีจำนวนไม่มาก แต่จะพบกระดูกสันหลังส่วนก้นกบที่ยื่นออกมามากว่า
ฟันกราม (Wisdom teeth)
สัตว์ตระกูลไพรเมตทั้งหมดมีฟันกราม ยกวันบางสายพันธุ์ เช่น มาร์มอเส็ท และทามาริน ที่ไม่มีฟันกราม ปีเตอร์ ลูคัส (Peter Lucas) จากมหาวิทยาลัยจอร์จวอชิงตัน (George Washington University)  เล่าว่าเมื่อขนาดของสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมลดลงอย่างรวดเร็ว ทำให้กรามมีขนาดเล็กเกินไปสำหรับฟันทั้งหมดที่มีอยู่ในปาก ในที่สุดก็วิวัฒนาการจนฟันน้อยลงหรือมีขนาดเล็กลง โรเบริ์ต คอรัคชินี (Robert Corruccini) จากมหาวิทยาลัยเซ้าธ์เทริ์นอิลลินอยส์ (Southern Illinois University) บอกว่า การมีฟันมากเกินไปทำให้เกิดปัญหาในคนตั้งแต่สี่ร้อยปีที่แล้ว เพราะอาหารที่เรากินนั้นนุ่มขึ้นและผ่านขั้นตอนการปรุงมากขึ้น เมื่อฟันกรามลดลงทำให้กรามมีคุณภาพที่ดีขึ้น ฟันกรามซี่ที่ 3 และซี่ในสุดจึงถูกดันออกไป และประมาณ 35 เปอร์เซ็นต์ของคนไม่มีฟันกรามแล้ว ซึ่งชี้ให้เห็นว่าเราอาจอยู่ในช่วงวิวัฒนาการของการลดฟันกรามก็ได้
สร้างโดย: 
ญาดา ฮั่นตระกูล โรงเรียนสตรีศรีสุริโยทัย กทม.

มหาวิทยาลัยศรีปทุม ผู้ใหญ่ใจดี
 
 

 ช่วยด้วยครับ
นักเรียนที่สร้างบล็อก กรุณาอย่า
คัดลอกข้อมูลจากเว็บอื่นทั้งหมด
ควรนำมาจากหลายๆ เว็บ แล้ววิเคราะห์ สังเคราะห์ และเขียนขึ้นใหม่
หากคัดลอกทั้งหมด จะถูกดำเนินคดี
ตามกฎหมายจากเจ้าของลิขสิทธิ์
มีโทษทั้งจำคุกและปรับในอัตราสูง

ช่วยกันนะครับ 
ไทยกู๊ดวิวจะได้อยู่นานๆ 
ไม่ถูกปิดเสียก่อน

ขอขอบคุณในความร่วมมือครับ

อ่านรายละเอียด

ด่วน...... ขณะนี้
พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2558 
มีผลบังคับใช้แล้ว 
ขอให้นักเรียนและคุณครูที่ใช้งาน
เว็บ thaigoodview ในการส่งการบ้าน
ระมัดระวังการละเมิดลิขสิทธิ์ด้วย
อ่านรายละเอียดที่นี่ครับ

 

สมาชิกที่ออนไลน์

ขณะนี้มี สมาชิก 0 คน และ ผู้เยี่ยมชม 16 คน กำลังออนไลน์