กระบวนทัศน์ใหม่เพื่อพัฒนาศักยภาพเด็กไทยในทศวรรษหน้า

รูปภาพของ stmdamien
 กระบวนทัศน์ใหม่เพื่อพัฒนาศักยภาพเด็กไทยในทศวรรษหน้า ๑๐ ปี
ทศวรรษเพื่อเด็กและภูมิปัญญาของครอบครัว


Mind Map คืออะไร

                        Mind Map คือ การถ่ายทอดความคิด หรือข้อมูลต่างๆ ที่มีอยู่ในสมองลงกระดาษ โดยการใช้ภาพ สี เส้น และการโยงใย แทนการจดย่อแบบเดิมที่เป็นบรรทัดๆ เรียงจากบนลงล่าง ขณะเดียวกันมันก็ช่วยเป็นสื่อนำข้อมูลจากภายนอก เช่น หนังสือ คำบรรยาย การประชุม ส่งเข้าสมองให้เก็บรักษาไว้ได้ดีกว่าเดิม ซ้ำยังช่วยให้เกิดความคิดสร้างสรรค์ได้ง่ายเข้า เนื่องจากคุณเห็นภาพรวม และเปิดโอกาสให้สมองคุณเชื่อมโยงต่อข้อมูลหรือความคิดต่างๆ เข้าหากันได้ง่ายกว่าเดิม


                        คนที่ประสิทธิ์ประสาท Mind Map® ขึ้นมาคือชาวอังกฤษชื่อ “ โทนี บูซาน” โทนีเป็นคนที่สนใจศึกษาเรื่องการทำงานของสมองมนุษย์ เมื่อ ๔๐ ปีก่อน นักวิทยาศาสตร์ชาวอเมริกันพบว่าสมองของมนุษย์ ๒ ซีก ถนัดในการทำงานต่างกัน ซีกซ้ายจะเป็นเรื่องเกี่ยวกับทฤษฎีต่างๆ เหตุผล ตัวเลข/ตัวอักษร สัญลักษณ์ ตรรกะ ลำดับ การวิเคราะห์ ส่วนซีกขวาคือเรื่อง จังหวะ จินตนาการ ภาพ มิติ สีภาพรวม การสังเคราะห์ แต่กระบวนการเรียนการสอนในปัจจุบัน ฝึกให้เราใช้สมองซีกซ้ายเพียงข้างเดียว คือจำแต่ตัวหนังสือ อ่านแต่ตัวหนังสือ เราจึงไม่ได้ใช้สมองทั้งสองส่วนอย่างเต็มที่ เมื่อจบการศึกษามาทำงาน เราก็ยังคงถนัดแต่การใช้สมองซีกซ้ายอยู่ ตามเดิม   โทนีสังเกตว่าคนที่เรียนเก่งๆ จะมีวิธีการจดบันทึกที่ไม่เหมือนคนทั่วไป คือ แทนที่จะเริ่มเขียนจากมุมซ้ายของกระดาษ เป็นแถวๆ ไปจนจบบรรทัดแล้วขึ้นบรรทัดใหม่ แต่คนเหล่านี้จะเลือกการใช้คำหรือประเด็นหลักๆ หรือภาพแทนประโยคยาวๆ เขาจึงพัฒนาแนวความคิดนี้ขึ้นมาเป็น Mind Map® ก็คือการใช้สมองทั้งสองส่วนมาทำงานร่วมกัน ใช้ภาพและสีสันต่างๆ  เป็นจุดสนใจ ทำให้เราจำได้ง่ายขึ้นและทำให้เรื่องน่าเบื่อกลายเป็นเรื่องสนุก จึงเป็นผลให้สมองทำงานได้ดีขึ้นและปัจจุบัน การใช้ Mind Map® นี้ ก็เป็นที่นิยมไปทั่วโลก ประมาณการใน Global Mind Map Conference 2007 ที่สิงคโปร์ว่า มีคนใช้วิธีการนี้ทั้งในด้านการเรียนและการทำงานเป็นจำนวนกว่า ๒๕๐ ล้านคนทั่วโลก

 
ที่มาของภาพ : http://www.yenta4.com/msn/emoticon.php
Mind Map & Brain Gym : เครื่องมือช่วยเสริมสมอง
สำหรับเด็กและผู้ใหญ่

สถาบันแห่งชาติเพื่อการพัฒนาเด็กและครอบครัว ๑๐ ปี ทศวรรษเพื่อเด็กและภูมิปัญญาของครอบครัว

ทำไมจึงต้องรู้จัก Mind Map
                อันที่จริงแล้ว Mind Map ก็คือเครื่องมือในการจดบันทึกอย่างหนึ่ง แต่พบว่ามีประโยชน์มากมายกว่าที่เราคิด เราสามารถใช้ Mind Map ได้กับทุกเรื่องที่เราต้องใช้สมองคิด ใช้ในการจดบันทึกการประชุม จดคำบรรยาย วางแผนไปพักร้อนกับครอบครัว สรุปย่อและทบทวบทเรียน ภาพยนตร์นวนิยาย จากนั้นก็มีคนเริ่มนำไปใช้กับการวิเคราะห์ข้อมูลในสาขาต่างๆ และนอกจากนี้ Mind Mapยังพัฒนาเรื่องความคิดสร้างสรรค์ด้วย เพราะคำ ๑ คำที่คิดขึ้นมาสามารถที่จะแตกความคิดออกไปได้เป็น ๑,๐๐๐ คำ เท่าที่วิเคราะห์มาพบว่า คนไทยสามารถคิดได้ ๖ – ๙ ความคิดใน ๑ นาที และ Mind Map ก็ยังเรียนรู้ได้ไม่ยาก ใช้เวลาเพียง ๑ – ๒ วันก็สามารถนำไปใช้ได้แล้ว ทุกคนสามารถนำมาใช้ได้กับทุกเรื่องในชีวิตประจำวัน โดยเฉพาะนักเรียนจะได้ประโยชน์มากอย่างไม่น่าเชื่อ

 

ลักษณะของ Mind Map

                การเขียน Mind Map จะเริ่มจากตรงกลางหน้ากระดาษในเรื่องที่คุณกำลังคิด และแตกความคิดในเรื่องที่สำคัญรองๆ ลงไป ออกไปรอบๆ แต่ละเรื่องก็จะแตกกิ่งไปเหมือนแขนงต้นไม้ ทำให้เราสามารถเห็นความคิดของเราเองว่าคิดไปได้แค่ไหนแล้วทำให้เราสามารถวิเคราะห์ปัญหานั้นๆ ได้ ถ้าวันนี้คิดไม่เสร็จ พรุ่งนี้มาคิดต่อก็ได้ แล้วคุณจะพบว่า เราจะสามารถคิดเรื่องนี้ออกไปได้ เรื่อยๆ ไม่มีที่สิ้นสุดจากกระดาษ A4 ก็อาจจะกลายเป็นกระดาษ A3 หลายๆ แผ่นได้ ซึ่งจะทำให้เราคิดได้มากกว่าการคิดวนเวียนอยู่ ในสมอง

 
ที่มาของภาพ : http://www.vcharkarn.com/uploads/126/127055.jpg
                 การเขียน Mind Map นั้น แม้จะเป็นเรื่องเดียวกัน แต่ทุกคนจะเขียนไม่เหมือนกัน  เพราะต่างคนต่างคิดแต่ไม่มีใครผิด
                 การเขียน Mind Map ไม่มีการเขียนผิด แต่อาจมีข้อบกพร่องที่สามารถทำให้ดีขึ้นได้ เช่น ควรใช้สีเดียวกันในเรื่อง (กิ่ง) เดียวกัน  เส้นทุกเส้นใน Mind Map ควรจะต่อกัน เพราะถ้าเส้นขาดจะทำให้ความคิดไม่ต่อเนื่อง คำที่ใช้ควรเป็นคำกุญแจ (คำสำคัญ) เท่านั้น ไม่ควรเขียนกลับหัวหรือให้คำเอียง อ่านยาก การแยกคำหรือความคิดใหม่ ควรแยกจากปลายของเส้นเสมอ คนที่เพิ่งเริ่มหัดเขียนใหม่ๆ
                 Mind Map ที่ได้อาจจะดูรก ไม่เป็นระเบียบและเขียนได้ช้า แต่เมื่อเขียนไปสักระยะหนึ่ง จะเขียนได้สวยและเป็นระเบียบขึ้นและเขียนได้เร็วกว่าเดิม ยิ่งเขียนไปนานๆ จะคล่องมากขึ้นและจะคิดได้เร็วกว่าคนอื่นด้วย

             

 

 

 

 

                                                                                                                                                                 

ที่มาของภาพ : http://jinsoosong.com/icon-home5.jpg   

                                                                                                                                                                   

 

มหาวิทยาลัยศรีปทุม ผู้ใหญ่ใจดี
 
 

 ช่วยด้วยครับ
นักเรียนที่สร้างบล็อก กรุณาอย่า
คัดลอกข้อมูลจากเว็บอื่นทั้งหมด
ควรนำมาจากหลายๆ เว็บ แล้ววิเคราะห์ สังเคราะห์ และเขียนขึ้นใหม่
หากคัดลอกทั้งหมด จะถูกดำเนินคดี
ตามกฎหมายจากเจ้าของลิขสิทธิ์
มีโทษทั้งจำคุกและปรับในอัตราสูง

ช่วยกันนะครับ 
ไทยกู๊ดวิวจะได้อยู่นานๆ 
ไม่ถูกปิดเสียก่อน

ขอขอบคุณในความร่วมมือครับ

อ่านรายละเอียด

ด่วน...... ขณะนี้
พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2558 
มีผลบังคับใช้แล้ว 
ขอให้นักเรียนและคุณครูที่ใช้งาน
เว็บ thaigoodview ในการส่งการบ้าน
ระมัดระวังการละเมิดลิขสิทธิ์ด้วย
อ่านรายละเอียดที่นี่ครับ

 

สมาชิกที่ออนไลน์

ขณะนี้มี สมาชิก 0 คน และ ผู้เยี่ยมชม 73 คน กำลังออนไลน์