ถอดคำประพันธ์กาพย์เรื่องพระไชยสุริยา

ตัวอย่างการถอดคำประพันธ์  เรื่อง  พระไชยสุริยา

ยานี ๑๑-สาธุฉันขอไหว้คุณพระพุทธ  พระธรรม  พระสงฆ์  พ่อ  แม่  ครู  อาจารย์  เทวดาที่สิ่งสถิตตามที่ต่างๆ-ฉันจะเอา  ก  ข  ก  กา  มาต่อคำกันเท่าที่จะหาได้  จะดีหรือไม่อย่างไรก็ขออย่าได้ดุถูกกัน-จะบรรยายคำต่อไปนี้เพื่อเป็นสิ่งล่อใจเด็กๆ  ว่า  ยังมีเมืองๆ หนึ่ง  ชื่อว่าสาวะถี  มีพระราชาชื่อพระไชยสุริยา  มีพระมเหสีชื่อสุมาลี  พระองค์ปกครองบ้านเมืองอยู่อย่างเป็นสุข-เหล่าขุนนางต่างมีอัชญาศรัยที่ดี  เลี้ยงดูบิดามารดา  อยู่ด้วยกันอย่างมีความสุข-ชาวเมืองต่างอยู่กันอย่างเป็นสุข  การเกษตรได้ผลอุดมสมบูรณ์  ข้าวปลาอาหารได้ผลดี-ต่อมาเหล่าขุนนางต่างพากันหาหญิงสาวที่มีหน้าตาดีมาขับกล่อมเล่นดนตรีที่บ้าน-ตกตอนเย็นมีการเล่นดนตรี  สีซอขับกล่อม  เข้าห้องหอเสพกามกับหญิงสาวเหล่านั้น  จนทำให้เหล่าภรรยาโกรธ-ไม่เชื่อถือคำที่พระเจ้าสั่งสอน  หันไปเชื่อเรื่องไสยศาสตร์  ถือตัวดีว่ามีข้าทาสบริวาร  คนใดทำไม่ถูกใจก็จับไปจองจำ-คดีใดที่มีการติดสินบนให้ผู้พิพากษาก็มีการเปลี่ยนแปลงคดีจากแพ้กลายเป็นชนะ  - ไม่ยึดถือเอาตามประเพณี  ใครที่เห็นดีเห็นงามด้วยกับตนก็มีความดีความชอบ  ผู้ใดเชื่อถือพระเจ้า  กลับกลายเป็นคนโง่  คนแก่  ขุนนางอาวุโส  กลายเป็นคนโง่ไปด้วยด้วย  พระภิกษุ  ผู้ทรงศีล  ต่างพากันละทิ้งพระธรรม บทสวดคาถาต่างๆ- ไม่จำคำสั่งสอนของผู้ใหญ่  เป็นคนหัวดื้อ ยโสโอหัง  สิ่งใดดีก็ไม่นับถือ-ชาวเมืองสาวะถีต่างไม่มีใครปราณีต่อใคร  ต่างคนเอาแต่ใจตนเอง  ใครมือยาวสาวได้สาวเอา-คนที่มีกำลังมาก  ก็ถือเอาสิ่งที่ตนต้องการโดยไม่มีการซื้อหรือขอเห็นอะไรล่อตาล่อใจ เช่น ผ้าผูกคอก็หยิบเอาตามที่ตนต้องการ- เหล่าเสนาอำมาตย์ต่างไม่ยึดถือตามคำที่ตนเองทำพิธีดื่มน้ำสาบานตนก่อนรับราชการ-ต่างคนหาอะไรได้ก็หาเอา  ประชาชนพากันโศกเศร้า  คนที่มีตำแหน่งสำคัญต่างพากันไล่ตีด่าผู้ที่อ่อนแอกว่า- ผีป่ามาทำให้ชาวเมืองถึงแก่ความตาย  โดยมีน้ำป่าไหลท่วมเข้ามาในเมืองจนชาวเมืองไม่มีที่จะอาศัย-เหล่าเสนาอำมาตย์หนีไปอยู่เมืองอื่นไกลออกไป  นักบวชผู้รอบรู้ต่างพากันหนีไกลจนไม่มีคนอยู่ในเมืองฉบัง ๑๖-พระไชยสุริยาพาพระมเหสีลงเรือสำเภา-ข้าวปลาอาหารพร้อมกับเด็กหญิงสาววัยรุ่นก็ขนลงไปในเรือ-คนแก่พร้อมหญิงสูงอายุในวัง  เหล่าเสนาอำมาตย์ก็มาพร้อมกับลำเรือ-เมื่อตีเคาะโลหะให้มีเสียงดังแล้วก็ชักใบเรือขึ้นประจวบเวลาที่พายุพัดใบเรือจึงทำให้เรือแล่นออกไป-เรือลอยมาตามน้ำไหล  ในตอนค่ำตอนเช้าทำให้เปลี่ยวใจเมื่ออยู่ที่ในท้องทะเล-พื้นแผ่นดินที่จะอาศัยไม่มี  พระราชาและมเหสีเฝ้ามองดูที่ขอบหน้าต่างเรือ-ปลากะโห้  ปลาโลมา  ปลาราหู  ปลาเหรา  ปลาทู  มีอยู่เต็มท้องน้ำ-พระราชารู้สึกหว้าเหว่ใจ  ลมพายุพาเรือลอยล่องไปตามท้องทะเลแต่เพียงลำเดียว-พระราชาได้ตรัสกับเหล่าเสนาอำมาตย์ว่าใครรู้ข้อเท็จจริงบ้างว่าทะเลนี้มีความเป็นมาใหญ่โตเพียงใด-เหล่าเสนาอำมาตย์ทูลพระราชาว่าท้องทะเลนี้ใหญ่โตยิ่งนัก-น้ำไหลมาจากด้านปากวัวแผ่ไหลออกไปลงสู่แม่น้ำใหญ่-ความเชื่อตามคัมภีร์นี้ไม่มีการเปลี่ยนแปลง  ข้าพระพุทธเจ้ายึดถือตามคำที่ผู้เฒ่าผู้แก่เล่าสืบต่อกันมา-แต่ก่อนมีพญานกร่างกายใหญ่โตเท่าภูเขาเป็นผู้ดูแล- ชื่อว่าพญาสัมพาที(เป็นลูกพญาครุฑ) ต้องการรู้ข้อเท็จจริงว่าท้องทะเลนี้กว้างเท่าใด-มีความยโสบินออกไปจนดวงอาทิตย์ใกล้ค่ำ- มองไปทางใดไม่พบพื้นดิน  จนรู้สึกย่อท้อ  ใกล้จะสิ้นใจ-พอดีมีปลาว่ายมาตามน้ำพญานกก็โผไปเกาะที่หัวปลา-มองออกไปจนสุดสายตา  จึงของ้อปลา  ว่าข้าขออภัยท่านด้วย-แม่น้ำที่เราอยู่ใกล้หรือไกลเพียงใดข้าขอถามทางท่านด้วยเถิด- ปลาตอบว่าข้ายังอายุน้อยอยู่  ไม่ได้ไปมาที่อื่น  เลยไม่รู้  จวบจนกระทั่งมาอยู่ริมฝั่งไม่ไกลจากแผ่นดิน-พญานกรู้สึกอาลัยในชีวิตจึงกล่าวลาปลาบินไปสู่ภูเขาที่ตนเองอาศัยอยู่-เหล่าเสนาอำมาตย์ทูลพระราชาจนพระองค์เข้าใจและรู้สึกหว้าเหว่ใจยิ่งนัก- จำใจล่องเรือไปในท้องทะเลตามเวรตามกรรม  จนพายุใหญ่พัดเรือหันเหออกไป- สมอเรือครูดไปตามพื้นท้องน้ำ  ใบเรือขาด  น้ำไหลเข้ามาในเรือ-ผีซ้ำด้ามพลอยใบเรือขาดและเสาหัก  จนทำให้เรือล่ม-พระราชาคว้าเอาข้อมือพระมเหสีแล้วเอาผ้าสไบผูกมัดไว้ไม่ให้ไกลตัว-คนแก่พร้อมหญิงสูงอายุในวัง  ถูกน้ำพัดเข้าหูเข้าตา  จระเข้  เหรา(สัตว์ครึ่งนาคครึ่งมังกร)  คาบไป- พระราชาและพระมเหสีร่ำให้กับเวรกรรมที่ได้รับ  จำใจเดินทางต่อไปจนพบพื้นแผ่นดินมีต้นไทรใบหนา  จึงเข้าไปนอน  พอดีกับเวลาพลบค่ำ

สุรางคนางค์  ๒๘- ขึ้นบทใหม่ในแม่กน  คละระคนปนกันกับแม่  ก  กา  น่าสงสารพระราชา  ที่ต้องมานอนในป่า  ใต้ต้นไทร  แทนที่จะได้นอนที่ปราสาท-ส่วนพระมเหสี  อยู่ปรนนิบัติพระสวามี  เหมือนเดิมเพื่อให้พระองค์คลายทุกข์-พระองค์ชวนพระมเหสีนอน  โดยใช้ขอนไม้แทนหมอน- วันนั้นดวงจันทร์  มีดวงดาวห้อมล้อมเป็นบริวาร  มองเห็นพื้นดิน  ดอกไม้  แผ่กิ่งก้านสวยงาม ภายใต้แสงจันทร์-เย็นชื่นฉ่ำละอองหมอก  ความสดชื่นของดอกไม้  ลมพัดพากลิ่นหอมหลากหลายกลิ่น  ตัวแตน  ต่อ  บินตอมกันว่อนไปทั่ว-พระจันทร์เคลื่อนขยับ  ไก่ป่าขันเตือน  พร้อมกับเสียงขานรับจากตัวอื่นๆ  ทั่วทั้งขุนเขา-พระราชาตื่นนอน  เมื่อยามห่างไกลพระนครก็ทอดถอนใจ  บรรยากาศตอนเช้าเมื่อพระอาทิตย์โผล่พ้นขอบเขา  จำเป็นต้องเดินทางในป่าตามเวรกรรมอีกครั้ง ฉบัง ๑๖- ขึ้นแม่กง  และแม่กน  จงจำไว้ให้ดี  จะพรรณนาเรื่องในป่าดง- ต้นไกร  กร่าง  ยาง  ยูง  มีลำต้นสูงเรียวระหง  ต้นตลิงปริง  ประยงค์  คันทรง  ต่างส่งกลิ่นทั่ว-ต้นมะม่วง  พลวง  พลอง  ช้องนาง  ใบหล่นเกลื่อนเต็มตามทาง  กินผลไม้พลางเดินไปพลางระหว่างเนินเขา-มองเห็นกวางกำลังเยื้องย่างเดิน  พร้อมกับชำเลืองมองดูเหมือนกับเชิญชวนให้มองดูความสวยงามและระวังอันตรายรอบข้างไปในตัว-มองไปที่เขาสูงเห็นฝูงหงส์กำลังโฉบลงเรียงกัน  ต่างพากันร้องอย่างรื่นเริงสำเนียงเสนาะไพเราะวังเวงยิ่งนัก-กลางป่ามีไก่ขันแข่งกันฟังเหมือนเสียงซอที่บรรเลงมาจากในวัง-นกยูงทองร้องเสียงดังเหมือนเสียงฆ้อง  กลอง  ระฆัง  แตร  สังข์  ดังควบคู่ขานเสียง-นกกะลิง  นกกะลาง  นกนางนวล  นอนเคียงกัน  นกไก่ฟ้าพญาลอ  คลอเคียงคู่กัน  พร้อมนกนางแอ่น  นกเอี้ยง  นกอีโก้งและนกโทงเทง-ค้อนทองร้องเสียงดังป๋องเป๋ง  ฟังเสียงเพลินวังเวง  อีเก้งเริงเริงลองเชิงกัน-ฝูงละมั่งพากันมากินดิน  นอนผึ่งแดด  ดูบึกบึนแข็งแรงและรื่นเริง  ยืนมองทำหน้าตาโพลงบริเวณป่าต้นยูง  ต้นยางที่สูง มีช้างอยู่โขลงใหญ่กำลังส่งเสียงและลงเล่นน้ำ 

ยานี ๑๑- ขึ้นแม่กก  ตกทุกข์ได้ยาก  มีความลำบากเมื่อพลัดพรากจากวัง  ได้อาศัยกินเผือก  มัน  และผลไม้  เพื่อให้ได้แรง-เมื่อพระอาทิตย์ใกล้จะหมดแสง  เป็นช่วงที่มองดูแล้วเหมือนกับน้ำครั่งที่กำลังแดง  แฝงเข้าไปในเมฆระหว่างขุนเขา-ฝูงลิง  ค่าง  ต่างพากันครางโครกครอก   ฝูงสุนัขจิ้งจอกออกมาเห่าหอน  ชะนีส่งเสียงดังวิเวก  นกต่างโผเข้าสู่รังนอน  เรียงกันเป็นแถวลูกนกยกปีก  อ้าปากรอรับอาหารจากแม่เสียงดังเซ็งแซ่  แม่นกยกปีกป้องเอาไว้พร้อมกับป้อนอาหารให้ลูก

ยานี ๑๑- ขึ้นแม่กด  บทนี้เป็นที่น่าอัศจรรย์  เสียงครื้นครั่นชั้นเขาหลวง  นกตกออกจากรัง  ฝูงสัตว์ทั้งปวงต่างง่วงงัน-ในดินแดนของมนุษย์  เสียงดังเหมือนไฟไหม้  ตึก  บ้านเรือนต่างไหวเคลื่อน-บ้านช่องใหญ่น้อย  ต่างตื่นตกใจ  ร้องเรียกเพื่อนบ้าน  ลุกวิ่งหนีชนกันชุลมุนวุ่นวายเครื่องดนตรี  ระนาด  ฆ้อง  ตะโพน  กลอง  ร้องเป็นเพลง  เสียงระฆัง  ดังโหง่งหง่างเหง่ง  ฟังน่าวังเวงยิ่งนัก

ยานี ๑๑-ขึ้นแม่กบ  และจบที่แม่กด  มีฤาษีบูชาไฟอยู่ตนหนึ่ง  บำเพ็ญตนอย่างสุขสงบอยู่ในป่ามาช้านาน-ได้หลับตาเอนตัวพิงกับต้นไม้เหมือนกับกำลังนอนหลับ  โดยบำเพ็ญศีลเข้าญาณอยู่-บำเพ็ญพรตจนรู้เห็นทั่วพื้นดินท้องฟ้าและจักรวาล  สรวงสวรรค์ท่านรู้เห็นหมดทั้งสิ้นทั่วโลก-เข้าฌานเป็นเวลาแรมเดือน  ไม่ขยับเขยื้อนกาย  จำศีลไม่กินอาหาร  อยู่อย่างมีความสุขนับเดือนนับปี-ในวันนั้นเกิดแผ่นดินไหว  มีเหตุการณ์ในป่า  จึงได้เล็งดูและรู้ว่ามีเหตุกาลกิณีอยู่ สี่อย่าง  คือ-เห็นผิดเป็นชอบ  คนอันธพาล  ทำร้ายคนซื่อสัตย์  - ศิษย์คิดล้างครู  ลูกไม่รู้คุณพ่อแม่  พูดจาส่อเสียดกัน  เบียดเบียนฆ่าฟันกัน- มีความโลภ  ไม่คิดเรื่องบาป  ชอบจับผิดกัน  จนพื้นดินเกิดปั่นป่วน  ท้องฟ้ามืดมิดบรรดาสัตว์ต่างๆ  เกิดมีบาปขึ้น  มีทุกข์มากขึ้น  ถึงเวลาแห่งการอวสาน

ฉบัง  ๑๖- ขึ้นแม่กมพระฤาษี  รู้สึกเอ็นดูพระราชาผู้ครองเมืองสาวะถี-ซึ่งซื่อตรงแต่หลงเล่ห์เหลี่ยมเสนาอำมาตย์ที่ชั่วร้ายจึงทำให้บ้านเมืองล่มจม-จึงคิดที่จะโปรดพระราชา  ให้เลื่อมใสศรัทธาในการบำเพ็ญตนให้สำเร็จ-จึงบอกเล่าด้วยเสียงอันไพเราะเหมือนเสียงพิณของพรอินทร์ว่าวันหนึ่งเราต้องตาย-การเบียดเบียนกันมีแต่จะนำทุกข์มาให้ทำให้มีบาปติดตัวไปนาน-ความเมตตากรุณาจะนำไปสู่สรวงสวรรค์  ทำให้มีแต่ความสุขทุกวัน-สมบัติของสัตว์  มนุษย์  ครุฑ มีการกลับเปลี่ยนไปมา  ไม่เหมือนสมบัติของเทวดา-มีความสุขในวิมาน  อิ่มหนำสำราญพร้อมด้วยทรัพย์สมบัติ-กระจับ  ปี่  ซอ  ประสานสำเนียงกัน  ดังเหมือนกับมีนางฟ้ามาขับกล่อม-ด้วยเดชแห่งบุญกุศลแต่ปางหลังทำให้ได้สมหวังในสิ่งที่ต้องการ-                   เป็นความจริงญาติโยม  ถ้าสวดมนต์ภาวนา  ต่อไปจะได้เกิดบนสวรรค์-เมื่อเทศนาจบ  พระราชาก็หลุดพ้นจากความคิดที่ปกคลุมด้วยเงาเมฆ ฉบัง  ๑๖-ขึ้นแม่เกย  กล่าวถึงพระราชาเมื่อได้รับฟังธรรมคำสั่งสอนแล้วเกิดเลื่อมใสศรัทธา-เห็นเหตุที่เกิดในนิสัยของมนุษย์  จึงตัดขาดจากบ่วงความทุกข์  พบกับความสำเร็จ-ทั้งสองพระองค์จึงสวมใส่ชุดและหมวกจากหนังเสือ  รักษาศีลเป็นฤาษี-ทุกเช้า  ค่ำทำพิธีบูชาไฟเป็นกิจประจำ-มีพื้นแผ่นดินเป็นที่นอน  มีขอนเป็นหมอนหนุนหัว-เช้า  ค่ำ  เอาไม้กวาดกวาดพื้นจนสะอาด  ถึงแม้จะเหน็ดเหนื่อยกับการบำเพ็ญเพียร-จนสำเร็จได้เสด็จสู่สวรรค์  เสวยแต่ความสุขทุกวัน  เป็นเวลานานชั่วกัปกัลป์-สุนทรภู่  ได้ให้ความการุญแต่งบทกลอนขึ้นเพื่อสั่งสอนเด็กๆ ในวัยเรียน- ก  ข  ก  กา  มีการกลับไปกลับมา  พวกเด็กๆ  จงค่อยๆ  เรียนรู้  อ่าน  เขียนปนกันไปทั้งแม่  กม  แม่เกย-ขอให้ระวังตัวกลัวคุณครูนะหนู   ไม้เรียวเลยนะ  ฉันเคยเข็ดหลาบมาแล้ว-ฉันถูกไม้เรียวหวดจนปวดแสบเลย  มิหนำซ้ำยังถูกหยิกจนเขียว   อย่าไปเที่ยวเล่นจนหลงจำเสียละ-ขอบอกให้พวกเธอทราบถึงบาปกรรม  ให้เรียบเรียงคำนี้ให้ดีฉันขอแนะนำให้เอาบุญ-ด้วยเดชะในความกรุณานี้  ถ้าใครเห็นเป็นประโยชน์  ฉันขอแบ่งเอาบุญกุศลเหล่านี้ด้วยนะเธอ

ขอเปน แบบว่า  ฉบัง16 เกย อ่ะครับช่วย ถอดเปนร้อยแก้วให้ผมทีนะครับ       ขอร้องละ จะทำงาน    ขอบคุณร่วงหน้าจร้า

มหาวิทยาลัยศรีปทุม ผู้ใหญ่ใจดี
 
 

 ช่วยด้วยครับ
นักเรียนที่สร้างบล็อก กรุณาอย่า
คัดลอกข้อมูลจากเว็บอื่นทั้งหมด
ควรนำมาจากหลายๆ เว็บ แล้ววิเคราะห์ สังเคราะห์ และเขียนขึ้นใหม่
หากคัดลอกทั้งหมด จะถูกดำเนินคดี
ตามกฎหมายจากเจ้าของลิขสิทธิ์
มีโทษทั้งจำคุกและปรับในอัตราสูง

ช่วยกันนะครับ 
ไทยกู๊ดวิวจะได้อยู่นานๆ 
ไม่ถูกปิดเสียก่อน

ขอขอบคุณในความร่วมมือครับ

อ่านรายละเอียด

ด่วน...... ขณะนี้
พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2558 
มีผลบังคับใช้แล้ว 
ขอให้นักเรียนและคุณครูที่ใช้งาน
เว็บ thaigoodview ในการส่งการบ้าน
ระมัดระวังการละเมิดลิขสิทธิ์ด้วย
อ่านรายละเอียดที่นี่ครับ

 

สมาชิกที่ออนไลน์

ขณะนี้มี สมาชิก 0 คน และ ผู้เยี่ยมชม 34 คน กำลังออนไลน์