กระด้ง

 

วิธีการทำกระด้ง

อุปกรณ์และเครื่องมือที่ใช้1)  มีด2) เลื่อย3) คีม4) ไม้ไผ่5) ลวด6) เชือก7) เหล็กวิธีการดำเนินงาน 1) ศึกษาและรับฟังวิธีการทำกระด้งอย่างละเอียด2) ตัดไม้ไผ่  ยาวประมาณ 2 เมตร3) จากนั้นนำไม้ไผ่มาเหลา ให้เป็นเส้นบางพอสมควรที่จะสานกระด้งได้4) แล้วนำมาวางเรียงกัน 8 เส้น  นำไม้ไผ่มาสานกัน เป็นลายขัดกัน 2 เส้น จากนั้นก็สานต่อไปเรื่อยๆจนกว่าจะได้ตามขนาดที่เราต้องการ5) ไปเหลาไม้ไผ่มาดัดมาทำเป็นขอบกระด้ง6) นำขอบกระด้งมาประกอบกันเครื่องจักสานภาคเหนือ           ภาคเหนือ หรือล้านนาไทย เป็นดินแดนที่มีศิลปวัฒนธรรมเฉพาะถิ่นเป็นของตนเอง เป็นเหตุให้เครื่องจักสานในภาคเหนือมีเอกลักษณ์ที่แตกต่างไปจากภาคอื่น นอกจากนี้ ภาคเหนือหรือล้านนาไทยมีสภาพภูมิศาสตร์ที่แตกต่างไปจากภาคอื่นๆ
          สภาพการประกอบอาชีพด้านเกษตรกรรมทำให้ภาคเหนือเป็นแหล่งผลิตเครื่องมือเครื่องใช้จักสานที่สำคัญ นอกจากนี้ ภาคเหนือยังมีวัตถุดิบหลายชนิดที่นำมาทำเครื่องจักสานได้ เช่น  กก แหย่ง ใบลาน และไม้ไผ่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งไม้ไผ่ซึ่งมีหลายชนิดที่ใช้ทำเครื่องจักสานได้ดี
          นอกจากสภาพภูมิประเทศและการประกอบอาชีพของภาคเหนือที่เอื้ออำนวยให้ประชาชนทำเครื่องจักสานแล้ว ศิลปวัฒนธรรม ขนบประเพณีและศาสนาของภาคเหนือ ก็เป็นองค์ประกอบสำคัญที่ทำให้เครื่องจักสานภาคเหนือมีเอกลักษณ์เป็นของตนเอง
          ภาคเหนือหรือล้านนาไทยเป็นดินแดนที่เจริญรุ่งเรืองอยู่ในวงล้อมของขุนเขา ทำให้ภาคเหนือมีศิลปวัฒนธรรมเป็นของตนเองมาแต่โบราณมีภาษาพูด ภาษาเขียน ขนบประเพณี เป็นของตนเอง เอกลักษณ์ทางวัฒนธรรมเฉพาะถิ่นเหล่านี้เป็นอีกองค์ประกอบหนึ่งที่ทำให้เครื่องจักสานภาคเหนือมีเอกลักษณ์ของตนเอง
          การทำเครื่องจักสานพื้นบ้านภาคเหนือหรือล้านนาไทยนั้น ทำสืบต่อกันมาแต่โบราณ ดังมีหลักฐานปรากฏในภาพจิตรกรรมฝาผนังหลายแห่ง เช่น ภาพชาวบ้านกับเครื่องจักสานในภาพจิตรกรรมฝาผนังวิหารวัดพระสิงห์วรวิหารอำเภอเมืองเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่ เป็นภาพชาวบ้านกำลังนั่งสนทนากันอยู่ ข้างๆ ตัวมีภาชนะจักสานชนิดหนึ่งที่เรียกว่า เปี้ยด หรือกระบุงวางอยู่รูปทรงของเปี้ยดในภาพคล้ายกับเปี้ยดที่ใช้อยู่ในปัจจุบัน แสดงว่าชาวล้านนาสานเปี้ยดใช้มานานนับร้อยปี นอกจากภาพจิตรกรรมฝาผนังวัดสิงห์วรวิหารแล้ว ยังมีภาพของเครื่องจักสานปรากฏในภาพจิตรกรรมฝาผนังอีกหลายภาพ เช่น ภาพจิตรกรรมฝาผนังวิหารวัดบวกครกหลวง อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ จิตรกรรมฝาผนังวิหารวัดภูมินทร์ อำเภอเมือง จังหวัดน่าน
  กระด้ง หรือ ด้ง  ที่นิยมใช้กันอยู่ในภาคใต้มี ๒ อย่าง คือ กระด้งฝัดข้าว และกระด้งมอนกระด้งทั้งสองชนิดนี้สานด้วยไม้ไผ่และหวายสำหรับใช้งานเกษตรกรรม โดยเฉพาะการทำไร่ทำนา กระด้งปักษ์ใต้ทั้งสองชนิดเป็นกระด้งที่มีลักษณะเฉพาะที่ต่างไปจากกระด้งภาคอื่นอย่างเห็นได้ชัด  ทั้งด้านรูปแบบและลวดลาย
         ด้านรูปแบบของกระด้งฝัดภาคใต้ต่างไปจากกระด้งทั่วๆ ไป คือ จะมีรูปกลมรีคล้ายรูปหัวใจ ส่วนป้านจะกลมมน ส่วนแหลมจะรีเล็กน้อยและการทำกระด้งให้มีลักษณะรีแทนที่จะกลมก็เพื่อความสะดวกในการร่อน ฝัด และเทข้าวออกแสดงให้เห็นการสร้างรูปแบบที่สอดคล้องกับประโยชน์ใช้สอยอย่างแยบยล
     ลักษณะ                                                                                                                                                           เป็นเครื่องมือฝัดข้าวและตากข้าวเปลือกชนิดหนึ่งมี 2 ชนิด คือชนิดที่1                                                                                                                                                   ด้งฝัดข้าว หรือเรียกว่า ด้ง โดยทั่วไป ๆ มีรูปร่างกลม แต่ค่อนข้างรีเล็กน้อย คือตอนหัวหรือด้านหนึ่งแหลม ส่วนด้านตรงข้ามกลมมน สานด้วยไม้ไผ่ใช้สำหรับฝัดข้าว ร่อยข้าว โดยเฉพาะบ้างครั้งใช้เป็นที่นอนของเด็กอ่อน โดยวางเบาะลงบนด้งอีกทีหนึ่งก็ได้ ชนิดที่2                                                                                                                                                        ด้งมอน คำว่า " มอน " ในภาษาปักษ์ใต้มีความหมายได้ 3 อย่าง คือ หมายถึง กลม หรือหมายถึง เฝ้าวนเวียนที่จะทำมิดีมีร้าย แต่ด้งมอนหมายถึง ด้งที่มีรูปร่างกลม ด้งมอนโดยทั่วไปใหญ่กว่าด้งฝัดข้าวถึงเท่าตัว ใช้สำหรับตากข้าวเปลือก หรือตากสิ่งของอื่น           การจักสาน          งานจักสาน เป็นงานหัตถกรรมพื้นบ้านนครไทย ทำขึ้นเป็นเครื่องมือเครื่องใช้ โดยใช้วัตถุดิบจากธรรมชาติที่มีอยู่ในท้องถิ่นมาแปรรูปเป็นวัสดุสร้างเป็นเครื่องจักสานประเภทต่างๆ 
        การทำเครื่องจักรสานโดยทั่วไป มีกรรมวิธีการสานและรูปแบบ 
คล้ายคลึงกันเป็นส่วนใหญ่ แต่วัตถุดิบที่ใช้จะแตกต่างกันไปตามสภาพภูมิศาสตร์ของท้องถิ่น เครื่องจักรสานทั่วๆไปจะมีรูปแบบตาม ความนิยมขนบธรรมเนียมประเพณี ชีวิตความเป็นอยู่ของแต่ละท้องถิ่น เครื่องจักรสานจึงเป็นสิ่งที่เกิดจากความคิดสร้างสรรค์และ ภูมิปัญญาของคนในแต่ละท้องถิ่น 

          1.วัตถุดิบ ที่นำมาใช้ทำเครื่องจักรสานของชาวนครไทย ส่วนใหญ่จะเป็นไม้ไผ่ โดยนำไม้ไผ่มาจักเป็นตอกเป็นเส้น เพื่อให้สานสิ่ง 
ต่างๆ ได้สะดวกและได้รูปทรงตามต้องการ ไม้ไผ่ที่นำมาใช้ทำเครื่องจักสาน เช่น ไผ่สีสุก, ไผ่รวก, ไผ่เฮี้ยะ(ไม้เฮี๊ยะ),ไผ่ข้าวหลาม 
นอกจากไม้ไผ่ ชาวนครไทยยังนำวัตถุดิบจากธรรมชาติมาใช้ทำเครื่องจักสาน เช่น หวาย เป็นต้น 

            2.เครื่องมือที่ใช้ทำเครื่องจักรสาน 
2.1 มีด ที่ใช้โดยทั่วไปเป็นมีดเหล็กกล้าเนื้อแกร่ง มี 2 ชนิด คือ 

2.1.1 มีดสำหรับผ่าและตัดเช่น มีดอีโต้ ใช้ตัดและผ่าไม้ไผ่และหวาย ที่จะใช้ทำเครื่องจักรสานให้มีขนาดตามต้องการ ก่อนที่จะ 
นำไปจักเป็นตอก 
2.1.2 มีดตอก คือ มีดสำหรับจักตอก เป็นมีปลายเรียวแหลม ปลายและด้ามงาน ส่วนมากตัวจะส้นกว่าด้ามเพราะในการจักหรือ 
เหลาตอกจะใช้ด้ามสอดเข้าไประหว่างแขนกับลำตัว เพื่อให้จักหรือเหลาตอกได้สะดอก 
2.2 เหล็กมาด เป็นเหล็กปลายแหลม ใช้สำหรับเจาะ ไซ งัด แงะ 
2.3 คีมไม้ มีรูปร่างคล้ายคีมทั่วไป แต่มีขนาดใหญ่และทำด้วยไม้เนื้อแข็ง เพื่อใช้หนีบปากภาชนะจักสานเพื่อเข้าขอบ 
เช่น ใช้หนีบขอบกระบุง ตะกร้า กระจาด คีมจะช่วยให้ช่างจักรสานเข้าขอบภาชนะจักสานได้สะดวกโดยไม่ต้องใช้ผู้ช่วย 
        3. การสานและลายสาน 
การทำเครื่องจักรสานของชาวนครไทย เริ่มต้นจากการ จักคือการเอามีดผ่าไม้ไผ่ ให้แตกออกจากกันเป็นเส้นบางๆ แล้ว สาน” 
เป็นเครื่องจักสานประเภทต่างๆ ให้มีรูปทรงสอดคล้องกับการใช้สอยและขนบนิยมของท้องถิ่น การนำแบบของลายใดมาใช้กับเครื่อง 
จักสานใดนั้นขึ้นอยู่กับความเหมาะสมที่บรรพบุรุษได้ทดสอบใช้สืบต่อกันมาก ลายสานและกรรมวิธีในการสานในอำเภอนครไทยแบ่งออกเป็นแบบต่างๆ ได้ดังนี้                                                         3.1 ลายขัด เป็นลายต้นแบบ ลักษณะของลายขัดเป็นการสร้างแรงยึดระหว่างตอกด้วยการขัดกันเป็นรูปมุมฉากระหว่างแนวตั้งกับ แนวนอนใช้ตอกยืนแนวตั้ง สอดขัดกับตอกแนวนอนโดยยกเส้นหนึ่งจ่มหรือขัดลงเส้นหนึ่งสลับกันไป เรียกว่า ลายขัดหรือ ลายหนึ่ง จากลายหนึ่งได้พัฒนามาเป็นลายสอย ลายสาม และรายอื่นๆ แต่ยังคงรักษาลักษณะการสอดและการขัดกันเช่นเดิม แต่ใช้เส้นตอก ในแนวตั้งและแนวนอนมากกว่าหนึ่งเส้น และสอดขัดกันให้สลับไปสลับมาเกิดเป็นลายสอย ลายสาม และลายอื่นๆ                                                                                                                                                          3.2 ลายทแยง เป็นวิธีสานที่ใช้ตอกขัดกันในแนวทแยง ไม่มีเส้นตั้งและเส้นนอน แต่จะสานจัดกันตามแนวทแยงเป็น หกเหลี่ยม 
เชื่อมกันไปเรื่อยๆ คล้ายรวงผึ้ง ลายชนิดนี้จึงมักสานโปร่ง เช่น ลายตาเข่ง ลายเฉลว ลายชะลอม 
              3.3 ลายอิสระ เป็นการสานที่ไม่มีแบบแผนตายตัว ขึ้นอยู่กับความต้องการของผู้สานที่จะคิดประดิษฐ์ขึ้นเองให้สอดคล้อง 
กับความต้องการของตน 
            4. ประเภทของเครื่องจักรสาน เครื่องจักสานของชาวนครไทยสามารถแยกประเภทตามประโยชน์ใช้สอยได้ดังนี้ 
          4.1 เครื่องใช้ในการเกษตรกรรม เป็นเครื่องจักสานที่ทำขึ้นเพื่อสนองประโยชน์การใช้สอยของชาวไร่ ชาวนาและชาวสวน เช่น 
วี ใช้พัดเม็ดข้าวลีบออกจากข้าวเปลือก พ้อม ภาชนะบรรจุข้าวเปลือก เพื่อเก็บข้าวเปลือกไว้กินหรือเอาไว้ขาย เครื่องสีข้าว ใช้สีข้าวเพื่อบริโภคเป็นข้าวที่สีด้วยมือ บุ้งกี๋ ใช้สำหรับตักดิน สุ่ม สำหรับขังไก่ ตะกร้า ใช้ใส่ของ เช่น หญ้า,ฝักข้าวโพด กระด้ง ใช้ฝัดข้าวและพืชชนิดอื่นๆ 
          4.2 เครื่องมือจับสัตว์และขังสัตว์น้ำ ที่ใช้อยู่ทั่วๆไปโดยเฉพาะบริเวณในที่ลุ่มหรือในท้องนา เช่น กระชัง ใช่ขังปลา ไซ ใช้ดักปลา ข้อง ใช้ใส่ ปลา ,กบ,หอย และอื่นๆ สุ่ม ใช้สุ่มจับปลา แงบ(แอบ) ใช้ดักกบ อีจู้ เครื่องมือดักปลาไหล ลอบ ใช้ดักปลา ซ่อน ใช้ดักปลา 
        4.3 เครื่องใช้ในครัวเรือน ที่ชาวนครไทยใช้อยู่ทั่วไป เช่น กระติบข้าว ภาชนะสำหรับใส่ข้าวเหนียวนึ่ง หวด ใช้นึ่งข้าว คุ ทาชันใช้ตักน้ำ กระด้ง ใช้ใส่สิ่งของและตากสิ่งของ กระจาด ภาชนะสำหรับใส่สิ่งของและหาบ กระบุง ภาชนะที่ใช้ใส่สิ่งของ หรือที่ใช้เป็นเครื่องตวง กระชอน ใช้คั้นกะทิ พัด ใช้พัดไฟและโอกาสอื่นๆ ชะลอม ใช้ใส่ผลไม้และสิ่งของอื่นๆ 
ตะกร้า(กะต้า) ใช้ใส่สิ่งของต่างๆ ใช้ได้ทั้งการหิ้ว หาบและคอนด้วยไม้คาน ไม้ตีแมลงวัน ใช้ตีแมลงวัน 
         4.4 เครื่องใช้อื่นๆ ที่ใช้กันทั่วไป ได้แก่ กรงนก ใช้ขังนก ฝาบ้าน(เฮือน) ใช้เป็นส่วนประกอบของบ้านเรือน(ไม้ไผ่สาน) ตะกร้อ อุปกรณ์การเล่นกีฬา งอบ ใช้กันแดดและฝน เปล เปลเด็ก เสื่อ(สาด)ภาชนะที่ใช้ปูเพื่อให้สามารถนั่งหรือนอนในที่ต่างๆ เครื่องจักรสาน ยังป็นเครื่องมือเครื่องใช้ในการดำรงชีวิตประจำวันของชาวนครไทยและยังมีการทำกันอยู่ในหลายท้องถิ่น ทั้งที่ ทำเป็นอาชีพโดยตรงและทำเป็นอาชีพรองยามว่างจากการทำไร่ทำนา เครื่องจักสานเหล่านี้บางประเภทจะมีลักษณะเฉพาะถิ่น ตั้งแต่ วิธีการสาน รูปแบบและประโยชน์ใช้สอย ฃึ่งมีสาเหตุมาจากสภาพแวดล้อมทางภูมิศาสตร์ ประโยชน์ใช้สอยความเชื่อและขนบ 
ธรรมเนียมของท้องถิ่น และวิถีชีวิตที่สืบทอดกันมา แต่ในปัจจุบันได้มีเครื่องใช้พลาสติกเข้ามาแทนที่เครื่องจักสานบางชนิด 
ทำให้เครื่องจักรสานค่อยๆหายไปที่ละอย่าง ดังนั้นถ้าไม่มีการฟื้นฟู เครื่องจักสานเหล่านี้อาจหายไปจากสังคมนครไทยก็ได้ 

 

ขอขอบคุณแหล่งที่มาจาก

www.wikipedia.org

 

จัดทำโดย

 1.น.ส.สุจาริณี    มีธรรม   เลขที่  13   ชั้น  ม.5/5

2.น.ส.สุดารัตน์    ฟูตุ้ย     เลขที่  24    ชั้น ม.5/5 

 

 

 

 

 

ถ้าจัดขนาดตัวอักษรให้ดีกว่านี้ และมีภาพประกอบขณะจัดทำจะเยี่ยมมากค่ะ

นางสาวสุจาริณี  มีธรรม   เลขที่ 13  ม.5/5

นางสาวสุดารัตน์   ฟูตุ้ย    เลขที่  24  ม.5/5 

เรื่อง   กระด้ง

http://www.thaigoodview.com/node/115573

 ช่วยด้วยครับ
นักเรียนที่สร้างบล็อก กรุณาอย่า
คัดลอกข้อมูลจากเว็บอื่นทั้งหมด
ควรนำมาจากหลายๆ เว็บ แล้ววิเคราะห์ สังเคราะห์ และเขียนขึ้นใหม่
หากคัดลอกทั้งหมด จะถูกดำเนินคดี
ตามกฎหมายจากเจ้าของลิขสิทธิ์
มีโทษทั้งจำคุกและปรับในอัตราสูง

ช่วยกันนะครับ 
ไทยกู๊ดวิวจะได้อยู่นานๆ 
ไม่ถูกปิดเสียก่อน

ขอขอบคุณในความร่วมมือครับ

อ่านรายละเอียด

สมาชิกที่ออนไลน์

ขณะนี้มี สมาชิก 0 คน และ ผู้เยี่ยมชม 150 คน กำลังออนไลน์