ต้นกล้วยไม้แสนสวย

รูปภาพของ sss29204

           สวัสดีค่ะวันนี้ดิฉันจะพาทุกท่านไปทำความรู้จักกับต้นไม้ในโรงเรียนสตรีศรีสุริโยทัย  ซึ่งก็คือ ต้นกล้วยไม้นั่นเองคะ กล้วยไม้ หรือ เอื้อง


เป็นพืชดอกที่มีความหลากหลายมากที่สุดกลุ่มหนึ่ง โดยมีประมาณ 880 สกุล และประมาณ 22,000 ชนิดที่มีการยอมรับ(อาจมากกว่า 25,000 ชนิด)


ด้วยกันค่ะ ดูแล้วน่าสนจใช่ไหมคะ งั้นเชิญรับชมกันเลยค่ะ


 


                 


แหล่งที่มาของภาพ   http://www.google.co.th/imgres?um=1&sa=N&biw=1366&bih=562&hl=th&tbm=isch&tbnid=YqrAfYCWZR5GXM:&imgrefurl=http://www.gotoknow.org/posts/342505&docid=P9K333RX8e0MtM&imgurl=http://cdn.gotoknow.org/assets/media/files/000/514/253/original_DSCF5765.jpg%253F1352806874&w=3264&h=2448&ei=uY7cUuGAF4-IrAff9IDICQ&zoom=1


 


 


กล้วยไม้จัดอยู่ในกลุ่มพืชใบเลี้ยงเดี่ยว


กล้วยไม้ มีลักษณะการเติบโตแบบต่างๆ ได้แก่


1.กล้วยไม้อากาศ คือ กล้วยไม้อากาศ (epiphyte) คือ กล้วยไม้ที่เกาะอาศัยอยู่บนต้นไม้อื่น ๆ โดยมีรากเกาะติดกับกิ่งไม้หรือลำต้น กล้วยไม้อากาศไม่ได้แย่งอาหารจากต้นไม้ที่มันขึ้นอยู่  แต่ได้รับอาหารจากซากอินทรีย์วัตถุ รวมทั้งซากแมลงที่หล่นและน้ำฝนชะมาอยู่บริเวณโคนต้นกล้วยไม้ รากกล้วยไม้อากาศชอบการถ่ายเทอากาศและการระบายน้ำที่ดี ผิวนอกของรากมีสารคล้ายฟองน้ำห่อหุ้มอยู่ เรียกว่า “velaman”



แหล่งที่มา http://www.google.co.th/imgres?um=1&sa=N&hl=th&biw=1366&bih=562&tbm=isch&tbnid=7ST-_bOoRpvn6M%3A&imgrefurl=http%3A%2F%2Fuomdong.blogspot.com%2F&docid=fPM7wlHoQz1U5M&imgurl=http%3A%2F%2F4.bp.blogspot.com%2F-9bxJ6m9tga0%2FUjaE_bTYv9I%2FAAAAAAAAABk%2FYDImoRyCw6g%2Fs1600%2Fw-Or-Iyaret%25255B1%25255D.gif&w=210&h=195&ei=YpLcUtvnBoyQrgfKoIBI&zoom=1&iact=rc&dur=1553&page=1&start=0&ndsp=19&ved=0CIUBEK0DMBA


 
2.กล้วยไม้ดิน คือ กล้วยไม้ดินเป็นกล้วยไม้ป่าประเภทหนึ่งที่พบขึ้นบริเวณพื้นดิน  บางชนิดพบขึ้นอยู่ใต้ร่มไม้  บางชนิดพบในทุ่งหญ้า ดอกมีหลายสี ในฤดูแล้งจะทิ้งใบเหลือหัวฝังอยู่ใต้ดิน ซึ่งมีลักษณะร่วนซุยผสมกับใบไม้ผุ เมื่อได้รับความชุ่มชื้น มีฝนตกลงมาจะผลิดอกหรือช่อดอกพร้อมใบ ปลูกเลี้ยงง่าย ต้นมีลักษณะที่จะใช้เป็นไม้กระถาง



แหล่งที่มา http://www.bloggang.com/viewdiary.php?id=vinitsiri&month=03-2013&date=29&group=152&gblog=147


3.กล้วยไม้หิน คือ กล้วยไม้ที่ขึ้นตามโขดหิน



แหล่งที่มา http://www.bloggang.com/viewdiary.php?id=noko&month=07-2006&date=15&group=2&gblog=2


 


 


 



แหล่งที่มา http://onepiece.igetweb.com/articles/432080.html


1.กล้วยไม้แคทลียา ควีนสิริกิติ์ กล้วยไม้พระนาม สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ เป็นกล้วยไม้ที่สวยงามมาก มีกลิ่นหอมหวานอ่อนๆ ออกดอกตลอดปี
               แคทลียา “ควีนสิริกิติ์” (Cattleya Queen Sirikhit) บุปผาราชินีประเทศอังกฤษ ได้คิดค้นกล้วยไม้ลูกผสมระหว่างต้นแม่พันธุ์ แคทลียา โบเบลล์ (Cattleya Bow Bells) และต้นพ่อพันธุ์แคทลียา ออเบรียนเนียนา (Cattleya Obrieniana var. aba) ในปี พ.ศ. 2501 จึงได้มีการกราบบังคมทูลสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ขอพระราชทานพระราชานุญาตเชิญพระนามาภิไธย “สิริกิติ์” เป็นชื่อของกล้วยไม้ลูกผสมพันธุ์นี้ว่า แคทลียา “ควีนสิริกิติ์”  และได้ขึ้นทะเบียนลูกผสมใหม่จากราชสมาคมพืชสวนอังกฤษเมื่อวันที่ 1 ก.พ. 2501เมื่อวันที่ 1 สิงหาคม 2551 ซึ่ง ถือเป็นวันสตรีไทย ทางสภาสตรีแห่งชาติฯ ได้รับพระมหากรุณาธิคุณจากสมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินีนาถ พระราชทานดอกกล้วยไม้พระนาม แทคลียา ควีนสิริกิติ์ เพื่อใช้เป็นดอกไม้สัญลักษณ์ประจำวันสตรีไทย



แหล่งที่มา http://onepiece.igetweb.com/articles/432080.html


กล้วย ไม้รองเท้านารี "พริ้นเซสสังวาลย์" กล้วยไม้พระนาม สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี รองเท้านารีพันธุ์ลูกผสม ดอกลายสีบานเย็นเข้มทั้งดอก กล้วยไม้รองเท้านารี พริ้นเซสสังวาลย์  (Paphiopedilum Princess Sangwan)รองเท้านารีลูกผสมระหว่างต้นแม่พันธุ์รองเท้านารีช่องอ่างทอง (Paphiopedilum godefroyae var. angthong) และต้นพ่อพันธุ์คือ รองเท้านารีดอยตุง ( Paphiopedilum charlesworthii)โดยมูลนิธิแม่ฟ้าหลวง, โครงการพัฒนาดอยตุง จ.เชียงราย เป็นผู้ผสมพันธุ์ ให้ดอกครั้งแรกเมื่อ 1 ธันวาคม 2545 ดอกมีสีขาวลายบานเย็นหรือบานเย็นเข้มทั้งดอก



แหล่งที่มา http://onepiece.igetweb.com/articles/432080.html


กล้วยไม้หวายพันธุ์ "ชมพูนครินทร์" สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ ประทานนามให้ ดอกมีสีโอรส (สีขาว อมชมพู อมส้ม) ปากดอกสีชมพูแดง สวยงามและคงทน  กล้วยไม้หวาย พันธุ์ “ชมพูนครินทร์”  ( Dendrobium “Pink Nagarindra” )กล้วยไม้ลูกผสมระหว่างต้นพ่อพันธุ์ “บลัชชิ่ง”  (Dendrobium Blushing) และต้นเม่พันธุ์ “เอริก้า”  (Dendrobium “Arica”) โดยนายสวง คุ้มวิเชียร (แอร์ออร์คิด& แล็บ) เป็นผู้พัฒนาพันธุ์ ให้ดอกครั้งแรกเดือนกุมภาพันธุ์ 2546   และได้รับพระราชทานชื่อจากสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ เมื่อวันที่ 2 พฤษภาคม 2550


 


 




 แหล่งที่มา http://onepiece.igetweb.com/articles/432080.html


กล้วยไม้แอสโคเซนต้า "สุคนธรัศมิ์" พระราชทานนามโดย สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร กล้วยไม้แอสโคเซ็นดา สุคนธรัศมิ์  (Ascocenda Sukontharat)แอสโคเซ็นดา ลูกผสมระหว่างต้นแม่พันธุ์คือ แวนด้าสามปอยขุนตาล ( Vanda denisoniana) และต้นพ่อพันธุ์คือ แอสโคเซ็นดา คุณนก (Ascocenda Khon Nok) โดยนายปริยุตต์ ยุวานนท์ (บริษัท สากล ออร์คิด) ผู้พัฒนาพันธุ์และเพาะเลี้ยงกล้วยไม้ ที่อำเภอปากช่อง จังหวัดนครราชสีมา


 



แหล่งที่มา http://onepiece.igetweb.com/articles/432080.html 


กล้วยไม้พันธุ์ "เอื้องศรีเชียงดาว" เป็นกล้วยไม้ดิน สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี พระราชทานนามให้ สามารถพบได้เฉพาะที่ดอยเชียงดาว จังหวัดเชียงใหม่ สิรินโดรเนีย” (Sirindhornia) เป็นกล้วยไม้สกุลใหม่ของโลก กล้วยไม้สกุลนี้ตั้งขึ้นในปี ค.ศ. 2002 โดย นักพฤกษศาสตร์ชาวเดนมาร์ก ดร.เฮนริค เพเดอร์เซน จากมหาวิทยาลัยโคเปนฮาเกน    ประเทศเดนมาร์ก    ร่วมกับนักพฤกษศาสตร์ไทย   ดร.ปิยเกษตร สุขสถาน   จากสวนพฤกษศาสตร์สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์  จัด เป็นกล้วยไม้ดินกล้วยไม้ที่ค้นพบนี้ได้รับพระราชทานชื่อจาก สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี โดยสวนพฤกษศาสตร์สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ ร่วมกับองค์การสวนพฤกษศาสตร์กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้ค้นพบกล้วยไม้สกุลใหม่ของโลก 3 สายพันธุ์เป็นครั้งแรกในประเทศไทย และผ่านการตรวจสอบจากผู้เชี่ยวชาญกล้วยไม้ของโลก


 



แหล่งที่มา http://onepiece.igetweb.com/articles/432080.html


กล้วยไม้ฟาแลนนอพซีส "พริ้นเซสจุฬาภรณ์" กล้วยไม้พระนาม สมเด็จพระเจ้าลูกเธอเจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี เป็นกล้วยไม้พันธุ์ใหม่ ที่รัฐบาลศรีลังกา ทูลเกล้าฯ ถวายนาม   กล้วยไม้ฟาแลนนอฟซิส พริ้นเซสจุฬาภรณ์  (Phalaenopsis Princess Chulabhorn) กล้วยไม้ฟาแลนนอพซิส พันธุ์พระนามนี้ เป็นผลงานการผสมพันธุ์ของสวนพฤกษศาสตร์เปราเดนนิยา (Royal Botanical Garden Peradeniya )ประเทศศรีลังกา เป็นลูกผสมของPhalaenopsis Rose Miva กับ Phalaenopsis Kandy Queen  ซึ่งทั้งสองชนิดล้วนเป็นสายพันธุ์ที่มีความงามอย่างโดดเด่น


 


กล้วยไม้หวายพันธุ์ "โสมสวลี" พระนามพระเจ้าวรวงศ์เธอพระองค์เจ้าโสมสวลี พระวรราชาทินัดดามาตุ ดอกมีสีม่วงครามอ่อน ออกดอกเป็นพวง และด้วยก้านช่อที่ไม่ยาวมาก จึงโดดเด่นเหมาะสำหรับเป็นกล้วยไม้ประดับ ชนิดจัดโชว์ทั้งต้นและดอก  กล้วยไม้หวาย พันธุ์ “โสมสวลี”  ( Dendrobium “Soamsawali” )กล้ยไม้ลูกผสม ระหว่างต้นพ่อพันธุ์ “คอมแพ็คตั้ม โบตาบลู” (Dendrobium compactum BotaBlue) และต้นแม่พันธุ์ “ขาวธนิดาไวท์” (Dendrobium “Thanida White”) โดยนายสวง คุ้มวิเชียร (แอร์ออร์คิดส์ &แล็บ) เป็นผู้ผสมพันธุ์ ให้ดอกครั้งแรกเดือนมกราคม 2546  และได้รับประทานนามจากพระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี พระวรราชาทินัดดามาตุ เมื่อวันที่ 15 พฤษภาคม 2550


 


 


 


ประโยชน์ของกล้วยไม้


กล้วยไม้ได้เข้ามามีบทบาทอยู่ในสังคมของมนุษย์เป็นเวลาช้านานแล้ว ดังจะเห็นได้ว่า ในประวัติศาสตร์ของประเทศจีน ซึ่งเป็นประเทศหนึ่งในโลกที่มีศิลปวัฒนธรรมซึ่งน่าสนใจ และแผ่กระจายออกไปทั่วโลก ก็ยังมีหลักฐานปรากฏบทบาท ของกล้วยไม้อยู่ด้วย เช่น ภาพเขียนที่ปรากฏตามโบราณวัตถุต่างๆ ประเทศในยุโรป บางประเทศที่ได้ทำการสำรวจดินแดนในเขต ร้อนและเขตอบอุ่นของทวีปเอเชียและอเมริกาในสมัยก่อน ก็ได้มี การนำกล้วยไม้นานาชนิดกลับไปเพาะเลี้ยงและขยายพันธุ์ รวมทั้งได้มีการเริ่มผสมพันธุ์เพื่อประโยชน์ต่างๆด้วย เมื่อความ เจริญทางด้านสังคม เศรษฐกิจ และวิทยาการ ได้ขยายตัวกว้างขวางออกไป ก็ได้ปรากฏว่า ประเทศต่างๆซึ่งกระจายอยู่ทั่วโลก และมีความเจริญพอสมควร ได้ให้ความสนใจในการเลี้ยงกล้วยไม้กันทั่วๆไป เมื่อได้วิเคราะห์ความนิยมในวงการกล้วยไม้ของประเทศต่างๆ อย่างกว้างขวางแล้ว สามารถจะสรุปได้ดังนี้ 


เอี้องม่อนไข่เหลือง (Dendrobium densiflorum)  กล้วยไม้เป็นพืช ซึ่งใช้เป็นตัวอย่าง เพื่อการศึกษาทางด้านวิชาการ เกี่ยวกับธรรมชาติ และชีวิตของพันธุ์ไม้ได้อย่างดี เนื่องจาก กล้วยไม้เป็นพืชวงศ์ใหญ่มาก ลักษณะทางพันธุศาสตร์จึงมีความแตกต่างกันอย่างกว้างขวาง และยังมีการกระจายพันธุ์ อยู่ในสภาพแวดล้อมธรรมชาติ ที่ผิดแผกแตกต่างกันอีกด้วย ทั่วโลก แม้ว่าจะได้มีการนำกล้วยไม้มาเลี้ยง และศึกษาวิจัยนานพอสมควรแล้วก็ตาม แต่ก็ยังได้มีรายงานว่า ได้มีการค้นพบ และตั้งชื่อทางพฤษศาสตร์แก่กล้วยไม้ใหม่ๆ เพิ่มขึ้นอยู่เสมอ ดังนั้น นักวิชาการ พฤกษศาสตร์สาขาต่างๆ และพืชศาสตร์ จึงได้ให้ความสนใจ ที่จะนำกล้วยไม้ มาเป็นพืชตัวอย่าง เพื่อการศึกษาและวิจัยในสาขานั้นๆ ยิ่งไปกว่านั้น ในสังคมของผู้นิยมเลี้ยงกล้วยไม้เป็นงานอดิเรก ก็ประกอบด้วย บุคคลในหลายสาขาอาชีพ ผู้ที่มีความถนัดในสาขาวิชาการใด ที่จะนำมาใช้พัฒนาการเลี้ยงกล้วยไม้ได้ ก็จะให้ความสนใจนำวิชาชีพที่ตนถนัด มาใช้ให้เกิดประโยชน์ ในการปรับปรุงการเลี้ยงกล้วยไม้ด้วย สำหรับผู้ที่มิได้อยู่ในสาขาวิชาชีพ ที่เกี่ยวกับต้นไม้ บางคนมีรสนิยมในการรวบรวมพันธุ์ และศึกษากล้วยไม้ป่านานาชนิด และยังมีการศึกษาค้นคว้าจากตำราต่างๆ อย่างกว้างขวาง กล้วยไม้จึงเป็นพืช ที่สามารถดึงดูดความสนใจจากคนหลายประเภท ให้ศึกษาวิทยาการต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับต้นไม้ ดอกไม้เป็นอย่างดี
ความเจริญในสังคมทั่วๆไปที่ได้ผ่านมาแล้วนั้น ได้เน้นหนักไปในด้านวัตถุเป็นอย่างมาก การเพิ่มของจำนวนประชากรในส่วนต่างๆของโลกก็ดี ความเจริญก้าวหน้าทางวิชาการ ตลอดจนทางด้านสังคม และเศรษฐกิจ ทำให้คนเราต้องมีภารกิจ การงานหนักมากยิ่งขึ้น ปัญหาต่างๆในชีวิตประจำวันนับเป็น แรงกดดันที่สำคัญทางจิตใจ ประชาชนในประเทศต่างๆที่เจริญพอสมควรแล้ว จึงมีความสนใจทำงานอดิเรกเพื่อเป็นการพักผ่อน จิตใจในยามว่าง การเลี้ยงกล้วยไม้จัดได้ว่า เป็นงานอดิเรกที่ สร้างสรรค์ ทั้งในด้านจริยธรรมและการศึกษาไปในตัว รวมทั้งได้มีโอกาสผ่อนคลายความตึงเครียดทางจิตใจ ในขณะที่อยู่กับต้นไม้ ทั้งยังศึกษาและติดตามการเจริญเติบโต และได้ชมดอกที่สวยงาม หรือลักษณะแปลกๆ ซึ่งเป็นผลงานของแต่ละคน 


รินโคแวนดา สาคริกไวน์ (Rhynchovanda Sagarik Wine) 
กล้วยไม้เป็นต้นไม้ที่มีขนาดพอเหมาะสม การเลี้ยงกล้วยไม้เป็นงานอดิเรก จึงสามารถกระทำได้ แม้ในบริเวณสวนหลังบ้าน ซึ่งมีที่ดินเพียงเล็กๆ น้อยๆ หรือแม้แต่ตามซุ้มต้นไม้ ตลอดจนไม้ยืนต้นที่ปลูกในบริเวณบ้าน หากมีสภาพโปร่ง ให้แสงแดดส่องลงได้พอสมควร ก็สามารถใช้เป็นที่ปลูกกล้วยไม้ได้ กล้วยไม้จึงเป็นไม้ดอกไม้ประดับบ้านให้สวยงามได้อย่างดี บ้านนับเป็นปัจจัยสำคัญของชีวิตและครอบครัว บ้านที่มีพันธุ์ไม้สวยงามพอสมควรเป็นสิ่งประดับ ย่อมจะช่วยให้บ้านมีความน่าอยู่ยิ่งขึ้น จิตใจของคนที่อยู่ในบ้านย่อมมีความแจ่มใส บุตรหลานในครอบครัว ซึ่งจะเติบโตขึ้นมาในอนาคต จะได้พบเห็นสิ่งที่ดี เสริมสร้างจิตใจในชีวิตประจำวัน และถ้าได้มีการฝึกอบรม ให้บุตรหลานได้มีจิตใจรัก และช่วยดูแลทำนุบำรุงสิ่งเหล่านี้ เป็นงานประจำแล้ว ย่อมเป็นสิ่งที่บังเกิดผลดีในอนาคต
 


 


 




แหล่งที่มา http://kanchanapisek.or.th/kp6/sub/book/book.php?book=7&chap=1&page=t7-1-infodetail06.html


 

 ช่วยด้วยครับ
นักเรียนที่สร้างบล็อก กรุณาอย่า
คัดลอกข้อมูลจากเว็บอื่นทั้งหมด
ควรนำมาจากหลายๆ เว็บ แล้ววิเคราะห์ สังเคราะห์ และเขียนขึ้นใหม่
หากคัดลอกทั้งหมด จะถูกดำเนินคดี
ตามกฎหมายจากเจ้าของลิขสิทธิ์
มีโทษทั้งจำคุกและปรับในอัตราสูง

ช่วยกันนะครับ 
ไทยกู๊ดวิวจะได้อยู่นานๆ 
ไม่ถูกปิดเสียก่อน

ขอขอบคุณในความร่วมมือครับ

อ่านรายละเอียด

สมาชิกที่ออนไลน์

ขณะนี้มี สมาชิก 0 คน และ ผู้เยี่ยมชม 33 คน กำลังออนไลน์