รู้ไว้หนักสมอง ฆาตกรต่อเนื่อง!!

รูปภาพของ sss28334

รู้ไว้หนักสมอง ฆาตกรต่อเนื่อง


               
ขณะที่ผู้เขียนกำลังพิมพ์ตอนต่อไปของฆาตกรโหดสะท้านโลก พอดีในข่าวต่างประเทศกำลังเสนอข่าวคดีฆาตกรรมต่อเนื่องพอดี

                "ตำรวจเยอรมันจับตัวฆาตกรต่อเนื่องที่เป็นเจ้าหน้าที่เป็นผู้ช่วยแพทย์ได้หลังก่อคดีฆาตกรรมต่อเนื่องวางยาพิษผู้ป่วยหลายราย"

                อันหลังไม่เท่าไหร่ แต่อันต่อไปนี้สิ

                "เกิดคดีฆาตกรรมต่อเนื่องขึ้น หลังพบเหยื่อเป็นหญิงขายบริการที่ประเทศอังกฤษ  ที่ริมแม่น้ำ ซึ่งคล้ายกับคดีแจ๊คเดอะ ริปเปอร์"

                อันนี้น่าคิด คนไทยเรารู้จักฆาตกรต่อเนื่องมากแค่ไหน นอกจากรูปลักษณ์ของฆาตกรต่อเนื่องที่เป็นแจ๊ค เดอะ ริปเปอร์

                หลายคนคิดว่าคดีการฆาตกรต่อเนื่องที่ฆ่าเหยื่ออย่างโหดเหี้ยมนั้นต้องมีมูลเหตุจูงใจ เช่นเหยื่อเป็นคนฆ่าคนรักบ้าง แย่งมรดกบ้าง ฆ่าล้างแค้นบ้าง และฆาตกรต่อเนื่องเป็นคนฉลาดหลักแหลม อันตรายสุดๆ อันเนื่องจากดูการ์ตูนเรื่องโคนันหรือคินดะอิจิมันบอกอย่างนั้น

                ก็ถูกส่วนหนึ่ง

                แต่ความจริงแล้วคดีฆาตกรรมต่อเนื่องมันมีมากกว่านั้น เพราะส่วนใหญ่แล้วฆาตกรต่อเนื่องมันจะเป็นเป็นคนมีปมด้อย ไม่ฉลาด อ่อนแอ โรคจิต

                จากข้อมูลทางการแพทย์พบว่า โรคจิต แบ่งออกได้เป็น 3 กลุ่มใหญ่ๆ

                1.กลุ่มโรคจิตเภท

                2.กลุ่มโรคอารมณ์แปรปรวน

                3.กลุ่มโรควิตกกังวล

                กลุ่มโรคจิตเภท(Schizophrenia) เป็นโรคทางจิตเรื้อรังซึ่งจะทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงของ ความคิด ความรู้สึกและพฤติกรรม ถือว่าเป็นกลุ่มโรคที่พบมากที่สุด โดยอาการคือ หูแว่ว หวาดระแวง และคิดผิดๆ เชื่อผิดๆ เช่น เชื่อว่าตัวเองกลับชาติมาเกิด หรือ ได้ยินเสียงคนต่อว่า ข่มขู่ หรือมาสั่งให้ทำนั่นทำนี่ ซึ่งถือว่า อาการค่อนข้างรุนแรงและมีผลกระทบต่อเจ้าตัวค่อนข้างมา

                ผู้ป่วยจิตเภทที่พบได้บ่อยที่สุดคือชนิดพารานอยด์ หรือหวาดระแวง อาการโดยหลักๆ ของโรคนี้คือ ผู้ป่วยจะมีความรับผิดชอบในเรื่องทั่วๆไปได้บ้าง แต่ในเรื่องของความคิด การกระทำ จะไม่ทราบว่าตัวเองจะทำอะไรและทำไปเพื่ออะไร มีอาการหวาดระแวง ได้ยินเสียงพูดหลอน หรือเสียงสั่งให้ทำบางสิ่งบางอย่าง มักเดินพูดคนเดียวเรื่อยเปื่อย คิดว่าตัวเองเป็นนั่นเป็นนี่ แต่ไม่มีพิษภัยกับใคร อีกประเภทที่น่าสนใจคือ จิตเภทชนิด CATAPONIA ที่จะเกิดความผิดปกติกับกล้ามเนื้อ จะนั่งนิ่งทั้งวัน อยู่ในท่าเดิมๆ คิดสับสนวนไปวนมา

                สำหรับ กลุ่มโรคอารมณ์แปรปรวน แบ่งออกได้เป็น 2 โรค คือ โรคซึมเศร้า และโรค
อารมณ์ 2 ขั้ว โดยโรคซึมเศร้าก็จะรู้สึกเบื่อๆ ไม่แจ่มใส หดหู่ ร้องไห้บ่อยๆ นอนไม่ค่อยหลับ เบื่ออาหาร ก็ไม่อยากทำอะไร รู้สึกผิด ไม่อยากมีชีวิต มักมีอาการต่อเนื่องเป็นเวลานาน ส่วนใหญ่จะมีเหตุจากความผิดหวังและรู้สึกว่าตัวเองไม่มีค่า โรคนี้อันตรายตรงที่มีความเสี่ยงสูงที่คนไข้จะฆ่าตัวตาย ส่วนกลุ่มโรควิตกกังวล มักมีอาการเครียด กินไม่ได้ นอนไม่หลับ ครุ่นคิดแต่เรื่องเดิมๆ

                คุณยังจำผู้หญิงบ้าเอามีดไล่แทงเด็กได้หรือเปล่าครับ ตอนแรกหลายฝ่ายต่างโทษความรักษาความปลอดภัยของโรงเรียน ทุกคนกล่าวโทษผู้หญิงคนนั้นบ้าง ลงโทษบ้าง โรงเรียนต้องจัดยามรักษาความปลอดภัยเข้มงวดก่อนที่จะยกเลิกหลังเหตุการณ์สงบในที่สุด

                วัวหายแล้วล้อมคอกชัดๆ

                ทั้งๆ ที่มีกรณีศึกษาปรากฏแล้ว แต่แทนที่จะแก้ปัญหาที่ต้นเหตุกับรักษาที่ปลายเหตุ

                วิธีที่ถูกต้องคือการศึกษาสุขภาพจิตของผู้หญิงบ้าคนนั้นและกลับไปหาทางรักษา วางแผนส่งเสริมสุขภาพจิตของประชาชนต่างหากล่ะ

                เพราะอีกไม่นานประเทศไทยอาจปรากฏฆาตกรต่อเนื่องโรคจิตเกิดขึ้นแน่นอน

                ไม่นานเกินรอ

               

                ความหมายของฆาตกรโรคจิต

                ในช่วงทศวรรษที่ผ่านมารูปแบบคดีฆาตกรรมเริ่มมีความสลับซับซ้อนมากมายพร้อมๆ กับความก้าวหน้าในการสอบสวน โดยเฉพาะการฆ่าโดยความปรารถนาทางเพศ พูดง่ายๆ คือฆ่าแล้วมีความสุขนั้นเอง พวกนี้มีความปรารถนาอยากฆ่า อยากที่จะแสดงอำนาจของตัวเองให้เหนือกว่าบุคคลอื่นโดยออกมาในรูปของสัญลักษณ์บางอย่าง เช่นคลั่งโลหิตมนุษย์ คลั่งซากศพ หรือกินเนื้อพวกเดียวกันเอง

                แรกเริ่มเดิมที่ ฆาตกรที่ฆ่าคนติดต่อกันหลายๆ คนนั้น เรียกชื่อกันง่ายๆ ว่า "ฆาตกรหลายศพ" (CHAIN MURDERER)

                ในปี 1950 นักอาชญาวิทยาจึงหันมาเริ่มใช้คำว่า "นักฆ่าแบบลูกโซ่" (SERIAL MURDERER) ขึ้นเป็นครั้งแรก ต่อมาจึงใช่ "ฆาตกรมหลายศพแบบต่อเนื่อง" (SERIAL MASS MURDER)

                ล่าสุดในปี 1974 เจ้าหน้าที่เอฟบีไอจึงหันมาใช้คำว่า "ฆาตกรต่อเนื่อง" (SERIAL MURDER) ขึ้นมาใช้ในที่สุด

                คำจำกัดความของคำว่า "ฆาตกรรมต่อเนื่อง" ที่ดีที่สุดถูกบันทึกไว้และตีพิมพ์โดยสถาบันยุติธรรมนานาชาติ (NIJ) ในปี 1988 คือ

                "ลำดับการฆาตกรรมสองเหตุการณ์หรือมากกว่านั้น ส่วนใหญ่คนร้ายจะก่อเหตุการณ์ตามลำพัง คดีที่ก่อขึ้นมีช่วงระยะเวลาทิ้งห่างกันตั้งแต่ไม่กี่ชั่วโมงไปถึงหลายๆ ปี โดยมีแรงจูงใจทางด้านจิตวิทยาและพฤติกรรของผู้เกิดเหตุ สภาพศพที่พบในที่เกิดเหตุจะสะท้อนให้เห็นความโหดร้ายวิปริตหรือความทารุณกรรมทางเพศ"

                ส่วนเอฟบีไอ ให้คำนิยามไว้ในปี 1997 สั้นๆ ว่า ฆาตกรต่อเนื่องคือ

                "ฆาตกรรมตั้งแต่สองรายที่เกิดขึ้นหรือมากกว่านั้น โดยเป็นการกระทำผิดที่เวลาต่างๆ กัน โดยมากแล้วจะเกิดจากคนร้ายคนเดียว"

                ในเดือนพฤศจิกายน ปี 1983 นิตยสารไทม์บรรยายถึงฆาตกรที่กระทำฆาตกรรมต่อเนื่องว่าเป็น "เผ่าพันธุ์ใหม่ของนักฆ่า"

               

                ที่สุดของคดีฆาตกรรมต่อเนื่อง

                มีหลายครั้งครับที่มีคนเข้าใจผิดๆ เกี่ยวกับที่สุดของคดีฆาตกรรมต่อเนื่อง เช่น


               
ฆาตกรรมต่อเนื่องในประวัติศาสตร์

                หลายคนมักเข้าใจผิดอย่างแรงว่า แจ๊ค เดอะ ริปเปอร์ คือฆาตกรในศตวรรษที่ 19  คือฆาตกรต่อเนื่องคนแรกที่บันทึกรายอักษร

                นั้นเป็นคำตอบที่ผิดอย่างร้ายแรงครับ

                เพราะฆาตกรต่อเนื่องคนแรกที่ถูกบันทึกในประวัติศาสตร์คดีแรกนั้นเกี่ยวข้องกับนักวางยาหญิงชื่อ โลคัสตา LOCUSTA เธอถูกตัดสินประหารชีวิตโดยจักรพรรดิโรมัน "กัลบา" ในค.ศ.69 โน้น

                ส่วนผู้ชาย ตำแหน่งนี้เป็นของ เศรษฐีผู้มั่งคั่งชาวเยเมน ซู ซีนาเตอร์ (ZU SHENATIR) ที่ชอบหลอกล่อเด็กผู้ชายให้มาที่บ้านด้วยการแจกอาหารและให้เงิน จากนั้นก็ทำอนาจารและพอชื้นใจแล้วก็จับโยนหน้าต่างชั้นบน ซึ่งไม่มีใครรู้ว่าเขาฆ่าคนเป็นจำนวนเท่าไหร่กันแน่ แต่ประวัติศาสตร์บันทึกไว้ว่าฆาตกรจอมโหดนี้ได้เพราะถูกเหยื่อแทงตายเพื่อป้องกันตัว

               

                ครอบครัวฆาตกร

                ซอว์นี บีน ครับเป็นชาวสก็อต เขาและเมียอาศัยอยู่ในถ้ำบนชายฝั่งกัลป์โลเวย์โคสต์ เขาและเมียอ้วนอ้วนสมบูรณ์แข็งแรงมากเพราะกินเนื้อคน เหยื่อก็คือคนที่เดินทางไปในบริเวณนั้น

                ภายในเวลา 25 ปี ครอบครัวนี้ได้เติบโตขึ้น เขามีลูกชาย 8 คน ลูกสาว 6 คน หลานชาย 18 คน และหลานสาว 14 คน ทั้งหมดล้วนเป็นมนุษย์กินคน ออกล่าเฉยื่อพร้อมกันเป็นทีม

                กว่าที่มือกฎหมายจะมาถึง บีนและครอบครัวอันใหญ่โตของเขา ก็ฆ่าคนไปกว่า 1,000 คน

                เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นในศตวรรษที่ 15 โน่น


               
คดีฆาตกรรมต่อเนื่องหมู่คณะ

                
                
มีคดีฆาตกรรมต่อเนื่องที่เป็นหมู่คณะจำนวนมากที่เกิดจากประเพณีและลัทธิต่างๆ เช่น    

                ในศตวรรษที่ 11 ที่เปอร์เซีย (ปัจจุบันคืออิหร่าน) มีกลุ่มผู้ร้ายนักฆ่าเป็นสมาชิกของกลุ่มมุสลิมนักรบรับจ้างในสงครามครูเสดใช้ชื่อกลุ่มตามรูปลักษณ์ของตัวเองว่า กลุ่มลัทธิโอสถหลอน (HASHASHIN) นักฆ่ากลุมนี้เห็นการฆาตกรรมเป็นภารกิจอันศักดิ์สิทธิ์เพื่อมอบถวายแก่องค์เทพเจ้าและผู้ครองพิภพที่เรียกว่า "ผู้เฒ่าแห่งขุนเขา" กลุ่มนี้ถูกทำลายล้างในปี 1256 โดยชาวมองโกลภายใต้การนำของฮูลากู หลานปู่ของจอมจักรพรรดิ เจงกิสข่าน ซึ่งครั้งนั้นมีสมาชิกของลัทธิถูกสังหารไป 12,000 คน แต่นักสังเกตการณ์ของฝรั่งเศสบันทึกว่ายังมีสมาชิกของลัทธินี้อยู่มาจนถึงปีศตวรรษที่ 19

                ในประเทศอินเดียต้นศตวรรษที่ 13 มีกลุ่มผู้นับถือศาสนาฮินดูแยกตัวออกไปมาปฎิบัติพิธีกรรมสรรหาคิดค้นกันขึ้นมาเอง แล้วตั้งชื่อกลุ่มว่า "ธัค"(THAG) หรือเป็นที่รู้จักกันดีในภาษาฮินดูว่า "ฟานซิการ์"(  หมายถึงบ่วงรัดคอ เพราะพวกนี้ชื่อชอบที่จะรัดคอเหยื่อด้วยผ้าผืนยาวที่สมาชิกแต่ละคนจะถูกไว้รอบเอว

                พวกลัทธินี้นับถือบุชาเจ้าแม่กาลี เทพเจ้าแห่งการทำลายล้างของชาวฮินดู นอกจากจะฆ่าคนแล้วพวกลัทธินี้ก็ยังมีพิธีกรรมทรมานตัวเอง ซึ่งผู้ศรัทธาจะถูกโบยตีและทำทารุณอย่างโหดร้ายโดยเหล่านักบวชในลัทธิ หรือไม่ก็ถูกเกี่ยวด้วยตะขอขนาดใหญ่เขาไปในเนื้อสดๆ ในขณะที่สมาชิกคนอื่นๆ ในกลุ่มจะแสดงความปลื้มปิติยินดีเป็นล้นพ้นและเปล่งเสียงออกมาพร้อมๆ กันว่า

                "ชัยชนะแก่พระแม่กาลี"

                พวกธัคออกอาละวาดสังหารเหยื่อตามวิธีการของลัทธิอำมหิตมายาวนานถึง 600 ปี ก่อนที่จะถูกปราบปรามโดยกองกำลังทหารอังกฤษ ซึ่งระบุว่ามีสมาชิกธัค 4,500 คนถูกตัดสินว่ากระทำความผิดในคดีอาชญากรรมระหว่างปี 1830 ถึง 1848 ในจำนวนนี้ 110 คนถูกตัดสินให้ประหารชีวิต ซึ่งหนึ่งในนั้นคือ ธัคกี บูห์ราม (THUGGE BUHRAM) ซึ่งฆ่าคนไปถึง 931 คน ก่อนถูกจับได้ในปี 1812  รวมแล้วเหยื่อที่ถูกลัทธิสังหารมีมากกว่าล้านคน


               
ฆาตกรรมต่อเนื่องในยุโรป

                ในยุโรปพบว่ามีฆาตกรต่อเนื่องหลายรายเลยครับ


               
จิส เลส เดอ เรส (GILLES DE RAIS)

                เป็นฆาตกรผู้ชายที่ฆ่าคนมากที่สุดในประวัติศาสตร์ เกิดในปี 1404 เป็นขุนนางมั่งคั่งยุคยุโรป เป็นขุนพลนักรบคู่คิดเคียงข้างวีรสตรีชาวฝรั่งเศส โจน ออฟ อาร์ค

                หลังจากที่เขากลับบ้าน เขาวางอาวุธ เขาเก็บตัว อุทิศตนกับการเล่นแร่แปรธาตุ จนกระทั้งเขาค้นพบความลับของวัตถุพิเศษที่สามารถเปลี่ยนแร่ธาตุเป็นทองคำได้ วัตถุนี้หาได้ไม่ใกล้ไม่ไกล เพราะมันอยู่ในโลกหิตมนุษย์นั้นเอง

                เขาได้ทำการทดลองที่พิลิกพิลั่นนี้ ผลคือเขาสังหารเด็กไปราว 200-300 คน ด้วยวิธีที่พิลึกพิลั่นต่าง ๆ ที่สยดสยอง เช่นระหว่างที่บีบคอเหยื่ออยู่นั้นก็บังคับให้เหยื่อที่ไม่ถึงคิวมรณะร้องประสานเสียงร้องของเด็กที่เด็กนั้นกำลังจะตายด้วย

                ในปี 1440 จิลเลสถูกจับกุมในข้อหามีมารเข้าครอบงำ และสังหารเด็กมากมายถึง 14 ปี เขาถูกตัดสินแขวนคอ และตายก็เอาไปเผา ด้วยอายุ 36 ปี

                แม้เขาจะตายนานแล้ว แต่ชื่อเสียงของเขาได้ถูกนำไปเรียกเป็นนามอมตะว่า "บลูเบียร์ด" (BLUE BEARD) ซึ่งเรียกตามลักษณะหนวดเคราที่มีน้ำเงิน ดำ ในเวลาต่อมาชื่อนี้ถูกนำไปใช้เรียกอาชญากรผู้สังหารภรรยาหลายๆ คน


               
อลิซาเบธ บาโธรี่ (Alizabeth Bathory)

               
               
เธอเป็นฆาตกรที่เป็นผู้หญิงที่ฆ่าคนมากที่สุดในประวัติศาสตร์ ประวัติของเธอผมแนะนำให้อ่านของคุณกำเหลงครับ

                http://my.dek-d.com/cammy/story/viewlongc.php?id=138659&chapter=2


               
ฆาตกรต่อเนื่องในประเทศไทย

                ส่วนฆาตกรต่อเนื่องในประเทศไทย จนถึงทุกวันนี้ มีฆาตกรต่อเนื่องแค่ 3 คน(ไม่นับรวมมือปืน,เจ้าพ่อ,โจรใต้)  คนแรกเป็นฆาตกรต่อเนื่องคนแรกของไทยชื่อ นายกู้เกียรติ เรืองฤทธิ์(อ่านประวัตินายนี้ได้เร็วๆ นี้) ซีอุย และปัจจุบันคือสมคิด พุ่งพวง ที่สังหารหมอนวดไปหลายศพ

                ส่วนสาเหตุที่ประเทศไทยมีจำนวนคดีฆาตกรรมต่อเนื่องน้อยกว่าที่คิดนั้นไม่ค่อยมีใครใส่ใจศึกษาเรื่องนี้มากนัก และไม่ใส่ใจในการแก้ปัญหาด้วย ฉะนั้นจึงไม่น่าแปลกใจที่ประเทศไทยเริ่มมีฆาตกรต่อเนื่องเกิดขึ้นหลายรายมากขึ้นทุกที


                จนถึงปัจจุบัน จำนวนฆาตกรต่อเนื่องและเหยื่อผู้เสียชีวิตยังเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วเหลือเชื่อและน่าทึ่ง เจ้าหน้าที่ในสหรัฐอเมริกาได้บันทึกสถิตไว้ในปี 1900-1959 เฉลี่ยแล้วทั้งประเทศเกิดคดีฆาตกรรมต่อเนื่องขึ้น 2 คดี ในทศวรรษ 1970-1985 อัตราการเกิดคดีฆาตกรต่อเนื่องอยู่ที่ 3 คดีต่อเดือนและเรื่อยมาจนถึงทศวรรษ 1990 เรียกได้ว่าเป็นยุคของอุตสาหกรรมการฆาตกรรมต่อเนื่องก็ว่าได้เนื่องจากว่ามีฆาตกรต่อเนื่องเกิดขึ้นถึง 800 คน เพียงแค่ใน 2-3 ทศวรรษเท่านั้น.......

 ขอขอบคุณพี่cammy@dek-d.comด้วยนะคะ^^

สร้างโดย: 
ชัญญา ชูชัยวัฒนะกิจ ม.3/10 โรงเรียนสตรีศรีสุริโยทัย

มหาวิทยาลัยศรีปทุม ผู้ใหญ่ใจดี
 
 

 ช่วยด้วยครับ
นักเรียนที่สร้างบล็อก กรุณาอย่า
คัดลอกข้อมูลจากเว็บอื่นทั้งหมด
ควรนำมาจากหลายๆ เว็บ แล้ววิเคราะห์ สังเคราะห์ และเขียนขึ้นใหม่
หากคัดลอกทั้งหมด จะถูกดำเนินคดี
ตามกฎหมายจากเจ้าของลิขสิทธิ์
มีโทษทั้งจำคุกและปรับในอัตราสูง

ช่วยกันนะครับ 
ไทยกู๊ดวิวจะได้อยู่นานๆ 
ไม่ถูกปิดเสียก่อน

ขอขอบคุณในความร่วมมือครับ

อ่านรายละเอียด

ด่วน...... ขณะนี้
พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2558 
มีผลบังคับใช้แล้ว 
ขอให้นักเรียนและคุณครูที่ใช้งาน
เว็บ thaigoodview ในการส่งการบ้าน
ระมัดระวังการละเมิดลิขสิทธิ์ด้วย
อ่านรายละเอียดที่นี่ครับ

 

สมาชิกที่ออนไลน์

ขณะนี้มี สมาชิก 0 คน และ ผู้เยี่ยมชม 84 คน กำลังออนไลน์