วิจัยในชั้นเรียน (งานวิจัยไม่ยากอย่างที่คิด)


รูปภาพของ ji555

ห้ามลบ ขอให้เจ้าของผลงานประกวด แก้ไขข้อมูลได้จนถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2551 เวลา 23.30 น.
หากเลยกำหนดเวลาดังกล่าวแล้ว ท่านเข้ามาแก้ไขข้อมูล ถือว่าโมฆะในการพิจารณาได้รับรางวัล
ซึ่งระบบของ Thaigoodview สามารถตรวจสอบได้ว่า ผลงานแต่ละชิ้น มีการแก้ไขเวลาใดบ้าง

ครูพูนศักดิ์ สักกทัตติยกุล


KissKiss  การวิจัยในชั้นเรียน   KissKiss

  • ความสำคัญของการวิจัยในชั้นเรียน 

จาก พ.ร.บ.การศึกษา2542  มาตรา  24การจัดการเรียนรู้ (5)  ส่งเสริมสนับสนุนให้ผู้สอนสามารถจัดบรรยากาศ  สภาพแวดล้อม  สื่อการเรียน  และอำนวยความสะดวกเพื่อให้เกิดการเรียนรู้  และมีความรอบรู้  รวมทั้งความสามารถใช้ในการวิจัย  เป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการเรียนรู้  ทั้งนี้ผู้สอนและผู้เรียนอาจเรียนรู้ไปพร้อมกันจากสื่อการเรียนการสอน  และแหล่งวิทยาการต่างๆ

การวิจัยในชั้นเรียนมีความสำคัญต่อวงการวิชาชีพครูเป็นอย่างยิ่ง  เนื่องจากครูจำเป็นต้องพัฒนา  หลักสูตร  วิธีการเรียนการสอน  การจูงใจให้ผู้เรียนเกิดความอยากรู้อยากเรียน  การพัฒนาพฤติกรรมผู้เรียน  การเพิ่มสัมฤทธิผลการเรียน  และการสร้างบรรยากาศการเรียนรู้  ด้วยปัจจัยดังกล่าว  จึงทำให้ครูอาจารย์ต้องเปลี่ยนบทบาทจากผู้สอนมาเป็นผู้วิจัย  เพื่อมีสาวนร่วมในการพัฒนาการสอน  การเรียนรู้ของผู้เรียน  และการพัฒนาวิชาชีพครูเพิ่มขึ้น

  • ความหมายของการวิจัยในชั้นเรียน

1.  การวิจัยทางการศึกษา (Educational  Research)หมายถึง  การเสาะแสวงกาความรู้โดยใช้วิธีการทางวิทยาศาสตร์  ใช้กระบวนการวิจัยเชิงปริมาณ  หรือเชิงคุณภาพ  การออกแบบวิจัยเชิงทดลอง  กึ่งทดลอง  หรือการวิจัยแบบผสมผสาน

2.  การวิจัยปฏิบัติการทางการศึกษา (Action  Research  in  Education)หมายถึง  การค้นคว้าหาคำตอบที่เชื่อมโยงทฤษฎีทางการศึกษาสู่การปฏิบัติจริงในสถานศึกษา  โดยการคิดสะท้อนการสอนของครู  มีลักษณะสำคัญคือ  การปรับปรุงการปฏิบัติงานการศึกษา  เป็นการเพิ่มพลังความสามารถของครู  และเป็นความก้าวหน้าในวิชาชีพทางการศึกษา

3.  การวิจัยในชั้นเรียน  (Classroom  Action  Research)หมายถึง  การสืบสอบเชิงธรรมชาติจากปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นในการเรียนการสอน  การเรียนรู้  หรือ  พฤติกรรมผู้เรียน  โดยที่ครูเป็นผู้วิจัยในสิ่งที่ครูปฏิบัติอยู่  มีผู้เรียน  ผู้บริหาร  ครูในโรงเรียนมีส่วนร่วมในการวิจัยด้วย

  • ลักษณะสำคัญของการวิจัยในชั้นเรียน

1.  ครูเป็นผู้วิจัยเอง
2.  ผลการวิจัยสามารถแก้ปัญหาผู้เรียนได้ทันเวลา  และตรงจุด 
3.  การวิจัยช่วยเชื่อมช่องว่างระหว่างทฤษฎี  และการปฏิบัติ
4.  การเพิ่มศักยภาพการคิดสะท้อนของครูต่อปัญหาที่เกิดขึ้นในห้องเรียน
5.  การเพิ่มพลังการเป็นครูในวงการการศึกษา
6.  การเปิดโอกาสให้ครูก้าวหน้าทางวิชาการ
7.  การพัฒนา  และทดสอบการแก้ปัญหาในชั้นเรียน
8.  การเปิดโอกาสให้ผู้เรียนแสดงความคิดเรื่องการเรียนการสอน  และทางแก้ปัญหา
9.  การนำเสนอข้อค้นพบ  และการรับฟังข้อเสนอแนะจากกลุ่มครู
10.  การวิจัยและพัฒนาเป็นวงจร  เพื่อทำให้ข้อค้นพบสมบูรณ์ขึ้น

  • การดำเนินการวิจัย

ผู้ที่ไม่เคยชินกับการวิจัยมักจะมองการวิจัยเป็นสิ่งที่ยาก  ต้องใช้เวลาในการศึกษาทฤษฎีที่เกี่ยวข้อง  การออกแบบวิจัย  การสร้างเครื่องมือสำหรับการวิจัย  การใช้สถิติในการวิเคราะห์  การอภิปรายผล  และข้อเสนอแนะ  ดังนั้นเพื่อให้การวิจัยในชั้นเรียนเป็นเรื่องง่ายขึ้น  จึงขอเสนอแนะแนวทางที่เริ่มจากการฝึกวิจัยไปจนถึงการวิจัยที่มีลำดับขั้นตอนยุ่งยากขึ้น  โดยพิจารณาวัตถุประสงค์และผลวิจัยที่จะนำไปใช้

  • การเริ่มต้นการวิจัย

1.  กำหนดหัวข้อของการวิจัย  หัวข้อของการวิจัยในชั้นเรียนเป็นเรื่องของการปรับปรุง  พัฒนา  เช่น  ควรมีรูปแบบการเรียนการสอนแบบใดที่จูงใจให้ผู้เรียนเกิดความอยากรู้อยากเรียน  จะมีวิธีการพัฒนาพฤติกรรมผู้เรียนให้ใฝ่รู้ใฝ่เรียนได้อย่างไร  มีวิธีการเพิ่มสัมฤทธิผลการเรียนของผู้เรียนได้อย่างไร  และการสร้างบรรยากาศการเรียนรู้แบบใดเพื่อให้เกิดการเรียนรู้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ขอบเขตหัวข้อที่สนใจแบ่งเป็นด้านต่างๆ  ดังนี้

1.1  ด้านผู้เรียน  ขอบเขตที่ค้นคว้าวิจัย  เกี่ยวกับผู้เรียนแยกเป็นด้านย่อยๆได้คือ
       1)  เรื่องการเรียน  ทำไมนักเรียนคนนี้ / กลุ่มนี้จึงมีผลสัมฤทธิ์ของการเรียนสูงหรือต่ำ    ทำไมผู้เรียนจึงไม่ตั้งใจเรียน  ไม่ยอมทำแบบฝึกหัด  ไม่ส่งงาน  ฯลฯ
        2)  เรื่องพฤติกรรมผู้เรียน  เช่น  ผู้เรียนที่ชอบแกล้งเพื่อน  ชกต่อย  ทะเลาะวิวาท  การเข้าชั้นเรียนสาย

1.2  ด้านวิธีการสอน  การสอนแบบใดที่ผู้เรียนพึงพอใจ  การสอนที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญทำให้ผู้เรียนพัฒนาด้านใดบ้าง  การใช้สื่อแบบใดจะทำให้ผู้เรียนเข้าใจบทเรียนได้ดียิ่งขึ้น  ฯลฯ

1.3  ด้านผู้สอน  ผู้เรียนต้องการการสอนที่มีคุณลักษณะอย่างไร  พฤติกรรมแบบใดของครูที่ส่งเสริมให้ผู้เรียนเรียนรู้ได้อย่างดีที่สุด  ฯลฯ

1.4  ด้านแหล่งเรียนรู้  แหล่งเรียนรู้ประเภทใดกระตุ้นความสนใจของผู้เรียน  การจัดตารางเรียนช่วงเช้าและช่วงบ่ายมีผลต่อพฤติกรรมการเรียนวิชาคณิตศาตร์หรือไม่  การศึกษายังแหล่งเรียนรู้มีปัญหาอุปสรรค  และได้ผลดีต่อการเรียนอย่างไร  ฯลฯ

 2.  การฝึกสังเกตและบันทึก  ผู้เริ่มวิจัย  ต้องฝึกฝนการสังเกต  และการจดบันทึกโดยเริ่มจากเหตุการณ์ประจำวันในชั้นเรียน  ผู้วิจัยฝึกการจดง่ายๆทุกวันหลังจากเลิการสอน  ครูควรฝึกการสังเกต  และจดบันทึกสิ่งที่สังเกตได้ทุกวัน  เพื่อให้เคยชินกับการมองสถานการณ์หรือผู้เรียนอย่างวิเคราะห์ทุกครั้งที่จดเหตุการณ์  ต้องพยายามคิดสะท้อน  เพื่อหาเหตุผล  หรือวิธีการตลอดจนทฤษฎีทางการศึกษา

3.  วางแผนการวิจัย  การศึกษางานวิจัยจะเป็นที่จุดใด  มีขอบเขตพียงใด  และใช้เวลาในการศึกษาเท่าใด

  • สำรวจปัญหา
  • กำหนดหัวข้อ
  • วางแผน
  • ดำเนินการ
  • เขียนข้อค้นพบ
  • สะท้อนความคิด
  • นำเสนอ

4.  การดำเนินการวิจัย
     การดำเนินการวิจัย  ผู้วิจัยจะต้องพิจารณาว่าจะเก็บข้อมูลประเภทใด  จึงตอบคำถามการวิจัยที่กำหนดไว้ได้แหล่งข้อมูลมาจากไหน  จะได้กรอบคำถามอย่างไรจึงจะช่วยให้คิดวิเคราะห์ได้ถูกต้อง

     การเก็บข้อมูลได้แล้ว  ท่านเรียนรู้อะไรใหม่จากข้อมูลที่ได้  ผลจากการเรียนรู้ให้ประโยชน์ต่อผู้เรียนของท่านหรือสำหรับวงการวิชาชีพครูอย่างไร

     ท่านมีหลักทางการศึกษาในการวิเคราะห์ข้อมูลท่านวิจัยได้หรือไม่  สิ่งที่ท่านพบเป็นการปิดช่องว่างระหว่างทฤษฎีและการปฏิบัติหรือเปล่า

5.  การเขียนข้อค้นพบ  หากเป็นการเพิ่มพูนข้อคิดเห็น  ความรู้ที่ประมวลได้  จากการปฏิบัติการของครู  ก็อาจเขียนในรูปของการอธิบายปรากฏการณ์ตามแผนการวิจัยของครู

6.  การสะท้อนความคิด
     ลักษณะเด่นของการวิจัยในชั้นเรียน  คือการสะท้อนความคิดที่ได้จากข้อค้นพบ  ความคิดที่ได้อาจเป็นการนำเสนอหลักการใหม่ทางการศึกษา  ดังนั้นจะต้องฝึกฝนการสะท้อนความคิดให้ชัดเจนในผลงานนั้น

7.  การขยายผลการวิจัยสู่ชุมชน
     โรงเรียน/กลุ่มโรงเรียนจะต้องจัดเวทีให้ครูได้เสนอผลการวิจัย  และช่วยให้ข้อมูลย้อนกลับเพื่อให้ครูได้พัฒนาข้อค้นพบดีขึ้น

  • สรุป
    การวิจัยในชั้นเรียนเป็นการสืบสอบเชิงธรรมชาติ  ซึ่งพึ่งพิงเนื้อหาสาระของรายวิชาที่สอน  โดยครูเป็นผู้วิจัย  งานที่ครูปฏิบัติอยู่ในชั้นเรียน  เพื่อพัฒนาการสอน  การเรียนรู้  และผู้เรียนอันนำไปสู่ความก้าวหน้า  การวิจัยในชั้นเรียนต้องมีลักษณะสำคัญคือ  ผลการวิจัยเป็นการเพิ่มพูนความรู้และประสิทธิภาพการเรียนการสอน  การพัฒนาผู้เรียน  ความคิดสะท้อนในการวิจัยตลอดจนการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ในวงการครู

    การเขียนโครงร่างงานวิจัยในชั้นเรียนส่วนประกอบที่สำคัญ

    1.  ชื่อเรื่องงานวิจัย  ชื่อเรื่องควรสื่อความหมายได้ดี  กะทัดรัด  มีความเฉพาะเจาะจงในสิ่งที่ศึกษา
    2.  ความเป็นมาและความสำคัญของปัญหา  เขียนจากภาพภาพกว้างมาสู่ภาพเล็ก  เชื่อมโยงปัญหาเขียนให้ตรงประเด็น  กระชับเป็นเหตุเป็นผล  มีการอ้างอิงการวิจัยเพื่อให้น่าเชื่อถือ
    3.  วัตถุประสงค์ของการวิจัย  ให้สอดคล้องกับหัวข้อการวิจัย  อยู่ในขอบข่ายของประเด็นปัญหาการวิจัยที่กำหนดไว้อาจมีข้อเดียว  หรือหลายข้อก็ได้
    4.  สมมติฐานการวิจัย  ควรเขียนให้ชัดเจนและเฉพาะเจาะจง  สอดคล้องกับสภาพความเป็นจริง  ใช้ภาษาง่าย  มีความหมายชัดเจนสอดรับกับวัตถุประสงค์ที่กำหนดให้  และชี้ทิศทางของการวิจัยหรือตัวแปร
    5.  ประโยชน์ของการวิจัยหรือผลที่คาดว่าจะได้รับ  ควรเขียนเป็นข้อ  ตรงตามวัตถุประสงค์  และเป็นสิ่งที่จะเกิดขึ้นจากการทำวิจัย  หรือการนำผลจากการวิจัยไปใช้
    6.  ขอบเขตของการวิจัย  เช่น  ตัวแปร  ระยะเวลาที่ทำการวิจัย  กลุ่มประชากร 
    7.  ข้อตกลงเบื้องต้น  เพื่อทำความตกลงไว้ก่อนว่าสิ่งใดที่ไม่ได้ทำการศึกษาในการวิจัยดังกล่าว
    8.  นิยามศัพท์  เพื่ออธิบายความหมายของคำศัพท์ที่ใช้ในการวิจัยเพื่อให้เข้าใจได้ตรงกัน  เช่น  นักเรียน  ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน
    9.  การศึกษาเอกสารที่เกี่ยวข้องกับการวิจัย  การเขียนผลจาการศึกษาค้นคว้า  ควรเขียนในลักษณะสังเคราะห์  เพื่อให้เห็นกรอบการวิจัยหรือปัญหาการวิจัยและเขียนแหล่งอ้างอิงให้ชัดเจน
    10.  วิธีดำเนินวิจัย  ระบุถึงวิธีการดำเนินการวิจัย

       ประชากรกลุ่มตัวอย่าง  มีเกณฑ์การคัดเลือกหรือได้มาอย่างไร  ขนาดของกลุ่มตัวอย่างเท่าใด

       ตัวแปร  ระบุตัวแปรต้น  ตัวแปรตามให้ชัดเจน

       วิธีการเก็บรวบรวมข้อมูล  ระบุวิธีการเก็บการบันทึกข้อมูล  ระยะเวลา  หรือช่วงเวลา  สถานที่  และผู้ดำเนินการเก็บข้อมูล

       เครื่องมือวิจัย  ระบุชนิด  เครื่องมือที่ใช้  การได้มาของเครื่องมือ  พัฒนาขึ้นเอง  หรือใช้ของใคร  ประสิทธิภาพของเครื่องมือ  และวิธีใช้เครื่องมือ

       การวิเคราะห์ข้อมูล  ระบุวิธีการวิเคราะห์ข้อมูลและผลที่ได้จาการวิเคราะห์ข้อมูล

       การนำเสนอรายงาน  ระบุว่าวิธีการนำเสนอรายงานว่าจะใช้ตาราง  แผนภูมิ  หรือความเรียง

11.  ปฏิทินปฏิบัติงาน  เพื่อวางแผนการทำงานตามขั้นตอนการทำวิจัย  และการกำหนดระยะเวลาควรมีความเป็นไปได้ในการปฏิบัติ

12.  เอกสารอ้างอิง  ระบุถึงเอกสารต่างๆที่ใช้  เช่น  งานวิจัย  วิทยานิพนธ์  ตำรา  บทความ  หรือข้อมูลจากแหล่งต่างๆที่ผู้วิจัยได้นำมาอ้างอิงที่ได้รับการยอมรับ

      

  •  
สร้างโดย: 
ครูจิราพร ปั้นทอง โรงเรียนเซนต์ไมเกิ้ล 02-2118413

ความคิดเห็น



ขอเป็นสมาชิกใหม่ด้วยคน ชอบงานวิชาการมากเพราะตอนนี้ได้รับมอบหมายให้รับผิดชอบงานระดับอนุบาล ซึ่งต้องมีงานวิจัยด้วย
ดังนั้นต้องการคำแนะนำเพื่อนำมาปรับใช้ในด้านการเรียนการสอนศูนย์เด็กเล็กต้นแบบเทศบาลเมืองอ่างทอง 083-2373620

Creative Commons Licenseสงวนสิทธิ์ภายใต้สัญญาอนุญาต Creative Commons Attribution-Noncommercial-Share Alike 3.0 Unported License.
ท่านสามารถนำเนื้อหาไปใช้ แสดง ดัดแปลง เผยแพร่ โดยต้องอ้างอิงที่มา ห้ามใช้เพื่อการค้า และต้องใช้สัญญาอนุญาตชนิดเดียวกันนี้ไปกับงานดัดแปลงต่อยอดที่เผยเผยแพร่ต่อ

                                         

Copyright © 2000-2010 thaigoodview.com | ออกแบบและพัฒนาระบบโดย ไทยกู๊ดวิวดอทคอม