ประวัติเพิ่มเติม

รูปภาพของ sss30373

 

 

 

 

 

 

http://www.thairath.co.th/media/BKQKpJhBMGGYXC7u1YaQ4LOCeLxW0e0SSb0i1XDmvB70FuuUEeZuA.jpg

 

การไปรษณีย์ในประเทศไทยได้เริ่มจัดให้มีขึ้นโดยกงสุลอังกฤษ ที่ทำการแห่งแรกได้ตั้งขึ้น ณ สถานกงสุลอังกฤษ ตำบลบางรัก จังหวัดพระนคร จนกระทั่งพ.ศ. 2424 รัฐบาลไทยเห็นเป็นการจำเป็นที่จะต้องเข้าควบคุม จึงเริ่มดำริเป็นขั้นเตรียมการตั้งแต่ปีนั้น จนถึงวันที่ 4 ส.ค. 2426 จึงได้เปิดที่ทำการไปรษณีย์โทรเลขในพระนคร  อันเป็นของรัฐบาลไทยขึ้นเป็นปฐมฤกษ์ โดยใช้อาคาร ซึ่งตั้งอยู่ริมลำน้ำเจ้าพระยาตอนปากคลองโอ่งอ่าง เป็นสถานที่บัญชาการ

 

ต่อมา พ.ศ. 2428 จึงได้ขยายกิจการไปรษณีย์โทรเลขไปถึงตามหัวเมือง จนกล่าวได้ว่าการสื่อสารภายในประเทศดำเนินไปด้วยดี จนถึง พ.ศ. 2430  รัฐบาลไทยได้มีโอกาสเข้าสัญญาสากลไปรษณีย์โทรเลขขยายการติดต่อกับนานาประเทศทั่วไป

 

การไปรษณีย์โทรเลข มีความมั่นคงและเจริญขึ้นโดยลำดับ จนถึง พ.ศ. 2470 ซึ่งคิดเวลาตั้งแต่เริ่มงานไปรษณีย์โทรเลขมาได้ 44 ปี  รู้สึกว่าสถานที่ทำงานที่ปากคลองโอ่งอ่างไม่เหมาะสม จึงได้หาทางเจรจาเพื่อทำสถานที่ทำการใหม่ ในที่สุดก็ตกลงได้สถานที่ที่สถานทูตอังกฤษเดิมคือที่บางรัก  โดยสถานทูตอังกฤษย้ายไปอยู่ที่เพลินจิต  เป็นอันว่ากรมไปรษณีย์โทรเลขได้ย้ายมาอยู่ ณ แหล่งกำเนิดเดิมนั่นเอง ในเวลาต่อมา รัฐบาลเล็งเห็นว่า สถานทูตอังกฤษเดิม ไม่ได้สร้างขึ้นสำหรับเป็นที่ทำการ จึงไม่เหมาะสม ทั้งทางอนามัยและความสะดวกในการปฏิบัติงานอันเป็นสาธารณูปโภค












70 ปี ไปรษณีย์กลาง ความคลาสสิคคู่บางรัก

http://www.manager.co.th/asp-bin/viewgallery.aspx?newsid=9530000092837&imageid=1598733

อาคารไปรษณีย์กลาง บางรัก

    คงจะไม่ช้าจนเกินไปหากฉันจะขอกล่าว แฮปปี้เบิร์ธเดย์เนื่องในโอกาสวันเกิดอายุครบ 70 ปี เมื่อวันที่ 24 มิถุนายน ที่ผ่านมา ให้กับสำนักงานไปรษณีย์กลาง ซึ่งนับเป็นเวลาอันยาวนานสำหรับการให้บริการรับใช้ประชาชน ในโอกาสนี้ฉันจึงขอพาทุกคนไปร่วมย้อยรำลึกถึงกาลครั้งนั้น ณ วันนี้ 70 ปีไปรษณีย์กลางกัน

      

      ในครั้งแรกนั้น การไปรษณีย์แห่งประเทศไทยได้เริ่มจัดให้มีขึ้นโดยกงสุลอังกฤษ ณ สถานกงสุลอังกฤษประจำประเทศไทย ตำบลบางรัก จังหวัดพระนคร กระทั่งปี พ.ศ.2524 รัฐบาลไทยเห็นเป็นการจำเป็นที่จะต้องเข้าควบคุม จึงเริ่มเตรียมการและในปีพ.ศ.2426 ก็ได้เปิดที่ทำการไปรษณีย์ของรัฐบาลไทยขึ้นเป็นแห่งแรก โดยดัดแปลงมาจากตึกแนวยุโรปซึ่งเคยเป็นบ้านของพระปรีชากลการ (สำอางค์ อมาตยกุล) บริเวณริมลำน้ำเจ้าพระยาตอนปากคลองโอ่งอ่าง หรือในบริเวณสะพานพระปกเกล้าฝั่งพระนครในปัจจุบัน และเรียกว่า "ไปรสนียาคาร"



70 ปี ไปรษณีย์กลาง ความคลาสสิคคู่บางรัก

http://www.manager.co.th/asp-bin/viewgallery.aspx?newsid=9530000092837&imageid=1598738

บรรยากาศการให้บริการภายในไปรษณีย์กลาง

    พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้สมเด็จพระเจ้าน้องยาเธอ เจ้าฟ้าภาณุรังษีสว่างวงศ์ ทรงดำรงตำแหน่งอธิบดีผู้สำเร็จราชการกรมไปรษณีย์พระองค์แรก ต่อมาก็ได้ขยายกิจการไปรษณีย์ไปจนถึงหัวเมืองต่างๆซึ่งก็ทำให้การสื่อสารภายในประเทศดำเนินไปด้วยดี

      

      จนมาในปี พ.ศ.2430 เมื่อรัฐบาลไทยได้เข้าร่วมเป็นสมาชิกสหภาพสากลไปรษณีย์ การสื่อสารจึงได้ขยายวงกว้างขวางไปยังนานาชาติ ต่อมาในปี พ.ศ.2441 ด้วยลักษณะงานด้านสื่อสารเหมือนกัน เพื่อความสะดวกแก่การดำเนินงาน รัชกาลที่ 5 จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้รวมหน่วยงานของกรมไปรษณีย์และกรมโทรเลขเข้าด้วยกันเรียกว่า "กรมไปรษณีย์โทรเลข"



70 ปี ไปรษณีย์กลาง ความคลาสสิคคู่บางรัก

http://www.manager.co.th/asp-bin/viewgallery.aspx?newsid=9530000092837&imageid=1598735

รูปปูนปั้นภายในอาคารโดยศาสตราจารย์ ศิลป์ พีระศรี

    เมื่อการดำเนินงานขยายตัวอย่างกว้างขวางและเจริญเติบโตพัฒนาขึ้นอย่างรวดเร็ว ทำให้อาคารไปรสนียาคารไม่เหมาะสมที่จะรองรับ จึงได้ย้ายที่ทำการไปใช้ที่สถานฑูตอังกฤษเดิม บางรัก แต่ในเวลาต่อมารัฐบาลเล็งเห็นว่าไม่เหมาะสมเนื่องจากไม่ได้สร้างขึ้นสำหรับเป็นที่ทำการ ซึ่งไม่สะดวกและไม่เหมาะสมทางสุขอนามัย จึงได้สร้างตึกที่ทำการใหม่ขึ้นบริเวณตำบลบางรัก เมื่อปี พ.ศ.2478 โดยมีพระสาโรชรัตนนิมมานก์เป็นสถาปนิก และมีพิธีเปิดอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 24 มิถุนายน พ.ศ.2483

      

      สำหรับรูปแบบอาคารเป็นอาคารรูปตัวที (T) ในภาษาอังกฤษ สถาปัตยกรรมแบบโมเดิร์น ตามแนวทางของศิลปะในยุค Neo-Classicism ผสม Functionalism เน้นการออกแบบที่มีความเรียบง่าย ตรงไปตรงมาลดทอนการประดับประดาโดยใช้เส้นตรงและระนาบเข้ามาประกอบ

      

      สูง 4 ชั้น และชั้นใต้ดินอีก 1 ชั้น ส่วนหน้ากว้าง 103.80 เมตร ลึก 38.52 เมตร ส่วนหลังกว้าง 22 เมตร ลึก 96 เมตร สำหรับส่วนหน้าเน้นความสำคัญของตำแหน่งศูนย์กลาง โดยให้มุขหน้าบริเวณกึ่งกลางของอาคารมีขนาดใหญ่ที่สุดและมีการประดับด้วยปูนปั้นรูปครุฑที่บริเวณมุขหน้าทั้ง 2 ด้าน ซึ่งเป็นเครื่องประดับอาคารที่ได้รับความนิยมในงานสถาปัตยกรรมในยุคนั้น ขนาดตัวครุฑสูงกว่า 2 เท่าของคนจริง



70 ปี ไปรษณีย์กลาง ความคลาสสิคคู่บางรัก

http://www.manager.co.th/asp-bin/viewgallery.aspx?newsid=9530000092837&imageid=1598736

ครุฑ1ใน2 ตัวหน้าตึกที่เล่ากันว่าบินขึ้นไปปัดระเบิดให้พ้นจากตึกในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2

    โดยเจ้าตัวครุฑนี้ก็ได้มีเรื่องเล่าต่อกันมาว่า ในสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 ที่กรุงเทพฯโดนทิ้งระเบิดสถานที่สำคัญหลายแห่ง แต่กรมไปรษณีย์โทรเลขซึ่งเป็นตึกใหญ่โตสูงตระหง่านที่สุดในย่านสุรวงศ์สี่พระยานั้น ฝ่ายสัมพันธมิตรจงใจทิ้งระเบิดลงมาหลายครั้งแต่พลาดบ้าง ระเบิดด้านบ้าง ไม่ถูกเลย จึงมีคนเล่าว่าเห็นครุฑ 2 ตัวหน้าตึกบินขึ้นไปปัดระเบิดเพื่อป้องกันอาคารไปรษณีย์โทรเลขแห่งนี้ไว้

      

      ซึ่งนี่ก็เป็นเรื่องเล่าที่ฉันได้ยินมาตอนไปเยือนยังอาคารไปรษณีย์กลางแห่งนี้ ส่วนชื่ออาคารที่ผู้คนนิยมเรียกติดปากกันว่า "ไปรษณีย์กลาง บางรัก" นั้น เพราะในสมัยนั้นที่ทำการไปรษณีย์แห่งนี้เป็นศูนย์กลางในการกระจายไปรษณีย์โทรเลขไปยังที่หมายต่างๆทั้งในประเทศและต่างประเทศ รวมถึงเป็นศูนย์กลางในการมารับไปรษณีย์โทรเลขที่ส่งมาจากที่ต่างๆด้วยเช่นกัน



70 ปี ไปรษณีย์กลาง ความคลาสสิคคู่บางรัก

รูปปูนปั้นตราไปรษณียากรรูปครุฑพาห์ในชุดอากาศไปรษณีย์

http://www.manager.co.th/asp-bin/viewgallery.aspx?newsid=9530000092837&imageid=1598739

    นอกจากด้านนอกจะสวยงามใหญ่โต จนถือเป็นอาคารที่ควรคู่แก่การอนุรักษ์แล้ว ภายในยังมีการประดับปูนปั้นที่ศาสตราจารย์ ศิลป์ พีระศรี ศิลปินผู้บุกเบิกงานประติมากรรมแบบสากลในประเทศไทย ซึ่งในสมัยนั้น (ร.8) การออกแบบสถาปัตยกรรมนิยมมีรูปปูนปั้นประกอบเสมอ

      

      สำหรับรูปปูนปั้นภายในอาคารเป็นรูปตราไปรษณียากร ประดับอยู่ภายในห้องโถงใหญ่ชั้นล่างทั้ง 4 ด้าน ด้านละ 2 รูป รวมทั้งหมด 8 รูป ได้แก่ ตราไปรษณียากรพระบรมรูปทรงม้า พิมพ์ในปี 2451, ตราไปรษณียากรพระบรมรูปรัชกาลที่ 6 ในชุดเวียนนา พิมพ์ในปี 2455, ตราไปรษณียากรพระบรมรูปรัชกาลที่ 5 ในชุดโสฬศ พิมพ์ในปี 2426, ตราไปรษณียากรพระบรมรูปรัชกาลที่ 1 ในชุดแสตมป์ชุดที่ระลึกงานสมโภชน์พระนคร 150 ปี พิมพ์ในปี 2475
















http://www.manager.co.th/asp-bin/viewgallery.aspx?newsid=9530000092837&imageid=1598734

70 ปี ไปรษณีย์กลาง ความคลาสสิคคู่บางรัก

พระอนุสาวรีย์ จอมพลสมเด็จพระราชปิตุลาบรมพงศาภิมุขฯ พระบิดาการไปรษณีย์

    ตราไปรษณียากรพระบรมรูปรัชกาลที่ 5 ชุดประชาธิปก พิมพ์ในปี 2471, ตราไปรษณียากรรูปพระที่นั่งอนันตสมาคม ในชุดวันชาติ พิมพ์ปี 2482, ตราไปรษณียากรพระบรมรูปรัชกาลที่ 5 ในชุดวันแจ้ง พิมพ์ในปี 2448 และตราไปรษณียากรรูปครุฑพาห์ ในชุดอากาศไปรษณีย์ พิมพ์ในปี 2467

      

      ใครที่อยากจะชมภาพปูนปั้นของศาสตราจารย์ ศิลป์ พีระศรี เหล่านี้ ก็สมารถมาชมกันได้ที่ไปรษณีย์กลาง บางรัก แห่งนี้ นอกจากนั้นด้านหน้าของอาคารยังมี "พระอนุสาวรีย์ จอมพลสมเด็จพระราชปิตุลา บรมพงศาภิมุข เจ้าฟ้าภาณุรังสีสว่างวงศ์ กรมพระยาภาณุพันธุวงศ์วรเดช" ซึ่งนอกจากพระองค์จะทรงดำรงตำแหน่งอธิบดีผู้สำเร็จราชการกรมไปรษณีย์พระองค์แรกในปี พ.ศ.2426-2433แล้ว ยังทรงมีคุณูปการกับการไปรษณีย์ไทยอย่างล้นเหลือ จนได้รับการยกย่องให้เป็น "พระบิดาแห่งกิจการไปรษณีย์ไทย" อีกด้วย จึงได้มีการสร้างพระอนุสาวรีย์เพื่อเทิดเกียรติพระองค์ โดยกรมศิลปากรเป็นผู้ออกแบบเป็นท่าประทับนั่งใกล้โต๊ะกลมมีหนังสือวางอยู่บนโต๊ะ เนื่องจากทรงโปรดหนังสือและตำราต่างๆ โดยขนาดของพระรูปใหญ่กว่าพระองค์จริงเล็กน้อย



70 ปี ไปรษณีย์กลาง ความคลาสสิคคู่บางรัก

http://www.manager.co.th/asp-bin/viewgallery.aspx?newsid=9530000092837&imageid=1598737







อ้างอิง http://www.manager.co.th/Travel/ViewNews.aspx?NewsID=9530000092837

มหาวิทยาลัยศรีปทุม ผู้ใหญ่ใจดี
 
 

 ช่วยด้วยครับ
นักเรียนที่สร้างบล็อก กรุณาอย่า
คัดลอกข้อมูลจากเว็บอื่นทั้งหมด
ควรนำมาจากหลายๆ เว็บ แล้ววิเคราะห์ สังเคราะห์ และเขียนขึ้นใหม่
หากคัดลอกทั้งหมด จะถูกดำเนินคดี
ตามกฎหมายจากเจ้าของลิขสิทธิ์
มีโทษทั้งจำคุกและปรับในอัตราสูง

ช่วยกันนะครับ 
ไทยกู๊ดวิวจะได้อยู่นานๆ 
ไม่ถูกปิดเสียก่อน

ขอขอบคุณในความร่วมมือครับ

อ่านรายละเอียด

ด่วน...... ขณะนี้
พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2558 
มีผลบังคับใช้แล้ว 
ขอให้นักเรียนและคุณครูที่ใช้งาน
เว็บ thaigoodview ในการส่งการบ้าน
ระมัดระวังการละเมิดลิขสิทธิ์ด้วย
อ่านรายละเอียดที่นี่ครับ

 

สมาชิกที่ออนไลน์

ขณะนี้มี สมาชิก 0 คน และ ผู้เยี่ยมชม 91 คน กำลังออนไลน์