โรงเรียนขนาดเล็ก "ยุบ" หรือ "ไม่ยุบ" คำตอบอยู่ที่ "ชุมชน" จริงหรือ?

รูปภาพของ puangpet

โรงเรียนขนาดเล็ก "ยุบ" หรือ "ไม่ยุบ" คำตอบอยู่ที่ "ชุมชน" จริงหรือ?
วันที่ 02 มิถุนายน พ.ศ. 2554 เวลา 18:00:00 น.

จากกระแสการยุบโรงเรียนขนาดเล็กคงสะท้อนปัญหาการศึกษาไทยได้ไม่น้อย ยิ่งนโยบายของเลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) ให้มีการยุบโรงเรียนขนาดเล็กในสังกัด ทั้งหมด14,397 โรง ทั่วประเทศ

แน่นอนว่าครู ผู้ปกครอง ชุมชน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น แม้กระทั่งนักเรียนเอง ต่างก็ได้รับผลกระทบแน่นอน และเกิดการวิตกกังวลไปตาม ๆ กัน

ผลจากการยุบโรงเรียนก็คือ นักเรียนต้องเดินทางไปเรียนอีกโรงเรียนหนึ่ง ซึ่งไม่คุ้นชิน และอยู่ไกลจากเดิม ประการต่อมาคือ ครูมีความกังวลว่าจะถูกโยกย้ายตำแหน่งหรือถูกลดบทบาทลง การจัดสรรงบประมาณ การจัดการของท้องถิ่นทำได้ยาก  มากกว่านั้นก็คือผู้ปกครองไม่ยอมรับ

แล้วถามว่า ปัญหานี้เกิดขึ้นได้อย่างไร ใครเป็นคนรับผิดชอบ และใครที่เป็นผู้ได้รับผลกระทบมากที่สุด?

สาเหตุหนึ่งของการที่ไม่มีนักเรียนมาเรียนในโรงเรียน อาจเป็นเพราะคุณภาพการศึกษา หรือกระแสความนิยมของผู้ปครองที่ส่งบุตรหลานไปเรียนในเมือง เพราะเดี๋ยวนี้การอำนวยความสะดวกมีเยอะ อีกทั้งการศึกษากลายเป็นธุรกิจไปแล้ว

ทางออกที่เห็นว่า ค่อนข้างประสบความสำเร็จก็คือ การควบรวมโรงเรียนขนาดเล็กในพื้นที่ที่มีนักเรียนน้อยไปเป็นศูนย์เรียนรวมโรงเรียนขนาดเล็ก ใน ต.วังน้ำคู้ อ.เมือง จ.พิษณุโลก ซึ่งรวมโรงเรียน จำนวน 4 โรง ได้แก่ รร.วัดปากพิงตะวันออก รร.บ้านวังยาง รร.บ้านหนองหญ้า และ รร.วัดไผ่หลงราษฎร์เจริญ เข้าด้วยกัน

การจัดการศึกษาของโรงเรียนขนาดเล็กในเขต ต.วังน้ำคู้ ถือว่าเป็นแห่งแรกของประเทศไทย หลังพบปัญหาและอุปสรรคในการพัมนาคุณภาพการศึกษา คือ นักเรียนมีจำนวนน้อยลงทุกปี คุณภาพการจัดการศึกษาค่อนข้างต่ำ ทำให้ผลสัมฤทธิ์ไม่เป็นไปตามเกณฑ์ การขาดแคลนบุคลากร เช่น ครูสอนไม่ครบชั้น ได้รับงบประมาณน้อย ส่งผลให้ไม่เพียงพอต่อการจัดหาสื่อการสอน

นายวิเศษ ยาคล้าย นายกองค์การบริหารส่วนตำบลวังน้ำคู้ กล่าวว่า ศูนย์การเรียนรวมเริ่มเมื่อปีพ.ศ.2548 ซึ่งตนได้เห็นถึงความไม่เท่าเทียมกันในด้านการศึกษา จึงเอาวิกฤตตรงนี้มาสร้างเป็นโอกาส โดยเริ่มจากการประสานงานกับอาจารย์ใหญ่ของแต่ละโรงเรียน ในการขยายแนวคิดเพื่อนำนักเรียนทุกโรงเรียนที่มีนักเรียนและครูจำนวนน้อยมารวมกัน ซึ่งได้รับการตอบรับเป็นอย่างดี เนื่องจากครูได้เห็นปัญหาที่เกิดขึ้น

การจัดการร่วมกันระหว่างครูกับท้องถิ่นก็คือ การนำนักเรียนแต่ละชั้นปีมาเรียนรวมกัน ทำให้แต่ละชั้นเรียนมีมากขึ้น ครูมีการจัดตารางเรียน มีการแบ่งหน้าที่กันสอนในแต่ละวิชาตามความถนัด นอกจากนี้จะต้องทำความเข้าใจกับผู้ปกครอง เนื่องจากผู้ปกครองส่วนใหญ่คิดว่า การยุบโรงเรียนในหมู่บ้านของตนเองจะทำให้บุตรหลานต้องเดินทางไกล เกิดผลกระทบทางด้านจิตใจ ท้ายที่สุดนำไปสู่การต่อต้านครูและผู้นำท้องถิ่น

การทำความเข้าใจกับผู้ปกครอง จึงเป็นเรื่องยาก เพราะต้องอธิบายเหตุผล ความไว้วางใจต่างๆ  ผลสรุปก็คือว่า ทุกวันศุกร์นักเรียนจะกลับมาที่โรงเรียนเดิมของตนเอง โดยที่ไม่ทำให้เกิดความรู้สึกว่าโรงเรียนตนเองถูกยุบ และไม่ให้กลายเป็นโรงเรียนร้าง จนถึงปัจจุบัน ต.วังน้ำคู้สามารถจัดการตรงนี้ได้และมองเห็นถึงความสำเร็จ ซึ่งอบต.ได้สนับสนุนงบประมาณ ไม่ว่าจะเป็นอาหารกลางวัน นม รถไป-กลับในส่วนของนักเรียนที่เดินทางไกล

นางชฎารัตน์ โมสกุล ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านหนองหญ้า ซึ่งเป็นหนึ่งในโรงเรียนที่ถูกรวมอยู่กับศูนย์การเรียนรวม ต.วังน้ำคู้ กล่าวว่า จากการจัดทำศูนย์การเรียนรวม ทำให้นักเรียนมีการเปลี่ยนแปลงในทางที่ดีขึ้น การเรียนอยู่ในเกณฑ์ดี สามารถสอบเข้าศึกษาต่อชั้นมัธยมศึกษาในโรงเรียนต่างๆ ได้จำนวนมาก อีกทั้งมุมมองของเด็กที่มีต่อสังคมและสิ่งต่างๆ รอบตัวก็ดีขึ้นเช่นกัน มีความสามารถที่จะเข้าร่วมกิจกรรมกับสังคมได้เป็นอย่างดี

ทั้งนี้ การรวมศูนย์การเรียนยังมีปัญหาอยู่บ้าง เนื่องจากการบริหารงบประมาณยังไม่ลงตัว อีกทั้งการจัดการด้านการบริหารยังติดขัดอยู่บ้าง เช่น ครูเกษียณก่อนกำหนดบ้าง ทั้งนี้ยอมรับว่าจากเดิมไม่ได้รับการยอมรับจากผู้ปกครองเท่าที่ควร เกิดความลำบากใจ ครูบางคนก็กังวลว่าจะได้ย้ายตำแหน่ง ถึงอย่างไรก็ตาม แม้จะมีการรวมศูนย์การเรียนแล้ว ก็ยังขาดแคลนบุคลากรอยู่ดี รวมถึงการขาดอุปกรณ์การเรียนการสอน โดยเฉพาะอุปกรณ์ทางด้านอิเล็กทรอนิกส์ และตอนนี้ก็คงต้องดำเนินโครงการนี้ต่อไปเรื่อยๆ จะกลับไปเป็นแยกโรงเรียนให้เหมือนเดิมก็คงยาก เพราะอย่างน้อยการรวมโรงเรียนขนาดเล็กก็ยังดีกว่าถูกยุบไปเลย

ขณะที่ผู้ปกครองและนักเรียน ต่างก็สะท้อนเป็นเสียงเดียวกันว่า รู้สึกกังวลที่จะต้องเดินทางไกล มากกว่านั้นคือความรู้สึกว่าโรงเรียนตนเองต้องถูกยุบ และมองไม่เห็นถึงผลที่จะได้รับหลังจากการยุบโรงเรียนรวมกัน เมื่อผลที่ได้รับก็ทำให้รู้สึกพอใจ อบต.ให้การสนับสนุนเต็มที่ นักเรียนจากเดิมที่มีชั้นละ 3-4 คน ได้เรียนบ้างไม่ได้เรียนบ้าง ก็มีจำนวนเพิ่มมากขึ้นและได้เรียนอย่างเต็มที่

นี่จึงเป็นส่วนหนึ่งของชุมชนที่สามารถให้คำตอบได้ว่า โรงเรียนขนาดเล็กควรถูกยุบหรือไม่ และจะหาทางออกอย่างไรดี เพราะบางที่ผู้ปกครองถึงขั้นเก็บเงินเพื่อจ้างครูสอนด้วยซ้ำไป

ท้ายที่สุดแล้ว หากองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ผู้ปกครอง ครู และชุมชน ตระหนักถึงปัญหาร่วมกัน และช่วยกันฝ่าวิกฤตตรงนี้ไปได้ ก็เชื่อว่าอนาคตการศึกษาของเด็กไทย โดยเฉพาะท้องถิ่นยังไปได้อีกไกล

ฉะนั้นการรวมศูนย์การเรียนของ ต.วังน้ำคู้ น่าจะเป็นตัวอย่าง ที่สอดรับกับการพัฒนาระบบการศึกษา มากกว่านั้นคือ ความรู้สึกว่าโรงเรียนถูกยุบ ก็จะหมดไป

สร้างโดย: 
ครูพวงเพชร สิมทอง
แหล่งที่มา: 
http://www.matichon.co.th/news_detail.php?newsid=1307005598&grpid=&catid=19&subcatid=1903

มหาวิทยาลัยศรีปทุม ผู้ใหญ่ใจดี
 
 

 ช่วยด้วยครับ
นักเรียนที่สร้างบล็อก กรุณาอย่า
คัดลอกข้อมูลจากเว็บอื่นทั้งหมด
ควรนำมาจากหลายๆ เว็บ แล้ววิเคราะห์ สังเคราะห์ และเขียนขึ้นใหม่
หากคัดลอกทั้งหมด จะถูกดำเนินคดี
ตามกฎหมายจากเจ้าของลิขสิทธิ์
มีโทษทั้งจำคุกและปรับในอัตราสูง

ช่วยกันนะครับ 
ไทยกู๊ดวิวจะได้อยู่นานๆ 
ไม่ถูกปิดเสียก่อน

ขอขอบคุณในความร่วมมือครับ

อ่านรายละเอียด

ด่วน...... ขณะนี้
พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2558 
มีผลบังคับใช้แล้ว 
ขอให้นักเรียนและคุณครูที่ใช้งาน
เว็บ thaigoodview ในการส่งการบ้าน
ระมัดระวังการละเมิดลิขสิทธิ์ด้วย
อ่านรายละเอียดที่นี่ครับ

 

สมาชิกที่ออนไลน์

ขณะนี้มี สมาชิก 0 คน และ ผู้เยี่ยมชม 143 คน กำลังออนไลน์