พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2558

รูปภาพของ ssspoonsak

พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2558

http://library2.parliament.go.th/giventake/content_nla2557/law6-050258-7.pdf

 

อธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญานัดแถลง 4 ส.ค. ปรับเนื้อหากฎหมายให้เป็นภาษาที่ประชาชนเข้าใจง่าย ร่ายยาวรายละเอียด 8 ประเด็น

 

ข้อมูลจาก มติชนออนไลน์ http://www.matichon.co.th/news_detail.php?newsid=1438661619 

               ภายหลังพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ลิขสิทธิ์ (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2558 มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 4 สิงหาคมเป็นต้นไป หากผู้ใช้โซเชียลมีเดียนำข้อมูลผู้อื่นมาเผยแพร่ในสังคมออนไลน์ แล้วไม่ให้เครดิตหรือนำไปใช้เพื่อการค้า อาจมีความผิด โดยกฎหมายฉบับใหม่ได้กำหนดอัตราโทษนักก๊อบปี้นักแชร์ทั้งหลายที่ไม่ให้เครดิตเจ้าของผลงานปรับ 1 หมื่น-1 แสนบาท หากกระทำเพื่อการค้ามีโทษปรับตั้งแต่ 5 หมื่น-4 แสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

 

               ล่าสุด เมื่อวันที่ 3 สิงหาคม นางมาลี โชคล้ำเลิศ อธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญา กล่าวว่า ขณะนี้กำลังดำเนินการปรับเนื้อหาของพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ลิขสิทธิ์ (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2558 ให้เป็นภาษาที่ประชาชนเข้าใจง่าย โดยจะนำเสนอเนื้อหาผ่านทางเว็บไซต์ของกรมเป็นเบื้องต้น ส่วนเอกสารคู่มือที่เผยแพร่จะดำเนินการในขั้นต่อไป นอกจากนี้ กรมได้นำเสนอเนื้อหาของ พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์บนเว็บไซต์ของกรมให้ประชาชนสามารถเข้ามาอ่านได้อีกทางแล้ว ส่วนรายละเอียดเรื่องต่างๆ ใน พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ฉบับใหม่นั้น จะแถลงอย่างเป็นทางการในวันที่ 4 สิงหาคม เวลา 10.30 น.

 

               หัวใจหลักของกฎหมายลิขสิทธิ์อยู่ที่การห้ามทำซ้ำ ดัดแปลง และเผยแพร่ต่อสาธารณะ แต่ก็มีข้อยกเว้นคือหากไม่ใช่การทำเพื่อการค้า มีการอ้างอิงที่มาก็สามารถทำได้ ภายใต้ข้อยกเว้นคือต้องทำให้ผลประโยชน์ของเข้าของลิขสิทธิ์ลดลง หรือกระทบกระเทือนถึงสิทธิ์ของเจ้าของ

 

               สำหรับการนำข่าวจากหนังสือพิมพ์ไปเล่าในรายการเล่าข่าวนั้นหากเป็นเพียงการนำเอาข้อเท็จจริงไปนำเสนอในลีลาของตัวเองถือว่าไม่มีความผิด แต่ก็จะต้องไม่ทำให้ยอดขายของหนังสือพิมพ์ลดลง เนื่องจากเป็นผลประโยชน์ของเจ้าของลิขสิทธิ์ ส่วนกรณีการส่งต่อรูปดอกไม้ต่างๆ ในแอพพลิเคชั่นไลน์ ซึ่งเป็นรูปที่มีลิขสิทธิ์ถือว่ามีความผิด อย่างไรก็ตาม เป็นความผิดที่สามารถยอมความได้

 

               นางมาลีกล่าวว่า กฎหมายลิขสิทธิ์มีมานานแล้ว แต่ที่ผ่านมาไม่มีการบังคับใช้อย่างจริงจัง จึงอยากฝากเตือนประชาชนหากไม่แน่ใจว่าการกระทำดังกล่าวละเมิดลิขสิทธิ์หรือไม่ก็ไม่ควรทำ ทั้งนี้ เจ้าของลิขสิทธิ์จะต้องเป็นผู้แจ้งร้องทุกข์หากเกิดความเสียหาย